เสียงฝนฟ้าคะนองกระจายดังสนั่นเลื่อนลั่นทั่วทั้งแผ่นฟ้า ผู้คนในวังต่างแตกตื่นหวาดกลัวทันทีที่ได้เห็นประกายแลบแปลบปลาบ
มันเป็สัญญาณเตือนบ่งบอกถึงการมาของเสียงคำรามกึกก้องน่าหวาดหวั่น และมันก็เป็ดั่งที่เหล่าสาวใช้ทั้งหลายคาดการณ์ไว้
เสียงฟ้าะโสนั่นลั่นดั่งเสียงร้องของสัตว์อสูร สาวใช้ทั้งหมดต่างพากันหนีเข้าร่มพลางปิดหูปิดตา บ้างก็กรีดร้องไปโดยลืมรักษามารยาทของสาวใช้แห่งวังเ้าชาย ต่างคนต่างตาลีตาลานหนีห่างจากภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นโดยลืมนึกถึงคนผู้หนึ่งไป
จนกระทั่งเสียงโครมดังก้องมาจากเบื้องบนแหวกผ่านลงมาสู่ปลายยอดศาลาแปดเหลี่ยมที่ทำจากหินอ่อนสีขาว
ศาลาหลังนี้สร้างไว้เพื่อจิบน้ำชาชมสวนในยามเช้าบ่าย ไม่มีใครคาดคิดไว้ว่า ฟ้าจะผ่าลงสู่คนที่ยืนอยู่ใต้ศาลาหลังนั้น
จนกระทั่งเมฆดำได้เคลื่อนคล้อยออกไปด้วยแรงลม ผืนฟ้าใสกระจ่างราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่เป็เื่โกหก
คนที่สังเกตเห็นความผิดปกติก่อนใครคือ สาวใช้คนใหม่ขี้สงสัยที่เหลือบไปเห็นร่างของเด็กชายคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ในศาลา
ด้วยความใจนพูดจนทำอะไรไม่ถูก เธอจึงร้องะโออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นว่า
"เ้าชาย…เ้าชายสลบ!"
แม้ไม่ต้องให้ใครบอก ทุกคนต่างเรียบเรียงเหตุการณ์จนเข้าใจได้ชัดเจนแล้วว่า เ้าชายถูกฟ้าผ่าทั้งที่ยังอยู่ในศาลาหินอ่อน แต่ไม่มีใครกล้าพูดเื่ร้ายแรงออกมาจากปากตัวเอง
สาวใช้ส่วนมากยังคงแตกตื่นต่อเื่ราวใหม่ที่พึ่งรับรู้ จนกระทั่งหัวหน้าสาวใช้เดินเข้ามาตบหน้าเรียกสติสาวใช้ผมเหลืองที่ยังลนลานทำอะไรไม่ถูก
"ตั้งสติให้ดี! ส่วนทีด้า เธอน่ะ เข้าไปดูอาการเ้าชายโนวิสกับฉัน คริส เธอรีบไปบอกพ่อบ้านให้ตามหมอหลวงมาดูอาการเ้าชาย ด่วนที่สุด! แล้วไปตามมิเลนกลับมาด้วย ไม่ว่าเธอติดงานอะไรอยู่ก็ให้มาตอนนี้ทันที!"
