“เชิญทุกท่านดื่มเ้าค่ะ..”
หลังจากที่คาเรนเทเหล้าขาวลงในแก้วช็อตเล็กๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็แก้วที่จะต้องสั่งทำจากกิลด์การช่างอีกเช่นเคย แม้ว่าคุณหนูคาเรนจะชอบสั่งทำงานยากๆก็ตาม แต่มันก็เป็ความท้าทายฝีมือช่างได้เป็อย่างดี อีกอย่างพวกเขาก็ได้ประสบการณ์ และความรู้มากขึ้นด้วยเช่นกัน จึงทำให้เวลาที่คาเรนมาที่กิลด์การช่าง มักจะได้รับการต้อนรับอย่างดี อีกทั้งตอนนี้เธอกลายเป็ลูกค้ารายใหญ่ของกิลด์ไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
คาเรนไม่ลืมที่จะแนะนำวิธีการดื่มให้กับทุกท่านว่าต้องดื่มให้หมดภายในครั้งเดียวจะเป็การดื่มที่ถูกต้องของเหล้าชนิดนี้ แม้ว่าคาเรนจะไม่แนะนำใดๆ ทุกคนก็คงจะดื่มมันให้หมดภายในแก้วเดียวอยู่ดี เพราะว่าขนาดของแก้วมันน้อยแสนจะน้อย พวกเขาคาดว่ามันเหมือนการกลืนน้ำเปล่าเพียงอึกเดียวเท่านั้น..
“แก้วน้อยๆเช่นนี้ก็สวยงามไปอีกแบบ.. ถ้าเช่นนั้น ทุกคน ดื่มมม!” ออกัสผู้มีตำแหน่งสูงสุดในห้องกล่าว มันเป็พิธีที่รู้จักกันดีในสังคมชั้นสูงว่าผู้ที่มียศต่ำกว่าจะดื่มหรือกินก่อนเ้านายผู้เป็ลอร์ดประจำดินแดนไม่ได้ ซึ่งออกัสทราบเื่นี้ดี และเขาก็ต้องกล่าวเพื่อให้ทุกคนดื่มตามได้อย่างสะดวกใจ..
อึกกกกก!.... อึกกกกก! อึกกกกก! อึกกกกก! เสียงกระดกแก้ว และกลืนเหล้าขาวลงไปที่คอดังทั่วทั้งห้อง ซึ่งสีหน้าของแต่ละคนในตอนนี้ต่างก็บิดเบือนไปด้วยความแรงของแอลกอฮอล์ ก่อนจะกลับมาเป็ปกติในเวลาไม่นาน..
“อ่า!.. รสชาติแบบนี้มัน.. ถูกใจข้ามากเลยขอรับท่านดยุค คุณหนูคาเรน..” รองผู้บัญชาการวอล์ตันกล่าวออกมาอย่างสะใจ สิ่งที่เรียกว่า ‘เหล้าขาว’ นี้มันช่างเหมาะสมกับเขา ราวกับว่ามันเกิดมาเพื่อให้เขาผู้นี้เป็คนดื่มมันอย่างไรอย่างนั้น และเขาเชื่อว่าทหารน้อยใหญ่คนอื่นก็คงจะชื่นชอบมันไม่น้อยเช่นกัน..
“ข้ายินดีที่ท่านชอบมัน ท่านวอล์ตัน.. ทุกท่านเ้าคะ นอกจากรสชาติ ความหอมหวานของมันแล้ว.. ทุกท่านรู้สึกร่างกายร้อนลุ่มขึ้นเล็กน้อยหรือไม่เ้าคะ.. สิ่งที่ข้ากำลังจะบอกก็คือหากดื่มทานมันในปริมาณที่น้อยเช่นนี้ ร่างกายจะอบอุ่นชั่วขณะ และจะทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ทำงานใช้แรงได้มากขึ้น แม้ว่าอากาศจะเหน็บหนาว.. ทุกท่านลองจินตนาการว่าทหารของพวกเราดื่มมันในปริมาณเท่านี้ดูสิเ้าคะ..” คาเรนกล่าว
“..ทหารของเราก็จะไม่มีอาการชาที่มือหรือเท้าในตอนทำา.. โอ้! วิเศษมากลูกรัก” ออกัสกล่าวออกมาอย่างชอบใจในสินค้าตัวนี้ คาเรนที่ได้ยินอย่างนั้นเธอก็ยิ้มออกมา..
