ปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน

    ตอนที่ 82 ฝูงโลมาและพญาอินทรีย์

            2,600 ปี ณดินแดนแถบที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรทีส

            บริเวณใจกลางทะเลของอ่าวเปอร์เซียระหว่างคาบสมุทรอาหรับและประเทศอิหร่าน เป็นสถานที่ซึ่งจิตวิญญาณของชารูร์
    ได้ปรากฏ
    เป็นครั้งแรก ในเวลานี้ค่อยปรากฏมีดวงแสงสว่างที่คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็น

            แสงสว่าง 2ดวงที่ปรากฏก็ค่อยๆกลายเป็นรูปเสมือนร่างกายแสงของเทวินและพญาเสือดำร่างใหญ่ตอนนี้ร่างเสมือนกายแสง
    ของเขายังอยู่ในชุดเสื้อยืดและกางเกงใส่สบายเหมือนตอนก่อนที่จะมายังที่นี่

            “เรามายืนอยู่กลางทะเลหรอกหรือ?!” เขากล่าวกับพญาเสือดำ

            พญาเสือดำส่งเสียงคำรามพร้อมกับเดินไปข้างหน้าบนผืนน้ำที่เป็นคลื่นกลางทะเล ก่อนจะหันมามองที่เทวิน

            “ทะเลกว้างใหญ่ ไม่รู้จะไปทางทิศใด?” เขากล่าวออกมาเบาๆ

            ขณะกำลังคิดอยู่ว่าจะไปทางทิศใดดี บริเวณใต้ผืนน้ำทะเลที่เขายืนอยู่ก็ได้มีการเคลื่อนไหวไปมา ไม่นานก็ได้เห็นเป็นฝูงโลมา
    ว่ายน้ำ
    ไปมาเป็นวงกว้างอยู่บริเวณนั้น

            ฝูงโลมาพากันกระโดดและว่ายไปมาบริเวณที่กายแสงของพวกเขายืนอยู่และบางตัวกระโดดผ่านร่างกายแสงของเขากับพญาเสือดำ นอกจากนั้นก็ยังได้ส่งเสียงออกมาเป็นการสื่อสารและรับสิ่งที่สะท้อนจากเสียงของพวกมัน

            “ฝูงโลมาเหมือนจะรับรู้และสัมผัสได้ถึงบางอย่าง?”เขากล่าวออกมาพร้อมกับมองดูฝูงโลมาที่กระโดดและแหวกว่ายไปมาบริเวณนี้

            ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งตัวเขาและพญาเสือดำก็ได้ยินเสียงคำรามลอยมาตามสายลม เป็นเสียงที่คล้ายสัตว์จำพวกเสือหรือสิงโต
    เพียงแต่เสียงคำรามนั้นดังมาเพียงแว่วๆ ให้พอได้ยินเท่านั้น

            ฝูงโลมาที่แหวกว่ายไปมาและกระโดดอยู่บริเวณนั้นก็ได้พากันส่งเสียงออกมาพร้อมกับกระโดดและแหวกว่ายไปตามทิศทาง
    ของเสียงคำรามที่ดังแว่วมาก่อนเสียงคำรามนั้นจะเงียบหายไป

            “เราต้องตามฝูงโลมาไป”ร่างกายแสงของเทวินกล่าวพร้อมกับกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปบนคลื่นทะเล ข้างกายยังมีร่างทิพย์ของพญาเสือดำตัวใหญ่วิ่งกระโจนไปทิศทางเดียวกัน ตามฝูงโลมาไป

            ฝูงโลมาทั้งแหวกว่ายบางครั้งยังกระโดดทำให้น้ำทะเลบริเวณที่แหวกว่ายไปนั้นทั้งกระเพื่อมกระสาดและแตกกระเซ็นเป็นที่สวยงาม
    อย่างที่เขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

            “ใกล้ถึงฝั่งแล้ว”เมื่อมาถึงบริเวณหนึ่งก็มองเห็นแผ่นดินที่อยู่ไปอีกไม่ไกล เป็นปากแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลลงมายังท้องทะเล

            ฝูงโลมาเข้ามาใกล้ปากแม่น้ำก็ได้ว่ายวนเวียนไปมาบริเวณนั้นและกระโดดเล่นน้ำสักพักพร้อมกับส่งเสียงพวกมันดูมีความสุข สนุกสนาน
    ก่อนจะพากับกลับออกจากบริเวณปากอ่าวไป พวกมันได้
    มาส่งพวกเขาเพียงแค่ปากแม่น้ำนี้เท่านั้น

            “ขอบคุณมากครับ”ร่างแสงของเทวินยิ้มและยังโบกมือให้กับเหล่าโลมาที่มาส่ง

            ฝูงโลมาเหมือนรับรู้ได้พากันส่งเสียงกระโดดและแหวกว่ายไปมา บ้างก็เล่นกันอย่างสนุกสนาม ดูช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์เล่นกันสักพัก เหล่าโลมาก็พากันแหวกว่ายกลับไปสู่บริเวณน้ำทะเลลึก

            เขาหันกลับมามองไปยังปากแม่น้ำแล้วหันไปมองพญาเสือดำ ทั้งสองมองกันด้วยรู้และเข้าใจ จึงได้พากันทวนไปตามกระแสน้ำ
    ที่ไหลลงสู่ท้องทะเลของแม่น้ำสายใหญ่

