ดินแดนสลัวเทียน เป็ชื่อที่ฟังดูยิ่งใหญ่เกินจริงสำหรับสถานที่แห่งนี้ ตระกูลหลี่ (แสงรุ่งอรุณ) เคยรุ่งเรืองในฐานะตระกูลเล็ก ๆ ที่พอจะอวดอ้างบรรพบุรุษนักบ่มเพาะพลังได้บ้าง แต่ยามนี้เหลือเพียงชื่อและบ้านเก่าที่ผุพัง
หลี่ มู่ไป๋ วัยสิบเจ็ดปี กำลังก้มตัวอยู่ใน ห้องเก็บของเก่าใต้ดิน ที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโคลนตีเข้าจมูก มู่ไป๋ไม่ได้ลงมาค้นหาสมบัติ แต่มาตามหาเครื่องมือช่างเก่า ๆ ตามคำสั่งของผู้าุโ
“อดีตอันรุ่งโรจน์ของตระกูลเราคงจะถูกฝังอยู่ใต้สิ่งเหล่านี้หมดแล้ว” มู่ไป๋ถอนหายใจพลางปัดฝุ่นออกจากกล่องไม้ที่ผุพัง กล่องใบนี้ตั้งอยู่ลึกที่สุดราวกับถูกจงใจซ่อนไว้
มือของเขาัักับวัตถุบางอย่างที่เย็นเฉียบ ไม่ใช่ไม้ ไม่ใช่โลหะ แต่มันถูกห่อหุ้มด้วย ผ้าไหมโบราณสีดำสนิท ที่แข็งกระด้างราวกับหนัง เขาค่อย ๆ ดึงมันออกมา ผ้าไหมนั้นแห้งกรังจนแทบจะสลายตัว เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใน
มันคือ สมุดบันทึกเล่มหนา ที่ไม่มีชื่อเื่บนปกใด ๆ สลักแค่เพียงสัญลักษณ์โบราณที่ไม่คุ้นตา กระดาษของมันเป็สีเหลืองเข้มคล้ายหยกที่ถูกแช่แข็ง และให้ััที่หนักอึ้งอย่างประหลาด
ค่าแรกเข้ามู่ไป๋นั่งลงบนพื้น นั่งจ้องมองสมุดบันทึกเล่มนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก—ครึ่งหนึ่งคือความตื่นเต้นในฐานะสิ่งที่หลงเหลือจากอดีตของตระกูล อีกครึ่งหนึ่งคือความหวาดระแวงต่อความลึกลับของมัน
“จะเป็ตำราฝึกยุทธ์โบราณหรือไม่?” เขาคิดอย่างมีความหวัง
เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดฝุ่นบนปก แต่ไม่ว่าจะเช็ดอย่างไร ก็มี รอยคล้ายคราบเืแห้ง ติดอยู่บนขอบปกด้านขวา รอยนั้นลึกลงไปในเนื้อกระดาษอย่างน่าขนลุก
ขณะที่เขากำลังพยายามเปิดมันออก ขอบของกระดาษที่คมกริบก็บาดเข้าที่ปลายนิ้วชี้ของเขา เืสีแดงสดหยดลงบนปกสมุดทันที
ฟู่มมมม!
แทนที่จะซึมลง สมุดบันทึกกลับ ดูดซับหยดเื นั้นหายไปอย่างรวดเร็วราวกับกระหายมัน แสงสีทองเรืองรองจาง ๆ เปล่งออกมาจากรอยเืนั้น ก่อนจะวิ่งไปรวมกันที่สัญลักษณ์บนหน้าปก
จู่ ๆ สมุดก็เปิดออกเอง!
หน้าแรกของบันทึกปรากฏต่อสายตาของมู่ไป๋ มันไม่ใช่ภาษาที่เขาคุ้นเคย แต่มันสามารถอ่านได้อย่างน่าประหลาดใจ ด้วยลายมือหวัด ๆ แต่เต็มไปด้วยพลังปราณที่รุนแรง—เป็ลายมือของ ซู เหวินเทียน อัจฉริยะผู้โดดเดี่ยว
"ผู้เปิดผนึกเอ๋ย! เส้นทางสู่เซียนที่พวกเขาสอนล้วนแต่เป็เศษซาก หากเ้า้าเป็ผู้เหนือกว่าฟ้าดิน จงยอมรับ 'ราคา' ที่ต้องจ่ายเสียก่อน"
ร่องรอยของปราณเซียนทันทีที่ข้อความนั้นถูกอ่าน ปราณฟ้าดินจำนวนมหาศาลที่มู่ไป๋ไม่เคยรู้สึกได้ก็ทะลักเข้าสู่ร่างของเขาราวกับน้ำป่าไหลหลาก มันเร่งกระบวนการ ฝึกกาย ที่เขาฝึกฝนมาอย่างเชื่องช้าให้เสร็จสมบูรณ์ในพริบตา
พลังปราณอัดแน่นอยู่ในเส้นลมปราณของเขา จนเขารู้สึกได้ถึงความเ็ปที่แสนหอมหวาน
"หน้าถัดไปคือเคล็ดวิชา 'สร้างรากฐานแห่งรุ่งอรุณ' แต่เงื่อนไขในการเปิด: ต้องแลกด้วยหนึ่งส่วนสิบของ 'พลังชีวิต' เ้ากล้าหรือไม่?"
มู่ไป๋หอบหายใจอย่างรุนแรง เขารู้สึกถึงความอ่อนแอจากภายใน ร่างกายสั่นเทาจากการถูกดูดพลังไปเล็กน้อย เขาได้จ่าย ค่าแรกเข้า ของเขาไปแล้ว
ในขณะเดียวกัน ณ ใจกลาง อาณาจักรฟ้าคำรน ที่ห่างไกลออกไป:
เย่ อู่ฉาง แห่ง สำนักอนธการนรก ที่กำลังบ่มเพาะพลังอยู่บนแท่นหยกศักดิ์สิทธิ์ จู่ ๆ ก็ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีแดงก่ำ
“ปราณเซียนโบราณ... ร่องรอยที่ถูกผนึกมาหลายพันปี... มันปรากฏขึ้นแล้ว!” เขากระซิบเสียงต่ำพลางหยิบ คันฉ่องมาร ขึ้นมาดู รอยแสงสีทองจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนคันฉ่อง ชี้ตรงไปยัง ดินแดนสลัวเทียน
“ใครก็ตามที่ถือบันทึกนั่นไว้... มันจะเป็ของข้า!”
หลี่ มู่ไป๋ กำสมุดบันทึกไว้แน่นในมือ เขาไม่ได้สนใจว่าจะมีใครตามล่า แต่เขากำลังมองไปยังชื่อวิชาที่เรืองแสงบนหน้าถัดไป ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย ความมุ่งมั่น... และความหิวโหยในพลัง
เส้นทางของ หลี่ มู่ไป๋ สู่แดนเซียนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว