นี้อาจเป็วิชาหลอมรวมพลังิญญาที่ดีสุดในโลก ความพิเศษนี่ไม่ใช่แค่กระบวนท่าที่สวยงามและแข็งแกร่งเท่านั่น ต่อให้เป็คนที่ไม่มีพลังิญญา เมื่อนำวิชานี้ไปใช้ก็จะมีความแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาทั่วไปแล้ว
หน้าถ้ำในป่ามีชายหนุ่มกำลังนั่งศึกษาตำราวิชาการต่อสู้ที่พึ่งได้มาจากซากศพในถ้ำ สีหน้าเผยความรู้สึกยินดีเพราะวิชาที่ทำให้รากฐานผู้ฝึกมั่นคงกว่าวิชาอื่นในโลกนี้
ชายผู้นี้มีนามว่า เหลยเฟิง เป็ผู้ฝึกยุทธ์คนนึงถึงแม้ว่าถานะครอบครัวของเขายากจนแต่ด้วยพร์และความอดทนที่เหนือกว่าใครอื่นก็ทำให้เขาสามารถปกป้องคนที่เขารักได้
ทีแรกผู้คนไม่เชื่อว่าเขาที่ไม่มีทรัพยากรในการฝึกจะก้าวหน้าได้ แต่ด้วยความมานะนั่นไม่เคยทำให้ใครผิดหวังแม่จะล้มบ้างในบางครั้งแต่เขาไม่เคยท้อถอย จนวันนี้โชคก็เข้าข้างเขาที่ทำให้เขาได้เจอสมบัติของผู้แข็งแกร่งท่านนึงเข้า
เื่ที่เขาไม่รู้ก็คือในตำราที่เขาพึ่งได้มานั่นยังมีจิติญญาของตำราที่กำลังหลับไหลอยู่ด้วย
และด้วยโชคชะตาที่้าหรือฟ้าลิขิตยังไงก็ไม่รู้เลยเพิ่งที่นั่งอยู่บนก้อนหินที่กำลังหลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้นและขณะที่กำลังลุกขึ้นก็เผลอทำก้อนหินบาดมือและไปจับโดนตำราเข้าในตอนนั้นเองที่จิติญญาของตำราวิชาการต่อสู้รับรู้ได้
ขณะที่เหลยเฟิงลุกขึ้นและกำลังจะออกจากที่แห่งนี้ไปตอนนั้นเองที่จิติญญานั้นก็ปรากฏตัวออกมา
ในเวลาเดียวกันก็ทำให้เหลยเฟิงใกับสิ่งที่เห็นเขาไม่นึกว่าตำราเล่มนี้จะมีจิติญญาด้วยแต่ก็ไม่แปลกเพราะเขาก็เคยได้ยินตำนานที่ผู้เฒ่าเคยคุยกันมาก่อนเพียงแต่ไม่คิดว่าเขาจะได้เจอกับตัว
จิติญญานั้นมองเหลยเฟิงพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะถามออกไปว่า เ้าเป็คนปลุกข้าหรือ เหลยเฟิงยังไม่ทันตอบ จิติญญานั้นก็หัวเราะขึ้นมา
ฮาๆ ดูเหมือนว่าข้าพอจะมีโชคอยู่บ้างนอกจากจะถูกปลุกให้ตื่นแล้วยังมาเจอต้นกล้าที่ดีเสียด้วย
เหลยเฟิงยืนงงอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะถามไปว่าท่านคือจิติญญาของตำราเล่มนี้หรือ
ใช่ จิติญญานั้นตอบ
เหลยเฟิงแสดงสีหน้าที่ชัดเจนออกมาทันที ที่เขาถามก่อนหน้านี้เพราะ้าพิสูจน์ความคิดของตนเท่านั้น และเมื่อได้รับการยืนยันจากจิติญญานั้นแล้วเขาก็เผยความยินดีเพราะใช่ว่าใครก็จะมีโชคแบบนี้ การที่ได้เจอกับจิติญญาของตำราวิชาการต่อสู้นั้นหมายถึงเขาจะมีผู้ช่วยเสมือนอาจารย์คนนึงก็ว่าได้
แต่ก็ต้องดูว่าจิติญญาตนนี้จะเต็มใจแค่ไหน
จิติญญาตำรามองเหลยเฟิงที่กำลังครุ่นคิิดอยู่สักพักก็กล้าวออกไปว่า ข้าคือจิติญญาตำรายอดเทพยุทธ์นามว่า เหยน วิชาที่อยู่ในตำราเป็วิชาขั้นสมบูรณ์แบบทั้งหมดนับแต่ขั้น เสริมกำลังยุทธ์จนถึงขั้นสูงสุดของการฝึกตนและนอกจากนี้ยังมีวิธีฝึกพลังจิตที่ทรงพลังด้วยหลายอย่าง
