พริบตาเดียวก็ถึงวันเปิดเทอมหูหลันเยวี่ยเต็มไปด้วยความหวังกับงานใหม่ที่โรงเรียนประถมหมู่บ้านซิ่วสุ่ย
ถึงแม้การเป็นครูอัตราจ้างในโรงเรียนประถมจะไม่ได้อยู่ในแผนชีวิตที่หูหลันเยวี่ยร่างไว้หลังจากย้อนกลับมาในอดีตแต่ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่คาดฝันนี้ เธอก็ยินดีที่จะกระตือรือร้นทุ่มเทให้เต็มที่
หูหลันเยวี่ยหยิบชุดกระโปรงลายดอกไม้สีชมพูที่เธอไม่ค่อยกล้าใส่ขึ้นมาสวม
เมื่อก่อนตอนที่เธอใส่ชุดกระโปรงตัวนี้มันก็พอดีตัวแต่เพราะว่าเธอผอมลงไปบ้าง ทำให้ชุดกระโปรงที่เคยพอดีตัวนี้ดูหลวมไปเล็กน้อย
โรงเรียนประถมหมู่บ้านซิ่วสุ่ยอยู่ไม่ไกลจากบ้านของหูหลันเยวี่ยเท่าไหร่เดินไปก็ใช้เวลาแค่เจ็ดแปดนาที
โรงเรียนประถมมีทั้งหมดห้าชั้นปีแต่ละชั้นปีมีสองห้องเรียน แต่ละห้องเรียนจะมีนักเรียนประมาณสี่สิบคน
นอกจากเด็กในหมู่บ้านนี้ที่มาเรียนที่นี่แล้วเด็กจากหมู่บ้านใกล้เคียงอีกหลายหมู่บ้านก็มาที่นี่เช่นกัน
ในโรงเรียนมีคุณครูรวมกับครูใหญ่เป็นทั้งหมด10คน ก่อนที่หูหลันเยวี่ยจะมา มีครูผู้หญิงแค่คนเดียวที่เหลือเป็นครูผู้ชายทั้งหมด
ครูที่ได้บรรจุเป็นข้าราชการมีจำนวนน้อยส่วนใหญ่ก็เป็นครูอัตราจ้าง
หูหลันเยวี่ยเป็นครูที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาครูทั้งหมดก่อนหน้าเธอ ครูที่อายุน้อยที่สุดก็มีลูกที่พอจะออกไปซื้อน้ำปลาได้แล้ว
ตอนที่หูหลันเยวี่ยตกลงมาเป็นครูอัตราจ้างเธอได้บอกไปว่าไม่อยากสอนชั้นประถมหนึ่งดังนั้นทางโรงเรียนจึงจัดให้เธอสอนวิชาภาษาศาสตร์ของชั้นประถมสามทั้งสองห้องและให้เป็นครูประจำชั้นของชั้นประถมสามห้องหนึ่ง
บังเอิญว่าหูเจี้ยนหมิงก็เรียนอยู่ชั้นประถมสามห้องหนึ่งพอดี
ครูที่สอนวิชาคณิตศาสตร์ของชั้นประถมสามอีกคนหนึ่งพาหลันเยวี่ยไปเดินดูรอบๆเพื่อทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม
ตอนที่กำลังจะถึงห้องเรียนของชั้นประถมสามห้องหนึ่งก็บังเอิญเจอหูเจี้ยนหมิงเข้าพอดี
หูเจี้ยนหมิงเห็นหูหลันเยวี่ยก่อนดังนั้นเขาจึงเผลอเรียกเธอว่า "ยัยหมูตอน"แต่พอคำว่า "หมู" เพิ่งหลุดออกจากปาก ก็เห็นครูหลิวหมิงเดินอยู่ข้างๆ หูหลันเยวี่ยเขาจึงตกใจจนรีบวิ่งกลับเข้าห้องเรียน
จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็เดินเข้าไปในห้องเรียนของชั้นประถมสามห้องหนึ่งพร้อมกับครูหลิวหมิง
ห้องเรียนที่เคยส่งเสียงดังจอแจก็เงียบลงทันที
พวกเด็กๆเห็นครูหลิวก็กลัวกันโดยสัญชาตญาณเมื่อพวกเขาเห็นพี่สาวใส่กระโปรงที่ปรากฏตัวต่อหน้าพร้อมกับครูหลิว ดวงตาเล็กๆหลายคู่ก็จับจ้องไปที่หูหลันเยวี่ย
