แสงไฟตามทางเดินในสวนสาธารณะที่ติดๆ ดับๆ ตามอายุการใช้งานที่ยาวนาน ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบกายดูน่าสะพรึงกลัว นัทกำลังเดินฝ่าไปท่ามกลางแสงไฟสลัวในสวนสาธารณะด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ เขากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเดินซีเมนตร์ปนกรวดหยาบ เขาแทบจะไม่ได้ยินเสียงอื่นใดนอกจากเสียงหอบหายใจของตัวเองและเสียงฝีเท้าของนักศึกษาสาวที่วิ่งตามมาทางด้านหลัง เสียงฝีเท้าของเธอนั้นดูเร่งรีบสะท้อนถึงความกังวลใจที่กำลังกัดกินใจเธอไม่ต่างจากเขา
นัทหยุดกะทันหันเมื่อเห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังวิ่ง เหยาะๆ ออกกำลังกายผ่านมา เขาพุ่งเข้าไปหาด้วยความลนลานจนชายคนนั้นผงะถอยหลังด้วยความใ
"ขอโทษครับ! คุณพี่ครับ... คุณพี่เคยเห็นผู้หญิงที่สวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อน รูปร่างเพรียวๆ ผมยาวประมาณกลางหลังอยู่แถวนี้บ้างไหมครับ?" นัทถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอ้อนวอนอย่างที่สุด
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
"อ๋อ... รู้สึกว่าเห็นอยู่นะ คุ้นๆ ว่าเห็นเดินไปทางม้านั่งริมน้ำฝั่งโน้นน่ะ ที่ที่มีต้นจามจุรีใหญ่คลุมอยู่ ผมเห็นเขานั่งนิ่งๆ ดูวิวน้ำอยู่คนเดียวหน่ะ"
"ขอบคุณครับคุณพี่! ขอบคุณมากนะครับ!" นัทไม่รอช้า เขาหันไปคว้าข้อมือของนักศึกษาสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ไปฝ้าย! พี่ว่า เราน่าจะเจอร่างของฝ้ายแล้ว"
นัทพาเธอวิ่งตัดสนามหญ้าที่เริ่มเปียกชื้นด้วยละอองน้ำด้วยความรู้สึกผิดที่ดูแลฝ้ายไม่ดี ความรู้สึกผิดนี้เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนัท เขาเริ่มโทษตัวเองที่ไม่น่าเข้าห้องน้ำนานและทิ้งเธอไว้คนเดียวเลย เขาดูแลเธอไม่ดีทำให้ร่างกายที่แสนงดงามของแฟนสาว ถูกอะไรบางอย่างที่เหนือธรรมชาติขโมยร่างกายของเธอไป แค่ความคิดที่ว่าฝ้ายต้องไปติดอยู่ในร่างของคนอื่นมันก็เป็เื่ที่ยากเกินจะทำใจรับไหวแล้ว แต่ครั้งนี้ยังเจอขโมยร่างกายไปอีกด้วย
ในที่สุด นัทกับคนที่นัทเชื่อว่าเป็ฝ้ายในร่างนักศึกษาก็มาถึงบริเวณริมน้ำตามที่ชายคนนั้นบอก เขาััได้ถึงลมเย็นๆ พัดโชยมาปะทะใบหน้า และในท่ามกลางความเย็นของลมนั้นเอง นัทก็เริ่มได้กลิ่นหอมที่แสนคุ้นเคย กลิ่นกุหลาบจางๆ ที่เป็กลิ่นเฉพาะตัวของฝ้าย กลิ่นที่เขาหลงใหลและจดจำได้แม่นยำกว่าเป็กลิ่นน้ำหอมที่ฝ้ายใช้แน่นนอน กลิ่นนั้นโชยมาตามลมเพื่อยืนยันว่าร่างของฝ้ายอยู่ตรงนี้นี่เอง
ที่ม้านั่งไม้ตัวหนึ่งใต้เงาไม้ใหญ่ มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งบนม้านั่งกำลังนั่งหันหลังให้พวกเขา เธอดูนิ่งสงบเสียจนเหมือนกับรูปปั้น แสงจากโคมไฟตามทางที่ลอดผ่านกิ่งก้านของต้นจามจุรีลงมาอาบลูบไล้บนชุดเดรสสีฟ้าอ่อน บรรยากาศรอบข้างดูสงบและเยือกเย็น
