ตอนที่ 7 บังเอิญ
หลายวันต่อมา หลังจากที่มัดหมี่หายหน้าหายตาไม่ไปทานข้าวที่โรงอาหารวิศวะเพราะเธอรู้สึกผิดกับการกระทำของตนเองที่ทำให้พี่องศาอัดอึด
“ตรงนั้นมีที่ว่าง ไปกัน” เสียงหวานพูดบอกเพื่อนสนิทสาว
“กูก็คิดว่ามึงจะอดทนได้สักกี่วัน นี่ผ่านมาแค่ 3 วันเองนะ”
“แฮะ ๆ ก็ข้าวที่วิศวะมันอร่อยนี่นา” ใบหน้าหวานพูดตอบ สิ่งที่เธอบอกมีความจริงปนอยู่เพราะอาหารที่นี่อร่อยจริง ๆ แต่นั่นคือเหตุผลรอง ส่วนเหตุผลหลักของเธอมาเพื่อเจอหน้าพี่องศา รุ่นพี่ที่เธอแอบปลื้มอยู่แม้อีกฝ่ายจะไม่ถูกชะตากับเธอก็ตาม
ร่างบางในชุดนักศึกษานั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนเธอจะกวาดสายตามองหารุ่นพี่ที่เธอแอบปลื้ม เธอสามารถหาเขาเจออย่างง่ายดาย เพราะความหล่อที่โดดเด่นของพี่องศาที่ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนเธอก็สามารถหาเจอได้
ขอแค่ได้เห็นหน้าแค่ 5 วินาทีเธอก็พอใจแล้ว เพราะเธอปฏิญาณกับตนเองแล้วว่า เธอจะไม่จ้องพี่องศาโดยเด็ดขาด เพราะเธอไม่้าให้พี่เขาอึดอัดใจและเกลียดเธอ
“อ๊ะ! เจอแล้ว วันนี้ก็ยังหล่อเหมือนเดิม” เสียงหวานเอ่ยชมทันทีที่มองเห็น
“มึงไปซื้อข้าวก่อนเลยก็ได้ เดี๋ยวกูเฝ้าโต๊ะให้”
“โอเค พี่แทนจะมานั่งด้วยเหรอ”
“ใช่”
“โอเค งั้นเดี๋ยวมานะ” พูดจบฉันก็รีบลุกจากโต๊ะที่นั่งก่อนจะรีบวิ่งไปร้านอาหารที่ทานเป็ประจำ ที่ฉันต้องรีบเป็เพราะว่าร้านของป้าเขาอร่อยจนแถวยาวเหยียด หากไปช้าคงอดแน่
“นั่งได้เลยนะคะ”
“สวัสดีครับน้องต้นหอม”
“อ้าว แล้วน้องมัดหมี่ไปไหนเหรอครับ” เมื่อภูผามาถึงที่โต๊ะกลับไม่เจอคนตัวเล็กเขาจึงเอ่ยถาม
“อ๋อ ยัยมัดไปซื้อข้าวน่ะค่ะ เดี๋ยวก็คงมา”
“มึงถามหาน้องมัดหมี่ทำไมไอ้ภูผา” เสียงเข้มของแทนเอ่ยแซว
“กูแค่เห็นว่าน้องเขาไม่อยู่ก็เลยถาม แปลกตรงไหน”
“มันแปลกตรงที่มึงมาถึงก็กวาดสายตามองเลยนี่แหละ”
ภูผานิ่งไปสักพักหลังจากคำพูดของแทนซึ่งมันคงเห็นท่าทางของเขา ที่เมื่อมาถึงก็กวาดสายตามองหาคนคนหนึ่งโดยทันที หลังจากที่เขาเห็นว่าน้องต้นหอมนั่งอยู่คนเดียว
“มึงคิดไปเอง งั้นกูไปสั่งข้าวก่อนนะ”
คนตัวสูงหยัดลุกขึ้นก่อนจะเดินออกจากโต๊ะเพื่อสั่งอาหารตามปกติ แต่สายตาของเขาก็พยายามกวาดมองหาผู้หญิงคนหนึ่งอยู่และในที่สุดเขาก็หาเจอ ซึ่งคนตัวเล็กกำลังต่อแถวซื้อข้าวอยู่
ภูผามองคนตัวเล็กที่ยืนท่ามกลางผู้ชายตัวสูงก็อดเอ็นดูกับส่วนสูงของเธอไม่ได้ ดูน่ารักราวกับลูกแมวน้อย
“สวัสดีค่ะพี่ภูผา พี่แทน” เสียงหวานเอ่ยทักรุ่นพี่ที่มาใหม่อย่างสดใสหลังจากเธอกลับมาจากการต่อแถวซื้อข้าวราดแกง
