จ้าวตงหานทนไม่ไหวจนต้องลุกยืนขึ้นมา เสียงก็ดังเพิ่มขึ้นไปด้วย
“พี่ทำไมต้องยอมถึงขนาดนี้ด้วย! ในใจพี่ล้วนมีแต่พี่อู๋ที่พี่รักแต่ตอนนี้กลับจะไปแต่งงานกับอีกคนหนึ่งที่ตนเองไม่ชอบ นี่มันเกี่ยวพันกับความสุขชั่วชีวิตของพี่เลยนะทำไมพี่ถึงเลอะเทอะขนาดนี้!”
“พี่ไม่รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมอะไรเลยแต่ทางกลับกันมีความสุขเสียมากกว่า ได้ข่าวว่านายน้อยตระกูลมู่คนนั้นทั้งหล่อทั้งรวยเป็เทพบุตรในสายตาพวกผู้หญิงทุกคนเลยอีกต่างหาก ยิ่งกว่านั้นนะ พี่แต่งเข้าบ้านเขารับรองไม่ลำบากแน่”
จ้าวเซี่ยหน่วนใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มแต่น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ
ไม่ง่ายที่จะเห็นพี่สาวในสภาพแบบนี้ จ้าวตงหานคว้าไหล่ทั้งสองข้างของพี่สาวและเขย่าแรงๆ
“งั้นพี่บอกฉันมาหน่อยสิว่าทำไมต้องร้องไห้ทุกคืน? นับจากห้าวันก่อนที่พี่รู้ข่าวว่าตัวเองจะต้องแต่งงานกับตระกูลมู่พี่ผอมลงไปส่วนหนึ่งเลยรู้ตัวบ้างไหม?”
ไม่สามารถปิดบังความรู้สึกได้อีกจ้าวเซี่ยหน่วนยกมือปิดใบหน้า ร้องไห้น้ำตาไหลนองพรั่งพรูออกมา
“พี่อยากอยู่กับพี่อู๋ อยากอยู่ด้วยกันกับเขาใจจะขาดอยากจนคิดจนจะบ้าตายอยู่แล้ว”
จ้าวตงหานสงสารพี่สาวจับใจ รั้งตัวเข้ามา ปล่อยให้พี่สาวคุกเข่าร้องไห้อยู่กับบ่าของเธอ
เื่ของจ้าวเซี่ยหน่วนกับอู๋เหยียน น้องสาวเธอคนนี้รู้ดีที่สุด
สมัยมัธยมจ้าวเซี่ยหน่วนเป็นักเรียนดีเด่นแต่มีอยู่อย่างเดียวคือวิชาคณิตศาสตร์ที่ไม่ค่อยเอาไหนดังนั้นจึงไปสมัครเรียนพิเศษที่โรงเรียนสอนพิเศษในตอนนั้นครูที่มาสอนพิเศษของทางโรงเรียนพอดีเป็อู๋เหยียน
จ้าวเซี่ยหน่วนหลงรักความเป็สุภาพบุรุษของเขาขึ้นมาทันทีเธอใจกล้าขนาดเขียนจดหมายรักไปให้เขา แต่ถูกปฏิเสธกลับด้วยเหตุผลที่ว่าเธอยังเด็กเกินไป
สามปีให้หลัง ด้วยความพยายามจ้าวเซี่ยหน่วนสอบเข้ามหาวิทยาลัยอู๋เหยียนถึงยอมรับรักจากเธอ
่เวลาในมหาวิทยาลัยเป็่ที่เธอมีความสุขที่สุด ทุกครั้งหลังเลิกเรียนก็จะนัดอู๋เหยียนออกไปข้างนอกเดินเล่นมีความสุขที่สุด
หลังเรียนจบ พวกเขาวาดหวังว่าจะได้อยู่ด้วยกันจ้าวเซี่ยหน่วนจึงพาอู๋เหยียนกลับบ้านมาพบคุณพ่อคุณแม่