"ฝ้าย! ใช่ฝ้ายจริงๆ ด้วย ฝ้ายอยู่นี่เอง" นัทะโเรียกพร้อมกับลืมตัวปล่อยมือนักศึกษาสาวที่จูงกันมาเมื่อเขาเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่นั่งอยู่
เขารีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจที่ล้นปรี่ เขาคิดไปเองในเสี้ยววินาทีนั้นว่าบางทีเื่ทั้งหมดอาจเป็การล้อเล่น หรือเป็เพียงความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างแน่ๆ
นัทเอื้อมมือของเขาไปคว้าต้นแขนของหญิงสาวบนม้านั่ง พยายามจะดึงให้เธอลุกขึ้นด้วยความดีใจ
"ฝ้าย! พี่ใจหายหมดเลย พี่มาแล้ว กลับบ้านเราเถอะนะ พี่อยู่นี่แล้ว"
ทว่า เมื่อร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมาตามแรงดึงของเขา หัวใจของนัทก็เหมือนจะหยุดเต้นไปเสียดื้อๆ
ใบหน้านั้นคือใบหน้าของฝ้ายไม่ผิดเพี้ยน ดวงตากลมโต จมูกรั้น และริมฝีปากบางสีชมพูที่แสนเย้ายวน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจนเขารู้สึกเย็นะเืไปถึงขั้วหัวใจก็คือแววตาและท่าทางการเคลื่อนไหวที่แต่เดิมฝ้ายที่เขารู้จักจะเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและดูอบอุ่น ทว่าบัดนี้กลับแววตากลับฉายแววเยือกเย็น นิ่งสนิท และทรงอำนาจอย่างที่คนทั่วไปไม่น่าจะเป็ได้ และที่น่าขนลุกที่สุดคือรอยยิ้มที่มุมปาก... รอยยิ้มที่ดูเ้าเล่ห์และเ็าไม่เหมือนเดิม จนนัทต้องเผลอปล่อยมือออกด้วยความหวาดกลัว
"อุ๊ยตาย... ร่างนี้มันดีเสียจริงๆ นะ ผิวพรรณ นิ่มนวล ละเอียดอ่อนดูดี กลิ่นกายก็หอมน่าหลงใหล" หญิงสาวบนม้านั่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นคือเสียงของฝ้ายทุกกระเบียดนิ้ว แต่ใช้เสียงที่โทนสูงกว่าเดิม จังหวะและสำเนียงการพูดกลับเชื่องช้า มีการลากเสียงแปลกๆ เปลี่ยนไปจากที่นัทเคยคุ้นชินอยู่
"แต่นึกไม่ถึงเลยนะเนี่ย ว่าแม่หนูเ้าของร่างคนเดิมจะมีแฟนที่หน้าตาดีขนาดนี้ด้วย"
"แก... แกเป็ใคร! ออกไปจากร่างแฟนของผมเดี๋ยวนี้นะ!" นัทคำรามออกมา เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธและความกลัวที่ผสมปนเปกัน
ร่างของฝ้าย เริ่มหัวเราะเบาๆ เป็เสียงหัวเราะที่ฟังดูแปลกประหลาด
"จะรีบร้อนไปไหนล่ะพ่อหนุ่ม ฉันเพิ่งจะได้ััความรู้สึกของการอยู่ในร่างที่งดงาม และมีกลิ่นหอมสาบสาวแบบนี้ ได้ไม่ทันไรเลย ร่างกายนี้ช่างงดงาม และตอบสนองได้ดีทุกส่วนเหลือเกิน... โดยเฉพาะเมื่อมีสายตาของหนุ่มรูปหล่อที่เต็มไปด้วยความห่วงหาและความรักอย่างเ้ากำลังจ้องมองมาแบบนี้"
"แก้าอะไร... ทำแบบนี้ทำไม!" นัทก้าวถอยหลังออกมาด้วยความใ ก่อนที่ร่างของหญิงสาวกำลังจะเอามือมาจับที่ใบหน้าของเขา
"พี่นัท... อย่าเข้าไปใกล้นะคะ" เสียงของนักศึกษาสาวสั่นระริกขณะกระซิบเตือนด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
"นั่นไม่ใช่ฝ้าย...เธอคนนั้นเป็ใครก็ไม่รู้ เธอนั่นล่ะที่มาแย่งร่างของฝ้ายไปค่ะ!"
