ความอ้างว้างในใจก่อตัวขึ้นชั่วขณะ เรานั่งจ้องสนามบอลอันว่างเปล่าด้วยใจที่คิดถึงเธอคนนั้น นับั้แ่วันกิจกรรมเงียบเราแทบจะไม่ได้เจอหน้าแก้วด้วยซ้ำหากเพียงแต่การเจอกันมันเป็เพียงการเดินผ่านเหมือนกับว่าเราไม่รู้จักกัน เราคงไม่ขอพรภาวนาให้เขากลับมาเพียงแค่ขออย่างเดียวว่าให้เราลืมเขา
นิศา : มาแล้ว
ปาย : อ้าวพี่นิศา
นิศา : เป็ไงบ้างเมื่อคืนนอนเต็มอิ่มเลยละสิ
ปาย : จะนอนเต็มอิ่มได้ไงล่ะ ก็ในใจยังมีแต่เื่แก้วอยู่ในหัว
นิศา : โห้พี่ไม่เชื่อหรอกนอนน้ำลายไหลขนาดนั้น แต่ยังไงซะเดี๋ยวก็ลืมเขาได้ล่ะ นี่น้ำเต้าหู้
ปาย : ขอบคุณค่ะ
นิศา : ดื่มให้สดชื่นแล้วสุดท้ายก็หลับแล้วเราก็จะถึงขอนแก่นเอง
ปาย : ให้มันจริงอย่างที่พี่พูดเถอะ
นิศา : เชื่อพี่ก็แล้วกัน
ในขณะที่เรากำลังมีความสุข กำลังดื่มด่ำกับการ "ลืม" เขาคนนั้นก็มาผิดจังหวะอยู่ทุกครั้ง กำลังจะมีความสุขกับการพยายามลืมเขาแต่เขาก็โผล่มา
ลูกแก้ว : หวัดดีปาย
ปาย : หวัดดี............
เราสองคนได้แต่จ้องหน้ากันเกือบนาที สายตาที่เขาส่งมามีแต่ความเศร้าแต่แฝงไปด้วยความโกธรที่เหมือนไม่พอใจบางอย่าง
ลูกแก้ว : ปายสบายดีไหม
ปาย : อืมสบายดี แล้วลูกแก้วล่ะ?
ลูกแแก้ว : ก็สบายดี ่นี้ปายไม่กลับหอเลยนะ
ปาย : อองานศูนย์่นี้เยอะน่ะ
ลูกแก้ว : ถ้างั้นก็.............เจอกันนะ
ปาย : (เริ่มร้องไห้)
นิศา : ปายไหวไหม? บอกพี่ได้นะ
ปาย : พี่นิศา........
นิศา : ถ้าจะร้องก็ร้องแต่เขาจะเห็นน้ำตาของเรานะ
ปาย : หนูจะทำยังไงดี หนูถอนตัวตอนนี้ได้ไหม หนูไม่อยากไปแล้วอ่ะ หนูไม่อยากเจอหน้าเขา
นิศา : ถอนตัวได้ไงจะไปอยู่แล้วนะปาย
ปาย : แต่หนูไม่ไหว หนูไม่อยากเจอเขา
นิศา : จำคำพี่ไว้นะ อุดมการณ์และมวลชนมาก่อน ทำงานเพื่อคนอื่นก่อนเื่ตัวเองเอาไว้ทีหลัง ยังไงก็ทำใจซะ
ปาย : พี่นิศา.........
นิศา : พี่ยังอยู่ตรงนี้ ยังอยู่ข้างๆปาย ไม่ไปไหนแน่นอน
ถึงแม้ว่าพี่นิศาจะบอกเราว่างานมวลชนจะมาก่อนแต่ว่าใจเรากลับลอยไปกับเื่ของลูกแก้ว ทำไมกัน ทำไมต้องคิดถึงแกด้วยว่ะแก้ว......
/////
ศักดิ์ : อ้าวทุกคนถึงแล้วครับ
ปาย : ถึงแล้วหรอเนี่ย? พี่นิศา พี่นิศา ตื่นค่ะตื่น
นิศา : อะไรหรอ?