เมื่อสั่งสาวใช้คนอื่นจบ มิกเกล หัวหน้าเมดเดินเข้าไปพร้อมกับสาวใช้อีกคนเข้าไปดูอาการของเ้าชายลำดับ3แห่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์มาติอัสที่เพิ่งถูกฟ้าผ่าเมื่อครู่
ร่างของเ้าชายยังคงเยาว์วัยกลับนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงบนพื้นหินอ่อน
เมื่อมิกเกลเห็นสาวใช้ข้างกายยืนตัวสั่นจึงลงมือแตะััร่างของเ้าชายด้วยตัวเอง
มิกเกลจับไปที่ข้อมือ ต้นคอ และที่ปลายจมูกโดยไม่รั้งรอ หลังดูชีพจรและลมหายใจ
หัวหน้าเมดก็ได้สำรวจตรวจสอบดูาแ รอยไหม้ รอยช้ำที่น่าจะเกิดขึ้นจากฟ้าผ่า
ดวงตาของมิกเกลเบิกโพลงชั่วครู่ก่อนจะหรี่ลง เนื่องจากความแปลกประหลาดตรงหน้า
แม้จะเกิดขึ้นได้ยากแต่เธอเคยเจอสิ่งมีชีวิตถูกฟ้าผ่ามาก่อน แต่ไม่เธอไม่เคยเจอครั้งไหนเหมือนครั้งนี้
เ้าชายลำดับ3ถูกฟ้าผ่าแต่กลับไม่มีาแหรือรอยไหม้ใดปรากฎตามเนื้อตัว ทั้งชีพจร ลมหายใจกลับแ่เบาและช้าคล้ายคนหลับมากกว่าาเ็จากการถูกฟ้าผ่า
หลังจากแน่ใจในความปลอดภัยของเ้าชายแล้วจึงสั่งให้เมดข้างตัวกลับห้องพักเ้าชายไปเตรียมน้ำร้อนน้ำเย็น และสั่งให้เมดอีกคนไปบอกกับพ่อบ้านถึงข่าวดีว่า เ้าชายเพียงสลบไปเท่านั้น
เมื่อสั่งงานด่วนจบ มิกเกลหันกลับมาดูเ้าชายและพบว่า ปอยผมด้านหน้าของเ้าชายค่อยเปลี่ยนจากสีดำสนิทอันเป็ลักษณะเด่นที่ตกทอดมาจากตระกูลอาริอาเทส(Arietes) กลับเปลี่ยนเป็สีขาวแทน
มิกเกลเป็ประจักษ์พยานเพียงคนเดียวในเหตุการณ์นั้น และเธอยังเห็นว่าสิ่งนั้นมิได้สลักสำคัญเท่าความปลอดภัยของเ้าชาย
ดังนั้นเธอจึงยังคงเฝ้ารอการมาของมิเลน สาวใช้จำนวนน้อยคนนักที่ใช้เวทย์มนตร์รักษาได้
เธอไม่ผลีผลามเข้าไปเคลื่อนย้ายหรืออุ้มเ้าชายพากลับห้องนอนของพระองค์ทั้งที่ยังร้อนรุ่มอยู่ในใจ
…
ทุกอย่างมืดไปหมด เหมือนผมกำลังดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดอยู่เลย…
สงสัยผมคงดีไม่พอจะขึ้น์ล่ะมั้ง แต่ทำไมในนรกนี้มีเสียงโหวกเหวกโวยวายของผู้หญิงดังขนาดนี้กันล่ะ?
ผมได้ยินเสียงวี๊ดว้ายชัดเจนขึ้นเหมือนก่อนหน้า
พวกเธอะโจากที่ไกลๆแล้วอยู่ๆก็พุ่งพรวดเข้ามากรีดร้องที่ข้างหู
แต่ถึงอย่างนั้นทุกอย่างก็ยังคงจมอยู่ในสีดำอยู่ดี
ตอนนี้ผ่านไปนานแค่ไหนกันแล้วนะ?
จู่ๆแสงสว่างก็สาดผ่านเข้ามาทำให้ความมืดหายไปชั่วพริบตา
ผมรู้สึกระคายเคืองรำคาญจึงเกร็งหน้าเกร็งตาก่อนจะค่อยไปหรือตาขึ้นทั้งที่ยังรู้สึกแสบอยู่ มันสว่างจ้าจนเกินไป
ทุกอย่างมันพร่าเลือนไปหมด
ผมหลับตาลงอีกครั้ง ประสาทััรับรู้ทางผิวกายกลับคืนมา ทำให้ผมรับรู้ว่าตัวเองนัันอยู่ในท่านอนผงาย
ััเยียบเย็นของหินเนื้อเรียบตลอดแนวั้แ่กลางหลังจนถึงสะโพก
นอน…นอนอีกแล้วสินะ
อิริยาบถส่วนมากของผมก็เป็การนอนนี่นะ ผิดกันแต่ว่า ตอนนั้นผมนอนเตียง ตอนนี้ผมตอนพื้นหินเย็นๆ ั้แ่หลังเหตุการณ์นั้นเมื่อหลายปีก่อน
ถ้าผมไม่พยายามจนใช้สองมือคลานต่างเทัาได้ ผมคงนอนเหงานอนซมสิ้นหวังอยู่บนเตียงจนเฉาตายนั่นแหละ…
แล้วอยู่ๆก็มีเสียงของผู้หญิงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น
"ท่านมิกเกลคะ ตามมิเลนมาแล้วค่ะ"
เสียงของหญิงสาวอ่อนวัยเต็มไปด้วยความร้อนรน ดูท่าคงเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ
"รีบมานี่! มิเลน!"
