ช่างตัดพระภูษาจากร้านเลื่องชื่อในเมืองหลวงทยอยเข้ามายังตำหนักหมีขาวพระชายาร่างใหญ่ที่เพิ่งขึ้นมาการควบคุมบ่าวรดน้ำผักรู้สึกงุนงงที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในตำหนักจำนวนมาก
“พวกเขาเข้ามาทำสิ่งใดซูเจิน”
“พวกเขามารอวัดตัวเพื่อตัดชุดให้พระชายาเพคะ”
“หือ! ตัดชุดทำไมกัน? ข้าไม่จำเป็นต้องมีเสื้อผ้าใหม่ สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ”หานซู่ลี่วุ่นวายใจลำพังกว่านางจะรวบรวมเงินจากการขายของขวัญแต่งงานได้หลายหมื่นตำลึงก็ยากพออยู่แล้วยังจะมีคนให้นางมาจ่ายค่าตัดเสื้อผ้าเพิ่มอีก
“ท่านอ๋องทรงสั่งไว้เพคะบอกว่าให้ไปเก็บเงินที่พระองค์” หัวหน้าช่างตัดพระภูษารีบกราบทูล
“อ้อเช่นนั้นรอเปิ่นกงอาบน้ำสักครู่” นางเคลื่อนตัวเข้าไปในห้องนอนนางกำนัลเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้เรียบร้อยแล้วเป่ยซูเจินและเป่ยซูเมิ่งรีบปรนนิบัติพระชายาแต่งตัวอย่างรวดเร็ว
เหล่าช่างตัดเย็บพากันซุบซิบเบาๆถึงเจ้าของตำหนัก
“เจ้าว่าไหม? พระชายาช่างวาสนาดีแท้ขนาดรูปร่างเป็นเช่นนี้ท่านอ๋องยังใคร่ห่วงใยเหลือเกินดูสิสั่งให้พวกเราตัดชุดให้นางตั้งหลายชุด”
“เจ้าไม่เห็นชายาโฉมงามทั้งสองที่ตำหนักโน้นหรือช่างน่าสงสารนัก สวยงามแล้วอย่างไร? หากสามีไม่เหลียวแล”
พวกเขานินทาแล้วต่างหัวเราะคิกคักกันเบาๆค่าตัดเย็บเสื้อผ้าให้พระชายาเอกนั้นเมื่อดูจากค่าผ้าที่เพิ่มมากขึ้นกว่าผู้อื่นแล้วก็ทำให้ช่างตัดพระภูษายิ้มออกมาวังของท่านอ๋องเก้าสั่งชุดเสื้อผ้าจากร้านนี้เป็นประจำพวกเขารู้ดีว่าจะต้องจัดผ้าที่ดีที่สุด และตัดเย็บให้ปราณีตที่สุด ส่วนราคานั้นท่านอ๋องไม่เคยเกี่ยงชุดของพระสนมโจวมารดาของท่านอ๋องมักจะเป็นชุดที่สวยโดดเด่นในงานเลี้ยงวังหลวงเสมอ
แม้บรรดาเจ้านายในวังจะมีกองการพระภูษาแต่ร้านภายนอกกลับนำเอาผ้านำเข้าจากต่างแดน รวมถึงลวดลายการเย็บปักแบบใหม่ๆมาประยุกต์เสมอ ทำให้ได้ลวดลายและชุดที่สวยงาม
พระชายายืนให้บรรดาช่างมาวัดตัวหญิงสาวเหล่านั้นล้วนรูปร่างผอมเพรียวจึงโอบนางไม่รอบต้องคอยช่วยกันวัดตัวนางถึงสามคนด้วยกัน พระชายาชี้แบบชุดและลวดลวยที่ตนเองชอบ
“น้องหญิงเจ้าชอบชุดแบบใดก็สั่งเพิ่มไปอีกได้ ข้าจะเป็นผู้จ่ายค่าชุดเอง” อ๋องเก้ามองหมีขาวอย่างพินิจพิเคราะห์องครักษ์เงาบอกว่า ในเรือนนางเขาเข้าไปไม่ได้คล้ายกับมีองครักษ์เงาซ่อนอยู่ในเรือนตลอดเวลา จึงไม่กล้าบุ่มบ่าม
หานซู่ลี่หันมาคลี่ยิ้มเบิกบาน“ขอบพระทัย ท่านพี่ หม่อมฉันเลือกเอาไว้แล้วห้าชุดเผื่อออกงานอื่นด้วย จะได้ไม่ต้องให้ช่างมาลำบากวัดตัวอีกรอบ”
สายตาของนางดูประชดประชันแต่ปากอูมน้อยๆนั้นกลับยิ้มหวาน อ๋องเก้ายกยิ้มร้ายมุมปาก "ดูเจ้าสิไม่คิดจะลดขนาดรูปร่างบ้างหรือไร?” พระสวามีรูปงามแต่งกายประณีตเดินเข้ามาใกล้นาง “แต่ก็ช่างเถิดถึงอย่างไรก็ได้ชื่อว่า เป็นพระชายาที่น่ารักของข้า”
ช่างตัดพระภูษาทั้งห้าคนก้มลงอมยิ้มหน้าแดง รู้สึกเหมือนตนเองถูกท่านอ๋องเกี้ยวพา ท่านอ๋องรูปงามทรงหยอกเย้าพระชายาหมีขาวได้น่าเอ็นดูนักเคยได้ยินแต่คนเล่าลือกันว่า ท่านอ๋องทรงรักใคร่พระชายาเอกมาก พาเสด็จไปตลาดและเลือกซื้อของ
หากไม่ได้ยินถ้อยคำหวานล้ำจากปากท่านอ๋องในวันนี้คงจะไม่เชื่อเป็นแน่ว่า บุรุษสูงศักดิ์รูปงามที่หญิงสาวทั้งแคว้นอยากถวายตัวจะดูแลพระชายาเอกที่อ้วนใหญ่จนแลอัปลักษณ์ดีเช่นนี้
หานซูลี่ก้มหน้าลงเล็กน้อยนางรู้สึกสังหรณ์ไม่ดี คราแรกคืนสมรสเขากลับทำทีว่าต้องการให้ต่างคนต่างอยู่แต่เมื่อวานนี้ กลับทำตัวคล้ายอยากจะล้วงความลับของนางในตำหนักหมีขาวใบหน้าหล่อเหลาที่ดูแอบแฝงความร้ายกาจนี้ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร?
