บทที่ 11 ความตั้งใจของเด็กน้อย
โชคดีที่ท่านอ๋องเก้าของพวกเขาก็ไม่ได้เป็คนที่ชอบเอาเหตุผลไปเถียงกับเด็กสามขวบ
เขายื่นมือมาบีบแก้มเล็ก ๆ ของนาง “บอกมาสิ เ้า้าอะไร”
เยี่ยถวนถวนบ่นพึมพำ “ข้าอยากรู้ว่า ตระกูลจางจะต้องถูกตัดหัวทั้งหมดเลยหรือไม่”
“อืม พวกเขาทำผิด”
“แล้วจางเข่อเหรินจะไม่ถูกตัดหัวได้หรือไม่” ก่อนหน้านี้นางได้สัญญากับจางเข่อเหรินว่าจะปกป้องนาง
เยี่ยจิ่นหานก้มมองเ้าตัวน้อยนุ่มนิ่มบนตัก ที่แท้รางวัลที่นางพูดถึงก็คือการขอชีวิตคนหนึ่งนั่นเอง
เพียงแต่... จางเข่อเหรินเป็ใครกัน?
“ท่านพ่อ ท่านรับปากกับถวนถวนเถิดนะเ้าคะ”
เยี่ยถวนถวนนั่งอยู่บนตักของบิดา ใบหน้าน้อย ๆ เงยขึ้น
เยี่ยจิ่นหานมองดูใบหน้าอวบอิ่มของนางที่มีรอยแดงจากการบีบของเขา “อืม ข้ารับปากเ้า”
ก็แค่ชีวิตคนเดียวเท่านั้น จะปล่อยก็ปล่อยไปเถอะ
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ!” เยี่ยถวนถวนกอดคอของเยี่ยจิ่นหาน ริมฝีปากน้อย ๆ เข้าไปใกล้เตรียมจะจุ๊บเขา
แต่แล้วนางก็นึกขึ้นได้ว่า ชีชีบอกว่าจุ๊บมากเท่าไหร่ก็ไม่ได้คะแนนเพิ่ม
ถ้าอย่างนั้น...ก็ช่างมันเถิด!
เมื่อคิดเช่นนี้ เยี่ยถวนถวนจึงหยุดนิ่งไม่ขยับตัว
ส่วนท่านอ๋องเก้าในตอนนี้กำลังคอยให้เ้าเด็กโง่จุมพิต
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งถ้วยชา ก็ยังคงไม่ได้รับสิ่งที่รอคอย
เยี่ยจิ่นหาน “...”
ท่านอ๋องเก้าที่เสียเปรียบเด็กหญิงตัวน้อยเป็ครั้งแรกพลันรู้สึกไม่พอใจ
“ออกไป” เขาดึงนางออกจากตัว แล้วเตรียมจะโยนนางออกไป
จังหวะนั้นไป๋จีก็เดินเข้ามาพอดี
เช่นนี้ไม่ได้! เขากางแขนทั้งสองออกรับร่างเล็กของจวิ้นจู่น้อยไว้
ร่างน้อยนุ่มนิ่มของเยี่ยถวนถวนลอยเป็เส้นโค้งกลางอากาศ
“หวา~!” เยี่ยถวนถวนลอยละลิ่วผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาตกลงในอ้อมกอดของไป๋จี
นางกะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง
เอ๊ะ? เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น
เร็วมากเลย!
ต้องเล่นอีกครั้ง!!
ไป๋จี “...”
จวิ้นจู่น้อยช่างไร้เดียงสายิ่งนัก ถูกโยนทิ้งไปแล้วยังไม่รู้ตัวเลย แล้วยังดูมีความสุขอีก!