เสียงของหญิงอีกคนที่เป็ผู้ใหญ่กว่าออกคำสั่งด้วยเสียงเข้มงวด
เธอคนนี้คงจะเป็หัวหน้าของที่นี่สินะ
ผมนอนคิดอะไรเพลินสลับกันกับการพยายามเปิดเปลือกตาหนักๆขึ้น
แต่ก็ฝืนได้แค่ครั้งสองครั้งก่อนจะรอเพื่อให้ตาชินกับแสง
พอได้หยุดพักแล้วพยายามฝืนลืมตา มันกลับทำให้ผมนึกคำถามที่ควรถามขึ้นมาั้แ่แรก
'ที่นี่ไม่ใช่โลกหลังความตายอย่างนั้นเหรอ?'
ทำไมแสงยังตามผมมาถึงที่นี่ แม้การตาพร่าจะเป็เื่น่ารำคาญแต่มันก็แสดงให้รู้ว่า ผมยังมีดวงตา เปลือกตาอยู่
เพียงแต่ร่างกายส่วนอื่นน่ะสิ ขยับเขยื้อนไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
"ลมหายใจกับชีพจร ปรกติ แต่ดูเหมือนเ้าชายยังาเ็ภายใน จงรักษาเ้าชายด้วยชีวิตของเธอซะ!"
ดูเหมือนพวกเธอจะเป็สาวใช้ที่คอยดูแลเ้าชายองค์หนึ่งที่กำลังาเ็หนักอยู่ พวกเธอจึงต้องเร่งรักษาให้เขาหายดีโดยเร็ว
"ค่ะ…"
เสียงตอบรับสัันๆของเด็กสาวอีกคนที่ชื่อ 'มิเลน'
เมื่อตาของผมพร้อมที่จะลืมขึ้นมาสู้กับแสงแล้ว ผมก็เห็นเด็กสาวในชุดสาวใช้ยุควิคตอเรียนคนหนึ่ง
เธอสวมที่คาดผมสีขาวบริสุทธิ์จนแทบจะโดนกลืนไปกับเส้นผมสีขาวสลวยของเธอ
ใบหน้าของเธอแสดงถึงความเคร่งเครียดจริงจังก่อนจะกลืนน้ำลายเอื้อกหนึ่ง
มิเลนสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนที่จะยื่นมือทั้งสองข้างวางทาบประทับเหนือสะดือ
"ในนามแห่งเทพีน็อกซ์นิกซ์(NoxNyx)
ผู้เป็ดั่งมารดาแห่งสรรพชีวิต
ผู้เป็หนึ่งในการเยียวยาฟื้นฟู
ผู้เปี่ยมไปด้วยความกรุณา
ได้โปรดมอบพลังแก่เรา ให้เราได้รักษาเด็กชายผู้อยู่ตรงหน้าเราขณะนี้ด้วยเถิด!"
