จมูกของชูล่าได้กลิ่นเหม็นอับ เขาลืมตาขึ้นและพบว่าตนเองอยู่ในห้องใต้ดินเดิม เป็สัญญาณบอกว่าพวกเขากลับมายังโลกแห่งความเป็จริงแล้ว ชูล่าขยับแขนข้างที่หักและพบว่ามันขยับได้โดยไม่มีอาการเ็ปแต่อย่างใด ครั้นจะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็ความฝัน ก็ดูจะเป็ความฝันที่สมจริงเกินไปนิด
“ไม่ใช่ความฝันหรอกค่ะนายท่านชูล่า”
อาลูลุเหมือนจะอ่านความคิดชูล่าออก เธอชี้ไปยังดาบปืนที่อยู่ด้านหลังของเขา อันเป็หลักฐานชั้นดีว่าเื่ทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน ชูล่าถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก็ยังสบายใจไม่ได้เพราะว่าป่านนี้ไม่รู้ว่าบรูซกับเซซิลจะเป็เช่นไรบ้าง ที่สำคัญคือตอนนี้ชูล่าไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่แล้ว
ยังเหลือเื่ค้างคาใจที่จะต้องสะสางให้เสร็จ โดยเฉพาะเื่ของโยฮัน ชูล่ากุมดาบปืนแน่นก่อนจะเดินออกจากห้องใต้ดินไป เขาวิ่งขึ้นไปตามทางเดิมเรื่อย ๆ และพบว่ามีทหารมากมายเดินตรวจตราเต็มพื้นที่ไปหมด ชูล่าแอบฟังทหารสองคนคุยถึงเื่การจับกุมผู้ลักลอบเข้ามาในฐานทัพได้สองคน ตนนั้นเองชูล่าก็รู้แล้วว่าบรูซกับเซซิลโดนจับได้เสียแล้ว
เขาเลี่ยงมาทางเส้นทางหนีไฟในขณะที่อาลูลุพยายามตรวจหาข้อมูลของแผนผังฐานทัพลับแห่งนี้
“จากตรงจุดนี้วิ่งไปอีกราวสอง่ตึกและขึ้นไป้าจะเป็ห้องคุมขังชั่วคราว จากที่ดักฟังข้อมูลมา คาดว่านายท่านเซซิลกับนายท่านบรูซน่าจะถูกคุมตัวไว้ที่นี่ค่ะ”
ชูล่าพยักหน้าก่อนที่จะวิ่งไปตามทางที่อาลูลุบอก เขาวกขึ้นบันไดมาจนพบกับห้องขังจำนวนมากเรียงรายกันไปยาวสุดห้อง ห้องขังส่วนใหญ่นั้นจะเป็สัตว์ชนิดต่าง ๆ ที่ถูกนำมาไว้ใช้ทดลอง ซึ่งก็คงไม่พ้นการเป็อาวุธา ชูล่ามองเห็นห้องขังที่ถูกเฝ้าโดยทหารยามสองคน เขาย่องไปยังด้านหลังในขณะที่คนหนึ่งกำลังเผลอตัวและจัดการอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เตะเสยที่ปลายคางทหารอีกคนที่กำลังหันกระบอกปืนมายังชูล่าจนหงายท้องนอนนับดาว
“ชูล่า! อาลูลุ!”
เซซิละโออกมาเบา ๆ เมื่อได้เห็นทั้งสองคนยังอยู่รอดปลอดภัยดี เขาเผลอแตะที่ซี่ลูกกรงและก็ถูกไฟฟ้าดูดจนต้องชักมือกลับ ดูเหมือนว่าจะมีการป้องกันที่รัดกุมกว่าที่คิด แต่ก็ไม่เกินกำลังของอาลูลุที่จะปลดมันออก เพียงไม่นานนัก ประตูกรงก็เลื่อนเปิดออกมา
“พวกนายหายไปไหนมา?”
“เื่มันยาว เดี๋ยวไว้ค่อยเล่าให้ฟัง แล้วบรุซล่ะ?”
“เขาเพิ่งถูกพาตัวไปเมื่อครู่นี้เอง ดูเหมือนว่าจะโดนให้เค้นความลับเื่ที่ซ่อนของพวกใต้ดินน่ะ”
“แย่แล้ว อย่างนั้นรีบไปช่วยกันเถอะ!”
