รุ่งอรุณของวันที่ 26
***นก [ไฮเจน]
“โอ้ย… พอ พักผ่อนตรงนี้กันเถอะ”
พวกเราบินหนีกลับมาตั้งหลักอยู่บนเนินทุ่งหญ้าโล่งกว้างแห่งหนึ่ง
มันเป็เส้นทางระหว่างรังแรกกับรังที่สองของพวกสองแขน
เนื่องจากเจอควันไฟป่าขนาดใหญ่รังควานการโจมตี ชั้นเลยคิดว่าควรจะถอยออกมาก่อน
แถมเพราะพิษจากควันไฟ เลยทำให้สภาพร่างกายไม่สู้ดีเท่าไหรนักอีกด้วย
“แค๊ก! แสบตาชิบหาย! พอ ๆ เอาไว้บุกพรุ่งนี้ต่อแล้วกัน! ”
“เออ… ไฮเจนครับ จะให้ส่งคนบินออกไปลานตระเวนเฝ้าระวังไหมครับ? ”
นกผิวสีแดงสดที่เป็หนึ่งในผู้ชื่นชอบไฮเปอร์ได้เข้ามาทักท้วงชั้น
พูดอะไรโง่ ๆ ออกมาได้นะหมอนี่
“ระดับล่างอย่างแกที่บินได้สูงแค่ห้าพันฟุตนะ ไม่ต้องมาเสนอความเห็นเลย! พวกขี้ขลาดอย่างสองแขนนะ คงเอาแต่มุดหัวอยู่ในรังเท่านั้นละ จะไปกลัวอะไร!? เสียเวลาพักผ่อนเปล่า ๆ ”
จากข้อมูลของหน่วยสำรวจใน่ยี่สิบวันแรก พวกสองแขนมีแต่ถูกขับไล่และแพ้าติดต่อกันมาโดยตลอด
ถึงในสองวันแรกพวกเราจะแพ้า แต่นั่นเป็เพราะพวกเราดันทะลึ่งไปสู้ระยะประชิดเองต่างหาก
ไม่เหมือนกับตอนนี้ ที่พวกเรามีทั้งอารยธรรมและอาวุธล้ำสมัยมากกว่าพวกมัน
จะไปกลัวทำไมกันละ?
“เพราะงั้นจงนอนพักให้สบาย เก็บเอาแรงไว้คืนนี้บุกตีอีกรอบไป! ”
***อัศวินสีแดง [โซเดียม]
หัวหน้าไฮเจนว่าไงเราก็ว่าตาม
แต่เรารู้สึกไม่สบายใจเลย
สัญชาตญาณของเรากำลังกรีดร้องเตือนภัยดังก้องกังวาลอยู่
เราหันไปรอบตัวเอง
ที่สุดปลายขอบฟ้า เราเห็นกลุ่มก้อนอะไรบางอย่างกำลังวิ่งฝุ่นตลบมาทางนี้อยู่
เอาจริง ๆ เราเห็นมันวิ่งตามมาั้แ่ตอนบินออกจากเมืองแล้ว
แต่เป็เพราะเห็นว่าวิ่งเร็วมาก เลยไม่คิดว่าจะเป็พวกตัวสองแขนเ่าั้ได้
“อืม… แต่ยังไงก็อยากให้เพิ่มการระวังมากกว่านี้จริง ๆ นั่นละ”
เราคิดเช่นนั้น
เอาจริงคือเราไม่ค่อยจะเห็นด้วยเกี่ยวกับการออกมาช่วยเปอร์ไซด์ในครั้งนี้
เพราะยัยนั่นนะบื้อออกจะตาย
บางอาจจะไม่ได้ถูกจับ แต่เป็กำลังบินหลงทิศอยู่ก็ได้
หรือไม่ก็สวนทางกับพวกเราจนกลับถึงบ้านแล้ว
“เอาเถอะ ว่าไงก็ว่างั้น ยังไงนิสัยของยัยนั่นก็น่าเป็ห่วงจริง ๆ นั่นละ”
เราพึมพำกับตัวเองเช่นนั้น ก่อนที่จะเริ่มล้มตัวนอนลงบนพื้นหญ้าที่อ่อนนุ่มสบายนี้
***นักรบสมองกล้าม [เอรีส]
โดยไม่รีรอให้ศัตรูรู้สึกตัวก่อน
โดยไม่จำเป็ต้องเป่าแตรศึก
เพียงแค่สัญญาณมือจากหัวแถวที่สับลงมา
กองทหารม้าแฟนตาซีทั้งห้าหมื่นนายก็ได้วิ่งทะยานพุ่งออกไป