“แต่ถึงอย่างไร มันก็ยังเป็เครื่องดื่มประเภทมึนเมา หากดื่มมันมากไปก็จะมีอาการไม่ต่างจากเบียร์เ้าค่ะ นอกจากนี้มันยังออกฤทธิ์ใน่เวลาหนึ่งเท่านั้น หากหมดฤทธิ์ของมันอาการเหน็บหนาวก็จะกลับมาเช่นกันเ้าค่ะ.. ลูกขอแนะนำให้หลังจากที่ทหารดื่มทานมันแล้ว ควรจะหากิจกรรมแรงงานที่เหมาะสม เพื่อให้ความอบอุ่นอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้นเ้าค่ะท่านพ่อ..” คาเรนกล่าว
“เพียงแค่ชั่วขณะก็ดีมากแล้วขอรับคุณหนูคาเรน.. ด้วยสิ่งนี้จะทำให้ทหารของเรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า ไม่เชื่องช้าจากอาการเหน็บหนาวทางตอนเหนือได้เป็อย่างดีขอรับ..” วอล์ตันกล่าว ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยตามคำพูดนั้น ปัญหาหลักคือทหารส่วนใหญ่ที่ไม่ชินกับสภาพอากาศของชายแดนที่หนาวจัด แม้ว่าในเมืองของดยุคออกัสว่าหนาวเย็นแล้ว แต่ถ้าให้เทียบกับชายแดนตอนบนแล้วล่ะก็.. มันเทียบกันไม่ติดเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าเหล้าขาวนี้สามารถช่วยได้ดีไม่น้อยจริงๆ
“แต่ช่างเป็ที่น่าเสียดายที่สินค้านี้จะถูกนำไปประมูลเพื่อเพิ่มงบประมาณของาของดินแดนเรา.. อีกอย่างการที่เราจะใช้มันในจำนวนมากก็หมายถึงจำนวนเงินที่มากตามไปด้วยเช่นกัน ถึงคุณหนูคาเรนจะเป็ผู้ผลิตเสียเอง แต่ก็นับว่าต้องมีต้นทุนที่สูงมากเช่นกันใช่ไหมขอรับ..”
เคานต์โรแลนด์กล่าวออกมาพร้อมกับทำหน้าเสียดาย ซึ่งเมื่อคนอื่นๆได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าตึงเครียดด้วยเช่นกัน พวกเขาเข้าใจว่าในสถานการณ์เช่นนี้ สินค้าดีมีคุณภาพควรจะนำไปใช้เพื่อแปรสภาพเป็เงินมากกว่านำมาใช้สำหรับา ถึงยังไงเวลานี้เงินก็สำคัญมากกว่าอาการเหน็บหนาว และไม่คุ้นชินสภาพอากาศ เพราะถ้าขาดเครื่องสวมใส่ที่เหมาะสม ทหารก็จะถูกฆ่าตายได้ง่ายๆแบบนี้ไม่คุ้มค่าแน่นอน..
“ทุกท่านคงจะเข้าใจผิดกันอยู่นะเ้าคะ.. สินค้าเหล้าขาวนั้น จริงๆมันไม่ได้มีราคาที่แพงขนาดนั้น.. เมื่อออกขายในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ข้าจะตั้งราคาของมันเพียงขวดละ 3 เหรียญเงินเท่านั้น.. แน่นอนว่ามันถูกกว่าชาของข้าเป็ไหนๆ อีกทั้งเหตุที่ทำให้มันมีราคาสูงถึง 3 เหรียญเงิน ส่วนหนึ่งก็มาจากบรรจุภัณฑ์ของมันที่มีราคาเพียง 1 เหรียญเงินต่อ 1 ขวดเท่านั้นเ้าค่ะ..” คาเรนกล่าวแบบยิ้มๆ
“..ดังนั้นผลผลิตจริงๆ เฉพาะตัวของเหล้าขาวนั้น มีต้นทุนในปริมาณที่เท่ากันนี้เพียง 1 เหรียญเงินเท่านั้น และข้าเชื่อว่าหากใช้วัสดุอย่างอื่นมาเป็บรรจุภัณฑ์ ราคาของมันจะลดลงอย่างน่าประหลาดใจ อาทิเช่นขวดไม้ หรือขวดที่ทำจากดินเผาเ้าค่ะ..” คาเรนเว้นระยะพูดสักเล็กน้อยก่อนจะกล่าวสรุป..
“..หากให้ข้าประเมินก็น่าจะตกอยู่ที่ขวดละ 1 เหรียญเงินกับ 50 เหรียญทองแดงเท่านั้น.. นั่นก็หมายความว่าด้วยปริมาณเท่ากับขวดนี้ ท่านซื้อได้ 66 ขวดด้วยงบเพียง 1 เหรียญทอง จากเดิมจะได้เพียง 33 ขวดเท่านั้น..” คาเรนกล่าวสรุป วอล์ตันคิดคำนวณตามสิ่งที่ได้ยินมา..
