2,600 ปี ณดินแดนแถบที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกรีส-ยูเฟรทีส
บริเวณใจกลางทะเลของอ่าวเปอร์เซียระหว่างคาบสมุทรอาหรับและประเทศอิหร่าน เป็นสถานที่ซึ่งจิตวิญญาณของชารูร์ได้ปรากฏเป็นครั้งแรก ในเวลานี้ค่อยปรากฏมีดวงแสงสว่างที่คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็น
แสงสว่าง 2ดวงที่ปรากฏก็ค่อยๆกลายเป็นรูปเสมือนร่างกายแสงของเทวินและพญาเสือดำร่างใหญ่ตอนนี้ร่างเสมือนกายแสง
ของเขายังอยู่ในชุดเสื้อยืดและกางเกงใส่สบายเหมือนตอนก่อนที่จะมายังที่นี่
“เรามายืนอยู่กลางทะเลหรอกหรือ?!” เขากล่าวกับพญาเสือดำ
พญาเสือดำส่งเสียงคำรามพร้อมกับเดินไปข้างหน้าบนผืนน้ำที่เป็นคลื่นกลางทะเล ก่อนจะหันมามองที่เทวิน“ทะเลกว้างใหญ่ ไม่รู้จะไปทางทิศใด?” เขากล่าวออกมาเบาๆ
ขณะกำลังคิดอยู่ว่าจะไปทางทิศใดดี บริเวณใต้ผืนน้ำทะเลที่เขายืนอยู่ก็ได้มีการเคลื่อนไหวไปมา ไม่นานก็ได้เห็นเป็นฝูงโลมาว่ายน้ำไปมาเป็นวงกว้างอยู่บริเวณนั้น
ฝูงโลมาพากันกระโดดและว่ายไปมาบริเวณที่กายแสงของพวกเขายืนอยู่และบางตัวกระโดดผ่านร่างกายแสงของเขากับพญาเสือดำ นอกจากนั้นก็ยังได้ส่งเสียงออกมาเป็นการสื่อสารและรับสิ่งที่สะท้อนจากเสียงของพวกมัน
“ฝูงโลมาเหมือนจะรับรู้และสัมผัสได้ถึงบางอย่าง?”เขากล่าวออกมาพร้อมกับมองดูฝูงโลมาที่กระโดดและแหวกว่ายไปมาบริเวณนี้
ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งตัวเขาและพญาเสือดำก็ได้ยินเสียงคำรามลอยมาตามสายลม เป็นเสียงที่คล้ายสัตว์จำพวกเสือหรือสิงโต
เพียงแต่เสียงคำรามนั้นดังมาเพียงแว่วๆ ให้พอได้ยินเท่านั้น
ของเสียงคำรามที่ดังแว่วมาก่อนเสียงคำรามนั้นจะเงียบหายไป “เราต้องตามฝูงโลมาไป”ร่างกายแสงของเทวินกล่าวพร้อมกับกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปบนคลื่นทะเล ข้างกายยังมีร่างทิพย์ของพญาเสือดำตัวใหญ่วิ่งกระโจนไปทิศทางเดียวกัน ตามฝูงโลมาไป
ฝูงโลมาทั้งแหวกว่ายบางครั้งยังกระโดดทำให้น้ำทะเลบริเวณที่แหวกว่ายไปนั้นทั้งกระเพื่อมกระสาดและแตกกระเซ็นเป็นที่สวยงาม
อย่างที่เขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ก่อนจะพากับกลับออกจากบริเวณปากอ่าวไป พวกมันได้มาส่งพวกเขาเพียงแค่ปากแม่น้ำนี้เท่านั้น
“ขอบคุณมากครับ”ร่างแสงของเทวินยิ้มและยังโบกมือให้กับเหล่าโลมาที่มาส่ง
ฝูงโลมาเหมือนรับรู้ได้พากันส่งเสียงกระโดดและแหวกว่ายไปมา บ้างก็เล่นกันอย่างสนุกสนาม ดูช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์เล่นกันสักพัก เหล่าโลมาก็พากันแหวกว่ายกลับไปสู่บริเวณน้ำทะเลลึก เขาหันกลับมามองไปยังปากแม่น้ำแล้วหันไปมองพญาเสือดำ ทั้งสองมองกันด้วยรู้และเข้าใจ จึงได้พากันทวนไปตามกระแสน้ำที่ไหลลงสู่ท้องทะเลของแม่น้ำสายใหญ่ พวกเขาเดินทางทวนกระแสน้ำขึ้นไปทางด้านทิศเหนือโดยประมาณ200 กิโลเมตรระหว่างทางแม่น้ำยังพบว่ามีการตั้งถิ่นฐาน