“เดี๋ยวก่อนชูล่า! นายล่วงหน้าไปก่อน ฉันกับอาลูลุมีอีกเื่ที่จะต้องไปทำ หวังว่าคงเข้าใจนะ”
ชูล่าพยักหน้าก่อนที่จะวิ่งแยกไปคนละทางกับเซซิลและอาลูลุ และในตอนนั้นเอง สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น พวกนั้นรู้ตัวแล้วว่ามีนักโทษหลบหนี แต่ตอนนี้ชูล่าจะต้องรีบไปช่วยบรูซก่อนที่พวกนั้นจะทำอะไรกับเขา
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
เซซิลกับอาลูลุเปิดระบบพรางตัวชั่วคราวเพื่อให้หลบซ่อนตัวจากพวกทหารที่ตรวจตรากันอย่างเคร่งครัด ก่อนที่เครื่องพรางตัวจะพังไม่เป็ท่า ทั้งคู่ก็มาถึงคลังแสงที่เก็บรักษาเ้าลาสท์ เอมเพอเร่อร์ อาวุธาขนาดั์เ้าปัญหานั้นได้ในที่สุด
เขาแอบเข้าไปในส่วนควบคุมของมันและพยายามจะทำอะไรบางอย่าง แม้ว่าเ้านี่จะแข็งแกร่งเพียงใด แต่หากภายในนั้นยังควบคุม้วยระบบสมองกลอยู่แล้วล่ะก็ ย่อมมีทางที่จะทำลายมันได้อย่างแน่นอน
“อาลูลุ เตรียมคำสั่งเขียนโปรแกรมและป้อนข้อมูลลงไปในระบบนี้”
“โปรแกรม? โปรแกรมอะไรคะ?”
“โปรแกรมที่จะทำลายเ้านี่ยังไงล่ะ”
เซซิลใช้เวลาในห้องขัง คิดทบทวนถึงวิธีที่จะหยุดยั้งแผนการของดร.กุสตาฟ และในที่สุดก็คิดออก เขาเริ่มต้นป้อนชุดคำสั่งของโปรแกรมที่ตนเองคิดค้นขึ้นเองในสมอง เป็จำนวนทั้งหมดสามหมื่นแปดพันเก้าร้อยห้าสิบชุดคำสั่งลงไปอย่างรวดเร็ว
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
ชูล่าวิ่งไปตามทางเดินกระจกที่ทอดยาวอยู่ใต้น้ำจนมาถึงโถงกว้างทรงกลมขนาดใหญ่ และที่นั่นเองที่เขาได้พบกับบรูซที่ถูกจับมัดนอนกับเตียงเหล็กอยู่กลางห้อง ที่ปลายแท่นเหล็กนั้นมีเลื่อยจักรที่ปั่นด้วยความเร็วสูงและกำลังจะเลื่อนมาบั่นคอเขา ชูล่าคิดว่ามันเป็กับดักแต่ก็ไม่อาจจะปล่อยให้บรูซตายโดยไม่ช่วยได้ เขาใช้ดาบปืนข้างเอวยิงเครื่องควบคุมใบเลื่อยนั้นจนพัง จากนั้นค่อยวิ่งไปหาบรูซ และแก้มัดที่ตัวกับปากออก
“ค่อยยังชั่ว! นายยังไม่ตายจริงๆด้วย!”
“ไว้ค่อยว่ากัน รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ”
ชูล่าเร่งเร้าบรูซ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว เมื่อประตูทุกบานเปิดออกและทหารมากมายก็กรูกันเข้ามาในห้อง พร้อมกับอาวุธครบมือ ทหารพวกนั้นตั้งท่าเตรียมสังหาร แต่ทว่ามีใครบางคนยกมือห้ามเอาไว้ เขาแหวกกลุ่มทหารและเดินเข้ามาหาชูล่ากับบรูซ
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง ชูล่า”
โยฮัน เดอ ลาลูฟ ขุนนางผู้หยิ่งผยองยิ้มให้ชูล่าเหมือนเมื่อครั้งที่เจอกันครั้งแรก เขาอยู่ในชุดทหารเต็มยศ ที่เอวขวานั้นห้อยดาบยาวปลายแหลมประดับลวดลายวิจิตรอยู่
“เธอนี่… สร้างปัญหาให้กับฉันได้ตลอดเวลาเลยนะ”
“ไม่ต้องพูดมาก! แกใช่ไหมที่เป็บงการเ้าแมงมุมเหล็กนั้น!”
