ไก่ทอด
วันต่อมาจิ้นสิงเดินทางมาอารามร้างกับชิงเถาเพื่อจะมาว่าจ้างแรงงานตอนนี้หน้าพวกเขามีคนหนุ่มสาวอยู่เกือบยี่สิบคนที่เพิ่มจากเมื่อวานที่นางมาหรือก็คือกลุ่มคนที่พวกนางนัดไว้นั่นเอง
“ท่านใช่ไหมที่บอกว่าอยากเจอพวกเรา” ชายผู้หนึ่งเอ่ยออกมาเมื่อพวกเขาเจอกับจิ้นสิงและบุตรสาว
“ใช่แล้วตามที่ลูกสาวข้าได้บอกไปเมื่อวาน คือพวกเราต้องการจ้างแรงงานไปช่วยงานไม่ได้ซื้อตัว อีกทั้งจะจ่ายเงินค่าจ้างให้ทุกวัน” จิ้นสิงบอกพวกเขาออกไป
“พวกเราจะเชื่อได้ยังไงว่าพวกเจ้าไม่มาหลอกพวกเราแล้วเอาไปเป็นทาสหรือบ่าวรับใช้” ชายคนนั้นยังถามออกมาอีกคนรู้จักเขาหลายคนก็เจอเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อนตอนแรกก็บอกว่าจะจ้างแรงงานจ่ายเงินให้ทุกวัน แต่สุดท้ายก็ให้ไปเป็นบ่าว หนักหน่อยก็โดนหลอกไปขายเป็นทาส
“ยังไม่ต้องเชื่อก็ได้แต่ลองไปทำดูก่อน ถ้ารู้สึกว่าพวกเราโกหกก็ลาออกได้ทุกเมื่อ” จิ้นสิงพูดโน้มน้าวเขาเห็นผู้คนที่นี่แล้วก็อยากจะช่วยอยากให้งานทำจริงๆ เพราะชีวิตพวกเขาคงลำบากนัก
“ได้ข้าจะลองเชื่อใจท่านดูสักครั้ง” ชายผู้นั้นตอบออกมา เมื่อพวกเขายินดีจะไปทำงานให้แล้วแต่เนื่องด้วยจำนวนคนที่มากกว่าที่พวกจิ้นสิงต้องการจึงต้องมีการคัดเลือกกันเสียหน่อยโดยชิงเถาจะเป็นผู้เลือกเอง แต่จริงๆแล้วก็เชี่ยนเชี่ยนนั่นแหล่ะที่บอกนางอีกทีว่าควรเลือกใครไปบ้าง นางหรือจะสามารถมองผู้คนออกได้ทะลุปรุโปรงเหมือนนาง
“เอาล่ะตามที่ลูกสาวข้าได้คัดเลือกไว้ วันพรุ่งนี้ไปเจอกันที่ร้านเจี้ยนเฉิงในตลาดบนถนนหลักลงใต้พวกเราจะย้ายร้านกัน จะเริ่มให้พวกเจ้าได้ทำงานกันเลย” จิ้นสิงเอ่ยสรุปออกมาเมื่อได้คนแล้วคือ 12 คน (คนเกินมาเล็กน้อย)สถานที่ทำงานก็บอกไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาจะจ้างแรงงานเป็นวันแบบไปเช้าเย็นกลับไปก่อนถ้าใครถือว่าไว้ใจได้ก็คงจะจ้างให้มาประจำอยู่ที่ร้านกันเลย
วันรุ่งขี้นครอบครัวเจี้ยนเฉิงหยุดงานอีกหนึ่งวันเพราะวันนี้พวกเขาจะย้ายที่ขายกันใหม่ เมื่อคนที่ว่าจ้างได้มากันครบแล้วพวกเขาก็ได้แบ่งงานกันทำทันที ผู้หญิงก็รับหน้าที่ทำความสะอาดส่วนผู้ชายก็ยกข้าวของทั้งโต๊ะตู้ที่สั่งทำไว้ก็มาส่งแล้วแล้วก็ของขายบางส่วนที่จะนำมาเก็บไว้ที่นี่ด้วย แต่ยังไม่ใช่ตู้เก็บสมบัติแน่ๆเพราะที่นี่ยังไม่ปลอดภัยพอ พวกเขาจะต้องนำมาขายเป็นวันๆ ไป ซึ่งการทำงานถือว่าผ่านไปด้วยดีโดยแรงงานที่จ้างนั้นทำงานได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง เพราะเรื่องทำความสะอาดหรือยกข้าวของนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพวกเขานักแต่หลังจากนี้ต่างหากที่ต้องบอกสอนกันหน่อย