ร่างของฝ้ายค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของเธอเปลี่ยนไปจนน่าใจหาย จากที่เคยอ่อนหวานและเรียบร้อย บัดนี้กลับดูสง่างามและน่ายำเกรงอย่างประหลาด เธอเริ่มเดินวนรอบตัว นัทและหญิงสาวนักศึกษาอย่างช้าๆ ราวกับนักล่าที่กำลังละเลียดสำรวจเหยื่อในกรง
"จริงๆ ฉันไม่ได้้าอะไรมากมายหรอก..." เธอเกริ่นขึ้นพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย
"ตอนนี้ ฉันก็แค่กำลังเบื่อ เลยอยากหาอะไรสนุกๆ ทำแก้เซ็ง... จนมาเจอร่างนี้ ที่ตอนแรกคิดว่าน่าจะพอแก้เบื่อได้ แต่ตอนนี้ฉันเจอเื่ที่สนุกกว่าเดิมแล้ว"
ดวงตาของร่างฝ้ายจ้องมองคนทั้งคู่ด้วยสายตาตื่นเต้นเหมือนเด็กที่กำลังเจอของเล่นใหม่
"ฉันรู้สึกว่าความรักของพวกเธอทั้งคู่มันช่างดูน่าสะอิดสะเอียนจังเลยนะ... หวานเลี่ยนเสียจนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่ามันคือการแสดงละครตบตาหรือเปล่า ฉันเลยอยากจะลองทดสอบดูสักหน่อยว่ารักของพวกเธอ มันคือของจริง หรือเป็เพียงแค่ความรักเสแสร้งที่แสนจอมปลอม!"
เธอเยื้องย่างร่างของฝ้ายเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบจากผิวกายของร่างหญิงสาวชัดเจน ถึงมันจะเป็กลิ่นที่เขาคุ้นเคยแต่มันกลับทำให้นัทรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด ร่างอันงดงามใช้นิ้วเรียวงามเอื้อมมาลูบไล้ไปตามแผงอกของชายหนุ่มอย่างเชื่องช้าผ่านเนื้อผ้า ัันั้นแ่เบาแต่กลับให้ความรู้สึกกดดัน
"เธอคิดว่าเธอรักแม่สาวน้อยคนนี้มากใช่ไหม? สุดหล่อ… รักจนยอมเสียสละทุกอย่างให้ได้เลยหรือไหมล่ะจ๊ะ...?"
"อย่ามาแตะต้องตัวผม!" นัทปัดมือของร่างหญิงสาวออกอย่างรุนแรง
"คืนร่างให้ฝ้ายเดี๋ยวนี้!"
"หึๆๆ... ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม" ร่างของฝ้ายหยุดชะงัก ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ ดวงตาคู่สวยที่เคยคุ้นตาบัดนี้กลับฉายแววประหลาดขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนัท ราวกับจะอ่านเข้าไปถึงภายใน
"เอาอย่างนี้ไหม... ในเมื่อเธอปรารถนาจะได้ร่างอันงดงามนี้คืนให้กับคนรักของเธอเสียเหลือเกิน ฉันก็มีข้อเสนอที่ น่าตื่นเต้นมาให้พวกเธอได้สนุกกัน"
นัทชะงักงัน ความรู้สึกสงสัยแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย
"ข้อเสนออะไร?"
