EP.5 — ผู้ชายบนบันได
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินขึ้นมาจากชั้นล่าง
ดังเป็จังหวะช้า ๆ
ก้องไปทั่วผนังไม้ที่ผุเกินครึ่ง
เหมือนเสียงหัวใจของบ้านทั้งหลัง
ศศิชาไม่เห็นหน้าเขาในทันที
แต่ธันวาเห็น—
และสีหน้าของผู้ชายอย่างเขา
ที่จนนาทีก่อนยังทำหน้ากร่าง
กลับซีดเหมือนผ้าขาวสารทันที
ศศิชาจับได้จากแค่ลมหายใจของเขา
ธันวากลัวคนที่กำลังขึ้นมา
มากกว่าเงาผู้หญิงที่ตามหลอกอยู่เสียอีก
“นั่น… ไม่ใช่เื่ของคุณนะ”
ธันวาเอ่ยเสียงสั่น
เหมือนกำลังต่อรองกับใครที่เขาไม่อยากเจอ
ไม่ใช่ผี
แต่เป็ “คน”
ศศิชาเพ่งมองไปทางบันได
ในที่สุด เงาของผู้ชายคนนั้นก็โผล่พ้นขั้นบนสุด
ร่างสูง ไหล่กว้าง
แต่นิ่งเหมือนรูปปั้นที่ขยับได้
หน้าของเขาถูกแสงจากชั้นล่างส่องขึ้นมา
เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้น…
คุ้นแบบที่ใคร ๆ ก็เคยเห็นผ่านข่าว
เขาคือ
สารวัตรอริณ
ตำรวจหัวหน้าชุดที่สืบคดีไฟไหม้เมื่อสามปีก่อน
คนเดียวกับที่ปิดคดีว่า
“อุบัติเหตุ สายไฟลัดวงจร”
ทั้งที่พยานหลายคนยืนยันว่าได้ยินเสียงกรีดร้องก่อนบ้านจะลุกไหม้
แต่ที่ทำให้ศศิชานิ่งไปคือ—
เขา ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้
เพราะในสำนวนข่าวเก่า
อริณ “ประกาศลาออกจากราชการ” หลังปิดคดีได้ไม่กี่เดือน
แล้วหายตัวไปจากพื้นที่สาธารณะเกือบสองปี
ไม่มีรูป ไม่มีข่าว ไม่มีบทสัมภาษณ์
เหมือนคนถูกดูดหายไปจากโลก
แต่คืนนี้ เขามายืนตรงนี้
ในบ้านที่เกี่ยวกับคดีที่เขาเองเป็คนปิดทับไว้
เขามองศศิชาด้วยสายตานิ่งมาก
นิ่มจนวิเคราะห์ไม่ได้ว่าเป็ศัตรูหรือมิตร
แล้วพูดอย่างเป็ทางการราวกับยืนอยู่ในห้องสอบสวน
“คุณ… ไม่ควรได้ยินเสียงเมื่อครู่”
ศศิชารู้สึกถึงแรงสะกิดเบา ๆ ที่ไหล่
เหมือนมือเย็น ๆ ของใครบางคน
เป็ผีผู้หญิงคนนั้น
เธอกระซิบช้า ๆ ชัด ๆ
“คนคนนี้… เขารู้ว่าฉันตายยังไง”
ธันวาขยับตัวไปด้านหลัง
หลบอริณเหมือนหนีสิงโต
“ผมไม่เกี่ยวแล้วนะ ผมบอกเขาไปหมดแล้ว—”
อริณหันไปมองเขา
แค่เสี้ยววินาที
แล้วธันวาก็เงียบลงเหมือนเสียงโดนบีบดับ
ศศิชารู้ทันที
ว่าคนที่ธันวากลัวที่สุด
ไม่ใช่ผี
แต่คือสารวัตรคนนี้
อริณเดินช้า ๆ มาหยุดตรงกลางระหว่างทั้งคู่
เหมือนพยายามกันลลิตาออกจากบางอย่างที่เธอไม่ควรรู้
แต่ในคำที่เขาพูด
กลับมีความหนักของความผิดที่แบกไว้มานาน
“ไฟไหม้คืนนั้น… มันไม่ใช่อุบัติเหตุ”
“และเขา—”
เขาชี้คางไปที่ธันวา
“…ไม่ใช่เหยื่อ”
ธันวาโพล่งทันที
เสียงแตกเพราะกลัว
“ผมไม่ได้ทำ! ผมแค่—ผมแค่หนี! ผมไม่ได้ฆ่าใครนะ!”
อริณพูดข้ามทันที
เสียงนิ่ง จังหวะช้าเหมือนบอกคำพิพากษา
“แต่คุณคือคนที่ล็อกประตู”
ศศิชาชะงัก
ลำคอแห้งสนิท
ผีผู้หญิงเงียบไป
ราวกับกำลังฟังคำนี้เหมือนคนเป็
อริณถอนหายใจยาว
เหมือนสิ่งที่เขาถือไว้ในอกมาเกินสามปี
หนักจนพูดไม่ออก
“บ้านหลังนี้… ไม่ยอมให้ความจริงดับ”
“ไม่ยอมให้ ‘เสียง’ ของคนที่อยู่ข้างใน ถูกกลบเหมือนที่ฉันเคยทำ”
ศศิชาจำคำนี้ได้
มันคือประโยคที่ผู้เสียชีวิตในคดีนี้
เคยโพสต์ลงโซเชียลก่อนตายหนึ่งวันพอดี
เสียงของอริณสั่นเพียงเล็กน้อย
“ฉันมาที่นี่เพราะรู้ว่า… เธอเริ่มกลับมาพูดแล้ว”
ผีผู้หญิงกระซิบที่หูของศศิชาชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
เหมือนเสียงผ่านลำโพง
“เขารู้… จนวันที่ฉันร้องให้เขาช่วย”
“และเขา… ก็ปิดหูตัวเอง”
อริณหลับตา
เหมือนคำนี้แทงจนล้มทั้งร่าง
ศศิชาเอ่ยถามเสียงเบา
คำถามที่ทั้งคดีหมุนรอมา 3 ปี
“สารวัตร… คุณปิดคดีนี้ทำไม?”
อริณลืมตา
สายตาแดงลึกเหมือนคนอดนอนหลายคืน
แล้วตอบช้า ๆ
“เพราะคนที่จุดไฟ… ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ตาย”
บ้านทั้งหลังเหมือนเงียบลงทันที
เหมือนกำแพงกำลังฟังเื่นี้ด้วย
ศศิชาใจเต้นแรง
เธอถามคำต่อไปที่เลี่ยงไม่ได้
“แล้ว… คนจุดไฟคือใคร?”
อริณหันไปมองธันวา
แล้วมองศศิชา
ก่อนตอบเสียงราบเรียบที่สุดในโลก
“คนที่จุดไฟ…
ยังอยู่ในบ้านหลังนี้ตอนนี้”
เงาผู้หญิงข้างหลังศศิชาสั่นวูบ
ธันวาหลุดร้อง
และไฟในบ้าน…
ดับลงทั้งหลังทันที !
*โปรดติดตามตอนต่อไป*