ครูหลิวหมิงยืนอยู่บนแท่นบรรยายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมก่อนจะแนะนำหูหลันเยวี่ยที่อยู่ข้างๆ กับพวกเด็กๆ "นักเรียน นี่คือครูหู ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคนนี้จะเป็นครูสอนภาษาศาสตร์ของพวกเธอ และเป็นครูประจำชั้นของพวกเธอด้วย"
พอพวกเด็กๆได้ยินว่าพี่สาวใส่กระโปรงสวยๆ คนนี้เป็นครู แต่ละคนก็ดูตื่นเต้นกันมาก
หูเจี้ยนหมิงที่นั่งอยู่ตรงกลางกลับก้มหน้า
หูหลันเยวี่ยยิ้มและโบกมือให้เด็กๆ"สวัสดีค่ะนักเรียนทุกคน ครูชื่อหูหลันเยวี่ยนับจากวันนี้เป็นต้นไป ครูจะมาเป็นครูประจำชั้นของพวกเธอครูจะเรียนรู้ไปพร้อมกับนักเรียนทุกคนนะคะ"
เธออยากแสดงฝีมือต่อหน้าเด็กๆดังนั้นหลังจากแนะนำตัวเองแบบง่ายๆ หูหลันเยวี่ยก็หยิบชอล์กเก่าๆครึ่งแท่งออกมาจากกล่อง แล้วเขียนชื่อของตัวเองลงบนกระดานดำพร้อมกับคำอวยพรที่เธอจะมอบให้เด็กๆ
ลายมือชอล์กที่สวยงามของหูหลันเยวี่ยดึงดูดสายตาของเด็กๆไปที่กระดานดำทันที
เด็กที่กล้าๆกลัวๆ คนหนึ่งถึงกับร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว "ว้าว!ลายมือของครูหูสวยจังเลย!"
หลังจากวางชอล์กครึ่งแท่งที่อยู่ในมือกลับเข้าไปในกล่องไม้เก่าๆแล้ว หูหลันเยวี่ยก็ยิ้มให้เด็กๆ "นักเรียนทุกคนลองแนะนำตัวเองหน่อยสิ ชื่อและอายุของตัวเองด้วยนะถ้าจะบอกสิ่งที่ตัวเองชอบทำเป็นประจำด้วยก็ได้"
พูดจบหูหลันเยวี่ยก็หยิบสมุดเล่มใหม่เอี่ยมกับปากกาลูกลื่นออกมา
หลังจากหยิบปากกาและสมุดออกมาแล้วหูหลันเยวี่ยก็ชี้ไปที่ตรงกลาง "นักเรียนที่ใส่เสื้อแขนสั้นสีน้ำเงินคนนั้นเธอกำลังจะหลับเหรอ? ถ้าเธอจะง่วงนอนขนาดนี้งั้นก็ลุกขึ้นมาแนะนำตัวเองเป็นคนแรกเลย"
สายตาของทุกคนมองไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"หูเจี้ยนหมิง ทำไมนายเพิ่งมาก็อยากนอนแล้วล่ะ? หูเจี้ยนหมิงครูให้ลุกขึ้นมาแนะนำตัวเองนะ ทำไมยังไม่ลุกขึ้นมาอีกล่ะ?" เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ใส่เสื้อแขนสั้นลายตารางพูดขึ้น
ตอนนี้ใบหน้าของหูเจี้ยนหมิงแดงก่ำไปหมดแล้วแต่เขาก็ยังนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ขยับเขยื้อน
"นี่นักเรียน ฉันให้ลุกขึ้นมาแนะนำตัวเอง เธอไม่ได้ยินเหรอ?" หูหลันเยวี่ยเดินไปที่โต๊ะเรียนของหูเจี้ยนหมิงด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
หูเจี้ยนหมิงบิดไปบิดมาแล้วลุกจากเก้าอี้"ผมชื่อหูเจี้ยนหมิง ปีนี้อายุเก้าขวบแล้วครับ"
อย่าคิดแค่ว่าปกติเวลาที่หูเจี้ยนหมิงเรียกหูหลันเยวี่ยว่า"ยัยหมูตอน" เสียงนั้นดังแค่ไหนแต่ตอนที่ลุกขึ้นมาแนะนำตัวเองเวลานี้ เสียงของเขากลับเบาเหมือนเสียงยุง
