ตอนที่ 18 อี๋เหนียงสาม (2)
“ข้าว่าอี๋เหนียงสามเลอะเลือนแล้วจริงๆ ข้าเป็บุตรสาวของภรรยาหลวงจวนแม่ทัพ ส่วนท่านเป็เพียงอี๋เหนียงคนหนึ่ง กลับกล้าเรียกตัวเองว่ามารดาต่อหน้าข้า อี๋เหนียงสาม อย่าได้ลืมศักดิ์ฐานะตัวเองเด็ดขาด!” ฮวาอิ่งเม่ยดวงตาเป็ประกายวาววับ จ้องมองจ้าวเยียนหรานอย่างเอาเื่ นางเข้าใจว่าตนเองยังเป็ฮวาอิ่งเม่ยคนเดิม ที่ปล่อยให้นางเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้าอย่างไร้ค่าอย่างนั้นหรือ
จ้าวเยียนหรานสะดุ้งเยือกกับพลังอำนาจบนร่างอิ่งเม่ยจนถอยไปก้าวหนึ่งอย่างลืมตัว ชั่วขณะนั้น เงาร่างของอิ่งเม่ยคล้ายหลอมรวมเข้ากับเงาร่างของชายหนุ่มอัจฉริยะรูปงามแห่งยุคผู้นั้นจนเป็หนึ่งเดียว
จ้าวเยียนหรานไม่ทราบว่าเหตุใดจึงนึกถึงเขาขึ้นมาได้ แววตาลุ่มหลงค่อยๆ ถูกความอำมหิตเข้าแทนที่ ‘นางไม่คู่ควรถูกนำมาเทียบกับเขา เช่นเดียวกับมารดาแพศยาของนาง ไม่คู่ควรจะยืนเคียงข้างเขา’
พอนึกถึงมารดาของอิ่งเม่ย สายตาเหี้ยมเกรียมที่จ้าวเยียนหรานมองดูอีกฝ่ายก็ก่อตัวเป็หมอกดำทะมึน
ต้องมีสักวันที่นางได้เป็ฮูหยินของจวนตระกูลฮวา ให้ลูกนอกคอกของนางแพศยานั่นคิดจะตายก็ไม่ได้จะอยู่ก็ไม่รอด!
“เม่ยเอ๋อร์กล่าวได้ถูกต้อง อี๋เหนียงล่วงเกินแล้ว” ความเกลียดชังในจิตใจก็เหมือนไอน้ำในหม้อความดันสูง ยิ่งข่มกลั้น ยิ่งควบคุมบังคับ ยามะเิออกมา กลับยิ่งสะท้านฟ้าะเืดิน
ฮวาอิ่งเม่ยไม่ได้พลาดแววตาเยียบเย็นและเหม่อลอยของจ้าวเยียนหรานในชั่วพริบตานั้น ยิ่งไม่ได้มองข้ามความเกลียดชังที่นางข่มกลั้นอยู่ในตอนนี้ ฮวาอิ่งเม่ยอดเลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่ได้ สภาพแวดล้อมรอบข้างของนาง ดูเหมือนจะตึงมือกว่าที่คิดเสียแล้ว
“แต่นางเด็กนี่...”
“สาวใช้ของข้าข้าย่อมรู้จักดูแลเอง ไม่ต้องให้อี๋เหนียงสามต้องเหนื่อยออกแรง”
“เช่นนี้ ก็ดีเหมือนกัน” จ้าวเยียนหรานเหลียวมองชิวเอ๋อร์ด้วยรอยยิ้มไม่เชิงยิ้มแวบหนึ่ง น้ำเสียงบอกเป็นัยกล่าวว่า “ทำอะไรก็ให้รู้จักเจียมตัวไว้ สาวใช้ก็คือสาวใช้อยู่ดี อย่าได้ริอ่านล่วงเกินผู้เป็นาย ต่อให้ตอนนี้เ้าเป็ที่โปรดปราน ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น”
“เม่ยเอ๋อร์ ข้าต้องไปแล้ว คนรับใช้น่ะ อย่าตามใจให้มากนัก” กล่าวจบก็หมุนกายจากไป
ฮวาอิ่งเม่ยมองตามเงาหลังจ้าวเยียนหราน ดวงตาดำขลับลึกล้ำราวรัตติกาลที่เข้มข้น มีหรือที่นางจะฟังคำพูดจาแบบตีวัวกระทบคราดนี้ไม่ออก แค่ใช้ชิวเอ๋อร์มาพูดกระทบถึงนางก็เท่านั้น
เพียงแต่นางยอมปล่อยชิวเอ๋อร์ไปโดยง่ายเช่นนี้ หรือว่าเื่ในวันนี้เป็เพียงการหยั่งเชิงเท่านั้น!?
ภายนอกเรือนโยวหราน ซุนหมอมอกุมใบหน้าแดงก่ำเอาไว้ ใบหน้าครึ่งซีกมีรอยนิ้วมือทั้งห้าประทับเป็รอยแดงอย่างชัดเจน
“ฮูหยินเ้าคะ จะปล่อยนางแพศยานั่นไปเช่นนี้หรือเ้าคะ!?” สาวใช้สวมชุดเครื่องประดับสีฉูดฉาดที่ข้างกายจ้าวเยียนหรานกล่าวด้วยสีหน้าโกรธแค้น แววตาฉายแววโเี้ไม่คล้ายเด็กสาวในวัยเดียวกันสักนิด
“หลิงเอ๋อร์ หุบปาก” ซุนหมอมอขึงตาใส่เด็กสาวที่พูดออกมา หันมากล่าวกับจ้าวเยียนหรานว่า “ฮูหยินเ้าคะ หลิงเอ๋อร์ไม่รู้ความ ขอท่านโปรดอภัยให้นางด้วยเ้าค่ะ”
“ไม่เป็ไร หลิงเอ๋อร์นางเป็ห่วงเ้าหรอก” จ้าวเยียนหรานหันมา พอเห็นรอยฝ่ามือบนใบหน้าซุนหมอมอ ก็โบกแขนเสื้อวูบ “ยายเด็กแพศยาที่น่าตายนั่น...จริงด้วย...เื่ที่พวกนางบอกเป็ความจริง นางเปลี่ยนไปจริงๆ”
“หึ นึกไม่ถึงว่าตายไปครั้งหนึ่งจะทำให้นิสัยเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ นางนี่ชะตาแข็งเสียจริงนะ เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะดวงแข็งเช่นนี้ทุกคราวได้หรือเปล่าสิ!” รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่ริมฝีปาก ท้องฟ้าที่ยังกระจ่างแจ่มใสอยู่เมื่อครู่ไม่ทราบว่าถูกเมฆดำทะมึนจากที่ไหนลอยมาปกคลุมเอาไว้