ปาย : ถึงแล้วค่ะ
นิศา : ห้ะ ถึงแล้วหรอ? ตายแล้วช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้นะเนี่ย ถ้างั้นพี่วานปายเอาข้าวกล่องลงมาด้วยนะ
ปาย : ค่า
เราลงมาพร้อมกับถุงข้าวกล่องขนาดใหญ่และสูดอากาศที่เต็มปอดมันช่างสดชื่นมากเกินคำบรรยายทุกอย่าง มันช่างดีกว่าในเมืองที่มีแต่ควันไอรถและผู้คนที่พลุ่นพล่านไม่น่าอภิรมย์ แม้ว่าที่นี่จะกันดารไม่สะดวกสบายแต่เรากลับคุ้นชินบรรยากาศแบบนี้ทั้งๆที่ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ
ศักดิ์ : เอาละทุกคนมารวมกันตรงนี้ก่อนนะ พี่จะแนะนำให้ทุกคนได้รู้จัก นี่คือผู้ใหญ่หมายเป็ผู้ใหญ่บ้านที่นี่และจะดูแลพวกเราไปตลอดหนึ่งเดือนต่อจากนี้
ผญบ.หมาย : หวัดดีสุผู้สุคน อันพ่อใหญ่กะเป็ดูแลหมู่บ้านตรงนี่นิล่ะ อยู่นี่กะสิลำบากจักหน่อยแต่ว่ากะพอยุได่ยุเนาะ ถ้าซั่นเดี๋ยวพ่อสิจัดแจงบ้านพักของหมู่โตแต่ละคนตามใบนี่เด้อ เอาไปแจกแบ่งกันเด้อ
ศักดิ์ : บ้านพักหลักจะเป็บ้านผู้ใหญ่หมายจะเป็พวกพี่อยู่ ส่วนน้องคนนั้นจับคู่แล้วไปบ้านป้าอิม ส่วนน้องคนนั้นไปบ้านป้าชิดจับคู่แล้วก็ไปได้เลย...........สุดท้ายเหลือสองคนปายไปกับลูกแก้วล่ะกันนะ
ปาย : อ้าวหนูไม่ได้อยู่กับพวกพี่หรอ?
ศักดิ์ : ทีแรกก็ใช่ แต่ว่าเศษหนึ่งคนพอดีพี่เลยให้ปายไป ( นิศาบอกพี่ กระซิบ.)
ปาย : พี่นิศา!
นิศา : พี่ขอโทษ
ศักดิ์ : เอาล่ะยังไงก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้ครับ ่แรกๆประมาณสัปดาห์แรกงานอาจจะไม่ค่อยเยอะเท่าไร พี่ก็อยากให้ทุกคนได้ศึกษาทำความเข้าใจกับวิถีชีวิตผู้คนไว้ว่าพวกเขาต้องใช้ชีวิตยังไง ทำอะไรบ้าง ใครมีปัญหาก็มาติดต่อได่ที่บ้านผู้ใหญ่นะครับ เชิยแยกย้ายครับ
ถึงจะไม่พอใจที่พี่เขาจัดออกมาแบบนี้แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันไม่มีที่ให้ไปขืนบอกไม่อยากไปด้วยสุดท้ายเราอาจจะไม่มีที่หลับนอนแน่ๆ เราก็ต้องจำใจเดินไปบ้านพักกับลูกแก้วจนมาถึงบ้านพัก
ปาย : ป้าจันทน์อยู่บ่จ้า
ป้าจันทน์ : จ้าๆ มาแล้ว อันสุมโตเป็นักศึกษาที่พ่อใหญ่หมายบอกให้มาแม่นบ่?
ปาย : แม่นจ้า
ป้าจันทน์ : เข้ามาเลยจ้าเข้ามาเลย ยายเตรียมกับข้าวกับน้ำไว้ถ่าหมู่โตพอดี
เรากับลูกแก้วก็นั่งกินข้าวกับป้าจันทน์อาจจะด้วยความหิวที่ไม่ได้กินมาั้แ่เที่ยงหรือเพราะอะไรก็ไม่รู้เราแทบจะกินข้าวหมดจนยายจันทน์เอ่ยปากชม พวกเราสองคนก็่ป้าจันทน์เก็บถ้วยเก็บชามเสร็จป้าจันทน์ก็พาเราไปห้องพักที่ป้าแกได้จัดเตรียมไว้ให้เฉพาะพวกเรา
ป้าจันทน์ : ห้องนี้ล่ะหล่า
ปาย : มีห้องเดียวติป้า บ่มีห้องแยกอีกติ
ป้าจันทน์ : กะมีอยู่ห้องเดียวละนาง อยู่นำกันกะบ่เป็หยังดอก โตยุได่บ่ล่ะ
ปาย : ยุ อยู่ได่จ้า
ป้าจันทน์ : ถ่าซั่นป้าไปก่อนเด้อ ป้าบ่กวนหมู่โตแล้วล่ะ
ปาย : ขอบคุณค่า
แก้ว : (ยกมือไหว้)
หลังจากที่ป้าจันทน์ออกไปเราก็ตระเตรียมของสัมภาระเก็บเข้าที่พร้อมนอนแต่กิจวัตรที่กำลังจะทำนั้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยคำๆหนึ่งของลูกแก้ว
ลูกแก้ว : ปายรังเกียจเราหรอ?
