หลังอาหารเย็นอิ้นถังพาหว่านซีลุกออกจากโต๊ะโดยไม่สนใจใบหน้าที่บิดเบี้ยวของต่งเอ้อซื่อและบรรดาสนมชายาที่ต่างผิดหวังไปตามๆกัน
ระหว่างทางกลับไปที่เรือนชิงอี้ ท้องฟ้าเริ่มมืดลง แสงระเรื่อของพระอาทิตย์ตกค่อยๆถูกแทนที่ด้วยเฉดสีเข้มของราตรี ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดมิดอิ้นถังเดินไปข้างหน้าจับมือของหว่านซีเอาไว้จากนั้นก็เดินเคียงคู่กันไปมองจากด้านหลัง ความใกล้ชิดนั้นมิอาจบรรยายออกมาได้ราวกับว่าพวกเขาเป็นคู่รักธรรมดาๆ คู่หนึ่งเท่านั้น
เมื่อถึงเรือนชิงอี้ ท้องฟ้าก็มืดสนิท โคมไฟและเทียนในลานได้ถูกจุดแล้วหว่านซีที่ออกแรงเดินยามนี้มีเหงื่อบางๆ ผุดขึ้นบนร่างกายของนางทำให้นางรู้สึกไม่สบายตัว โชคดีที่เกาหมัวมัวเข้าใจนิสัยและความชอบของนางเสมอดังนั้นนางจึงเตรียมน้ำร้อนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
หว่านซีถามหาหงหมินบุตรชายของนาง และได้รู้ว่าซาลาเปาน้อยเข้านอนแล้วดังนั้นนางจึงไม่ได้รบกวน แต่หันไปหาอิ้นถังแล้วถามว่า "องค์ชาย สาวใช้ได้เตรียมน้ำร้อนเอาไว้แล้วต้องการอาบตอนนี้หรือไม่เพคะ”
อิ้นถังมองไปที่ท้องฟ้า พยักหน้าและพูดว่า “ได้"
ทุกอย่างในห้องอาบน้ำถูกเตรียมไว้นานแล้วหลังจากที่หว่านซีติดตามอิ้นถังเข้ามานางก็โบกมือให้สาวใช้ออกไปก่อนปรนนิบัติอิ้นถังเปลื้องอาภรณ์ด้วยตนเองเมื่อเทียบกับหว่านซีในชีวิตที่แล้วหว่านซีในชีวิตนี้ไม่ได้รอบคอบเหมือนในชีวิตที่แล้ว ในชีวิตที่แล้วไม่ว่าสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับอิ้นถังนางจะเป็นผู้รับผิดชอบด้วยตนเองทั้งสิ้นแต่ตอนนี้หากไม่ใช่โอกาสพิเศษ นางก็จะไม่ลงมือทำด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้หลินชูจิ่วและคนอื่นๆเป็นผู้ดูแลทั้งหมด
อิ้นถังหลุบตามองสตรีที่ยืนอยู่ด้านหน้ากำลังยื่นมือออกมาเปลื้องเสื้อผ้าของเขาออกใบหน้าเล็กๆ ของนางแดงระเรื่อชวนหลงใหลทำให้เขาลดศีรษะลงอย่างไม่ตั้งใจกลิ่นกายหอมหวานของนางลอยอบอวลอยู่ตรงจมูก ทำให้เขารู้สึกถึงความปรารถนาบางอย่าง
อิ้นถังมีรูปร่างสูงผอมเพรียวทว่าแข็งแรงทรงพลังจากการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้และขี่ม้ามาหลายปีความแข็งแกร่งนั้นแผ่พุ่งออกมาจากภายในสู่ภายนอกทุกครั้งที่หว่านซีมองเขา ใบหน้าของนางก็แดงก่ำด้วยอุธัจขัดเขิน
เห็นท่าทางกระดากอายของนางแล้ว เขาก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่งที่ตนเองส่งผลกระทบต่อนางถึงเพียงนี้
อ่างขนาดใหญ่เต็มไปด้วยน้ำร้อน ไอร้อนล่องลอยเป็นสายอิ้นถังนั่งลงในอ่างพร้อมกับหลับตาขณะที่หว่านซีหยิบผ้าเช็ดตัวมาช่วยขัดหลังเขาอย่างเป็นธรรมชาติ
นอกเรือนชิงอี้ นางไม่แยแสหรือใส่ใจว่าอิ้นถังมีผู้หญิงกี่คนแต่ที่นี่เขามีนางเพียงผู้เดียวเท่านั้น