คลื่นทัพขบวนรูปลิ่มทั้งห้าแถวได้แผ่พุ่งเข้าหาพวกมนุษย์นกที่กำลังนอนพักอยู่บนเนินหญ้ารอบทิศทาง
ระยะห่างเหลืออีกหนึ่งกิโลเมตร
ฝุ่นควันได้ปลิวลอยคลุ้งจนบดบั่งวิสัยทัศน์เื้ั
ม้าปีศาจที่ฉันคอบได้ทะยานพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง
เป็ความเร็วที่ม้าจากโลกเดิมมิอาจเทียบเท่าได้
ยูนิคอร์น ไบคอร์น สเลปนีย์ และม้าในตำนานอีกหลากหลายที่จับมาได้ ล้วนแต่เชื่องและทรงพลังตามตำนานเล่าขานนั้น
พวกมนุษย์นกตรงหน้าฉันได้ฉับพลันตื่นขึ้น
บางทีคงรับรู้ได้ถึงแรงสั่นไหวที่ผิดปกติจากผิวดิน
แต่พวกมันรู้สึกตัวช้าไปเสียแล้ว
อาวุธในคราวนี้ของฉันคือธนูไม้กับไม้พลองกระดูก
ฉันง้างไม้พลองที่หนาหนักขึ้นมาวางพาดหัวไหลตัวเอง
ควบทะยานขึ้นมาที่แนวหน้าดั่งขุนพลผู้ห้าวหาญ
มิใช่ทำเพราะหน้าที่หรืออวดอ้างความแข็งแกร่ง
แต่เป็เพราะสายเืที่อยากต่อสู้กำลังกรีดร้องอยู่ภายในร่างต่างหาก
ก่อนที่มนุษย์จะได้ทันบินทะยานขึ้นฟ้า
กองทหารม้าของมนุษย์ก็ได้ควบทะยานเข้าปะทะกับฝูงมนุษย์นกแล้ว
ม้าปีศาจของชั้นมีขนาดตัวที่สูงใหญ่กว่าสองเมตร
ด้วยร่างกายที่สูงใหญ่นี้ จึงเยี่ยบย่ำลงบนพวกมนุษย์นกซึ่งบินหนีขึ้นฟ้าไม่ทันจนดับดิ้น
พวกมันต่างตื่นใ
บางตัวพยายามที่จะใช้กรงเล็บโจมตีสวน แต่ก็โดนฉันสวนกลับด้วยไม้พลองและวิชายุทธที่เฉียบคม
ควงหมุนเหนือหัวราวใบพัด แล้วเหวี่ยงแยกศรีษะของพวกมันจนดับดิ้น
ช่างอ่อนแอ
หากเทียบกับพวกมนุษย์นกแล้ว ความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดของพวกมันถือว่าช่างอ่อนแอยิ่งนัก
ไม่มีใครที่พอจะกระดูกแข็งอยู่ภายในกองทัพของพวกมันเลยหรือยังไง?
ที่ศูนย์กลางของกองทัพมนุษย์นกเริ่มลอยตัวขึ้นฟ้า
เสียงกระพือปีกได้ยินดั่งสนั่นก้องกระทบเข้าหู
“วกกลับ! ”
แอร์บาส์ระโออกคำสั่งตามสัญญาณมือของหัวหน้านายกองหนึ่งหมื่นคน
ได้เวลาเข้าสู่แแผนการขั้นที่สองแล้ว
ฉันชักหัวม้าให้วิ่งกลับตัวหนีออกไป
[หากเห็นพวกมันจะบินขึ้นฟ้า ให้หันหลังหนีทันที] นั่นคือรายละเอียดของแผนการที่ว่า
เอาละ มาดูหน่อยสิว่าพวกมนุษย์นกจะฉลาดแค่ไหนกันเชียว
***นก [ไฮเจน]
ชั้นบินหลบห่าฝนธนูซึ่งถูกยิงมาจากพวกสองแขน
ความรู้สึกในเวลานี้ คือความอับอายและรู้สึกถูกหยามเกียรติของตัวเอง
มาลอบโจมตีกันได้นะไอพวกสัตว์ชั้นต่ำ!
วิธียิงของมันก็ช่างประหลาด ทำไมการยิงขึ้นฟ้าถึงสามารถส่งลูกธนูมาไกลเช่นนี้ได้?