"มันคือบททดสอบ..." ร่างของฝ้ายนั้นขยับยิ้มพราย
"หากเธอมั่นใจนักว่าความรักของพวกเธอมันจริงแท้ ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ ฉันก็จะขออยากพิสูจน์ดูหน่อยว่า รักแท้ที่เธอมั่นใจนั้น มันใช่รักแท้จริงๆ ไหม….. "
"และถ้า……มันเป็ของจริง.. ฉันจะคืนร่างหญิงสาวนี้ให้คนรักของเธอโดยไม่มีเงื่อนไข" เธอพูดออกมาด้วยเสียงอันอ่อนหวานตามเ้าของร่างเดิม
"แล้วจะทดสอบยังไง?" นัทถามด้วยเสียงอันดัง
"บททดสอบแสนง่าย... เราจะใช้เวลาเพียง 8 วัน และมันจะสิ้นสุดลงทันทีที่แสงแรกของวันใหม่ฉาบฟ้า หลังพ้นคืนพระจันทร์เต็มดวง" ร่างของฝ้ายโน้มตัวลงมาจนลมหายใจรดใส่ข้างหู
"แล้วทำไมต้อง 8 วัน ด้วย" นัทถาม
"เหตุผลนั้นไม่มีอะไรมาก" ร่างตรงหน้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พลางเอียงคออย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
"มันก็แค่... ฉันเป็แม่มด แล้วตอนนี้กำลังหมักตัวยาพิเศษไว้อยู่ แล้วมันต้องรอ 8 วัน ระหว่างรอก็เลยรู้สึกเบื่อๆ อยากหาอะไรทำฆ่าเวลาดูบ้างก็เท่านั้นเอง"
เธอเว้นจังหวะครู่หนึ่งก่อนจะประกาศกติกาออกมา
"การทดสอบก็คือ... ฉันจะให้เธอเข้ามาอยู่ในร่างผู้หญิงที่งดงามนี้แทนฉัน ส่วนฉันจะเข้าไปครองร่างผู้ชายสุดหล่อของเธอแทน กติกามีเพียงข้อเดียวก็คือ เธอต้องใช้ชีวิตในร่างผู้หญิงงดงามนี้ให้ครบ 8 วัน โดยห้ามให้ใครจับได้เด็ดขาดว่าเราทั้งหมดมีการสลับร่างกัน และอยู่ในการทดสอบ เธอต้องสวมบทบาทเป็หญิงสาวคนนี้ และต้องคอย ดูแลฉัน... ในฐานะคู่รัก... ไปจนกว่าจะครบกำหนดเวลา ฟังดูง่ายใช่ไหมหล่ะ?"
"แกมันบ้าไปแล้ว!" นัทะโลั่นออกมาด้วยความเหลืออด
"จะให้ผมไปเป็ผู้หญิง ไปอยู่ในร่างภรรยาผมเนี่ยนะ!"