อู๋เหยียนเป็ครูสอนคณิตศาสตร์ธรรมดาๆ คนหนึ่งพ่อกับแม่เป็คนงานทำงานโรงงาน
ไม่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง ตระกูลจ้าวย่อมปฏิเสธเป็ธรรมดา
ไม่ใช่ว่าไม่เคยสู้ต่อไปในเวลานั้นเพื่อที่จะได้อยู่กับอู๋เหยียน จ้าวเซี่ยหน่วนที่เป็เด็กสาวเรียบร้อยมาตลอดถึงกลับกล้าอดข้าวหรือหนีออกจากบ้านก็ทำมาแล้ว
ผลสุดท้าย เป็อู๋เหยียนที่โดนจ้าวฝานส่งคนไปทำร้ายจนาเ็สาหัสและพาจ้าวเซี่ยหน่วนกลับมาบ้านและเพราะถูกจ้าวฝานไปฟ้องร้อง เมื่อออกจากโรงพยาบาลอู๋เหยียนก็ถูกคดีร้ายแรง “ล่อลวงลูกศิษย์สาว” จนถูกไล่ออกจากโรงเรียน
จ้าวฝานเตือนเธออีกครั้งว่า ถ้าหากยังติดต่อกับอู๋เหยียนอีกจะทำให้คนคนนั้นหายไปจากโลกใบนี้
รู้ว่าคุณพ่อเป็คนพูดจริงทำจริง เพื่อความปลอดภัยของคนรัก จ้าวเซี่ยหน่วนจำเป็ต้องแยกทางกับอู๋เหยียน
ผ่านไปหนึ่งปีพวกเขาก็กลับมาพบกันอีก
เป็สองคนที่รักกันมากั้แ่แรกอยู่แล้วเมื่อกลับมาพบกันอีกครั้ง ความรู้สึกก็กลับมาโดยเร็วและกลับมาคบกันอย่างลับๆ
ตลอดมาไม่มีปัญหาอะไร สองคนคบกันอย่างไม่เปิดเผยแต่ก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง
อู๋เหยียนทำการค้าเล็กๆ และยังสัญญากับจ้าวเซี่ยหน่วนอีกว่าจะตั้งใจทำให้ดีเพื่อที่จะได้ยกตัวเองให้เท่ากับฐานะของหญิงสาว และให้บ้านตระกูลจ้าวยอมรับเขาให้ได้
ขนาดจ้าวฝานเองยังเริ่มทุกอย่างจากมือเปล่าแล้วประสบความสำเร็จมาจนทุกวันนี้จ้าวฝานยังทำได้แล้วทำไมเขาจะทำไม่ได้กันเล่า
แต่ใครจะไปรู้ ก่อนหน้านั้นห้าวันคุณพ่อที่เดินทางออกจากบ้านไปหนึ่งเดือนกลับมาบ้านอย่างไม่ได้บอกกล่าว
พร้อมทั้งประกาศอย่างยินดีว่า จัดการเื่งานแต่งให้กับจ้าวเซี่ยหน่วนเรียบร้อยแล้วนั่นก็คือท่านประธานมู่อี้เฉินแห่งตระกูลมู่กรุ๊ปนั่นเอง
จ้าวเซี่ยหน่วนย่อมไม่ยินยอมเป็ธรรมดาเพิ่งพูดจบไม่เท่าไหร่ จ้าวฝานก็ต้องชักสีหน้ากลับ
จ้าวฝานถามเธอว่า ยังไม่ลืมเ้าหนุ่มอู๋เหยียนนั่นใช่หรือไม่