“..หมายถึงถ้าเปลี่ยนวัสดุก็จะสามารถได้ปริมาณเป็เท่าตัว ด้วยงบเท่าเดิมอย่างนั้นสินะขอรับคุณหนู.. แล้วถ้าเกิดว่าทหารของเราที่ประจำอยู่หน้าชายแดนเพื่อทำามีอยู่จำนวน 8,000 นาย และการที่จะให้พวกเขาทุกคนได้รับคนละ 1 แก้วแบบนี้ใน่เช้าที่หนาวเหน็บของทุกๆวัน.. ก็จะเป็เออ..ขวดนี้น่าจะแบบได้ราวๆ 20 แก้ว.. 8,000 นาย 20 แก้ว..เออ..” วอล์ต้นกล่าวพร้อมกับกุมมือที่คางใช้ความคิด..
“หืออ ข้าเคยบอกให้เ้าตั้งใจเรียนแล้วแท้ๆ วอล์ตัน เฮ้ออ.. ใช้ประมาณ 400 ขวดสินะลูกรัก.. 400 ขวดตกขวดละ 1 เหรียญเงิน 50 เหรียญทองแดง ก็จะเป็ 400 เหรียญเงิน กับอีก 20,000 เหรียญทองแดง หากตีเป็เงินเหรียญเงินทั้งหมดก็จะเป็ 600 เหรียญเงิน หรือก็คือ 6 เหรียญทอง..”
ออกัสอดที่จะช่วยวอล์ตันคำนวณตัวเลขไม่ได้ เขาเข้าใจดีว่าหัวของวอล์ตันนั้นไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร แต่ถ้าให้พูดถึงเื่การต่อสู้ วอล์ตันนับว่าเป็คนที่เก่งอยู่ระดับเดียวกับอัศวินของพระาาเลยก็ว่าได้..
“ใช่แล้วเ้าค่ะ.. ถ้าเกิดว่าระยะเวลาทำการา 1 เดือนก็จะเป็เงินทั้งหมด 180 เหรียญทอง ซึ่งข้าคิดว่ามันจะอยู่ในงบที่ข้าจะจัดหามาได้ด้วยการประมูลเ้าค่ะ.. และอีกอย่างเหล้าขาวนี้ข้าสามารถผลิตมันได้จำนวนมากต่อวันถึง 400 ขวดหรือมากกว่านั้นด้วยซ้ำเ้าค่ะ..” คาเรนกล่าว นาธานที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะสิ่งที่กำลังกล่าวมานั้นมันไปไม่ได้ในตอนนี้..
“เรียนคุณหนูขอรับ.. แม้ว่าเราจะสามารถผลิตมันได้ในจำนวนมากก็จริง แต่ว่าโรงงานการผลิตของเรามีไม่สามารถผลิตมันได้ในตอนนี้ขอรับ.. ปัญหาหลักๆของเราก็คือทั้งโรงงานการผลิต ทั้งโกดังเก็บสินค้า และแรงงานเราก็ยังไม่จัดหาเลยนะขอรับคุณหนู..” นาธานกล่าวเตือนคุณหนูของเขาเล็กน้อยถึงความเป็ไปได้..
“อย่างนั้นรึ.. ปัญหาใหญ่เชียว ถ้าอย่างนั้นก็คงจะเป็ไปไม่ได้อย่างนั้นสินะ..แย่จัง!” คาเรนกล่าวพร้อมกับทำหน้าตาเศร้าใจ ทั้งๆที่สินค้าตัวนี้อาจจะช่วยทหารของดินแดนได้แล้วแท้ๆ แต่มันกลับมีอุปสรรคทำให้ต้องยกเลิกมันไป แต่ทว่ากลับไม่มีใครรับรู้เลยว่าตอนนี้ทุกคนที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้กำลังถูกเลดี้คาเรนคนนี้หลอกลวงแสดงแสร้งทำอยู่..
“..อื้มม ถ้าพ่อยกอาคาร และที่ดินด้านเหนือของเมืองให้ลูกล่ะ มันพอที่จะผลิตในจำนวนเท่านั้นต่อวันได้หรือไม่ลูกรัก..” ออกัสกล่าวพร้อมกับเสนอทางแก้ไขนี้ให้บุตรของตน และรองผู้บัญชาการวอล์ตันเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน..