“ในพวกท่านมีใครบ้างที่พอจะอ่านออกแล้วก็พอจะคำนวณได้บ้างเจ้าคะ” ชิงเถาถามออกมาเมื่อทำงานผ่านไปได้ครึ่งพวกเขาจึงนั่งพักรวมกันอยู่นางจึงได้เข้ามาถาม
“ข้าอ่านออกเขียนได้ คำนวณพอได้ส่วนคนอื่นก็มีอีกสามสี่คนขอรับ” ชายผู้ที่เป็นคนเจรจากับพวกนางเมื่อวานตอบออกมาเหมือนเขาจะเป็นหัวหน้ากลุ่มยังไงยังงั้น
“งั้นหรือเจ้าคะ ท่านเอ่อ” ชิงเถาถามออกไปแต่ยังไม่รู้ชื่อเขาเลย
“ข้าชื่อหานตงขอรับ” ชายผู้นั้นตอบออกมา
“อ่อพี่หานต่อไปคงให้ท่านเป็นหัวหน้าแล้ว มีอะไรจะได้บอกผ่านท่านได้”ชิงเถาเอ่ยสรุปแต่งตั้งหน้าที่ให้เขาเองเสร็จสรรพ
“ขอบคุณขอรับ” หานตงเอ่ยขอบคุณออกมา
“งานที่ร้านนี้ ก็เหมือนร้านค้าต่างๆที่ต้องทำหลักๆ ก็คือผู้ที่รับหรือเชิญชวนลูกค้า ขายของ คิดเงินและอาจจะต้องทำบัญชีด้วย ไม่ทราบว่าพวกท่านจะทำได้หรือไม่เจ้าคะ”ชิงเถาบอกงานหลักๆ ที่พวกเขาจะต้องได้ทำออกมา
“ไม่มีปัญหา พวกข้าล้วนแล้วแต่ผ่านมาหลายงานแล้ว”หานตงตอบออกมา จริงๆ แล้วเขาทำงานเป็นลูกจ้างในร้านขายสมุนไพรมาก่อนเรื่องอ่านหรือคิดคำนวณก็ผ่านมาบ้าง เช่นเดียวกับอีกสี่คนที่ก็ทำงานคล้ายๆกันคือเป็นลูกจ้างงานต่างๆ มาก่อนจึงพอพูดคุยกับลูกค้าแล้วก็อ่านและคิดเงินได้บ้าง
“เช่นนั้นก็ดียิ่งเจ้าค่ะต่อไปพวกข้าจะต้องฝากร้านกับพวกท่านแล้ว” ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างไว้วางใจเพราะเมื่อเชี่ยนเชี่ยนว่าดี นางก็ต้องว่าดีด้วยอยู่แล้ว
“ขอบคุณคุณหนูที่ไว้วางใจขอรับ”หานตงเอ่ยออกมาอย่างซึ่งใจ มีไม่กี่คนหรอกที่จะไว้ใจพวกเร่ร่อนอย่างพวกเขา ยิ่งเจ้าของร้านยิ่งแล้วใหญ่กลัวแต่ว่าพวกเขาจะขโมยของถึงพวกเขาจะลำบากยากจนแต่ก็มีศักดิ์ศรีไม่ไปเป็นขอทานหรือไม่เคยขโมยของใครแน่นอน
“เจ้าค่ะ ต่อไปก็เป็นคนกันเองแล้ว ขาดเหลือสิ่งใดก็บอกนะเจ้าคะ”ชิงเถาบอกออกมา ก่อนจะเดินละออกไป