“ไต่ระดับสูงกว่านี้! ”
ชั้นกรีดร้องออกคำสั่ง
พอเห็นพวกเราบินทะยานขึ้นฟ้า พวกมันก็วกตัวหันหลังหนีทันที
ไอพวกขี้ขลาด! กลับมาก่อนเซ่!?
“ตามไปสังหารพวกมันเดียวนี้เลย! ”
“ไฮเจน! อย่าเลย เรารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยสักนิด---”
“แกอีกแล้วหรือไอตัวชั้นต่ำ! อย่าริมาเสนอความเห็นกับชั้น! ทุกคน ตามไปสังหารพวกมันให้หมด! ”
“โอ้ว! ”
***อัศวินสีแดง [โซเดียม]
“แกอีกแล้วหรือไอตัวชั้นต่ำ! อย่าริมาเสนอความเห็นกับชั้น! ทุกคน ตามไปสังหารพวกมันให้หมด! ”
“โอ้ว! ”
เรามีชื่อว่าโซเดียม ยังไงก็ช่วยจำกันหน่อยสิครับ…
แต่ไม่มีใครฟังเราเลย
มันแน่อยู่แล้ว เพราะความแปลกประหลาดของร่างกาย เลยทำให้เราไม่สามารถบินได้สูงกว่าหนึ่งหมื่นฟุตได้
สำหรับเผ่าปักษาแล้ว มันคือความน่าละอายของเผ่าพันธุ์
ดังนั้นเราเลยเป็ตัวตนเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครอยากฟัง
“แต่ว่า…”
แต่สถานการณ์แบบนี้มันไม่ควรไล่ล่าตามศัตรูเลยสักนิด
ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเอะใจเลย ว่าพวกสองแขนมันกำลังขี่สัตว์ั์ที่มีความรวดเร็วสูงอยู่
การเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่เื่ประหลาด แต่การใช้ในานี่แหละ ที่เป็เื่แปลก
เราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
ไม่สิ เคยได้รับรายงานมาอยู่ว่าพวกเขาคู่เองก็ใช้งานสัตว์ขนทองในาอยู่เหมือนกัน
แต่เพราะไม่ได้เห็นด้วยตา เลยเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะ
ที่เราอยากจะพูดเตือนทุกคน คือเื่ที่ว่าพวกสองแขนอาจจะยังมีลูกเล่นอะไรมากกว่านี้อีก
แต่ไม่มีใครฟังเราเลย
ไม่เหมือนกับไฮเจน เขาเป็นักล่าที่เก่งกาจอันดับต้นของเผ่า ทุกคนเลยเชื่อฟังเขากัน
ในชีวิตก่อนหน้า มีเพียงแค่เปอร์ไซด์คนเดียวที่ยอมเข้ามาคุยกับเรา ดีกับเรา
ถึงชีวิตรอบสองนี้ เราจะยังไม่ได้คุยกับเธอ และคนดังอย่างเธอเองก็คงไม่สนใจเรา
แต่เราจะขอสาบาน
สาบานว่าเราจะปกป้องเธอจากในมุมมืดให้ถึงที่สุดเอง
ดังนั้นเราเลยลงมาตามหาเธอถึงข้างล่างนี้พร้อมกับทุกคนที่ชื่นชอบในตัวเธอ
ทว่าทุกคนกลับจ้องแต่จะทำาจนลืมวัตถุประสงค์แรกไปหมดแล้ว
“...”
เรามองทุกคนที่บินขึ้นท้องฟ้าอย่างคนบ้าด้วยแววตาที่เหงาหงอย
“เปอร์ไซด์…”
เราพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะบินตามฝูงไปอีกคน
ในเวลาเดียวกัน
***ยักษาแห่งปฐี [บานา]
“เค้ากลับมาแล้ว~”
“ทำไมกลับมาช้าแบบนี้ละฟะยัยแครอท! ”
ในที่สุดยัยนี่ก็กลับมาได้เสียที
แปดวัน ใช้เวลาทำภารกิจสืบฐานศัตรูตั้งแปด!
นี่ถ้าหากพรุ่งนี้ยังไม่กลับ ข้าเองคงได้บุกออกไปคนเดียวตามหายัยนี่แล้ว!
“อ๊ะ? เป็ห่วงฉันเรอะ!? ”
“เออสิ! ”
ข้าพูดออกไปตรง ๆ
สหายร่วมรบอยู่กลางดงศัตรู จะไม่ให้ข้าเป็ห่วงได้ยังไงกัน
“เอ๊ อ๊ะ? เออ อุ้ย? ”
อยู่ ๆ ใบหน้าที่เขียวเรียบเนียนก็พลันแดงแจ๋ขึ้นมา
“เป็อะไร? กินยาผิดสำแดงมาเรอะ?
