ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
ooooooooooooooooooo
ยามเซิน (15.00-16.59)
หยางมี่ลืมตาตื่นขึ้นมาเนื่องจากนางได้ยินเสียงดังมากจากทางหลังบ้าน นางจึงเดินออกไปดูก็เห็นท่านพ่อปู่และพี่ใหญ่กำลังทำเก้าอี้ลากเลื่อนอย่างที่หยางมี่อยากได้
"โห...พวกท่านเก่งมากเลยเ้าค่ะ"
หยางมี่รู้สึกทึ้งมากกับความเก่งกาจของคนโบราณที่สามารถทำให้ไม้มันต่อกันได้ทั้งๆ ที่ไม่มีตะปู คล้ายๆ กับบ้านน็อคดาวน์ที่เอามาต่อกันได้เลย
"เย็นนี้จะเสร็จทันหรือไม่เ้าคะ"
"ไม่ทันหรอกมี่เอ๋อร์ ว่าแต่เ้าคิดได้อย่างไรที่อยากทำสิ่งนี้ให้เฉินเอ๋อร์ เก่งมากเลยนะตัวแค่นี้"
"แหะๆ!! ท่านปู่ข้าก็เห็นแบบมาจากรถม้าเ้าค่ะ "
"หึหึ...พรุ่งนี้คงจะเสร็จ พ่อไม่มีอุปกรณ์มากนักของพวกนี้ก็ยืมมาทั้งนั้น แต่ว่าเราทำได้แค่รถลากเลื่อนเท่านั้นนะลูก ส่วนล้อพ่อคงต้องจ้างช่างในเมืองทำ"
"เ้าค่ะท่านพ่อ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ่นี้หิมะยังไม่ละลาย เฉินเอ๋อร์จะได้ออกไปเล่นข้างนอกกับข้าได้"
เช้าวันต่อมา
"หวังเฉา หม่าฮั้น จางหลง เ้าหู่ ใครจะมาลากเก้าอี้ลากเลื่อนให้เฉินเอ๋อร์ก่อน"
'ข้าเอง'
'ข้าเอง'
จางหลงและเ้าหู่เสนอตัว เพราะมันทั้งสองตัวรู้สึกสงสารเด็กชายตัวน้อยที่เกือบจะพิการคนนี้มาก พวกมันปรึกษากันแล้วว่าจะรับหน้าที่ดูแลเด็กคนนี้เอง ส่วนหวังเฉากับหม่าฮั่นดูแลหยางมี่
"ขอบคุณจางหลงกับเ้าหู่นะ"
'อืม..ไม่เป็ไร'
หยางเฉินยกยิ้มเต็มใบหน้า เขาดีใจที่องครักษ์ทั้งสี่พูดคุยกับเขา และยังบอกเขาอีกว่าห้ามบอกคนอื่นนอกจากคนในครอบครัวเท่านั้น หยางเจี้ยนเอาเชือกที่ผูกกับเก้าอี้ลากเลื่อน มัดไปที่หน้าอกของจางหลง
"จางหลงไม่ต้องวิ่งเร็วนะ ส่วนเ้าหู่เ้าคอยแลดูเฉินเอ๋อร์นะ "
"ท่านพ่อข้าขอทดลองนั่งดูก่อนเ้าค่ะ ว่าจะเป็อันตรายหรือไม่ ข้ากลัวมันจะพลิกคว่ำ"
หยางมี่เข้าไปนั่งที่เก้าอี้ลากเลื้อนแล้วจับราวกั้นด้านข้างพร้อมกับะโเสียงดังว่า
"ไปได้!!"