ปาย : ............
ลูกแก้ว : ปาย เราอยากขอโทษปาย
ปาย : ขอโทษเื่?
ลูกแก้ว : เื่ที่เราผิดสัญญากับปาย
ปาย : แล้ว?
ลูกแก้ว : คือเรารู้สึกผิดที่เราทำแบบนั้นลงไป
ปาย : รู้สึกผิดแล้วทำไปทำไม
ลูกแก้ว : เรา......
ปาย : ตอบสิ! รู้สึกผิดแล้วแกทำทำไม
ลูกแก้ว : ทำไมปายต้องตะคอกใส่เรา
ปาย : .........
ลูกแก้ว : ทำไมปายไม่เคยฟังเราเลย ทำไมต้องทำตัวเ็า ทำตัวรังเกียจ มองเราเป็คนทุเรศ เป็คนสำส่อนขนาดนั้นเลยหรอ เราชอบปาย ปายรู้ป่ะว่าั้แ่วันนั้นมาเราแม่งโคตรทรมานและแม่งเจ็บมากที่แกทิ้งเราไป เื่ระหว่างเรากับพี่สรรค์มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นรวมไปถึงวันนั้น เราดีใจด้วยซ้ำที่แกเปิดประตูเข้ามาช่วยให้เราหลุดพ้นจากตรงนั้นได้ เราอยากขอบคุณแกมากแต่แกกลับชักแม่น้ำทั้งห้าหาเหตุผลที่จะเกลียดเราให้ได้โดยไม่สนด้วยซ้ำว่าเื่จริงมันเป็ยังไง
ปาย : เรานอนก่อนนะ
ลูกแก้ว : นี่ แกคิดว่าการนอนหลับแล้วลืมเื่ราวต่างๆมันจะช่วยแกได้หรอ?
ปาย : ..........
ลูกแก้ว : อย่านิ่งดิว่ะ ตอบเราดิ เออได้ถ้าปาย้าแบบนี้
เราได้แต่แกล้งหลับนอนหันหลังให้ลูกแก้ว เรากลัว เราไม่อยากเผชิญหน้า เรารู้ว่าเราผิดที่ไม่ยอมฟังลูกแก้วั้แ่แรก แต่จะทำไงได้ขนาดขอโทษเรายังไม่กล้าทำ เราอยากขอโทษนะแก้วแต่เราทำไม่ได้
" เราเองก็ชอบลูกแก้วเหมือนกันนะ "
///
ผ่านมาเกือบสองสัปดาห์เรากับลูกแก้ว (ที่หายตัวไปบ่อยๆ) ก็มาช่วยป้าจันทน์ทำนาประจำปีแล้วยังมีชาวบ้านอีกประมาณสองถึงสามคนซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็ญาติกันทั้งนั้น เราก็ได้ซึมซับและถามสารทุกข์สุขดิบไปเรื่อยๆเมื่อได้เวลาพัก
ปาย : ป้าจ้าหนูถามป้าแน่ว่าที่เฮาเอ็ดนาหลายปานนี้เฮาได่กำไรหยังหลายบ่
ป้าจันทน์ : มันสิไปได่หยังหลายหล่า ที่เฮ้ดไปงอกๆสุมื้อนี้กะพอได่มาหมุนเวียนใช้จ่ายในเฮือนทีหน่อยละน้อยไปนั้นละ ไร่เดียวกะได่ยุบ่พอสามพันได่แค่ไร่ละสองพันหก แต่กว่าสิหักต้นทุนไปมันกะเกินพอแฮงแล้วล่ะ
ปาย : แล้วป้าคือบ่ลองไปเฮ็ดอีหยังอย่างอื่นละค่ะ ขั้นมันได่กำไรบ่ดีเฮาสิไปเฮ็ดเพื่ออีหยัง
ป้าจันทน์ : กะนาตรงนี้มันกะเป็นาของพ่อของแม่ป้า หมู่บ้านกะซ่อยกันเฮ็ดั้แ่เด็กแต่น้อย ขั้นสิไปเฮ็ดอย่างอื่นกะเฮ้ดบ่เป็ ขั้นมีแต่ที่ซือๆรัฐกะมาเก็บภาษีเอายุสุเดือน ที่พวกป้าเฮ้ดยุนิกะมีแต่ความจำเป็เท่านั้นล่ะหล่า