คงไปเก็บของผิดสำแดงมากินระหว่างที่บินกลับมาชัว
“เฮ้อ… เธอก็เป็แบบนี้ทุกที แต่ดีแล้วละที่อาการพึ่งออก ไม่งั้นคงได้ไปรายงานท่านาาทั้งสภาพ---”
“? ”
แล้วยัยนี่ก็ทำหน้าเหรอหร่าตอบข้า
ยัยนี่… หรือว่าจะ---
“ยังไม่ได้ไปรายงานผลของภารกิจให้ท่านาาฟัวใช่มั้ย? ”
“พรุ่งนี้ค่อยทำก็ได้~”
“เธอนี่มัน! ”
ระหว่างมาพบหน้าเพื่อน กับไปรายงานท่านาาเนี่ย อะไรสำคัญกว่า รู้จักจัดลำดับบ้างสิฟะยัยนี่!
“มา มานี่เลย! ข้าจะพาเธอไปเข้าพบท่านาาเดียวนี้เลย! ”
“มูว~”
ยังจะมา [มูว~] ใส่อีก ไม่ต้องมาทำตัวแอบแบ๊วเลยนะยัยนี่!
ว่าแล้วข้าเลยลากยัยนี่ไปเข้าพบาาทั้ง ๆ แบบนี้เลย
“ฮัดชิ่ว!? ”
นั่น ยังจะมาจามใส่ข้าอีก
ยัยนี่ชอบหาเื่ปวดหัวมาให้ข้าเสียจริงวุ้ย
วันที่ 28 ของเกมส์แห่งา
เวลา่รุ่งอรุณของวัน
***นก [ไฮเจน]
“พวกสองแขนบุกมาอีกแล้ว! ”
“โว้ย! ไอพวกขี้ขลาดนี้ช่างตื้อเสียจริง! ”
หนึ่งวัน หนึ่งวันเต็ม ๆ ที่พวกสองแขนต่อสู้อย่างขี้ขลาดตาขาวเช่นนี้
พอพวกเราบินไล่ตาม พวกแม่งก็วิ่งหนี
พอพวกเราหยุดพัก พวกแม่งก็ยกทัพบุกใส่
ทำแบบนี้วนซ้ำ ๆ จนหงุดหงิดแทบบ้า
ไอพวกขี้ขลาด!
“ขึ้นบิน แล้วออกล่ามันเดียวนี้เลย! ”
***อัศวินสีแดง [โซเดียม]
ช่างเป็การเข้าตีที่น่าประทับใจ
ฝูงของเราจากสามแสนได้ลดลงเหลือเพียงสองแสนแล้ว
พวกสองแขนใช้สัตว์ที่วิ่งเร็วจนพวกเราไม่อาจไล่ล่าตามได้ทัน
ถึงจะมีล่าสวนกลับได้บ้าง แต่ความสูญเสียของฝ่ายเรากลับสาหัสกว่า
มิหนำซ้ำ จากการถูกโจมตีต่อเนื่อง ก็ยิ่งทำให้พวกเราอ่อนล้า
ระดับเพดานบินและความเร็วเริ่มลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
แถมวิธีการบุกของศัตรูยังมีระบบระเบียบกว่า
พวกมันคงแบ่งเป็หน่วยย่อยหลายหน่วย แล้วเข้าตีสลับกันเพื่อถนอมแรงและรักษากำลังพล
ถ้าไม่ใช่เหตุนี้ คงไม่สามารถตอบรูปแบบการโจมตีที่ต่อเนื่องผิดปกติของพวกศัตรูได้
ช่างเป็ศัตรูที่ฉลาดเสียจริง
ผิดกับไฮเจนที่สั่งการกองทัพด้วยอารมณ์เท่านั้น
เพราะนิสัยแบบนี้ มันเลยไม่ได้ถูกรับเลือกให้เป็จ่าฝูงยังไงละ
มันเหมาะจะเป็คนถูกสั่งมากกว่า
แต่คนอีโก้สูงอย่างมันคงจะไม่ยอม
ช่างน่าขันยิ่งนัก ที่ผู้ล่าแห่งท้องฟ้ากลับถูกสัตว์บกไล่ล่าได้
“เปอร์ไซด์…”
เราเริ่มออกบินขึ้นฟ้าเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้
เปอร์ไซด์ ตอนนี้เ้าอยู่ที่ไหนกันแน่?