“สวัสดีครับ” สองหนุ่มทักทายกลับ
จากนั้นทั้งสี่คนก็นั่งทานข้าวพร้อมพูดคุยอย่างสนุกสนานตามประสา โดยที่มัดหมี่ไม่ได้สังเกตเลยว่าคนตัวสูงที่นั่งข้าง ๆ เขากำลังมองเธออยู่ไม่วางตาและเขาก็ยังจำเื่ที่ผับในวันนั้นไม่ลืม
หลังจากผ่านไปสามวันที่องศาไม่ได้เจอกับผู้หญิงที่ชอบจ้องเขา มันทำให้เขารู้สบายใจมากขึ้นและทานข้าวได้อย่างไม่อัดอึด ถึงแม้จะมีสายตาของคนอื่นจ้องเขาอยู่แต่เขากลับไม่ได้รู้สึกอึดอัดเหมือนที่ผู้หญิงคนนั้น เขาสบายใจเพียงสามวันแต่มาวันนี้เขากลับเห็นเธออีกครั้งแต่คราวนี้เ้าตัวไม่ได้มองจ้องมาที่เขาและดูเหมือนจะไม่สนใจเขาด้วยซ้ำ
“มึงมองอะไรของมึงวะไอ้องศา” เสียงเข้มของไอ้เจย์ถามเขา
“ไม่มีอะไร” องศาพูดปฏิเสธก่อนจะหันมาทานข้าวในจานของตนเองต่อ
“วันเสาร์นี้วันเกิดกูนะเว้ย”
“กูจะพาพวกมึงสองคนไปเลี้ยงเหล้า”
“เชี่ย เสี่ยน้ำไนล์มาว่ะ”
“ทำไมไม่แดกที่ห้องวะ” เขาถามอย่างสงสัย
“ห้องกูมันไม่มีสาวไงวะถามได้”
องศาฟังก่อนจะทำหน้าเอือมระอา เพราะเพื่อนของเขามันคือเสือที่ชอบล่าเหยื่อ ไปผับทีไรไม่มีสักครั้งที่เขาไม่ได้กลับคนเดียว ไอ้สองคนตัวดีมักจะชอบหนีหายไปตลอด
“กี่ทุ่มมึงว่ามาเลยเสี่ยน้ำไนล์ กูพร้อมสุด ๆ”
“2 ทุ่มเจอกันที่ผับ on top ครับ กูเลี้ยงเอง พวกมึงก็ดื่มให้อ้วกแตกกันไปข้างเลยนะเว้ย นาน ๆ กูจะเลี้ยง”
“รับทราบครับเสี่ย” ไอ้เจย์และไอ้น้ำไนล์คุยกันถูกคอเพราะเื่แอลกอฮอล์ พวกมันชอบดื่มมากกว่าชอบเรียนด้วยซ้ำ
“มึงก็ต้องมานะเว้ยไอ้องศา ถ้าไม่มากูงอนมึงแน่”
“พูดอย่างกับเป็แฟนกูเลยนะมึง งอนทำไม”
“ไม่รู้แหละ ถ้ามึงไม่มากูจะงอน” ไอ้น้ำไนล์มันพูดก่อนจะทำหน้าเง้างอนใส่เขา
“เออ ๆ วันเกิดมึงกูก็ต้องไปสิวะ” เขาพูดตอบ หลังจากเห็นท่าทางของเพื่อนสนิทที่ทำหน้าตาน่าขนลุกโดยการส่งสายตาอ้อนเขาอีกทั้งยังเขามาหัวมาซบไหล่เขาจนเขาต้องรีบผลักหัวไอ้น้ำไนล์ออก
“เลิกเอาหน้ามึงมาใกล้กูได้แล้ว ขนลุก”
“กูคิดว่ามึงจะไม่ปฏิเสธซะอีก”
“กวนตีน”
“กูอยากพิสูจน์ว่ามึงชอบผู้ชายเหมือนที่เขาลือกันหรือเปล่า”
“มึงจะคิดยังไงก็ตามใจมึงเถอะ” องศาพูดปัดเพราะเขาเอือมระอาที่ต้องมาพูดแก้ตัวว่าไม่ได้ชอบผู้ชายแล้ว กะอีแค่เขาไม่อยากยุ่งกับผู้หญิงคนไหนกลับกลายว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงไปเสียได้
“มึงเลิกแหย่มันได้แล้ว เดี๋ยวพ่อกูโกรธมาจะเป็เื่”
“เชี่ย ผมขอโทษครับพ่อ”