จ้าวเซี่ยหน่วนปฏิเสธอย่างเอาเป็เอาตายยืนยันว่าตนเองได้ยุติความสัมพันธ์กับอู๋เหยียนไปแล้ว จ้าวฝานถามอีกว่า แล้วเธอไม่พอใจคู่ที่ดีขนาดนี้ที่พ่อหาให้ตรงไหนยังพูดอีกว่าการแต่งงานจะเป็ประโยชน์ทางการค้าของตระกูลจ้าวอีกมากถ้าหากว่าเธอไม่ตกลงจะกลายเป็ลูกอกตัญญูทันทีสุดท้ายจ้าวเซี่ยหน่วนจึงยอมรับและตอบตกลงไป จึงทำให้จ้าวฝานคลายโกรธลงได้ ถึงยอมกลับไปยุ่งกับงานของเขาตามเดิม
กลางคืนวันนี้จ้าวตงหานได้ยินเสียงพี่สาวร้องไห้อยู่ในห้องทั้งคืน เธออยากจะเข้าไปปลอบประโลมแต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ตอนนั้นเธอเพียงแต่คิดได้ว่า ในเมื่ออย่างไรพี่สาวไม่อาจจะปฏิเสธงานแต่งได้งั้นก็ได้แต่เพียงหาวิธีเล่นงานจากฝ่ายตรงข้ามก็แล้วกัน
ดังนั้นเธอจึงคิดแผนวางยาให้กับมู่อี้เฉิน แล้วหลังจากนั้นก็หาวิธีทำหลักฐานว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงถ้าแบบนี้พี่สาวก็สามารถสลัดหลุดออกจากงานแต่งงานนี้ได้อย่างราบรื่นได้อยู่กับคนรักสมใจปรารถนา
แต่เสียดายสุดท้ายแผนการล้มเหลว
เธอไม่เพียงแต่ไม่สามารถช่วยพี่สาวได้แต่ทำให้ตัวเองซวยไปด้วยอีกคน
ถ้าหากว่าในอนาคตพี่สาวจะต้องแต่งงานเข้าบ้านตระกูลมู่จริงละก็มู่อี้เฉินคนนั้นชอบอารมณ์หงุดหงิด น่ากลัวเสียยิ่งกว่าอะไรถ้าเขารู้ว่าพี่สาวมีชายอื่นในใจ ไม่รู้ว่าเขาจะทำร้ายพี่สาวอย่างไรพี่สาวของเธอยิ่งกลัวทุกสิ่ง ปอดจนไม่กล้าที่จะทำอะไรขนาดมีคนรังแกก็ยังไม่กล้าที่จะปริปากพูด
อยู่ที่บ้านตระกูลจ้าว พี่สาวมีฐานะเป็คุณหนูใหญ่ อีกทั้งมีเธออยู่ด้วยไม่มีใครกล้าที่จะรังแกจ้าวเซี่ยหน่วนแต่ถ้าถึงเวลาเธอไม่ได้อยู่ข้างกายพี่สาวแล้วจริงๆ ยิ่งคิดยิ่งไม่สบายใจ
่เวลานี้ ความคิดเธอสับสนปนเปกันไปหมด
วันต่อมา จ้าวฝานสองสามีภรรยากลับมาถึงบ้านตอนตีห้า
“เสี่ยวหน่วน ไปแต่งตัวสวยๆ ไปลูกเดี๋ยวตอนบ่ายพวกเราสามคนพ่อแม่ลูกจะต้องไปเจอหน้าบ้านตระกูลมู่นะเราจะไปคุยเื่แต่งงานของพวกลูกๆ น่ะ”
จ้าวตงหานได้ยินความว่า “สามคนพ่อแม่ลูก” ก็รู้เลยว่าไม่้าให้เธอไปด้วยเวลานี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ถ้าหากว่าเธอไปจริงๆ จะต้องเจอมู่อี้เฉินแน่ๆ เพิ่งจะเกิดเื่นั้นมาไม่นานเธอยังไม่อยากเจอเขาเลย
“ค่ะ”
จ้าวเซี่ยหน่วนตอบอย่างว่าง่ายแล้วก้มลงถามเสียงเบาว่า
“เอาเสี่ยวหานไปด้วยได้ไหมคะ?”
“เธอน่ะเหรอ?”