“ข้าอยากจะมากินข้าวกลางวันกับเจ้า”
“เพคะหม่อมฉันจะให้ซูเจินจัดโต๊ะ”
พระชายาหันไปพยักหน้าให้เป่ยซูเจินนางกำนัลผู้รู้งานจึงเร่งไปสั่งบ่าวให้แจ้งที่โรงครัวจัดอาหารสำหรับท่านอ๋องและพระชายา
ช่างตัดพระภูษาเมื่อเสร็จธุระแล้วก็ลากลับต่างคนต่างเหลือบมองกันอย่างมีนัยออกไปจากวังแห่งนี้คงต้องไปหาที่สนทนากันเรื่องท่านอ๋องเก้าให้กระจาย ‘ใครว่าคนอัปลักษณ์จะไม่ได้รับความรักจากสามีรูปงามเล่า?ท่านอ๋องเก้าเป็นเทพบุตรอย่างแท้จริงไม่รังเกียจพระชายาหมีขาวที่คนทั้งเมืองเคยปรามาส’
เมื่อแขกทั้งหมดจากไปแล้วองค์หญิงหานซู่ลี่ก็คิดแผนจะทำให้ท่านอ๋องกระเจิงออกจากตำหนักของตน
“ท่านอ๋องเพคะหม่อมฉันกินมูมมาม ทรงนั่งฝั่งโน้นเถิด” นิ้วอ้วนกลมชี้ไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอ๋องเก้ายิ้มน้อยๆ เดินไปนั่งแต่โดยดี
‘เจ้ามีอะไรจะแสดงก็แสดงมาเถิดข้าพร้อมแล้ว’ บุรุษสูงศักดิ์ยิ้มในหน้าพลางยกถ้วยข้าวกับตะเกียบขึ้น
“กินเถิดน้องหญิงเดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”
หานซูลี่ก้มหน้าก้มหน้ากินโดยไม่มองหน้าพระสวามีนางพยายามทำมูมมามเสียงดัง ซดชามน้ำแกงโฮกๆ
“ซูเจินขอชามใหญ่กว่านี้มาให้เปิ่นกงที”
เป่ยซูเจินช่างรู้งานนางสรรหาถ้วยปากบานใบใหญ่มาใส่น้ำแกงให้องค์หญิง
“เอิ๊ก! เอือก!”หานซูลี่ทำเสียงเรอดังๆ แต่อ๋องเก้ายังคงกินด้วยอาการปกติกินไปก็มองนางไปแทบไม่ละสายตา
ตราบจนเขาวางถ้วยข้าวจิบน้ำชาลงไปหลายจอกแล้ว นางก็ยังไม่หยุดกิน อ๋องเก้าจึงเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ
“น้องหญิงเจ้ากินจนเลอะเทอะไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าในสาบเสื้อออกมาเช็ดปากให้นางอย่างเบามือ“มานี่เถิด ให้เปิ่นหวางป้อนเจ้าจะดีกว่า หากปล่อยให้เจ้ากินเองต่อไปเสื้อผ้าคงจะเลอะเทอะยิ่งกว่านี้”
นางกำนัลทั้งสองอ้าปากค้างเมื่อรู้ว่า นอกจากแผนขององค์หญิงจะไม่ได้ผลแล้ว ท่านอ๋องยังแย่งเอาชามข้าวในมือไปถือไว้เองหานซูลี่ขยับปากจะแย้งแต่อ๋องเก้าที่สังเกตริมฝีปากอวบอูมนั้นกลับรู้ทัน
“เจ้าไม่ต้องคิดจะกินเองหรอก ภรรยาที่ดีต้องเชื่อฟังสามีหลักสามเชื่อฟังนี้เจ้าน่าจะจำได้” เมื่อโต้แย้งไม่ทันองค์หญิงจึงได้นั่งแต่ทำตาปริบๆรอให้เขาสั่งอ้าปากป้อนข้าวจนหมดชาม
“อิ่มแล้วเพคะ” ปากอิ่มอูมรีบขยับบอกแต่พลันแทบจะตกเก้าอี้ เมื่อได้ยิน อ๋องเก้าเรียกนางกำนัลของนางเสียงดัง
“ซูเจิน ซูเมิ่งพวกเจ้าไปเตรียมน้ำให้พระชายาอาบใหม่เดี๋ยวนี้เปิ่นหวางจะกอดพระชายาที่มีแต่กลิ่นอาหารได้อย่างไร?”
-------------------------------------