ทันใดนั้นเองรอบตัวมิเลนก็เปล่งประกายสีขาวสว่างนวลตาออกมาคล้ายกับหลอดไฟ
ประกายแสงเล็กๆต่างมาเวียนวนควบแน่นอยู่รอบหัวของเธอเป็รัศมีทรงกลม ก่อนที่จะไหลลงมาผ่านหัวไหล่ แขนจนมาถึงมือทั้งสอง
ผมรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นสบายอยู่ในท้อง เหมือนมีธารน้ำอุ่นไหลเข้ามาผ่านทางสะดือ ไหลย้อนขึ้นไปยังไขสันหลัง ยาวจนถึงสมองก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วร่างสรรพางค์กาย
มันเป็ความรู้สึกที่เหมือนกับถูกชำระล้างอย่างหมดจดคล้ายถูกดีทอกซ์สารพิษ
ผมรู้สึกสบายตัวชั่วครู่ก่อนจะรับรู้ว่า ศูนย์กลางกายเหนือสะดือค่อยๆดูดพลังใหม่ที่แพร่กระจายไปทั่วร่างกลับไปคล้ายกับมีหลุมอยู่ตรงนั้น
ผมไอออกมาคล้ายคนระคายเคืองลำคอ จนสิ่งที่อุดตันในร่างพ่นพรวดออกมาใส่เด็กสาวผู้เคราะห์ร้ายตรงหน้า
'ขอโทษนะครับ แต่ผมไม่ได้เจตนา'
ใจจริงก็อยากขอโทษด้วยปากตัวเอง แต่ผมกลับไม่มีแรงเอาเสียเลย
อาการปวดกล้ามเนื้อและความเจ็บแทงเสียดแปลบรุมเข้ามาถาโถมใส่
ผมชักไม่แน่ใจแล้วสิว่า เทพีที่เธอขอพลังขอพรนั้นน่ะ้าช่วยหรือทรมานผมกันแน่ อาจเป็โชคดีที่ความเ็ปอยู่ในระดับพอทนไหว
ผมจึงไม่หมดสติไปเสียก่อน จึงยังนอนหลังพวกเธอคุยกันรู้เื่
"เป็อย่างไรบ้าง มิเลน?"
สาวใช้มิเลนที่สวดขอพลังเทพมารักษาผมกลับหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด จนผมไม่แน่ใจแล้วว่า ที่เธอหน้าซีดขนาดนั้นเพราะเสียพลังไปมากหรือเพราะใกับเืสดๆที่เปื้อนเต็มหน้าและชุดของเธอกันแน่
"ราบ รื่นค่ะ…เ้าชาย มีพระพลานามัยฟื้น…คืนกลับมา แต่…แต่ต้องชดเชยเืเสีย…ที่ขับออกมาด้วยค่ะ"
แค่พูดให้ต่อเนื่องยังไม่ไหว ใครก็ได้พาสาวน้อยผมเงินคนนี้ไปพักผ่อนทีเถอะ
"ทำได้ดีมาก มิเลน…คริส ทีด้า พามิเลนไปพักฟื้น ดูแลเธอให้ดี"
"ค่ะ!" ทั้งสองตอบรับคำสั่งของหัวหน้าสาวใช้ มิกเกลพร้อมเพรียงกันราวกับเป็แฝด
"แล้วใครจะพาเ้าชายกลับห้องล่ะคะ?"
มิเลนถามด้วยความห่วงใยเ้าชาย เธอช่างเป็สาวใช้ที่อ่อนโยนน่ารักจริงๆ
"ฉันพาไปเอง เธอไปพักฟื้นเถอะ"
น้ำเสียงกึ่งสั่งกึ่งปฏิเสธของหัวหน้าสาวใช้ทำให้เด็กสาวได้แต่รับคำ
"ค่ะ"
เมื่อผมปรือตาขึ้นมามอง ผมก็เห็นสาวใช้อายุราว20ปี สวมแว่นตาขอบดำ ผมของเธอเป็สีน้ำตาลแดงเป็ทรงเปียถักพันรอบศีรษะคาดที่คาดผมสาวใช้สีขาวดูเนี๊ยบเรียบร้อย กำลังสั่งให้สาวใช้อีกคนแบกผมขึ้นหลังไป
มุมมองที่เคยเป็มุมเงยหงาย กลายเป็ระดับสายตามองผ่านหัวไหล่มิกเกล
กลิ่นของเธอทำให้ผมรู้สึกสงบปลอดภัย มันไม่มีกลิ่นน้ำหอมที่ฟุ่งจนฉุน
มันเป็กลิ่นเหงื่อของผู้หญิงทำงาน ชวนให้ผมนึกถึงแม่ที่มารับผมที่สนามเด็กเล่น่เย็นๆ
ผมผล็อยหลับไปด้วยความคิดที่ว่า VR(Visual Reality)หลังความตายนี้ช่างสมจริงและอบอุ่นหัวใจจริงๆ…