จางหลงออกตัววิ่งเบาๆ จากนั้นก็เริ่มวิ่งเร็วขึ้นและวิ่งวนไปรอบๆภายในบริเวณบ้านที่มีหิมะ ส่วนหยางมี่ก็หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน
"มี่เอ๋อร์เ้าทำให้น้องหรือว่าทำให้ตัวเอง ฮ่าาๆๆๆ "
"ฮ่าๆๆ ท่านปู่ซ่งข้าทำให้น้องเ้าค่ะ เฉินเอ๋อร์เ้ารอก่อนนะ พี่ยังทดสอบไปเสร็จ"
หยางมี่ะโบอกน้องชายจบ ทุกคนต่างก็หัวเราะออกมาทันที เห็นทีว่าหยางมี่ตัวน้อยคงจะทำให้ตัวเองมากกว่าทำให้น้องชายนั่งเป็แน่
"พี่สาว ข้าอยากนั่งด้วยขอรับ"
หยางเฉินตัวน้อยะโบอกพี่สาวด้วยดวงตาที่มีประกาย
"ก็ได้ๆ พี่สาวยอมเ้าคนเดียวนะ "
หยางเจี้ยนอุ้มลูกชายคนเล็กไปนั่งที่เก้าอี้ จากนั้นก็ให้จางหลงลากออกไปนอกบ้าน โดยมีหยางเจี้ยน หยางจื่อเดินตามไปด้วย
...ก๊อก…
หยางเจี้ยนเดินมาที่บ้านของท่านหมอต้วนอี้ และเป็เจี้ยนหัวที่เดินมาเปิดประตูให้
"ท่านอาเจี้ยนหรือขอรับ"
"ใช่แล้วเป็อาเอง อาพาลูกชายคนเล็กมาให้พ่อของเ้าตรวจน่ะ"
"เชิญเข้ามาก่อนขอรับท่านอา"
เจี้ยนหัวมองไปที่เก้าอี้ลากเลื่อนอย่างอึ้งๆ และพอมองไปที่สุนัขทั้งสี่ตัว เขาก็ต้องอึ้งอีกรอบ
หลังจากนั้นเขาก็รีบไปหลังบ้านเพื่อไปตามท่านพ่อออกมาหาท่านอาเจี้ยน และมายืนดูสุนัขทั้งสี่ตัวอีกครั้ง
หยางจื่อกำลังมองท่านพ่อที่กำลังอุ้มน้องชายเข้าไปในบ้านของท่านลุงอื้ สายตาของเขาก็หันไปเห็นเจี้ยนหัวที่กำลังมองสี่ยอดองครักษ์อยู่ เขาจึงเข้าไปพูดคุยด้วย
"ทั้งสี่ตัวเป็สุนัขของน้องข้า สองตัวนั้นที่ตามหลังมี่เอ๋อร์ชื่อหวังเฉา กับหม่าฮั่น ส่วนตัวที่ลากเก้าอี้ชื่อ จางหลง ข้างๆ กันคือเ้าหู่ สองตัวหลังจะติดตามดูแลน้องชายข้า"
"ข้าคิดว่ามันต้องแข็งแกร่งมาก"
"ใช่แล้ว...ทั้งสี่ตัวแข็งแกร่งมาก น้องสาวข้าเรียกมันว่า สี่ยอดองครักษ์"
เจี้ยนหัวอมยิ้มทันทีที่ได้ยินคำว่าสี่ยอดองครักษ์
'อ่า..เด็กน้อยมี่เอ๋อร์เรียกมันเช่นนี้หรือ'
"หึหึ..เข้าไปในบ้านกันเถอะหยางจื่อ"
"อืม"
ต้วนอี้ตรวจดูกระดูกขาของหยางเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เจี้ยนหัวก็เข้าไปตรวจดูด้วยเช่นเดียวกัน เนื่องจากเขากำลังร่ำเรียนวิชาการรักษาและสมุนไพรจากท่านพ่ออยู่
"อาเจี้ยน ดูจากลักษณะแล้ว ลูกชายของเ้าคงจะไม่ได้รับการรักษาทันทีใช่หรือไม่"
"เป็เช่นนั้นขอรับ..."
"เหตุใดถึงไม่รักษา รู้หรือไม่เสี่ยวเฉินอาจจะเดินได้ไม่เหมือนเดิมนะ เื่กระดูกไม่เท่าไหร่ ไม่นานก็สามารถหายได้ แต่มันมีปัญหาตรงเส้นนี่แหละ"
"ข้าทราบขอรับพี่อี้.."