เราก็ได้แต่นั่งฟังป้าจันทน์เล่าเื่การทำนาและการเก็บภาษีที่ดินรายปีไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีคนมาหาป้าจันทน์ซึ่งเป็ครูประชาบาลของโรงเรียนในหมู่บ้านแห่งนี้
: ป้าจันทน์ครับ
ป้าจันทน์ : อ้าวเตมาั้แ่ตอนได่ล่ะหล่า
เต : ผมพึ่งมาฮอดแต่กี้ครับป้าจันทน์
ป้าจันทน์ : ไปหาน้ำหาถ่ากินก่อนไป่
เต : อันนี้นักศึกษามาติป้า
ป้าจันทน์ : แม่น
ปาย : สวัสดีค่ะ
เต : หวัดดีจ้า มาจากมหาลัยไหนหรอ
ปาย : มธ.ค่ะ
เต : ค่ายอาสาของศูนย์ใช่ไหมเนี่ย
ปาย : ใช่ค่ะ
เต : ถ้าอยู่ศูนย์แสดงว่าต้องรู้จักกับนิศานะสิ
ปาย : พี่รู้จักพี่นิศาด้วยหรอค่ะ?
เต : รู้สิรู้จักดีเลยแหละ
นิศา : เต
เต : นิศา
นิศา : เราคิดถึงเตมากเลยรู้ไหมหายไปไหนมาตั้งสองเดือนทำไมไม่ส่งข่าวมาเราบ้างเลย
เต : เราพึ่งย้ายมาประจำโรงเรียนแถวนี้ ขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้บอกหนิเลย
ปาย : เดี๋ยวนะคะ พวกพี่เป็แฟนกันหรอ?
นิศา : จะว่าไงดี อืมใช่พวกพี่เป็แฟนกันคบกันมานานแล้ว
ปาย : ความรักยืนยาวมากเลยนะคะเนี่ย
นิศา : เออเตว่าแต่จิ๊บเข้าป่าไปแล้วใช่ไหม?
เต : ใช่พึ่งส่งเข้าป่าไปเขตงานเมื่อวานนี้เอง แล้วสถานการณ์ในเมืองเป็ไงบ้าง
นิศา : รอแต่วันรัฐปะานะสิ สถานการณ์เหมือนเราแพ้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ว่านะขอให้จิ๊บปลอดภัยทีเถอะ
ปาย : เอ่อทำไมพวกพี่พูดถึงเื่เข้าป่ากันละค่ะหรือว่า.........
นิศา : ปาย คือพี่อยากแนะนำให้รู้จักกับอีกตัวตนหนึ่งของเต นี่คือสหายแดง เคยร่วมต่อสู้กับประชาชน่สิบสี่ตุลาเหมือนกับปายแต่ตอนนี้เตพึ่งออกมาจากป่ามาทำงานเขตเมืองคอยช่วยเหลือพวกเราที่ถูกคุกคามจากรัฐและเป็ตัวกลางที่พานักกิจกรรมหนีเข้าป่า
ปาย : ที่แท้พวกพี่ก็เป็คอมมิวนิสต์
นิศา : ปายฟังพี่ก่อน ที่ผ่านมาพวกพี่ไม่เคยคิดจะหลอกนักศึกษาหรือคนเข้าป่าแต่พวกเขาสมัครใจล้วนๆ พวกเขาก็อยากต่อสู้กับรัฐเหมือนกับเราเพียงแค่เขาอยากได้วิธีการที่มันเด็ดขาดกว่าเราก็แค่นั้นเอง
ปาย : แล้วทำไมพวกพี่ต้องปิดเื่นี้ไว้ด้วย
นิศา : ถ้าพวกพี่ไม่ปิดบังเื่นี้ไว้ พวกพี่คงตายไปตั้งนานแล้วนะ พี่ต้องขอโทษด้วยนะปายอย่าเอาเื่นี้ไปบอกใครนะ
ปาย : ไม่เป็ไรค่ะหนูเข้าใจ หนูจะไม่บอกเื่นี้กับใครแน่นอน