"ใช่... และถ้าเธอทำสำเร็จสามารถอดทนผ่านการทดสอบได้จนครบกำหนด 8 วันตามที่ตกลง โดยที่ใจของเธอยังคงรักนังหนูนี่ไม่เปลี่ยนแปลง ฉันจะคืนทุกอย่างให้ตามเดิม" แม่มดแสยะยิ้มกว้าง แววตาเ้าเล่ห์ เริ่มฉายแววขึ้นมาในดวงตาของฝ้าย
"แต่ถ้าพวกเธอปล่อยให้ใครจับได้ หรือความรักของพวกเธอแปรเปลี่ยนไป... ิญญาของพวกเธอจะถูกตรึงไว้ในร่างที่ผิดฝาผิดตัวแบบนี้ไปตลอดกาล และฉัน... ก็จะขอใช้ชีวิตในร่างชายหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยพลังของเธอไปแทนอย่างถาวร"
นัทรู้สึกเหมือนโลกหมุนเคว้ง ความกังวลและความกลัวแล่นพล่านไปทั่วกาย การที่ต้องสูญเสียความเป็ชายไปอยู่ในร่างผู้หญิงที่เป็ภรรยาของตน มันเป็เื่ที่น่าลำบากใจที่สุดเท่าที่เขาจะจินตนาการได้ แต่เมื่อเขาหันไปมองไปที่ร่างนักศึกษาสาว (ฝ้าย) ที่กำลังทำหน้าเศร้าอย่างสิ้นหวัง ดวงตาของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและเปี่ยมไปด้วยความละอายที่ต้องมาติดอยู่ในร่างคนอื่น
นัทเห็นภาพฝ้ายที่ต้องอยู่ในร่างคนแปลกหน้าอย่างร่างนักศึกษาสาวไปตลอดชีวิต เขาเห็นความทุกข์ทรมานที่เธอกำลังเผชิญ... ในฐานะคนรักเขาจะปล่อยให้ผู้หญิงที่เขารักเผชิญชะตากรรมแบบนี้เพียงลำพังได้อย่างไร?
นัทคิดทบทวนในใจด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
"พี่นัท... ไม่นะคะ อย่าไปยอมนะ... ฝ้ายยอมอยู่ในร่างนี้ไปก็ได้ พี่นัทอย่าไปแลกกับมันนะ" ฝ้ายในร่างนักศึกษาร้องไห้โฮ เธอพยายามขอร้องพลางดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้
นัทหลับตาลงแน่นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมองไปที่ร่างเดิมของแฟนสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ที่จะพิสูจน์ตัวเองเพื่อคนที่รัก
"ตกลง... ผมรับข้อเสนอ ผมมั่นใจไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะยังคงรักฝ้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผมอยากคืนร่างเดิมให้ฝ้าย ผมยอมเสียสละร่างผู้ชายนี้เพื่อรับการทดสอบในร่างของฝ้ายเอง"
"ดีมาก! ช่างเป็วีรบุรุษที่กล้าหาญเสียจริงๆ!" ร่างของฝ้ายที่แม่มดอาศัยอยู่หัวเราะอย่างดีใจ
"ถ้าเธอตกลง เรามาสลับร่างกันเลยแล้วกัน" ทันใดนั้น ร่างของฝ้ายก็ยื่นมือมาจับที่หัวไหล่ของนัท บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไป ลมที่เคยพัดอ่อนๆ กลับกลายเป็พายุหมุนวนขนาดย่อมที่หอบเอาใบไม้แห้งและฝุ่นละอองลอยละลิ่ว แสงสีม่วงและแสงสีขาวนวลเริ่มหมุนวนรอบตัวนัทและร่างของฝ้าย
นัทรู้สึกถึงแรงกระชากมหาศาลที่เกิดขึ้นในอก ราวกับมีโซ่ที่แข็งแรง พันรอบิญญาของเขาแล้วดึงออกจากร่างเดิมอย่างรุนแรง ความรู้สึกนี้ทำให้เขาเ็ปจนแทบจะขาดใจ ทัศนียภาพรอบกายเริ่มพร่าเลือนและบิดเบี้ยวไปตามแรงหมุนของมนตรา
"อ... อ๊ากกกกกก!"
นัทกรีดร้องออกมาด้วยความทรมานขีดสุด ท้องฟ้าที่ดูปกติธรรมดาเมื่อครู่ บัดนี้กลับกลายเป็สีขาวสว่างจ้า เขารู้สึกว่ากำลังถูกยัดเข้าไปในช่องที่แคบมากจนต้องเบียดตัวเองลงไป สติของนัทเริ่มวูบดับไปพร้อมกับการที่เข้าสู่ห้วงแห่งการสลับเปลี่ยนิญญาของเขาเข้าไปสู่ร่างใหม่
(จบบทที่ 3)