ชูล่ารู้สึกเหมือนจะสติแตกขึ้นเล็กน้อยเมื่อพูดถึงเื่ความตายของจาฮา เขาชักดาบปืนออกมาและชี้ไปยังโยฮัน ท่ามกลางเสียงขึ้นไกปืนของพวกทหารที่พร้อมจะยิงชูล่ากับบรูชได้ทุกเมื่อ โยฮันยกมือปรามเอาไว้ ก่อนจะหัวเราะด้วยใบหน้าอีกด้านที่ชูล่าไม่เคยเห็น
“อินวิสสิเบิ้ลน่ะเหรอ... ถ้าใช่แล้วจะทำไม? หรือว่าเธอมีปัญญาแก้แค้นให้เพื่อนเธอ?”
“โยฮัน!! ฉันจะฆ่าแก!!”
ชูล่าไม่รอช้าพุ่งดาบเข้าหาโยฮัน ในขณะที่ตัวโยฮันก็ชักดาบออกมาและตั้งท่าเตรียมต่อสู้ ปลายดาบกระทบกันหลายครั้งก่อนที่ชูล่าจะผละออกมาตั้งหลัก
“ไหนลองแสดงให้ฉันเห็นหน่อยสิ ว่าเธอจะแน่ได้อย่างที่ปากพูดแค่ไหน”
ชูล่ามองเข้าไปในดวงตาของโยฮัน ภายใต้ดวงตาคู่นั้น ชูล่ารู้สึกราวกับถูกดูดเข้าไปภายใน แตะพริบตานั้น โยฮันก็พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วจนชูล่าะโหลบแทบไม่ทัน โยฮัน เดอ ลาลูฟตวัดปลายดาบและแทงมาที่ท้ายทอยของชูล่า เขาก้มหลบทันท่วงที ปลายดาบตัดปอยผมไปกระจุกหนึ่ง
ชูล่าไม่คิดว่าคนท่าทางอ้อนแอ้นอย่างโยฮันจะมีฝีมือเชิงดาบมากเช่นนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะดูถูกโยฮันมากเกินไป อย่างไรซะโยฮันก็เป็ขุนนางในตระกูลดังที่เรียนศิลปะการใช้ดาบมามากกว่าชูล่าที่ไม่เคยเรียนจับดาบอย่างถูกต้องมาก่อน ท่ามกลางการรุกอยู่ฝ่ายเดียว ชูล่าตวัดดาบปืนที่มีจิติญญาของชาร์ลและเอลฟิเอน่า ปัดดาบของโยฮันออกไปจากตัวได้สำเร็จ
แต่กระนั้นเอง โยฮันหมุนตัวและแทงไปที่น่องของชูล่าจนเสียหลัก จากนั้นก็หวังจะเผด็จศึกด้วยการฟันไปที่คอ ชูล่ากลิ้งตัวหลบปลายดาบของโยฮันที่หมายสังหารพร้อมกับเตะไปที่ท้องของเขาจนกระเด็นออกไป ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือด บรรดาทหารและบรูซเองก็ทำได้เพียงถอยหลังออกมามองดู
“เธอนี่เหมือนคนที่ฉันเกลียดแทบจะเข้าไส้ ทั้งหน้าตา และคำพูด”
“พล่ามอะไรของแก”
“รู้ไหม ฉันจะบอกอะไรให้”
โยฮันได้จังหวะที่ชูล่าเสียสมาธิ จึงแทงไปที่เอวของชูล่าเต็มแรง ชูล่าทรุดลงไปพร้อมกับความเ็ปแสนสาหัส โยฮันหันปลายดาบมาจ่อที่คอของชูล่า
“ตอนที่ไล่ล่าจนหัวซุกหัวซุน และตอนที่เหนี่ยวไกปืนใส่เ้านั่นล้มลงไป มันช่างสุขจนหาคำอะไรมาบรรยายไม่ได้เลยทีเดียว”
“แกเป็คนฆ่าชาร์ลอย่างนั้นเหรอ!”
“ใช่แล้ว รวมถึงเอลฟิเอน่า นังผู้หญิงหน้าโง่ที่คิดจะแก้แค้นให้เ้านั่นด้วย อ้อใช่! ลืมนับเพื่อนสนิทของเธอที่ชื่อจาฮาไปได้ยังไงเนี่ย”
โยฮันหัวเราะอย่างบ้าคลั่งจนลืมภาพลักษณ์อันสูงสง่าของตนเองไปชั่วครู่หนึ่ง ชูล่าไม่คิดเลยว่าจะต้องมาแพ้ให้กับคนอย่างโยฮัน
“ไอ้ชั่วเอ๊ย!”