พี่นิศาหลังจากเจอกับแฟนตัวเองก็ปล่อยให้เราเดินกลับบ้านพักคนเดียวทั้งๆที่เคยบอกว่าจะเดินกลับด้วย แถมงานที่ไร่นาก็เสร็จหมดแล้วเราเลยเลือกกลับมาดีกว่าถึงแม้ป้าจันทน์จะช่วยไปบ้านชาวบ้านต่อ แต่เราก็เจอกับลูกแก้วที่นั่งอยู่ริมชานบ้าน ทีแรกก็ไม่อยากจะทักหรอกนะแต่ทำไงได้คนมันเป็ห่วงนี่น่า
ปาย : แก้ว แก้ว แก้ว
ลูกแก้ว : ว่า ว่า ปายมีไรหรอ
ปาย : ป่าวเราแค่เห็นแก้วนั่งอยู่คนเดียวเลยถามเฉยๆ
ลูกแก้ว : ออ
ปาย : ถ้าไม่มีอะไรเราขอตัวนะ
ลูกแก้ว : เดี๋ยวปาย นั่งเป็เพื่อนเราก่อนได้ไหม
ปาย : อืมได้สิ
ลูกแก้ว : ปาย เราอยากถามปายอยู่เื่เดียว
ปาย : เื่ไรล่ะ
ลูกแก้ว : ปายเกลียดเราหรอ?
เราได้แต่นั่งนิ่งไม่ตอบลูกแก้วจนบางครั้งเราก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราทำไปทำไม ทำไมเราไม่ยอมรับไปตรงๆว่ะ แต่สุดท้ายเราก็ตอบไป
ปาย : เปล่า
ลูกแก้ว : แล้วทำไมที่ผ่านมาปายถึงโกธรเราไม่ยอมคุยกับเราล่ะ ทำไมอะปาย เราผิดอะไร
ปาย : (จูบ)
ลูกแก้ว : ปาย..........
ปาย : เราชอบแก้ว (จูบ)
ลูกแก้ว : ปาย...........
ปาย : เราขอโทษ (วิ่งออกไป)
ลูกแก้ว : ปายเดี๋ยวก่อนปาย
เราวิ่งออกไปจากบ้านด้วยความละอายใจสุดๆ ทำไมแบบนั้นไปทำไมเนี่ยปาย เราเลยมุ่งตัวไปหาพี่นิศาเพื่อไปขอคำแนะนำจากคนมีประสบการณ์ว่าเราต้องทำตัวยังไงดี?
ปาย : พี่นิศา
นิศา : อ้าวปายมีอะไรหรอ? เห้ยร้องไห้ทำไม ใครทำอะไรแกรึเปล่าเนี่ยหรือว่าทะเลาะกับลูกแก้ว?
ปาย : ป่าวหนูแค่ใ หนูบอกรักเขาแล้วจูบเขาไปแล้ว
นิศา : พี่ก็นึกว่าอะไร ว่าแต่แกเถอะปายไปจูบเขาได้ไงเนี่ย
ปาย : หนูไม่รู้หนิพี่นิศา
นิศา : แต่ว่าก็ดีนะได้เปิดใจกัน ได้คุยกัน ปรับความเข้าใจกันใหม่
ปาย : แต่หนูไม่กล้า
นิศา : โอ้ยปาย ฟังพี่นะนี่เป็โอกาสสุดท้ายของแกแล้วนะที่จะได้รับรักจากลูกแก้ว ถ้าขืนแกยังงี่เง่าอีกแบบนี้รับรองได้เลยจบค่ายอาสาเมื่อไรสรรค์แย่งไปแน่และอีกอย่างแกก็จะเสียลูกแก้วไปแล้วจะไปเรียกร้องอะไรกับลูกแก้วก็ไม่ได้อีกเพราะไม่มีสถานะ พี่ฝากให้คิดแค่นี้แหละ
เราคิด ทบทวนตลอดเวลาว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราคบกับลูกแก้วและสิ่งที่เราจะทำต่อไปนี้ลูกแก้วจะไม่รังเกียจเรา จนเรามาหยุดที่หน้าห้อง เราภาวนาว่าของให้ทุกอย่างมันเป็ไปอย่างที่คิดจนกระทั่งเราเปิดประตู........................