เฮ้อ! เหตุใดถึงได้มีท่านอ๋องผู้นี้เป็บิดาเสียนี่... น่าสงสารจริง ๆ
“พูดมา มีเื่อะไร” เยี่ยจิ่นหานดึงความสนใจของผู้ใต้บังคับบัญชากลับมา
ไป๋จีวางจวิ้นจู่น้อยลงบนพื้น แล้วโค้งคำนับรายงาน “หนังสือที่ส่งไปยังกรมคลังได้ถูกส่งไปด้วยม้าเร็วแล้ว ตระกูลจางถูกควบคุมตัวทั้งหมดแล้ว รอปะาในเที่ยงวันของวันพรุ่งนี้ขอรับ”
เยี่ยจิ่นหานนึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่ตนเองได้สัญญากับเ้าตัวน้อยโง่เขลาไว้ จึงกล่าวว่า
“มีคนชื่อ... จาง…” จางอะไรนะ
เยี่ยถวนถวนกลอกตาใส่ ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาใกล้แล้วปีนขึ้นนั่งบนตักของบิดา “จางเข่อเหริน จางเข่อเหริน นางชื่อจางเข่อเหริน”
เยี่ยจิ่นหานปวดหัวเพราะเสียงเอะอะของนาง “อืม คนที่ชื่อจางเข่อเหรินนั่น ปล่อยตัวไป”
น้ำเสียงนี้ราวกับว่ากำลังปล่อยปลาไม่ใช่ปล่อยคน
“ขอรับ” ไป๋จีรับคำ แล้วกล่าวต่อ “ตำแหน่งของโจรม้าที่คหบดีจางให้ข้อมูลมา ได้ส่งกองพันม้าพันนายไปตรวจสอบแล้วขอรับ…”
เื่โจรม้าหรือกองทหารพันนายอะไรนั้น เยี่ยถวนถวนก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
นางเพียงแค่นั่งอย่างเรียบร้อยอยู่บนตักของบิดา แล้วค่อย ๆ ล้วงขนมพันชั้นที่แบนแฟบออกมาจากอกเสื้อ
“ท่านพ่อ กินนี่สิเ้าคะ” นี่เป็ขนมที่นางนำกลับมาจากจวนของคหบดีจาง นางอยากให้เขาลองชิม
เยี่ยจิ่นหานกำลังพูดอยู่ ก้มมองขนมพันชั้นที่ยับยู่ยี่แล้วทำหน้านิ่ง “ข้าไม่หิว”
ไป๋จีที่ยืนอยู่ไม่ไกล ได้ยินคำพูดอันแสนเ็าของท่านอ๋องก็สะดุ้งอยู่ในใจ
ทำ...ทำไมถึงปฏิเสธจวิ้นจู่น้อยที่น่ารักเช่นนี้ได้เล่า จวิ้นจู่น้อยต้องร้องไห้แน่ ๆ
ทว่าในพริบตาต่อมา ไป๋จีก็เห็นเยี่ยถวนถวนหยิบขนมพันชั้นขึ้นมากินเอง โดยไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
ไป๋จี “...” ช่างไร้เดียงสาเสียจริง!
เยี่ยถวนถวนกินอย่างเอร็ดอร่อย ปากน้อย ๆ ขยับไปมา ราวกับว่านางกำลังลิ้มรสอาหารเลิศรสจากทั่วสารทิศ
เดิมทีเยี่ยจิ่นหานกำลังวางแผนขั้นต่อไป แต่เมื่อเห็นนางกินอย่างเอร็ดอร่อยเช่นนั้น เขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่าขนมเด็ก ๆ เช่นนี้จะอร่อยสักเพียงใด
“ท่านพ่อ อ้าปากเ้าค่ะ”
เยี่ยจิ่นหานค่อย ๆ อ้าปากเล็กน้อย แล้วก็โดนยัดขนมเข้าปากไปคำหนึ่ง
อืม… ที่แท้ก็มีรสชาติธรรมดา ๆ เช่นนี้เอง
ทว่ายังไม่ทันได้ดูถูกขนมพันชั้นนี้ ก็ถูกเ้าตัวน้อยชมเสียแล้ว “โอ้โห! ท่านพ่อเก่งจังเลย!”
เยี่ยจิ่นหาน “...”
ท่านอ๋องเก้าหน้าดำทะมึน
“เ้าไปนอนได้แล้ว” เยี่ยจิ่นหานหยิบเ้าตัวน้อยขึ้นมา พร้อมกับปัดเศษขนมบนแขนเสื้ออย่างรังเกียจ
เยี่ยถวนถวนส่งเสียงงอแงขณะที่ไป๋จีอุ้มไป
หลังจากวางจวิ้นจู่น้อยลงบนเตียงเรียบร้อยแล้ว ไป๋จีก็สั่งอีกสองสามประโยคก่อนจะเตรียมกลับห้องหนังสือ
“ไป๋ไป๋!” เยี่ยถวนถวนะโลงมาจากเตียง
“จวิ้นจู่น้อยมีอะไรจะสั่งหรือขอรับ?” ไป๋จียิ้มตาหยี จวิ้นจู่น้อยช่างน่ารักจริง ๆ
เยี่ยถวนถวนควานหาอะไรบางอย่างในอกเสื้อ ก่อนจะหยิบขนมพันชั้นที่แบนกว่าเดิมออกมา “นี่! ให้เ้า”
ไป๋จีตะลึงงัน รู้สึกซาบซึ้งใจ ที่แท้ก็มีส่วนแบ่งของเขาด้วยหรือนี่!
จวิ้นจู่น้อยเป็เด็กน่ารักมาจากไหนกัน ช่างแสนจะน่าเอ็นดูเหลือเกิน นางยังนำของกินมาให้เขาอีก เขารู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาไหล
ขณะที่เดินออกไป ไป๋จีตั้งปณิธานในใจอย่างแน่วแน่ว่าคืนนี้จะสั่งให้โรงครัวส่งอาหารไปให้จวิ้นจู่น้อยเยอะ ๆ อืม จะต้องเลี้ยงให้อ้วนท้วนสมบูรณ์เชียว!
…
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น เยี่ยถวนถวนตื่นแต่เช้ามืด กำลังเอามือไพล่หลัง แอบย่องไปดูบิดาของนางฝึกวรยุทธ์
หลังจากถูกจับได้ เ้าตัวน้อยก็ยื่นหัวเล็ก ๆ ออกมาพลางกล่าวว่า “ท่านพ่อ อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ”
เยี่ยจิ่นหาน “...” หัวผักกาดน้อยนี่งอกมาจากกอไหนกัน
เยี่ยจิ่นหานหยุดฝึกวิทยายุทธ์ รับชามาจากบ่าว จิบชาแล้วถามเยี่ยถวนถวน “เ้าอยากเรียนวิทยายุทธ์หรือไม่?”
เ้าตัวกลมป้อมรีบส่ายหัวทันที “ถวนถวนไม่เรียนเ้าค่ะ”
เยี่ยจิ่นหานแค่นเสียงเบา ๆ ช่างไร้ความสามารถเสียจริง
เยี่ยถวนถวนก็ไม่โกรธ เพียงแค่นั่งรออาหารเช้าอย่างว่าง่าย
จวนอ๋องมีกฎระเบียบ ก่อนที่ท่านอ๋องเก้าจะฝึกฝนเสร็จ ไม่อนุญาตให้รับประทานอาหารก่อน ดังนั้นเยี่ยถวนถวนจึงมารออยู่ที่นี่
เยี่ยจิ่นหานบีบแก้มของนางเบา ๆ “หิวแล้วหรือ?”
“ท่านพ่อ ข้าเจ็บ!”
เยี่ยจิ่นหานผู้ซึ่งคุ้นเคยกับการจับด้ามดาบมาตลอด ไม่เคยได้ััก้อนเนื้อนุ่มนิ่มเช่นนี้มาก่อน จึงรู้สึกตื่นเต้นไปชั่วขณะ
หลังจากบีบแก้มอยู่พักหนึ่ง เขาจึงดึงมือกลับ
เยี่ยถวนถวนเข้าไปใกล้อย่างซุกซน “ท่านพ่อ เช้านี้เราจะกินอะไรกันหรือเ้าคะ?”
เยี่ยจิ่นหานเห็นท่าทางตะกละของนาง จึงกล่าวว่า “กินหมั่นโถว”
เยี่ยถวนถวน “!!!!!” ไม่ได้นะ หมั่นโถวมีอะไรน่ากินกัน!
พูดจบนางก็เตรียมจะไปคุยกับบิดาเื่กินไก่ผัดพริกหยวก
แต่ยังไม่ทันก้าวข้ามธรณีประตู ก็สะดุดล้มเสียแล้ว
“หวาา!” ถวนถวนจะล้มแล้ว!
เยี่ยจิ่นหานไม่อยากมอง ทำหน้าเ็าแล้วยกขาข้างหนึ่งขึ้น
เยี่ยถวนถวนจึงล้มลงบนเข่าของบิดาเช่นนั้น
นางยังกอดไม่ยอมปล่อยราวกับใกลัว
เยี่ยจิ่นหานมองเยี่ยถวนถวนด้วยสายตาดูแคลน แล้วเอ่ยเสียงเ็า
“ไป๋จี เรียกคนมารื้อธรณีประตูออกซะ”
ไป๋จี!! รับทราบ
เยี่ยจิ่นหานก้มมองเ้าตัวน้อยที่กอดขาตนเองไว้แน่น “เ้าตัวน้อยโง่เขลา” ยังไม่ยอมปล่อยอีก
“ท่านพ่อ ถวนถวนอยากกินไก่ผัดพริกหยวก”
เยี่ยจิ่นหานไม่พูดอะไร เด็กผู้หญิงตัวแค่นี้ ดันอยากกินของรสจัดแต่เช้า
เยี่ยถวนถวนพูดต่อ “เมื่อครู่ธรณีประตูของท่านพ่อเกือบทำให้ถวนถวนสะดุดล้ม”
เยี่ยจิ่นหาน “???”
นางหลอกใคร นี่กำลังหลอกใครกันแน่
คราวนี้แม้แต่ถวนชีชีก็ทนไม่ไหวแล้ว นี่มัน...ไร้ยางอายเกินไปแล้ว
ตัวเองเดินไม่ดูทางเอง ยังจะมาโทษธรณีประตูอีก
โทษธรณีประตูก็แล้วไป ยังบอกว่านี่เป็ธรณีประตูของบิดานางอีก
โอ้โห... ตอนนี้ถึงกับสงสัยว่าการล้มครั้งนี้เป็การจงใจหรือไม่
ระบบชูสองนิ้วโป้งให้เลย ช่างสมกับเป็เด็กที่ผูกพันกับระบบฮ่องเต้หญิงได้ั้แ่อายุสามขวบ! การกระทำนี้ช่างถูกใจระบบเหลือเกิน
หลงรักเ้าเสียแล้ว หลงรักเ้าเสียแล้ว…