อย่างที่ทุกคนรู้ เมื่อวานผมไปจีนมา ถึงจะเสี่ยงเป็เสี่ยงตายไปหน่อย แต่รายได้งามเลยทีเดียว ผมทำงานที่นี่ได้แค่สองงานแต่มันก็ทำให้ผมกับน้องอยู่สบายไปได้หลายเดือน ผมเริ่มจะปรับตัวได้มากขึ้นกับการเจอลูกค้าประหลาดๆ ถ้าทำแบบนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ ผมคงได้อัพขั้นเป็ไรเดอร์เหรียญทองของบริษัทแน่ๆ
ส่วนภารกิจที่ผมต้องไปส่งวันนี้คือ ผมต้องไปส่งพุทราจีนให้อาม่าที่ฮวงซุ้ย ใช่ครับ ฟังไม่ผิด ตอนนี้ผมกำลังเดินทางไปฮวงซุ้ยแห่งหนึ่ง คราวนี้ผมไม่ต้องทะลุมิติใดๆ แค่ขับเข้าไปง่ายๆเท่านั้น
[จุดหมายของคุณอยู่ทางซ้าย] ผมขับตามระบบมาถึงหน้าฮวงซุ้ยนี่จนได้
“สวัสดีครับ ผมมาส่งของครับ ขอเข้าไปได้ไหมครับ” ผมเอ่ยถามคุณลุงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในออฟฟิศหลังเล็กลักษณะคล้ายป้อมยาม ผมคาดว่าลุงคนนี้จะเป็คนเฝ้าสุสาน
“หวัดดีครับคุณลุง ลุงครับ ลุงงงงง” ผมเรียกลุงหลายครั้งแต่ลุงกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อผมเลยเหมือนมีอะไรบางอย่างขวางกั้นไว้ ประสบการณ์ทำให้ผมเริ่มรู้ตัวว่า มีบางอย่างไม่ปกติละ
ผมจึงขับเข้าไปเลยโดยไม่สนใจลุงอีกต่อไป ฮวงซุ้ยนี้มีขนาดใหญ่มาก กะด้วยตาผมคาดว่าอาจจะเป็พันไร่เลยทีเดียว ที่หน้าหลุมแต่ละหลุมมีลักษณะเป็เนินดินปกคลุมด้วยหญ้าและมีการก่อปูนขึ้นโค้งๆโอบล้อมลานหินอ่อน บางหลุมยังมีเครื่องบูชา ดอกไม้วางอยู่แสดงว่าเพิ่งมีคนมาเยี่ยมเยียน
ผมขับเข้าไปไม่ไกล ผมก็สามารถหาลูกค้ารายนี้เจอได้ในทันทีโดยไม่ต้องใช้บริการHi ยูมิเพื่อระบุตัวตน หญิงชราผมสั้นหยักศกยาวประมาณปลายคาง ใบหน้าขาวซีดไร้เืฝาดใดๆ มองจากดาวอังคารยังรู้ว่าผีแน่นอนไม่ต้องเดา เธอยืนกวักมือเรียก ราวกับรอคอยผมอยู่
ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอดรวบรวมสติและความกล้าก่อนจะขับรถมุ่งหน้าเข้าไปจอดหน้าฮวงซุ้ยของเธอ
ปั๊ก ผมเตะขาตั้งลงเรียบร้อยก่อนจะเอ่ยทักทายเธอ
“สวัสดีครับอาม่า”
“หวักลีๆ ลื้อมาส่งของใช่ไหม” อาม่าเอ่ยถามผมก่อนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มดี แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้ผมรู้สึกสยองขวัญแปลกๆ
“ใช่ครับ พุทราจีนที่อาม่าสั่งได้แล้วครับ”
“ลีลีลี มานั่งก่อง มานั่งก่อง” ผมเดาว่าคุณคงจะรู้ว่าอาม่าพูดอะไร ใช่ครับ เธอเรียกผมเข้าไปนั่งข้างเธอบนลานหินอ่อนหน้าหลุมศพของเธอ
“ลื้อช่วยแกะให้อั๊วล้วยซิ อั๊วม่ายมีเล็บเลย” อาม่าพูดพร้อมกับยกมือเหี่ยวย่นเล็บเขียวช้ำหนองให้ผมดู
“เอ่อ ได้ครับ” ถึงจะรู้สึกกระอักกระอ่วนแต่ผมก็ตกลงทำเพราะไม่อยากจะมีเื่กับเธอสักเท่าไหร่
“ลื้อชื่ออะไร”
“ผมชื่อปักษาครับ”
“เออ เพราะลีๆ” อาม่าเอ่ยชมชื่อสุดเท่ของผม
“ขอบคุณครับ”
“นี่ครับอาม่า” ผมฉีกถุงซีลให้เธอเสร็จก็เตรียมตัวจะลุกขึ้น
“เหลียวก่องๆ อย่าเพิ่งไปๆ นั่งคุยเป็งเพื่อนอั๊วก่อง จะรีบไปไหน” อาม่าเอื้อมมือเย็นะเืมาคว้าข้อมือผม ผมจะทำอะไรได้นอกจากจำใจหย่อนก้นลงที่เดิม
“อาม่ามีอะไรครับ”
“อั๊วเหงา ลูกหลานไม่ค่อยมาหาอั๊วเลย นานๆมาที พวกมันคงลืมอั๊วไปแล้ว”