“ด่าไปก็เท่านั้นแหละ… ได้เวลาปิดฉากความสนุกแล้ว”
ปลายตวัดไปที่คอของชูล่าอย่างรวดเร็ว แต่ในวินาทีนั้นเองก็มีแรงสั่นะเือย่างรุนแรงเกิดขึ้นจนโยฮันเสียหลักโซเซไปมาครู่หนึ่ง เป็โอกาสทองครั้งเดียวที่ให้ชูล่าเหนี่ยวไกปืนที่ไม่รู้ว่าจะมีะุเหลืออยู่หรือไม่ แต่ว่าะุนัดสุดท้ายในรังเพลิงก็ถูกถีบออกและพุ่งควงสว่านเข้ากระทบเป้าหมายกลางอกของโยฮันอย่างจัง อานุภาพของมันมีเพียงพอที่จะทำให้เขากระเด็นและล้มลงอย่างถาวร
“นายคงไม่รู้ว่าดาบเล่มนี้ไม่ใช่ดาบธรรมดา… แต่เป็ดาบที่อัดแน่นด้วยชีวิตของคนถึงสองคน…”
บรูชวิ่งมาช่วยพยุงชูล่าให้ลุกขึ้นและจ้องมองโยฮันที่หอบหายใจรวยริน ท่ามกลางความวุ่นวายของพื้นที่นี้ สัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่ว ในขณะที่กำแพงผนังแตกร้าวและมีน้ำทะลักท่วมเข้ามาภายใน ทหารคนอื่นต่างก็หนีตายกันจ้าละหวั่นโดยไม่ใครสนใจความเป็ตายของโยฮัน เดอ ลาลูฟ ขุนนางชั้นสูงผู้เป็เ้านายเลยสักคน ชูล่าเงื้อกำปั้นต่อยไปที่ใบหน้าของโยฮันเต็มแรง ให้สมกับความคับแค้นที่อัดแน่นมานาน
“อย่า! อย่าฆ่าฉัน… ได้โปรด!”
โยฮัน ร้องขอชีวิตจากชูล่า ผิดวิสัยชายผู้หยิ่งผยองและลุแก่อำนาจคนเดิมลิบลับ เขาชูแขนขึ้นเหนือร่างและทำมือเหมือนจะไขว่คว้าอะไรบางอย่าง บางทีอาจจะเป็โลกที่ใฝ่ฝันถึง
“แล้วนายเคยให้ชีวิตกับใครบ้างหรือเปล่าล่ะ?”
ชูล่าควงดาบปืนและปักลงไปอย่างแรง ทว่าคมดาบนั้นกลับเฉียดแก้มของโยฮันไปเพียงนิดเดียว ไม่ได้หวังมุ่งสังหารเหมือนกับที่คิดไว้ตอนแรก ชูล่าเปลี่ยนใจกะทันหันในวินาทีสุดท้ายและคิดได้ว่าไม่ควรทำให้ดาบของชาร์ลและเอลฟิเอน่าเปรอะเปื้อนเืของเศษสวะอย่างโยฮัน
“ไม่ต้องเป็ห่วง… คนอย่างนายไม่มีค่าพอที่จะฆ่าอยู่แล้ว”
ดาบเล่มนั้นได้บรรลุเป้าหมายสุดท้ายแล้ว มันค่อย ๆ แตกสลายกลายเป็เม็ดแสงเช่นเดียวกับเ้าของเดิมของมัน น้ำทะลักเข้ามาจนปริ่มข้อเท้า ชูล่าโซซัดโซเซเพราะอาการาเ็ แต่ก็ได้บรูชคอยประคองเอาไว้ ส่วนทางด้านโยฮันนั้นกำลังหัวเราะอย่างขาดสติและเฝ้าถามคำถามถึงความล้มเหลวอยู่ในใจ
คำถามนั้นคงจะไม่ได้รับคำตอบจวบจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
เซซิลกับอาลูลุขโมยเจ็ทโมบิลลำหนึ่งจากคลังแสงใหญ่มาได้และขับมาพบกับบรูซและชูล่าที่กำลังหนีน้ำที่ทะลักเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนพอดี ที่นี่กำลังจะถล่มลงในไม่ช้านี้
“ขึ้นมาเร็ว!”
เชือกถูกหย่อนลงไป บรูซพยายามดึงชูล่าที่าเ็หนักและสลบไปเพราะพิษาแขึ้นไปก่อน ส่วนตัวเองก็ตามขึ้นมาทีหลัง แผลที่ท้องของชูล่าดูน่ากลัวและเป็อันตรายมาก อีกทั้งจำเป็ที่จะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
“เขาไปโดนอะไรมา?”