“คุณหนูคาเรนขอรับ.. ข้าเชื่อว่าเหล่าภรรยาของทหารทั่วทั้งดินแดน ้าที่จะทำงานกับคุณหนูขอรับ.. อาจะมีหลายพันคนเลยเสียด้วยซ้ำ ข้าว่าพวกนางยินดีที่จะทำงานนี้ด้วยความเต็มใจ.. ข้าจะได้ช่วยกระจายข่าวผ่านพวกทหารเื่การรับสมัครคนงานอีกทางหนึ่งด้วยขอรับ..” วอล์ต้นกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“อย่างนั้นรึเ้าคะท่านวอล์ตัน ข้าไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยเ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นข้าขอขอบคุณท่านล่วงหน้าเลยนะเ้าคะ เอาไว้ข้ากับนาธานขอปรึกษาเื่จำนวนคนงานที่้ารับมาก่อน แล้วจะแจ้งให้ทราบอีกทีหนึ่งเ้าค่ะ.. แล้วก็ลูกก็ต้องขอพระคุณท่านพ่อที่เมตตากรุณายกที่ดิน พร้อมอาคารส่วนหนึ่งให้ลูกด้วยนะเ้าคะ.. ส่วนเ้านาธาน เ้ายังคิดว่ามีส่วนใดที่ขาดไปอีกหรือไม่” คาเรนกล่าว
“..ขออนุญาตขอรับ สิ่งที่เรายังไม่ได้คำนวณนั้นคือค่าแรงงานขอรับ.. ซึ่งแน่นอนเมื่อคุณหนูขายเหล้าขาวนี้ด้วยราคาทุน ดังนั้นเราก็จะไม่มีกำไร หรือเงินในส่วนที่จะจ้างแรงงานขอรับคุณหนู..” นาธานกล่าว
“นั่นสินะ.. ปกติแล้วเราจ้างค่าจ้างให้กับพนักงานเท่าเทียมกัน คนละ 1 เหรียญทอง ถ้าเรารับมาเพิ่มจำนวนเท่าใด ต้นทุนเราก็จะมากตามไปเท่านั้นด้วย.. อื้มม ท่านพ่อเ้าคะ ถ้าเกิดเป็เช่นนี้ หลังจากจบงานประมูลสินค้า ลูกจำเป็ต้องหักเอากำไรบางส่วนมาใช้กับเื่จุกจิกเช่นนี้ด้วยส่วนหนึ่งนะเ้าคะ..” คาเรนกล่าว ส่วนออกัสที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจความคิดของบุตรสาวตนเอง..
“ลูกรัก.. เงินจากการประมูลนั้นมันก็จะได้รับมาจากสินค้า และความคิดของลูก.. แค่ลูกแบ่งมาเพื่อใช้สำหรับา พ่อก็ไม่รู้จะพูดยังไงกับลูกแล้วที่นึกถึงดินแดนเรามากขนาดนี้.. เื่เงินนั้นไม่ว่ายังไงมันก็คือของของลูก ลูกจะตัดสินใจใช้มันอย่างไรก็แล้วแต่ลูกเถอะ..” ออกัสกล่าวทำความเข้าใจกับลูกใหม่ เดิมทีเขาเพียง้าจะยืมเงินเท่านั้น เขาไม่ได้้าที่จะฮุบเงินจากความคิดการประมูลนี้เลยแม้แต่เหรียญทองแดงเดียว ถ้าลูก้าจะให้เขาเท่าไร เขาก็จะใช้เท่านั้น มันก็แค่นั้นเอง..
“ใช่แล้วขอรับคุณหนู.. เพียงเท่านี้พวกข้าก็ทราบซึ้งจนไม่รู้ว่าจะตอบแทนหรือจะพูดขอบพระคุณคุณหนูยังไงดีแล้วขอรับ..” เหล่าเ้าเมือง และรองผู้บัญชาการต่างก็คิดไปในทิศทางเดียวกัน..
“ท่านพ่อ ทุกท่าน.. อย่างที่ข้าได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ตัวข้าเองก็เป็ผู้คนคนหนึ่งในผู้คนของดินแดนทางตอนเหนือนี้เช่นกัน หากมีปัญหาเช่นานี้เกิดขึ้น จะให้ตัวของข้าอยู่เฉยๆ และนั่งมองดูบ้านเกิดมีภัยเช่นนี้ได้เยี่ยงไรล่ะเ้าคะ..” คาเรนกล่าวพร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง ก่อนที่เธอจะคิดบางอย่างออกมาได้ เพราะถ้าจะให้เถียงกันอย่างนี้ก็คงจะไม่จบไม่สิ้นกันพอดี..