ของผู้คนที่อยู่รวมกันเป็นบางพื้นที่และพื้นที่ส่วนใหญ่ระหว่างแม่น้ำยังเป็นผืนทะเลทราย แต่ไม่ถึงกับแห้งแล้งมาก เพราะยังมีโอเอซีสในบางพื้นที่
ตอนนี้ได้มาถึงจุดที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบรวมกันและมีชุมชนอยู่บริเวณนี้ด้วยดูไปแล้วคล้ายกับชนชาติทางตะวันออกกลาง
แต่การแต่งกายเป็นแบบโบราณมากยังมีการนุ่งห่มด้วยผ้าที่นำหนังสัตว์มาทำ
‘จะไปตามเส้นทางของแม่น้ำสายไหน?’ ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นก็มีเสียงคำรามดังแว่วมาตามสายลม ทั้งสองได้ยินเป็นเสียงคำรามแบบเดียวกับที่ได้ยินตอนอยู่กลางทะเล
เสียงคำรามที่ได้ยินเพียงแว่วๆ ตามสายลมก็ได้นิ่งเงียบไป พวกเขาก็ได้เห็นเงาดำผ่านตรงที่ร่างกายแสงของพวกเขายืนอยู่เงาดำผ่านตามแม่น้ำใหญ่ทางฝั่งซ้ายเทวินแหงนหน้าขึ้นไป
มองเห็นเป็นนกอินทรีย์ตัวใหญ่บินผ่านพวกเขาไป พญาอินทรีย์ตัวใหญ่บินโฉบเป็นวงกลมบินอยู่รอบร่างเสมือนกายแสงของพวกเขาอยู่หนึ่งรอบพร้องส่งเสียงร้อง ก่อนที่จะบินขึ้นสูงไปตามแม่น้ำฝั่งซ้าย
“แม่น้ำยูเฟรทีส!?” เขาเอ่ยออกมาพร้อมกับทวนกระแสน้ำขึ้นไปตามเส้นทางของแม่น้ำยูเฟรทิสโดยมีนกอินทรีย์ตัวใหญ่บินอยู่เหนือศีรษะ
รับรู้ได้ว่าจะนำทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
เทวินเขามองดูด้วยความชื่นชม ระหว่างทวนกระแสแม่น้ำยูเฟรทิสขึ้นไปก็ยังได้พบเห็นมีแม่น้ำบางสายไหลลงมาราม บางช่วงก็มีชุมชน แต่พื้นที่ส่วนใหญ่
ก็ยังคงเป็นทะเลทรายกระทั้งใกล้ถึงจุดหมายที่พญาอินทรีย์จะมาส่ง ก็ได้เห็นเป็นชุมชนที่หนาแน่นมากขึ้นบนพื้นที่ ๆ เป็นดินทราย กระทั่งเข้ามาถึงเขตชุมชนพญาอินทรีย์ก็ส่งเสียงร้องบินโฉบรอบกายแสงพวกเขาก่อนที่จะบินจากไปเป็นการบอกทั้งสองว่า
ได้เข้ามาในเขตเมืองแล้ว “ขอบคุณมากครับ” เทวินกล่าวพร้อมกับโบกมือให้พญาอินทรีย์ที่กำลังโบยบินจากไป ก็หันหัวกลับมาเล็กน้อยพร้อมกับผงกหัว
และส่งเสียง ก่อนที่จะโบยบินห่างออกไปเรื่อย ๆ กระทั่งลับสายตาไป การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นจากสถานที่ไม่รู้ว่าจะไปทิศทางใดแต่ก็มีสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์มาคอยนำทาง โดยไปตามเสียงคำราม
ที่ดังแว่วมาตามสายลม สำหรับเทวินและพญาเสือดำนี่เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อนและยังมีสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า
“ที่เมืองนี้!?”เขาเอ่ยออกมาเบาๆ พร้อมกับหันไปมองที่พญาเสือดำ
‘ที่นี่คงจะเป็นกรุงบาบิโลนแห่งอาณาจักรบาบิโลเนีย’