“โดนเ้าโยฮันมันทำร้ายมาน่ะสิ ว่าแต่ที่นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น!?”
“ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่โปรแกรมเ้าั์ในคลังแสงนั่นซะใหม่ ตอนนี้คงกำลังอาละวาดหนักอยู่”
เซซิลหัวเราะ แต่ก็น่าเสียดายที่พิมพ์เขียวนั้นถูกดร.กุสตาฟขโมยไปตอนเกิดเื่พอดี อย่างไรก็ตามก็คงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะสร้างต้นแบบที่สมบูรณ์ขึ้นมาใหม่ได้
เจ็ทโมบิลขับฝ่าผิวน้ำไปตามเส้นทางขนส่งใต้ดิน ประตูกั้นน้ำอัตโนมัติปิดลงทีละประตูที่เบื้องหน้าของพวกเขา เซซิลเหยียบคันเร่งมิดเพื่อทะยานผ่านประตูกั้นน้ำได้ทันเวลา จากนั้นก็หักหลบเศษซากปรักหักพังอย่างช่ำชอง เป็การแสดงฝีมือการขับเรือที่ผาดโผนเหลือเชื่อและไม่สมกับภาพลักษณ์ของเซซิลเลย
เจ็ทโมบิลเปิดระบบดำน้ำและเคลื่อนตัวเข้าไปในท่อที่เป็ทางออกไปยังก้นทะเลสาบ จากนั้นก็เคลื่อนตัวพุ่งสู่ผิวน้ำที่อยู่เหนือขึ้นไปเกือบร้อยเมตรในขณะที่เสียงะเิดังขึ้นเป็จังหวะ บรูชหันมองกลับไปด้านหลังและเห็นโครงสร้างของฐานทัพลับก็จมลงสู่ก้นทะเลสาบอย่างช้า ๆ เหลือเพียงเศษซากของความทะเยอทะยานที่ล้มเหลว
♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦
ชูล่ารู้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่ความฝันแบบปกติทั่วไป เขาเคยชินกับการเดินทางในความฝันมามาก จึงพอแยกแยะออกบ้าง ภาพที่เขาเห็น คือถนนที่เปื้อนฝุ่นทรายกับป้ายสลักจากไม้เป็คำว่า “ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้านโอเอซิส” ทั้งกลิ่นทราย และกลิ่นดอกไม้ที่แสนคุ้นเคย ชูล่ารู้สึกเหมือนว่าได้กลับมาถึงบ้านเกิดแล้ว
ที่นั่น ตรงทางเข้าหมู่บ้าน ชูล่าได้ยินเสียงเพลงคลอจากเครื่องดนตรีประจำเผ่าที่มีจาฮาเป็คนเล่น เพลงที่ทำให้คิดถึงเตียงอุ่น ๆ กับน้ำชาใส่นมแพะที่รออยู่ภายในบ้าน
“นายอยากพักแล้วหรือ?”
จาฮาหยุดเล่นดนตรี และหันกลับมาถามชูล่า
“ถามใจตัวเองหรือยังว่าแค่นี้เพียงพอแล้ว?”
ชูล่าไม่มั่นใจในตัวเอง รู้สึกว่ามันเป็คำตอบที่ยากที่สุดในชีวิต ทั้งที่ปกติชูล่าไม่เคยต้องคิดมากกับปัญหาที่ต้องเลือก
“ชีวิตเป็ของนาย เลือกเองก็แล้วกัน…”
จาฮาตบไหล่ชูล่าเบา ๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปในบ้าน ชูล่าคิดอยู่นานสองนาน มันเป็การใช้ความคิดที่ยาวนานสำหรับเขา และในที่สุดชูล่าก็ตัดสินได้ ปลายทางที่ยาวไกล ด้านหลังเป็เส้นทางที่ชูล่าเดินผ่านมา แม้มันจะไกล แต่ทางเบื้องหน้านั้นก็ยังมีระยะทางอีกมากกว่าจะไปถึงจุดสิ้นสุด
ชูล่าถอดรองเท้าหนังของตนเองออกและออกวิ่งไปบนทรายด้วยเท้าเปล่าเพื่อััและซึมซับผืนดินบ้านเกิดเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ก่อนที่ปลายเส้นทางนั้นจะปรากฏแสงสว่างขึ้น ทุกคนกำลังรอชูล่าอยู่