“ลูกหลานอาม่าอาจจะทำงานยุ่งก็ได้นะครับ ดูอย่างผมสิ ผมก็ต้องมาทำงาน ทิ้งให้น้องสาวอยู่บ้านคนเดียว”
“ขอบคุงที่ปลอบใจอั๊ว แต่ทั้งปีจะแวะมาหาอั๊วบ้างสักสองสามครั้งไม่ได้เชียวเรอะ ลื้อดูหลุมศพคงอื่น มีคงมาหาบ่อยๆ นี่อั๊วอยากกิงพุทราจีน อั๊วไปเข้าฝันมันยังไม่ซื้อมาให้อั๊วเลย” อาม่าบ่นพร้อมกับชี้ให้ผมดูหลุมศพคนอื่นที่มีช่อดอกไม้วางอยู่ ซึ่งมันก็จริง ต่างกับของอาม่าที่มีแต่หยากไย่กับความว่างเปล่า
“พ่อแม่ผมก็เสียแล้วครับ ครอบครัวผมเหลือผมกับน้องสาวแค่สองคน ไม่รู้พวกท่านจะคิดถึงผมแบบอาม่าไหม”
“ก็ต้องคิดถึงลื้ออยู่แล้วสิ” อาม่าที่สังเกตเห็นผมเศร้าจึงปลอบผมบ้าง
“แล้วลื้อมาทำงานแบบนี้ไม่กลัวผีเรอะ” อาม่าชวนผมคุย
“ก็กลัวครับ ผมพยายามใจแข็งอยู่”
“เก่งแล้วๆ นั่งคุยกับอั๊วได้ขนาดนี้ สุดยอดๆ” อาม่าชมพร้อมกับตบบ่าผมไปด้วย
“ลื้อมาหาแบบนี้ ทำให้อั๊วรู้สึกเหมือนลูกหลานมาหา ขอบใจๆ”
ผมนั่งมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินและฟังอาม่าไปเรื่อยๆโดยไม่ได้ตอบอะไร
“อั๊วรู้สึกถูกชะตากับลื้อ อยากคุยล้วยอีกนางๆ ลื้อมาอยู่กับอั๊วไหม?”
“หะ! เอ่อ…มะ ไม่เอาดีกว่าครับ ผมไม่สะดวกครับ ผมต้องเลี้ยงน้อง น้องผมยังเด็ก” ผมรีบหาเหตุผลปฏิเสธคำถามสุดสะพรึงนั่น
“เหรอ งั้นอั๊วตามไปอยู่กับลื้อก็ล่าย เดี๋ยวอั๊วช่วยเลี้ยงน้องสาวลื้อเอง”
“ไม่รบกวนดีกว่าครับอาม่า น้องผมดื้อครับ เดี๋ยวอาม่าจะโมโหเปล่าๆ”
“งั้นเรอะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ลื้อนี่เอาตัวรอกเก่งจริงๆ” อาม่าหัวเราะลั่นไปทั้งฮวงซุ้ย
“อั๊วมีความสุขจริงๆที่ได้คุยกับลื้อวันนี้ ขอบใจๆ” อาม่ากล่าวขอบคุณและเอื้อมมือมากุมมือผม
หลับจากที่เลี่ยงการสบตามาตลอดในที่สุดผมก็หันกลับไปมอง นี่เป็ครั้งแรกั้แ่นั่งสนทนากันมาที่ผมได้มองหน้าอาม่าชัดๆ แววตาของหญิงชราตรงหน้าผม ดูเหงามากจริงๆ ทันใดนั่นผมก็รู้สึกอินกับประโยคก่อนหน้าที่อาม่าเล่าให้ผมฟังมากขึ้น ผมเข้าใจแล้วว่าอาม่ารู้สึกโดดเดี่ยวขนาดไหน
“ผมก็ดีใจที่วันนี้ได้มาคุยเป็เพื่อนอาม่าครับ” ผมตอบขณะจ้องมองแววตาเหงาๆของเธอไปด้วย
“งั้นอั๊วสั่งของลื้อบ่อยๆลีไหม” อาม่ายิ้มให้ผม
“ฮ่าๆๆ” ผมหัวเราะตอบกลับไป ตอนนี้ในใจผมไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลยสักนิด วันนี้ผมได้เรียนรู้ว่า พวกผีเขาก็เคยเป็คนมาก่อน เขามีความรู้สึกนึกคิดได้ไม่ต่างจากเรา บางตัวอาจจะดุร้ายชอบหลอกให้คนกลัว แต่ผีบางตัวก็เป็มิตรได้แบบอาม่า
“ไหน อั๊วจะเซ็งชื่อแล้ว เอามาให้อั๊วเซ็งเร็วๆ”
“ครับๆ” ผมรีบควักมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้อาม่า
“ลื้อลองไปซื้อหวยลูสิ 493 อั๊วว่าน่าจะถูกน้า~”
“จริงเหรอครับอาม่า”
“เออ ขอให้คนลีๆอย่างลื้อโชคลี ไปๆ อั๊วจะไปนองกิงพุทราละ”
“คร้าบบ ผมไม่รบกวนแล้วครับม่า ขอบคุณมากนะครับ” ผมก้มสวัสดีอาม่างามๆก่อนจะขึ้นรถกลับ
วันนี้ถือเป็วันดีๆที่ผมได้เจออาม่า ได้เข้าใจผีมากขึ้น ได้เอาชนะความกลัวไปอีกขั้น และแน่นอนว่าผมต้องรีบแวะซื้อล็อตเตอรี่สักใบก่อนที่จะลืมเลขที่อาม่าบอกเสียก่อน