“ผมลืมไปว่าพี่ชายเป็ลูกชายเ้าของบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถที่รวยสุด ๆ” ไอ้น้ำไนล์แกล้งพูดหยอกเย้า
“กวนตีนไอ้สัตว์”
สามหนุ่มนั่งคุยหยอกล้อกันตามประสา โดยที่องศาเหลือบมึงผู้หญิงตัวปัญหาที่มักจ้องมองเขาเป็ระยะ แต่วันนี้เธอกลับไม่มองและหันไปสนใจเพื่อน ๆ ของเธอมากกว่า เธอคงรู้ตัวแล้วว่าการที่เธอจ้องมองคนอื่นแบบนั้นมันทำให้อีกฝ่ายอึดอัด
“มัด วันนี้พวกเราไปวิ่งกันเถอะที่สนามกีฬา” ต้นหอมพูดพรวดขึ้นมา ขณะที่เรากำลังนั่งทานไอศกรีมกันอยู่
“หา เอาจริงเหรอ”
มัดหมี่ใกับคำพูดของต้นหอมอยู่ไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้ออกจากปากเพื่อนสนิทของเธอ ผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายสักครั้งหากไม่ใช่วิชาพละก็จะไม่ยอมออกกำลังกายโดยเด็ดขาด แล้วไหงวันนี้ถึงได้มาชวนเธอไปวิ่ง
“จริงสิ แกดูพุงฉันสิ ฉัน้าวิ่งเพื่อลดน้ำหนัก แบบด่วน ๆ” ต้นหอมพูดก่อนจะชี้ไปที่พุงน้อย ๆ ของตนเอง
“แต่สนามกีฬามันใหญ่มากเลยนะ”
“แต่ผู้ชายที่ไปวิ่งที่สนามก็หล่อมากนะ ไม่แน่มึงอาจจะเจอพี่องศาก็ได้” ต้นหอมใช้ชื่อขององศามาเป็เหยื่อล่อ
“อืม ไปก็ได้”
เมื่อสองสาวตกลงกันเสร็จก็ได้นัดแนะเวลาที่จะไปวิ่งกัน ซึ่งพวกเธอ้าไปวิ่งตอนที่อากาศไม่ร้อนแล้ว หากต้องไปวิ่งท่ามกลางอากาศร้อน ๆ เธอก็คงไม่ไหวเหมือนกัน
่เย็นประมาณห้าโมงกว่า ๆ ซึ่งเป็่เวลาที่พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าแล้ว อากาศกำลังดี ไม่ร้อนเกินไป มัดหมี่และต้นหอมขับมอเตอร์ไซค์ไปที่สนามกีฬาของมหาวิทยาลัย เมื่อมาถึงก็พบว่ามีผู้คนมากมายว่าวิ่งที่สนามแห่งนี้
“เอาละ วันนี้กูมีไฟเต็มที่ งั้นกูเริ่มวิ่งก่อนนะ”
“ดะ...เดี๋ยว ไม่วอร์มร่างกายก่อนเหรอ” มัดหมี่พยายามจะร้องห้ามเพื่อนสนิทสาวแต่ต้นหอมก็ได้วิ่งไปก่อนเสียแล้ว
“วันนี้คงมีไฟจริง ๆ แหละ”
แค่เห็นสนามก็รู้สึกท้อแล้ว มัดหมี่พูดบ่นหลังจากเธอเห็นสนามที่ทั้งกว้างทั้งใหญ่ เธอไม่เคยชื่นชอบการออกกำลังเลย วิชาพละที่เธอผ่านมาได้ก็แทบตาย
แม้คนตัวเล็กจะพูดบ่นแต่เธอก็เริ่มวิ่งบนลู่วิ่งช้า ๆ ตามปกติ ซึ่งเริ่มแรกยังไม่ได้รู้สึกเหนื่อยสักเท่าไหร่แต่พอมาถึงครึ่งทางก็ทำให้เริ่มรู้สึกหอบอีกทั้งยังเหงื่อไหลซกไปทั่วใบหน้า
“แฮก แฮก”
มัดหมี่ที่วิ่งรอบสนามได้สามรอบก็ต้องหยุดพักหายใจเพราะความเหนื่อย ในขณะที่มัดหมี่พักหายใจอยู่นั้น สายตาของเธอพลันเหลือบไปเจอผู้ชายคนหนึ่ง ตัวสูง ผิวขาว กำลังวิ่งด้วยท่าทางจริงจัง มองดูแล้วรู้สึกคุ้นตา
“พี่องศาเหรอ?”