หยางเจี้ยนฟังคำนี้ทีไรเขาก็รู้สึกเ็ปใจทุกครั้ง จากนั้นหยางเจี้ยนจึงตัดสินใจเล่าเื่ที่เขาติดอยู่ในกับดักห้วงเวลาที่สุสานโบราณ และเื่ราวของลูกทั้งสองของเขาให้ต้วนอี้รับรู้ ยกเว้นเื่รถม้า
เมื่อต้วนอี้และเจี้ยนหัวได้ฟังเื่ทุกอย่างต่างก็มีสีหน้าคับแค้นใจแทนหยางเจี้ยนเป็อย่างมาก
โดยเฉพาะเจี้ยนหัว ที่หันกลับไปมองมี่เอ๋อร์ด้วยความสงสาร
ที่ต้องเผชิญกับญาติที่โหดร้าย ทั้งยังเจอกับอุปสรรคมากมาย เมื่อเจี้ยนหัวนึกถึงตรงนี้จากดวงตาที่อ่อนโยนกลับกลายเป็แข็งกร้าวราวกับเป็คนล่ะคน
"ผ่านเคราะห์มาได้ ต่อไปพวกเ้าก็จะสบายแล้วนะมี่เอ่อร์เฉินเอ๋อร์ตัวน้อย เหตุใดเ้าถึงได้มีความกล้าเช่นนี้นะ"
ต้วนอี้ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ฟังเื่ราวของเด็กน้อยทั้งสอง ถ้าลูกของเขาเป็เช่นนี้ เขาคงต้องเ็ปใจมากเป็แน่ และคิดว่าหยางเจี้ยนก็คงเ็ปใจมากเช่นกัน
หลังจากที่รักษาให้เสี่ยวเฉินเรียบร้อยแล้ว เขาก็มาจัดสมุนไพรตัวใหม่ให้กับเสี่ยวเฉิน แล้วจัดยาบำรุง ร่างกายให้เด็กทั้งสองอีกด้วย
"อาเจี้ยน ตอนนี้ก็ให้เฉินเอ๋อร์กินยาที่ข้าจัดให้ใหม่ แล้วพาเฉินเอ๋อร์มาฝังเข็มกับข้าทุกวันอย่าได้ขาดแม้แต่วันเดียวจะมาเวลาไหนก็ได้จนกว่าจะครบ60วัน หลังจากนั้นก็ขึ้นกับโชคชะตาแล้ว ว่าจะสามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิมหรือไม่"
"ขอรับพี่อี้..ขอบคุณท่านมากจริงๆ "
"ไม่เป็ไรๆ ส่วนยาบำรุงต้มให้เด็กทั้งสองกินทุกวันหลังอาหารเย็นนะจะได้อ้วนๆ "
"ขอรับพี่อี้"
หลังจากนั้นหยางเจี้ยนก็จ่ายค่ารักษาและค่ายาให้กับต้วนอี้ แต่ต้วนอี้กลับไม่รับ ส่วนหยางเจี้ยนก็ไม่ยอมพร้อมกับให้เหตุผลต่างๆนาๆ จนหยางมี่เห็นว่าหยางเฉินเริ่มจะง่วงนอนอีกแล้ว
"ท่านลุงอี้เ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นเงินจำนวนนี้ ข้าจะช่วยบริจาคให้กับชาวบ้านที่ไม่มีค่ารักษานะเ้าคะ "
ต้วนอี้นิ่งอึ้งไปสักพักหนึ่ง หลังจากนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจในตัวหยางมี่
"ฮ่าาาาๆๆๆ ได้ๆ "
ต้วนอี้ลูบหัวหยางมี่อย่างเอ็นดู พร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงอย่างชอบใจ เพียงคำพูดเดียวทำให้เขาถึงกับปฏิเสธไม่ได้ หึหึ เจี้ยนหัวก็อมยิ้มพร้อมกับมองหยางมี่ที่กำลังอ้าปากหาวอย่างเปิดเผยด้วยสายตาอ่อนโยน
"วันนี้เ้าว่างหรือไม่อาเจี้ยน ข้าจะชวนเ้าเข้าป่าไปหาดอกบัวหิมะ"
"ว่างขอรับ!! ไปตอนไหนหรือ"
"ไปตอนนี้แหละ อาหัวเ้าไปกับพ่อหรือไม่"
"ไปขอรับ"
"ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปส่งเด็กๆ ที่บ้านของเ้าก่อน แล้วค่อยเดินเข้าป่าทางหลังบ้านของเ้าเลย"
ต้วนอี้ปิดประตูหน้าต่างเอาไว้เนื่องจากภรรยาของเขาไม่อยู่บ้าน หลังจากนั้นก็พากันออกไปที่บ้านของหยางเจี้ยนทันที
"พี่อี้คนนี้คือท่านลุงซ่งและท่านป้าซ่ง เป็ญาติผู้ใหญ่ที่เหลืออยู่ของข้า"
"คารวะท่านทั้งสองขอรับ ข้าเว่ยต้วนอี้ ท่านทั้งสองเรียกข้าว่าอาอี้ก็ได้ขอรับ ส่วนนี้บุตรชายคนเล็กของข้าชื่อเจี้ยนหัวขอรับ"
"ยินดีที่ได้รู้จักนะอาอี้ อาหัว พวกเ้าจะไปไหนกันล่ะ"
"ข้ากับอาเจี้ยนจะเข้าป่าไปหาสมุนไพรขอรับ"
"อ่า..เช่นนั้นหรือ ข้าไปกับพวกเ้าด้วยดีกว่า"
"ป้าจะอยู่กับเด็กทั้งสองคนเอง"
หลังจากที่ทุกคนเข้าป่ากันหมดแล้ว ก็เหลือเพียงท่านย่าซ่ง หยางมี่ และหยางเฉิน ที่ตอนนี้กำลังนอนหลับอยู่กลางห้องโถงของบ้าน
"ท่านย่าเย็นนี้จะทานอะไรหรือเ้าค่ะ"
"ในครัวมีอะไรบ้าง"
"ก็มีหมู กะหล่ำปลี ข้าวสาร ไข่ไก่ แล้วก็หัวมันเ้าค่ะ"
"อืม...เช่นนั้นก็ผัดกะหล่ำปลีใส่หมู กับต้มไข่ดีหรือไม่"
"ดีเ้าค่ะ ข้าจะต้มหัวมันเอาไว้ด้วย ท่านย่าท่านว่าข้าวสารของเราจะพอหรือไม่เ้าคะ"
"ถ้าไม่พอก็ออกไปซื้อในตัวอำเภอได้ ถึงแม้ว่ามันจะแพงก็ต้องซื้อ เอาไว้ปีหน้าย่าจะสอนเ้าตุนเสบียงอาหาร แห้งจะได้ทำเป็ "
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านย่า"
"ปีใหม่ย่าจะทำเกี๊ยวน้ำให้เ้าดีหรือไม่"
"ดีที่สุดเ้าค่ะท่านย่า"
หยางมี่ยิ้มตาหยีให้กับท่านย่าอย่างน่ารัก สำหรับหยางมี่แล้วท่านย่าไม่เหมาะที่จะเรียกท่านย่าเลย เหมาะที่จะเรียกท่านน้ามากกว่า มองตรงไหนก็ไม่ได้ดูแก่เลย ถึงแม้จะอายุ50กว่าปีแล้วก็เถอะ
"ท่านย่าวิชาตัวเบาฝึกอย่างไรหรือเ้าค่ะ"
"หึหึ...เอาไว้ให้ร่างกายเ้าพร้อมมากกว่านี้ ย่าจะสอนให้ดีหรือไม่ สอนไปพร้อมๆกับเฉินเอ๋อร์ด้วย"
"ท่านย่าดีที่สุดเ้าค่ะ"
"ฮ่าๆๆๆ เด็กดี"
"ท่านย่าจะไม่อยู่กับพวกข้าที่บ้านหลังนี้จริงๆ หรือเ้าค่ะ"
"ย่าอยู่กับตาเฒ่าสองคนน่ะดีแล้วแต่ย่าก็ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกนะ"
"เ้าค่ะท่านย่า"
น้ำเสียงสดใสของหยางมี่ตอบรับท่านย่าด้วยเสียงที่ดัง จนหยางเฉินที่นอนข้างถึงกับสะดุ้งลุกขึ้นนั่งทันที พร้อมกับมองไปรอบๆ
เมื่อไม่เห็นว่ามีอะไรก็ล้มตัวนอนต่อ
ด้วยท่าทางของเฉินเอ๋อร์สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับท่านย่าซ่งและหยางมี่เป็อย่างมาก
oooooooooooooooooooooo
ขอบคุณค่ะ ผิดพลาดยังไงไรท์ขอโทษด้วยนะคะ