เมื่อคนงานทำงานจนเสร็จในยามเว่ยพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับไปหมดแล้วส่วนพวกชิงเถาก็เช่นกัน พวกนางก็แยกย้ายกันไปโดยจิ้นสิงกับสองแฝดจะไปร้านหนังสือเพื่อหาหนังสือมาฝึกปราณแล้วก็ไปหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพิ่ม ตอนนี้พวกเขามีคนงานมาช่วยแล้ว ต่อไปจะให้พวกเขาทำอาหารที่ในร้านมีขายไปเลยแต่อาจจะต้องเตรียมส่วนผสมหรือปรุงรสมาก่อนแล้ว แล้วให้คนงานมาปรุงสุกเองเพราะฉะนั้นเครื่องครัวและเครื่องใช้ต่างๆ จึงต้องซื้ออีกชุดหนึ่ง ส่วนฝั่งสามแม่ลูกก็ซื้อวัตถุดิบมาเก็บไว้ใช้ในร้านแล้วก็ที่บ้านพรุ่งนี้พวกเขาจะมาทำอาหารสำหรับขายที่นี่แต่เช้าซึ่งจะเป็นการสอนคนงานไปด้วยในตัว
“น้องรองไม่มีอาหารชนิดใหม่ๆมาลองขายรึ” ลี่ถิงถามน้องสาวออกมา เพราะนี่ก็ไม่มีสินค้าใหม่ๆ มานานแล้ว
“อาหารหรือเจ้าคะข้าก็ไม่ได้คิดไว้ เพราะเห็นว่าเราทำแค่นี้ก็จะไม่ทันอยู่แล้วแต่ตอนนี้มีคนมาช่วยก็ต้องคิดเพิ่มซะหน่อยแล้วล่ะเจ้าคะ” ชิงเถาตอบพี่สาวออกไป
“ไก่ไหมเจ้าคะไก่สดๆ ตัวอ้วนๆ เนื้อขาวๆ” แม่ค้าร้านขายไก่ที่อยู่ใกล้ๆกับพวกนางกำลังร้องเรียกลูกค้าออกมา
“ไก่รึเย็นนี้ทำน้ำแกงไก่ดีหรือไม่เจ้าคะท่านแม่” ลี่ถิงถามมารดาออกมาเมื่อมองเห็นไก่สดๆ แล้วก็น่าหาซื้อไปทำอาหารอย่างยิ่ง
“เอาสิลูกซดน้ำแกงร้อนๆ ก็ดียิ่งนัก”นางลี่จูตอบลูกออกมาพร้อมเดินนำเข้าไปเลือกดูไก่ก่อนแล้ว
“นายหญิงเลือกดูได้เลยเจ้าคะไก่ร้านข้าสดใหม่ เนื้อไม่เหนียวแน่นอน” แม่ค้าบรรยายออกมา
“เอาตัวนี้แล้วก็ตัวนี้เจ้าค่ะ แล้วก็อีก 10 ตัวด้วย”นางลี่จูเลือกไก่ไปสองตัวไว้สำหรับทำอาหารทานเอง แล้วก็สำหรับไว้ทำข้าวห่อขาย
“ท่านแม่ข้าขอเพิ่มอีกตัวได้ไหมเจ้าคะ”ชิงเถาเอ่ยขอออกมา เมื่อนางเห็นก็ชวนให้นึกถึงสิ่งที่แต่ก่อนชอบสั่งมากินเป็นประจำ
“ได้สิลูกงั้นเอาตัวนี้ด้วยแล้วกัน” เมื่อได้ไก่มาชิงเถาก็รีบแย่งของจากมารดามาถือทันที ก่อนจะซื้อของต่อจนครบแล้วกลับไปรออีกสามคนที่ร้าน
กลับถึงบ้านทั้งสามก็เข้าครัวเตรียมอาหารเย็นทันทีชิงเถาก็เข้ามาทำอาหารของนาง สิ่งที่นางจะทำนั้นก็คือไก่ชุบแป้งทอดคนอื่นอาจจะชอบกินเนื้อไก่ แต่นางนั้นแป้งคือที่สุดในชีวิตแล้วที่บ้านนางพอมีแป้งหลายชนิดให้นางได้ลองมาผสมกันดูซึ่งไก่ทอดของนางนั้นก็ออกมาหน้าตาน่ากินมากไหนจะซอสมะเขือเทศที่นางสู้อุตสาห์เคี่ยวตั้งนานกว่าจะได้ที่แล้วก็น้ำจิ้มไก่หวานเผ็ดแบบง่ายๆเพิ่มอีกหน่อย พอครอบครัวได้ลองแล้วทั้งติดใจทั้งชมนางไม่ขาดปาก จนลี่ถิงรีบให้นางช่วยสอนทำเลยทีเดียวแต่เสียดายที่นางทำแค่ตัวเดียวแล้วก็ผักชุบแป้งที่อีกหนึ่งจานทุกคนเลยได้กินไม่เยอะวันหลังนางจะต้องจัดชุดใหญ่ทั้งไก่ทั้งมันฝรั่งทอดให้พวกเขาได้ลองกันแล้วแต่ตอนนี้ขอตัวไปวางแผนการขายไก่ทอดก่อนนะ