เพื่อเป็การตอบแท่นที่เ้าช่วยปลุกข้าให้ตื่นอีกครั้งข้าจะคอยชี้แนะบางอย่างที่เ้าไม่เข้าใจ แต่เพื่อความปลอดภัยของเ้าแล้วเ้าคงรู้นะว่าต้องทำยังไง
แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าสิ่งที่จิติญญานั้นพูดหมายถึงอะไร ถ้าคนอื่นรู้ว่าเขามีตำราที่มีจิติญญาอยู่คนอื่นจะทำทุกอย่างเพื่อแย่งตำราไปจากเขา เป็การดีที่เขาจะเก็บไว้เป็ความลับแม้แต่คนในครอบครัวเขาก็ไม่อาจบอกได้ ทุกคนย่อมมีความลับกันทั้งนั้น
เมื่อคิดได้แบบนั้นเหลยเฟิงก็ยิ้มหน่อยๆ ก่อนจะโค้งคำนับและบอกไปว่า ข้าน้อยมีนามว่าเหลยเฟิงเป็โชคของข้าที่ได้มาเจอท่าน ข้าจะเก็บเื่นี้เป็ความลับให้ดีขอรับ
เหยนเห็นแบบนี้ก็พยักหน้าด้วยความพอใจ เพราะเขารู้สึกชอบเด็กคนนี้
เหยนสังเกตเหลยเฟิงอยู่ครู่นึ่งแล้วพยักหน้า เ้าถือว่ามีพร์อายุเพียงเท่านี้ก็สามารถฝึกมาถึงขั้นเจ็ดของเสริมกำลังยุทธ์แล้ว และยังมีพลังจิตที่แข็งแกร่งอีกด้วยแต่ดูเหมือนเ้าไม่เคยฝึกสินะถึงได้สะเปะสะปะแบบนั้น เอาเถอะถ้าเ้ามีเวลามากพอข้าก็จะช่วยชี้แนะให้
หลังจากที่เหลยเฟิงได้ยินแบบนั้นก็อดดีใจมากกว่าเดิมไม่ได้และกล่าวขอบคุณจิติญญานั้นทันที
จากนั้นเขาก็ถามว่าระดับพลังที่ท่านพูดถึงว่าจุดสูงสุดนั้นคือระดับไหนหรือขอรับ จากความรู้ของเขานอกจากระดับเสริมกำลังยุทธ์แล้วก็มี ชีพจรยุทธ์,พลังยุทธ์แท้จริง,ท่องเวหา,เขตแดนยุทธ์
เหยนได้ยินแบบนั้นก็ถามกลับไปว่าแล้วเ้ารู้ถึงขั้นไหนละ เหลยเฟิงตอบว่า เสริมกำลังยุทธ์,ชีพจรยุทธ์,พลังยุทธ์แท้จริงแล้วก็เขตแดนยุทธ์
เหยินได้ฟังแบบนั้นก็ตอบออกไปว่านอกจากที่เ้ารู้ก็มีอีกมากเช่นต่อจากระดับเขตแดนยุทธ์ก็จะเป็ เ้าเวหา,จักรพรรดิยุทธ์,เซียนยุทธ์,เทพยุทธ์และระดับเหนือเทพยุทธ์ที่ใครต่างก็ไฝ่ฝันแน่นอนว่าแต่ละระดับมีเก้าขั้นเหมือนกัน
เหลยเฟิงรู้สึกตื่นเต้นมากกะว่าจะถามอะไรอีกแต่เหยนกลับโบกมือแล้วบอกไปว่าเอาละข้าจะไปพักผ่อนก่อนเ้าจะทำอะไรก็ทำแต่จำไว้ว่าเื่นี้เ้าห้ามแผ่งพลายพูดจบก็หายไปทันที
เหลยเฟิงทำหน้ารู้สึกเสยดายอยู่บ้างแต่ก็เก็บอาการไว้ก่อนที่เขาจะออกจากที่แห่งนี้ไป
เมื่อเขากลับมาถึงบ้านก็เป็เวลาค่ำแล้วท่านพี่ท่านกลับมาแล้วครั้งนี้ท่านพี่กลับมาค่ำเลยนะรู้ไหมว่าข้ากับท่านแม่เป็ห่วงท่านมาก พอเขาเห็นน้องสาวเขาก็รู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมา ที่เขาฝึกฝนอย่างหนักทุกวันนี้ก็เพื่อปกป้องน้องสาวและแม่ของเขา น้องสาวของเหลยเฟิงชื่อ เฟิงชิงเอเป็สาวน้อยที่น่ารักและมีพร์ที่ไม่แพ้กันกับเหลยเฟิงเลย
เฟิงเออเ้ากลับมาแล้วหรือ พอเขาเข้าไปในบ้านแม่เขาก็ถามขึ้นมาทันที
ข้ากลับมาแล้วท่านแม่ วันนี้ข้าได้สมุนไพริญญามาเยอะเลยพรุ่งนี้ข้าฝากท่านแม่เอาไปขายที่ร้านรับซื้อสมุนไพรให้ข้าด้วยนะขอรับ