จ้าวฝานขมวดคิ้วเข้าหากัน มองไปทางจ้าวตงหาน บ่งบอกว่าไม่อยากให้ไปด้วย
“เจอคู่แต่งงานของหนูเื่ใหญ่ขนาดนี้จะไม่ให้น้องสาวไปด้วยได้อย่างไร ในอนาคตก็ต้องแต่งงานอยู่แล้ว เื่ของเสี่ยวหานช้าเร็วฝั่งนั้นก็ต้องรู้พวกเราทั้งบ้านไป ก็ไม่ใช่เพราะว่าแสดงความจริงใจให้ความสำคัญต่อบ้านตระกูลมู่เขาหรอกหรือคะ”
จ้าวเซี่ยหน่วนพูดเอาใจคุณพ่อเธอเองต่างหากที่ไม่ค่อยอยากเจอคนแปลกหน้า หากมีน้องสาวอยู่ข้างกายอย่างน้อยก็รู้สึกอุ่นใจ
รู้สึกว่าที่ลูกสาวพูดมาก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อยจ้าวฝานที่กำลังลองเสื้อสูทอยู่ก็พลางหันไปพูดกับจ้าวตงหานว่า
“เธอก็ไปด้วยกันนั่นแหละ!”
“ทุกคนไปกันเถอะค่ะ ตอนบ่ายหนูมีประชุมกลัวว่าจะไม่มีเวลา”
“งานประชุมให้ใครแทนก็ได้แล้ว อนาคตพี่สาวเธอสำคัญกว่า”
คุณนายจ้าวพูดไปพลางใส่เนกไทให้สามี
จ้าวเซี่ยหน่วนก็พูดอย่างอ่อนโยนอีกครั้งว่า
“เสี่ยวหาน พี่อยากให้เธอไปด้วย”
จ้าวตงหานที่สามารถปฏิเสธได้ทุกคน ยกเว้นคนคนเดียวที่ไม่สามารถปฏิเสธได้คือพี่สาวของเธอจ้าวเซี่ยหน่วน
หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง จ้าวตงหานก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยขึ้นไปนั่งอยู่เบาะหลังของโรลส์-รอยซ์รถหรูคันงาม
ข้างกายเธอมีจ้าวตงหานที่นั่งเป็ระเบียบเรียบร้อยเช่นกัน สองพี่น้องสง่างามเหมือนกันหาใดเปรียบเพียงแต่สองคนจับมือกันแน่นไว้ไม่ยอมปล่อย
จ้าวตงหานในใจคิดอย่างร้อนรนกังวลใจ กลัวว่าหากอีกสักครู่เจอมู่อี้เฉินเขาจะพูดเื่เมื่อคืนนั้นออกมามากที่สุด
วันนี้ทุกคนในครอบครัวอยู่กันครบหมดเธอไม่อยากให้พวกเขาขายหน้าเพราะเธอ
เธอวางแผนการอยู่ในใจแล้วว่าอีกสักครู่หากถึงแล้วเธอจะนั่งอยู่เป็เพื่อนพี่สาวสักพักหนึ่ง แล้วหาข้ออ้างปลีกตัวออกมายังไงเธอก็ไม่ใช่ตัวเด่นวันนี้อยู่แล้ว ไม่มีใครสนใจเธอสักเท่าไหร่กันหรอก
เวลาเที่ยงวัน สิบสองนาฬิกาสี่สิบห้านาที มู่อี้เฉินก็ปรากฏกายอยู่หน้าทางเข้าภัตตาคารอาหารของตระกูลตนเอง
การปรากฏตัวของเขาทำให้คนรอบข้างสนใจเป็อย่างมาก
มู่ป๋อเชารู้อยู่แล้วว่า ลูกชายของเขานั้นั้แ่เล็กจนโตมีอะไรที่โดดเด่นมาตลอดจึงเตรียมรวบรวมบอดี้การ์ดเอาไว้ให้เขาใช้ในยามที่จำเป็
คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาตรงเวลาขนาดนี้
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/90ce161da221886d696d6570951463b2
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #หนีรักร้ายท่านประธานเ้าเล่ห์ #readAwrite ด้วยน้า