หูหลันเยวี่ยรอจนกระทั่งหูเจี้ยนหมิงแนะนำตัวเองแบบอึกอักเสร็จเธอก็ยิ้มและให้เขานั่งลง "นักเรียนที่จะแนะนำตัวเองต่อจากนี้ต้องพูดเสียงดังๆ หน่อยนะ อย่าเลียนแบบนักเรียนหูเจี้ยนหมิงที่พูดเสียงเบาขนาดนี้"
ในขณะที่พูดหูหลันเยวี่ยก็กลับไปยืนอยู่ที่แท่นบรรยายอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ให้เด็กๆที่อยู่แถวในสุดเริ่มแนะนำตัวเองตามลำดับ
เดิมทีห้องนี้มีหัวหน้าห้องแต่หัวหน้าห้องย้ายโรงเรียนไปแล้ว ตอนนี้จึงยังไม่มีคนที่อยู่ในตำแหน่งนั้น
ทุกคนคิดว่าครูหูคนใหม่ที่เพิ่งมาจะให้รองหัวหน้าห้องทำหน้าที่แทนชั่วคราวไปก่อนไม่คิดว่าครูหูจะเลือกคนหนึ่งมาเป็นหัวหน้าห้องชั่วคราวด้วยตัวเอง
หูหลันเยวี่ยยิ้มแย้มอีกครั้งเดินไปหาหูเจี้ยนหมิงที่ยังคงก้มหน้าเหมือนจะหลับอยู่
"นักเรียนหูเจี้ยนหมิง จะเป็นหัวหน้าห้องของพวกเราไปก่อนชั่วคราวนะสองอาทิตย์หลังจากนี้ พวกเราค่อยโหวตเลือกหัวหน้าห้องที่เหมาะสมกันอีกทีทุกคนปรบมือต้อนรับหัวหน้าห้องคนใหม่ของพวกเราหน่อยเร็ว"
พอได้ยินว่าจะให้ตนเป็นหัวหน้าห้องหูเจี้ยนหมิงก็แทบจะเป็นลม
ถึงแม้หูเจี้ยนหมิงจะไม่ใช่คนที่เรียนแย่ที่สุดแต่ก็อยู่ในอันดับรั้งท้าย
หูเจี้ยนหมิงรู้ดีว่าถ้าเขาเป็นหัวหน้าห้องเขาจะต้องโดนเพื่อนที่เรียนเก่งๆ หัวเราะเยาะแน่นอน
ถึงแม้เด็กๆจะไม่เห็นด้วยกับการที่หูเจี้ยนหมิงได้เป็นหัวหน้าห้องชั่วคราวแต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูด แถมไม่กล้าถามด้วย
ในที่สุดก็มาถึงเวลาพักเที่ยงจึงปล่อยเด็กบ้านใกล้กลับไปกินข้าวกลางวันที่บ้าน
บ้านของหูเจี้ยนหมิงอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนดังนั้นหลังจากเข้าเวลาพัก เขาก็ต้องกลับไปกินข้าวกลางวันที่บ้านเหมือนกัน
เด็กคนอื่นๆต่างก็เดินทางกลับบ้านอย่างร่าเริง แต่หูเจี้ยนหมิงกลับเดินคอตกกลับไป
พอเข้าบ้านมาแม่เฒ่าหูเห็นหลานชายสุดที่รักเหมือนมะเขือที่โดนน้ำค้างแข็ง เธอก็รีบถาม"เจี้ยนหมิง เป็นอะไรไป? ทะเลาะกับใครมาอีกแล้วเหรอ?"
พอมาอยู่ต่อหน้าคุณย่าหูเจี้ยนหมิงก็เหมือนเจอนางฟ้ามาโปรด "คุณย่าครับยัยหมูตอนจงใจแกล้งผม จงใจทำให้ผมขายหน้าต่อหน้าเพื่อนๆ"
ในขณะนั้นเองอาสามก็เดินเข้ามาพอดี เมื่อครู่ลูกชายพูดอะไรกับคุณย่า เขาได้ยินหมดแล้ว
"เจี้ยนหมิง พี่สาวคนโตของลูกทำอะไรลูกเหรอ?" น้ำเสียงของอาสามค่อนข้างจะหงุดหงิด"ลูกไปเรียกชื่อเล่นเขาอีกแล้วใช่ไหม?"
สะใภ้สามที่เดินตามหลังอาสามมารีบวิ่งไปหาลูกชาย "เจี้ยนหมิงรีบเล่าให้พ่อกับคุณย่าฟังสิ พี่สาวคนโตทำอะไรลูก?"
พูดยังไม่ทันขาดคำสะใภ้สามก็บ่นกับแม่ย่าและสามี "หูหลันเยวี่ยไม่พอใจอะไรพวกเราก็มาลงที่พวกผู้ใหญ่สิ จะมารังแกเด็กทำไมกัน?"