จากนั้นเขาก็เข้าห้องนอนของตนเพื่อศึกษาตำราวิชาต่อสู้ที่ได้มาทันที เมื่อตอนกลางวันเขาแค่อ่านผ่านๆไปไม่กี่บทเองและยังได้พบกับเหยนจิติญญาของตำราเสียก่อนเลยไม่ได้ตั้งใจศึกษาตำราโดยละเอียด
เมื่อเขาได้อ่านดูอย่างละเอียดเขาก็มีความสนใจในวิชามัดวิชานึงมีที่มาจากจักรพรรดิเทพยุทธ์องค์นึงคิดค้นขึ้นมาชื่อว่าวิชามัดทะลายเมฆา
ซึ่งวิธีการฝึกก็โหดเอาเื่เหมือนกัน ผู้ที่จะฝึกฝนวิชานี้ต้องมีรากฐานร่างกายที่แข็งแรงและแม้คนที่ไม่มีพลังยุทธ์ก็สามารถฝึกฝนได้ และเขากำมีสถานที่ที่เหมาะสำหรับฝึกร่างกายพอดีก็ แต่เขายังไม่รีบร้อนเพราะต้องรอรับยาสำหรับฝึกฝนก่อนซึ่งวันแจกจ่ายยาของตระกูลใกล้จะมาถึงแล้วอีกแค่ห้าวันเท่านั้นเองระหว่างนี้เขาก็แค่ศึกษาวิชานี้ให้จำขึ้นใจเสียก่อน
เหลยเฟิงเป็คนมีแบบแผนของตัวเอง ในแต่ละวันตอนกลางคืนเขาจะอยู่แต่ในห้องศึกษาวิชามัดตอนกลางวันเขาจะออกไปหาสมุนไพรและมักจะล่าสัตว์ป่ามาบ้างในบางครั้ง
ครอบครัวของเขาเป็ครอบเล็กไปในตระกูลสาขาย่อยของตระกูลเองจึงเป็เื่ปกติที่เขาต้องแสวงหาทรัพยากรในการฝึกเอง นอกจากทรัพยากรการฝึกแล้วเื่เงินทองทางตระกูลก็ไม่ได้แบ่งปันอะไรมาให้ครอบครัวเขาเลย เพราะครอบครัวของเขาขาดหัวหน้าครอบครัวไปนานแล้วนั้นก็คือพ่อของเขาและเหลยเฟิงเองก็ไม่รู้ว่าพ่อของตนไปอยู่ที่ไหน
เพื่อให้แม่และน้องมีอยู่มีกินเขาจึงรับหน้าที่ในการหาเลี้ยงครอบครัวเองั้แ่เขาอายุได้สิบหกปีเขาก็รับหน้าทีนี้มาจากแม่ของเขา
ั้แ่เล็กจนโตเขาเห็นแม่ของตนต้องทนลำบากเพื่อหาเลี้ยงตนและน้องสาว นั้นทำให้เขาคิดเสมอมาว่าโตขึ้นตัวเองจะต้องดูแลแม่และน้องแท่นพ่อที่ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน เขาเคยถามแม่เขาหลายครั้งแต่แม่เขาบอกแค่ว่าพ่อของเ้าได้ทำการเสียสละเพื่อพวกเรา
ดังนั้นนอกจากยาที่ทางตระกูลแจกจ่ายแล้วทุกอย่างเขาต้องพึ่งตนเองทุกวันนี้เขาต้องเขาป่าหาสมุนไพรเพื่อขายหรือแลกกับสิ่งของที่อยากได้
เขาทำแบบนี้มาตลอดสามปีแล้วทุกวันจะเขาป่านอกจากเพื่อหาสมุนไพรแล้วเขายังฝึกฝนอยู่ในป่าด้วย เขาไม่ได้เหมือนเด็กคนอื่นที่มีคนคอยหนุนหลัง
และแล้ววันเวลก็ผ่านไปถึงวันที่ต้องไปรับยาสำหรับฝึกฝน เด็กั้แ่สามารถฝึกฝนเป็จอมยุทธได้จะได้รับยาสำหรับฝึกเดือนละสองเม็ดและวันนี้ก็เป็วันที่ทางตระกูลจะแจกจ่ายยาให้กับคนในตระกูล
เหลยเฟิงและน้องสาวจึงจะไปรับยาที่เรือนหลักของตระกูล เพื่อรับยาตามปกติ แต่วันนี้มีสิ่งที่ผิดปกติก็คือคู่อาริของเขาเสินเฟินที่เดินนำหน้าพักพวกมาแต่ไกล
ชายคนนี้เป็หลานของผู้าุโแปดซึ่งมีฐานะดีในตระกูลและชอบหาเื่เหลยเฟิงมาตลอดเพราะอิจฉาในความสามารถและพร์ของเหลยเฟิงที่โดดเด่นกว่าตนและปู่ของเขาก็มักจะเปรียบเทียบตนกับเหลยเฟิงอยู่เสมอนั้นจึงทำให้เขาไม่ชอบขี้หน้าคนเหลยเฟิงและมักหาเื่อยู่เรื่อย
เ้าหมอนี่แม้ไม่มีคนหนุนหลังแต่กลับสามารถฝึกฝนได้เร็วเกือบทันเขาแล้วเสินเฟิงคิดในใจ