อิ้นถังมองไปยังหว่านซีที่ดูเหมือนจะจมอยู่ในความคิดของตนเองชายหนุ่มเอื้อมมือออกไปโดยไม่ลังเล ดึงร่างบอบบางลงมาในน้ำให้นางขึ้นมานั่งบนตักเขา
"องค์ชาย..." หว่านซีกลับมามีสติสัมปชัญญะอีกครั้งและเห็นว่าตัวเองนั่งอยู่ในอ้อมแขนของอิ้นถัง ทั้งตกใจและรู้สึกงงงันว่าเหตุใดจู่ๆนางจึงมาอยู่ตรงนี้ได้
"ข้าไม่อยากได้ยินคำว่าไม่จากปากของเจียวเจียว"หลังจากพูดจบอิ้นถังก็ก้มศีรษะลงและจูบที่ริมฝีปากของนางป้องกันไม่ให้นางพูดคำปฏิเสธใดๆ
จูบของอิ้นถังมีอำนาจเหนือนางเสมอ แต่วันนี้เขาจุมพิตอย่างรุนแรงราวกับหมาป่าที่โหยหิวมาเนิ่นนานกำลังจะได้กินอาหารอันแสนโอชะตรงหน้าดวงตาทั้งคู่แดงก่ำและพร้อมที่จะกลืนกินนางอย่างสมบูรณ์
"อืม..." เมื่อรู้สึกถึงความกระตือรือร้นของอิ้นถังหว่านซีก็กดมือของนางเข้ากับแผ่นอกแข็งแกร่งนึกสงสัยอยู่ในใจนางมิใช่อยู่ในเรือนหลังอยู่แล้วหรือ เหตุใดจึงต้องรีบร้อนถึงเพียงนั้น
"ฮึ่ม..." เขาสังเกตเห็นความว้าวุ่นใจของนาง จึงกัดริมฝีปากอวบอิ่มนั้นแผ่วเบา "เจ้ากล้าเหม่อลอยในช่วงเวลาแบบนี้หรือ อืม...”
"ทำไมถึง...จะเป็นไปได้อย่างไร..." หว่านซีมองสีหน้าเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายริมฝีปากเปิดออกเพื่ออธิบาย แต่เขากลับไม่ให้นางมีโอกาสนั้น
หลังจากพลิกเมฆคว่ำฝนไปอย่างดุเดือดหว่านซีก็นอนตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรงในอ้อมแขนของอิ้นถังผิวที่เนียนละเอียดของนางเจือสีชมพูอ่อนหวานชวนหลงใหล งดงามเกินกว่าจะจินตนาการถึงฝ่ามือใหญ่ของอิ้นถังลูบไล้แผ่นหลังขาวราวหิมะของนางด้วยสีหน้าพึงใจอย่างยิ่งด้วยใบหน้าที่พึงพอใจยิ่งยวด
"องค์ชาย น้ำเย็นแล้ว ลุกขึ้นเถิดเพคะ!" หว่านซีที่อิงแอบอยู่ในอ้อมแขนของเขารู้สึกถึงอุณหภูมิของน้ำที่เย็นลงเรื่อยๆ
“น่าเอ็นดูเสียจริง" อิ้นถังเอื้อมมือไปแตะปลายจมูกของอีกฝ่ายพลางเอื้อมมือหยิบผ้าแห้งเช็ดตัวนางอย่างระมัดระวังก่อนพานางออกมาจากห้องอาบน้ำ
หว่านซีนอนอยู่บนเตียง ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนบางเมื่อหันมาสบกับดวงตาสีดำลึกล้ำของอิ้นถัง หัวใจของหว่านซีพลันสั่นสะท้านก่อนที่จะทันได้พูดอะไรอีกเขาก็เดินมาหานางด้วยท่าทางมุ่งมั่น
หลังแนบชิดกันอีกรอบ หว่านซีก็ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะเอ่ยปากเมื่อเห็นเขายังมีท่าทางไม่เต็มอิ่มนางจึงตัดสินใจปล่อยเลยตามเลยอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้นเมื่อหว่านซีลุกจากเตียง ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นสูงไปถึงคานแล้ว ทิงอวี่และทิงฉินช่วยนางล้างตัวขณะที่เกาหมัวมัวไปสั่งให้ทิงเสวี่ยเตรียมอาหาร
“หลังจากที่ข้ากับองค์ชายออกมาแล้วเกิดอะไรขึ้นอีกหรือไม่”
"ไม่มีอะไรร้ายแรงเจ้าค่ะ มีเพียงกลางดึก พระชายาส่งคนไปเชิญหมอหลวงบอกว่าครรภ์ของนางมีปัญหา" ทิงอวี่ช่วยหว่านซีแต่งตัวและในเวลาเดียวกันก็รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นไปด้วย