และใช่ เขาคือพี่องศา รุ่นพี่ที่เธอแอบชอบแต่เขาเ็าและไม่ชอบเธอ
ที่มัดหมี่ไม่เจอองศาในขณะที่เธอวิ่งสามรอบนั้น เพราะเ้าตัวเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นขณะวิ่ง เมื่อหยุดพักหายใจมัดหมี่ก็มักมองท้องฟ้ามองนก จึงเป็เหตุผลที่ทำไมเธอถึงไม่เจอเขา
อยู่ไกลมากเลย จะวิ่งตามก็คงไม่ไหว รอให้พี่เขาวิ่งมาทางนี้แล้วค่อยวิ่งไปด้วยดีกว่า
แม้อีกฝ่ายจะอยู่ไกลถึงอีกฝั่งของสนามแต่ด้วยความสายตาดีของเธอ จึงทำให้มองเห็นได้ไม่ยากเพราะออราความหล่อของพี่เขามันกระแทกตา
“มาแล้ว”
ใช้เวลาไม่นานนักพี่องศาก็ได้วิ่งผ่านหน้าเธออีกครั้ง คราวนี้มัดหมี่จึงฮึดสู้วิ่งตามไปอย่างสู้ตาย นี่สิที่เขาเรียกว่าวิ่งตามผู้ชายของจริง
“สะ...สวัสดีค่ะพี่องศา” เสียงหวานเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มสดใส
“...” องศาเลือกที่จะมองแต่เขาไม่ทักทายกลับหรือสนใจเธอ
พี่เขานี่เ็าสุด ๆ เลยนะ
“หนูชื่อมัดหมี่นะคะ ที่เราเจอกันวันนั้นที่ผับ” มัดหมี่ไม่ย่อท้อ เธอพยายามชวนอีกฝ่ายคุยในขณะที่วิ่งไปด้วย
“พี่องศามาวิ่งที่นี่ทุกวันเลยเหรอคะ”
คนตัวสูงเลือกที่จะไม่พูดตอบและพยายามเร่งความเร็วเพื่อวิ่งหนีจากเธอไปอย่างไร้เยื่อใย
“ใจร้ายจังเลย” แม้เธอจะพูดเชิงน้อยใจแต่เธอกลับเร่งฝีเท้าให้วิ่งตามทันคนตัวสูงที่วิ่งนำไปก่อน
“พี่องศาวิ่งเร็วจังเลยนะคะ เป็นักกีฬามหาวิทยาลัยเหรอคะ”
แม้ว่าเธอจะชวนคุยมากเท่าไหร่แต่ก็ไร้คำตอบ งั้นก็ถือโอกาสนี้ขอโทษพี่เขาเลยดีไหมนะ
“พี่องศาคะ”
“มัดขอโทษที่จ้องพี่แบบนั้นนะคะ แต่ว่าต่อไปจะไม่ทำแล้วค่ะ อย่าเกลียดมัดเลยนะคะ”
ในขณะที่มัดหมี่มัวแต่สนใจผู้ชายที่อยู่ด้านข้าง โดยลืมความเหนื่อยไปชั่วขณะ ในที่สุดแรงเฮือกสุดท้ายที่เธอใช้วิ่งมาหาพี่องศามันถึงขีดจำกัด จึงทำให้ขาของเธออ่อนแรงไปดื้อ ๆ จนจะทำให้ล้มลง
ด้านหน้าของเธอคือสนามสำหรับวิ่ง หากล้มลงไปมีหวังเข่าถลอกอีกแน่ แต่เธอไม่สามารถควบคุมขาตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว มัดหมี่จึงเตรียมใจที่จะล้มลงและพยายามจะล้มลงในท่าที่เจ็บน้อยที่สุด
อย่างน้อยเจ็บที่เข่ายังดีกว่าหน้ามีแผลล่ะนะ!
“อั่ก!”
“เธอบ้าไปแล้วเหรอ!” เสียงทุ้มะโดุด้วยความโมโหหลังจากที่เขารีบจับร่างบางไม่ให้ล้มลง
“เอ่อ...คะ” โชคดีที่มีคนมารับตัวเธอไว้จึงทำให้ไม่ล้มลงไปนอนกองที่พื้น
“เธอนี่มันซุ่มซ่ามจริง ๆ!”
“ทำไมไม่เดินดี ๆ แล้วไอ้ท่าทางที่เตรียมล้มนั่นคืออะไร เธอ้าเรียกร้องความสนใจงั้นเหรอ!”
“มัดไม่ได้ซุ่มซ่ามนะคะ ก็ขามัดไม่มีแรงนี่นา” ฉันบุ้ยปากให้คนตัวสูงหลังจากที่โดนดุ
“แล้วใครใช้ให้เธอวิ่งตามฉันมาล่ะ”