            พวกเขาเดินทางทวนกระแสน้ำขึ้นไปทางด้านทิศเหนือโดยประมาณ200 กิโลเมตรระหว่างทางแม่น้ำยังพบว่ามีการตั้งถิ่นฐาน
    ของผู้คนที่อยู่รวมกันเป็นบางพื้นที่และพื้นที่ส่วนใหญ่ระหว่างแม่น้ำ
    ยังเป็นผืนทะเลทราย แต่ไม่ถึงกับแห้งแล้งมาก เพราะยังมีโอเอซีสในบางพื้นที่

            ตอนนี้ได้มาถึงจุดที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบรวมกันและมีชุมชนอยู่บริเวณนี้ด้วยดูไปแล้วคล้ายกับชนชาติทางตะวันออกกลาง
    แต่การแต่งกายเป็นแบบโบราณมากยังมีการนุ่งห่มด้วยผ้าที่นำหนังสัตว์มาทำ

            “จริงสิ! หรือนี้ก็คือจุดที่บรรจบของแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรทิส?” เขาเอ่ยออกมา “อารยะธรรมโบราณ เมโสโปเตเมีย!?”

            เทวินและพญาเสือดำตอนนี้อยู่ตรงกลางจุดที่แม่น้ำทั้งสองมาบรรจบกัน ต่างหันมามองกันและกัน ต่างก็คิดเหมือนกันว่า
    ‘จะไปตามเส้นทางของแม่น้ำสายไหน
    ?’

            ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นก็มีเสียงคำรามดังแว่วมาตามสายลม ทั้งสองได้ยินเป็นเสียงคำรามแบบเดียวกับที่ได้ยินตอนอยู่กลางทะเล
    เสียงคำรามที่ได้ยินเพียงแว่วๆ ตามสายลมก็ได้นิ่งเงียบไป

            พวกเขาก็ได้เห็นเงาดำผ่านตรงที่ร่างกายแสงของพวกเขายืนอยู่เงาดำผ่านตามแม่น้ำใหญ่ทางฝั่งซ้ายเทวินแหงนหน้าขึ้นไป
    มองเห็น
    เป็นนกอินทรีย์ตัวใหญ่บินผ่านพวกเขาไป

            พญาอินทรีย์ตัวใหญ่บินโฉบเป็นวงกลมบินอยู่รอบร่างเสมือนกายแสงของพวกเขาอยู่หนึ่งรอบพร้องส่งเสียงร้อง ก่อนที่จะบินขึ้นสูงไปตามแม่น้ำฝั่งซ้าย

            “แม่น้ำยูเฟรทีส!?” เขาเอ่ยออกมาพร้อมกับทวนกระแสน้ำขึ้นไปตามเส้นทางของแม่น้ำยูเฟรทิสโดยมีนกอินทรีย์ตัวใหญ่บินอยู่เหนือศีรษะ
    รับรู้ได้ว่าจะนำทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง

            พญาอินทรีย์บินไปอย่างช้าๆบางครั้งยังกางปีกโต้ลม บางครั้งก็ให้ทั้งสองร่างแสงที่อยู่ข้างล่างก้าวนำ แต่บางครั้งก็บินไปข้างหน้าทั้งสอง
    เทวินเขามองดูด้วยความชื่นชม

            ระหว่างทวนกระแสแม่น้ำยูเฟรทิสขึ้นไปก็ยังได้พบเห็นมีแม่น้ำบางสายไหลลงมาราม บางช่วงก็มีชุมชน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่
    ก็ยังคงเป็นทะเลทรายกระทั้งใกล้ถึงจุดหมายที่พญาอินทรีย์จะมาส่ง ก็ได้เห็น
    เป็นชุมชนที่หนาแน่นมากขึ้นบนพื้นที่ ๆ เป็นดินทราย

            กระทั่งเข้ามาถึงเขตชุมชนพญาอินทรีย์ก็ส่งเสียงร้องบินโฉบรอบกายแสงพวกเขาก่อนที่จะบินจากไปเป็นการบอกทั้งสองว่า
    ได้เข้ามา
    ในเขตเมืองแล้ว

            “ขอบคุณมากครับ” เทวินกล่าวพร้อมกับโบกมือให้พญาอินทรีย์ที่กำลังโบยบินจากไป ก็หันหัวกลับมาเล็กน้อยพร้อมกับผงกหัว
    และ
    ส่งเสียง ก่อนที่จะโบยบินห่างออกไปเรื่อย ๆ กระทั่งลับสายตาไป

            การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากสถานที่ไม่รู้ว่าจะไปทิศทางใดแต่ก็มีสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์มาคอยนำทาง โดยไปตามเสียงคำราม
    ที่ดังแว่ว
    มาตามสายลม สำหรับเทวินและพญาเสือดำนี่เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนและยังมีสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า

            “ที่เมืองนี้!?”เขาเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมกับหันไปมองที่พญาเสือดำ

            ‘ที่นี่คงจะเป็นกรุงบาบิโลนแห่งอาณาจักรบาบิโลเนีย’


    คล้ายกับเรื่องปาฏิหาริย์ที่บ้านสวน ที่คุณอ่าน