หว่านซีได้ยินดังนั้นก็ยิ้มและถามว่า "สถานการณ์ของพระชายาเป็นอย่างไรบ้าง องค์ชายออกไปยามใด”
งานเลี้ยงของครอบครัวเมื่อวานนี้เหมือนจะกลมเกลียวเป็นสุข ทว่าว่าในความจริงแล้วกลับมีความบาดหมางอยู่มากมายจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ต่งเอ้อซื่อจะโกรธมากจนส่งผลต่อการตั้งครรภ์ของนางไม่มีใครรู้ว่าต่งเอ้อซื่อคิดคำนวณสิ่งใดไว้แต่นางจะสามารถรักษาเด็กในท้องของตนเองได้ปลอดภัยไปจนถึงวันคลอดออกมาได้หรือไม่นั้นก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่
"พระชายาไม่เป็นอะไรมากเจ้าค่ะหมอหลวงบอกว่าให้นางพักผ่อนอยู่บนเตียงจะเป็นการพักฟื้นที่ดีที่สุดส่วนองค์ชายพาหลินกงกงออกไปข้างนอก และกำลังจะไปที่วังหลวงเจ้าคะ" ทิงอวี่รายงานทุกสิ่งที่นางอยากทราบ
หว่านซีถอนหายใจเบา เอ่ยเสียงหยัน “พระชายาโชคดีจริงๆ"
เมื่อเทียบกับความโชคร้ายต่างๆ ที่นางต้องทนแล้วต่งเอ้อซื่อโชคดีจริงๆครรภ์ของนางมีปัญหาหลายครั้งแต่กลับผ่านไปโดยไม่มีผลกระทบร้ายแรงอะไรเกิดขึ้นหว่านซีสงสัยว่าสมุนไพรล้ำค่าในสินเดิมของนางคงช่วยได้มากในเรื่องนี้
ทิงฉินที่ช่วยทิงอวี่เลือกเครื่องประดับเอ่ยเสียงเบา"พระชายาคงยังไม่รู้ว่าระหว่างอิ่นหมัวมัวและตงกูกูมีความขัดแย้งกันอยู่แม้ว่าภายนอกพวกเขาจะดูร่วมมือกันเป็นอย่างดีแต่ภายในแล้วเป็นดั่งคลื่นใต้น้ำพวกเขากำลังช่วงชิงความโปรดปรานกันอยู่”
“เรื่องนี้เป็นความจริงหรือ”หว่านซีถามด้วยความประหลาดใจ
"เรียนชายารอง เรื่องนี้เป็นความจริงเจ้าค่ะบ่าวกับทิงฉินช่วยกันตรวจสอบหลายครั้งแล้ว" ทิงอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นด้วย
เนื่องจากนางและทิงฉินติดตามหว่านซี พวกนางจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เป็นนายจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเรื่อยๆแม้ว่าการมีทิงหลานและทิงเสวี่ยจะทำให้พวกนางรู้สึกกดดันขึ้นมาเล็กน้อยแต่หว่านซีเองมีความยุติธรรมเพียงพอจึงทำให้พวกนางยังคงสามารถทุ่มเทแรงกายแรงใจต่อไปได้
หว่านซีพยักหน้า ทิงอวี่และทิงฉินมีความสามารถและมีเส้นสายที่ดี พวกนางมีความสัมพันธ์ที่ดีกับหลินชูจิ่วไม่ว่าจะอยู่เรือนหน้าหรือเรือนหลังทั้งสองคนก็สามารถสานสัมพันธ์กับผู้อื่นได้เป็นอย่างดีข่าวที่มาจากสองคนนี้ทั้งรวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าของผู้อื่นมากนัก
"หากเป็นอย่างนั้นแล้วก็หาโอกาสหว่านความขัดแย้งระหว่างพวกเขาเสียสิหากเราสามารถทำให้สองคนนั้นเป็นเหมือนไฟและน้ำได้จะดีที่สุด"หว่านซีมองกระจกด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปบอกกับบ่าวทั้งสอง
“ชายารองวางใจเถิดบ่าวจะจัดการเรื่องนี้อย่างระมัดระวังแน่นอน"ทิงอวี่และทิงฉินชำเลืองมองกันและกันเมื่อเห็นว่าหว่านซีมอบหมายความรับผิดชอบอันหนักหน่วงให้พวกนางก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที
หลังจากแต่งตัวแล้วหว่านซีก็ลุกขึ้นและไปที่ห้องโถงเพื่อรับประทานอาหารตอนนี้ครรภ์ของต่งเอ้อซื่อเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆซ้ำเมื่อวานยังมีอาการแพ้ท้องอีก คาดว่าอีกสักพักใหญ่ก็คงดีขึ้น
ตั้งแต่ออกจากวังหลวง นอกจากครัวเล็กๆ ที่จัดการโดยหว่านซีแล้วอาหารของเรือนชิงอี้ก็ล้วนมาจากครัวเล็กข้างห้องหนังสือของอิ้นถัง เนื่องจากอิ้นถังชื่นชอบในการกินและเจริญอาหารเป็นอันมากพ่อครัวในเรือนจึงไม่เพียงฝีมือไม่ด้อยไปกว่าพ่อครัวในวังหลวงเท่านั้นแต่ยังมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่บ่อยๆหว่านซีที่ติดตามอยู่เบื้องหลังจึงได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารรสเลิศอยู่บ่อยครั้ง
หลังจากรับประทานอาหารแล้ว หว่านซีเดินไปรอบๆ เรือนสองรอบทันใดนั้นนางก็เห็นแม่นมอุ้มหงหมินเดินตรงมานางจึงรีบเดินเข้าไปหาทันที
ตอนนี้อากาศดี แดดไม่แรงจนเกินไป แม่นมจึงมักจะอุ้มหงหมินน้อยออกมารับแสงแดดและสูดอากาศบริสุทธิ์ในเวลานี้ทุกวันหว่านซีไม่ได้ห้ามปรามแต่จำกัดเวลาเอาไว้ให้เหมาะสมเพราะว่าตอนนี้หงหมินยังเป็นเพียงทารกน้อย จึงไม่ควรตากลมอยู่ข้างนอกนานเกินไป
ในเรือนชิงอี้ หว่านซีมั่นใจว่าจะไม่มีใครกล้าทำอะไรกับหงหมินภายใต้จมูกของนางแต่นางไม่อาจเปิดช่องว่างให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์จากเขาได้เช่นกัน
หงหมินไม่ใช่เด็กที่ซุกซน ส่วนใหญ่แล้วหากเขากินอิ่มและเนื้อตัวสะอาดสะอ้านเขาก็จะนอนหรือเล่นคนเดียวอย่างเงียบๆแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กน้อยหงหมินจะอารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาเมื่อถึงคราวที่จะโยเยทุกคนในเรือนชิงอี้จะได้ยินเสียงร้องไห้ของบรรพบุรุษตัวน้อยนี้กันไปทั่ว
"เจ้าตัวน้อยของแม่เป็นอย่างไรบ้าง คิดถึงแม่บ้างไหม"หว่านซีเห็นหงหมินมองไปรอบๆด้วยดวงตาดำ กลมโตเหมือนเม็ดองุ่น จมูกขยับยุกยิกเล็กน้อย กระทั่งนางอุ้มเขาดวงตาของหงหมินก็โค้งงอ ก่อนจะหัวเราะคิกคัก รอยยิ้มเล็กๆนั้นเผยให้เห็นเหงือกสีชมพูสดดูน่ารักยิ่ง
อย่าได้หลงกลท่าทางสงบนิ่งของหงหมิน เมื่อใดที่หว่านซีอยู่ใกล้ๆเจ้าตัวเล็กจะไม่ต้องการให้ใครมากอดอีก อย่าคิดว่าหงหมินน้อยยังเป็นเด็กแต่เจ้าตัวเล็กฉลาดมากแม้ดวงตาของเขาจะยังไม่สามารถมองเห็นหรือแยกแยะผู้คนได้อย่างชัดเจน แต่จมูกน้อยๆของเขากลับจดจำกลิ่นของมารดาได้อย่างแม่นยำ
“อุ๊ยสมบัติตัวน้อยของแม่คิดถึงแม่ไหม” หว่านซีก้มศีรษะลงจูบดวงหน้าเล็กๆ ของหงหมิน เมื่อเห็นรอยยิ้มเปี่ยมสุขของเขาหัวใจนางก็อ่อนยวบจนแทบละลาย
“ท่านชายน้อยผูกพันกับมารดาอย่างชายารองเวลาที่ท่านชายตื่นขึ้นมาก็จะมองไปรอบๆ เพื่อหาชายารองเสมอ” แม่นมเอ่ยประจบด้วยสีหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม
หว่านซีได้ยินคำพูดนั้นและไม่ได้ถือเอาจริงเอาจังในช่วงระยะเวลาพักฟื้นหลังคลอด หว่านซีอยู่กับลูกทั้งวันทั้งคืน ทั้งยังละเมิดกฎให้นมเขาด้วยตนเองหากไม่ใช่เพราะการพักฟื้นหลังคลอดและอิ้นถังที่ทำตัวเป็นสัตว์ร้ายถึงเพียงนั้น นางจะออกมาสายได้อย่างไรกัน
"ซีเอ๋อร์ มาทำอะไรที่นี่" อิ้นถังที่เพิ่งมาถึงเห็นหว่านซีหยอกล้อกับบุตรชายของนางด้วยสีหน้ามีความสุขก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม
"ถวายบังคมองค์ชายเพคะ" เมื่อเห็นว่าเป็นอิ้นถัง หว่านซีจึงลุกขึ้นโค้งคำนับทว่าความสนใจยังคงตกไปอยู่ที่บุตรชายในอ้อมแขนมากกว่า
อิ้นถังไม่ใส่ใจการคารวะตามธรรมเนียม เอื้อมมือไปอุ้มหงหมินมาอยู่ในอ้อมแขนการเคลื่อนไหวของเขาทั้งลื่นไหลและถูกต้องเห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มทำการฝึกซ้อมมาแล้ว
ในช่วงสองวันแรกของการพักฟื้นหลังคลอด หว่านซีมักจะล้อเลียนอิ้นถังที่ไม่รู้ว่าจะอุ้มลูกอย่างไรจนทำให้หงหมินไม่ยอมให้เขาอุ้มอิ้นถังเองก็ไม่ใช่ผู้ที่เต็มใจยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆหลังจากที่ถูกหว่านซีล้อเลียนอีกสองสามครั้ง เขาก็สั่งให้หลินชูจิ่วไปเรียนก่อนนำมาสอนเขาอีกครั้งหนึ่ง
ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้วยามนี้อิ้นถังสามารถอุ้มเด็กน้อยได้อย่างคล่องแคล่วไม่น้อยไปกว่าแม่นมคนใดเมื่อเห็นท่าทางน่ารักของบุตรชาย ชายหนุ่มก็เลียนแบบหว่านซีโดยโน้มตัวไปจูบใบหน้าเล็กๆแสนนุ่มนิ่มของหงหมินตัวน้อยแต่ตอหนวดบนใบหน้าของเขาทำให้เด็กน้อยประท้วงอยู่พักหนึ่งด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้พร้อมกับโบกมือน้อยๆของตนเองตีเข้าที่ใบหน้าของอิ้นถังเป็นครั้งคราว
อิ้นถังไม่เพียงไม่โกรธ แต่ยังโอ้อวดว่าบุตรชายที่อายุยังน้อยผู้นี้จะต้องเติบโตมาเป็นนักรบชั้นยอดของราชวงศ์ชิงคนต่อไปอย่างแน่นอน
หว่านซีรู้สึกขบขันเห็นอิ้นถังภูมิใจในตัวบุตรชายก็ไม่เพียงแต่ไม่หยุดเขาเท่านั้นแต่กลับพยายามให้บิดาและบุตรได้สานสัมพันธ์กันมากขึ้น
ทั้งสองกลับเข้าเรือนพร้อมกับเด็กน้อยในอ้อมแขนบ่าวรับใช้ที่อยู่โดยรอบก็ถอยออกไปจากห้องโดยทันที หลินชูจิ่ว ทิงจู๋และคนอื่นๆรออยู่นอกประตู เผื่อว่าอิ้นถังจะมีคำสั่งใดๆ
อิ้นถังนั้นทั้งหยิ่งผยองและเอาแต่ใจ และทำตามสิ่งที่ใจตนเองต้องการดังนั้นหากเขาปฏิบัติต่อใครสักคนอย่างดีนั่นหมายความว่าคนผู้นั้นคือคนพิเศษในใจเขา หว่านซีเป็นเช่นนั้น หงหมินก็เป็นเช่นนั้น เพื่อหว่านซีแล้วเขาสามารถตามใจนางได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และเพื่อหงหมินเขาสามารถปล่อยวางภาพลักษณ์ของบิดาที่เข้มงวดลงได้อย่างสิ้นเชิง
“องค์ชาย หม่อมฉันได้ยินว่าครรภ์ของพระชายามีปัญหาเมื่อคืนนี้ คงไม่ใช่เพราะหม่อมฉันใช่หรือไม่...”