บทที่ 29 คดีปริศนาการผูกคอตายหมู่ที่หมู่บ้านจั้วหย่า
พวกเขาตามรอยพลังงานของผีเสื้อิญญา นั่งเครื่องบินสองชั่วโมง ต่อรถอีกสามชั่วโมง และสุดท้ายต้องเดินข้ามเขาลุยน้ำอีกกว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ถูกทิ้งร้างห่างไกลผู้คนแห่งหนึ่ง
ทั้งหมู่บ้านเต็มไปด้วยวัชพืชขึ้นรก บ้านเรือนพังทลาย ไร้วี่แววผู้คน
ต้นไทรที่ทางเข้าหมู่บ้านล้มลง ขวางทางเข้าไว้โดยสิ้นเชิง
"มาถึงแล้ว อยู่ข้างในนั่นแหละ"
เจียงชิงฉือมองออกไปยังหมู่บ้านที่มีบรรยากาศอึมครึมน่าขนลุก
ต้นไทรที่มักถูกเรียกว่าต้นไม้ผี เป็ต้นไม้ที่ดูดซับพลังอันชั่วร้าย การที่มีต้นไทรขนาดใหญ่ปลูกอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้านแบบนี้ แสดงว่าที่นี่คงเป็หมู่บ้านที่ไม่ธรรมดาแน่
"กะต๊าก ๆ"
ไก่คอเอียงบินออกมาจากกระเป๋าเป้ของฉินเหิงแล้วเกาะอยู่บนต้นไทรใหญ่ มองสำรวจด้วยความสงสัย
"เอ๊ก ๆ กะต๊าก ๆ"
ทำไมต้นไม้นี้ถึงได้ใหญ่ขนาดนี้นะ?
ต้นไม้ใหญ่มากจนพวกเขาสามคนโอบรอบลำต้นยังไม่ถึง ไก่ตัวผู้ตัวใหญ่เกาะอยู่บนนั้น ดูเหมือนนกกระจอกตัวเล็ก ๆ เกาะอยู่บนต้นไม้ธรรมดา
ฉินเหิงวิจารณ์อย่างมืออาชีพ "ที่นี่เหมาะที่จะถ่ายหนังสยองขวัญมากเลย"
"ใช่ แต่ไม่แนะนำ" เจียงชิงฉือพูด "เพราะว่าหนังสยองขวัญอาจจะกลายเป็สารคดีไปเลย ถอยหลังไป"
ฉินเหิงไม่เข้าใจความหมาย แต่ก็เชื่อฟังถอยหลังไปสองก้าว
เมื่อก้มมองอีกครั้ง เขาถึงได้พบว่าบนกิ่งไม้แห้งที่หักพังนี้ มีเชือกและเสื้อผ้าขาดวิ่นแขวนอยู่มากมาย และเมื่อครู่เขาก็เพิ่งเหยียบเชือกเส้นหนึ่งเข้าพอดี
"เชือกพวกนี้เอาไว้ทำอะไร?"
"เอาไว้แขวนคอ"
"...หืม?"
เจียงชิงฉือตอบกลับมาอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมาเกินไป จนทำให้ฉินเหิงถึงกับตั้งตัวไม่ทันกับความหมายของคำตอบนี้
"มากขนาดนั้นเลยเหรอ ทั้งหมดเลยน่ะ?"
บนกิ่งไม้แต่ละกิ่งมีเชือกมากมายนับไม่ถ้วน ถ้าแต่ละเส้นมีคนถูกแขวนอยู่...
"นายคิดว่าต้นไม้ใหญ่นี่ล้มลงได้ยังไงล่ะ?"
"เอ๊ก กะต๊าก ๆ ๆ!"
ฉินเจว๋รีบบินกลับเข้าไปในกระเป๋าเป้ของพี่ชายทันที
พระเ้า! นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ซากศพมากมายที่แขวนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ราวกับผลไม้ มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ต้นไม้หักโค่นได้ เพียงแค่นึกภาพในหัวเท่านั้น ก็ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัวแล้ว
"ที่...ที่นี่ มันเกิดอะไรขึ้น?"
ฉินเหิงสีหน้าซีดเผือดเล็กน้อย
"เข้าไปดูข้างในกันก่อน"
ฉินเหิงค่อย ๆ เดินตามเจียงชิงฉืออย่างระมัดระวัง พวกเขาเดินเลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านเล็ก ๆ ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งรู้สึกหวาดหวั่น
บ้านทุกหลังเปิดประตูทิ้งไว้กว้าง มีใยแมงมุมขึงอยู่ทั่ว เมื่อลมพัดผ่านกรอบหน้าต่างก็ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ทำให้ประสาทที่ตึงเครียดอยู่แล้วของเขายิ่งกระตุกถี่ขึ้น
เขากลัวว่าจะมีใครสักคนหรือผีสางเดินออกมาจากประตูบานใดบานหนึ่ง
เจียงชิงฉือเดินมาจนถึงลานโล่งกว้างกลางหมู่บ้านจึงหยุดฝีเท้า
สถานที่แห่งนี้ดูเหมือนแท่นบูชา
ธงขาวที่ขาดวิ่นยังคงปักอยู่ทั้งแปดทิศ บนโต๊ะบูชาว่างเปล่าไร้สิ่งของ บนแท่นสูงมีโครงไม้ผุพังยาว มีเชือกสีแดงดำเป็สนิมแกว่งไกวตามสายลม
"เด็กหญิงจั้วหย่า เกิดในปีซินสือ เดือนเกิง วันเกิงอู่ เป็ผู้รับใช้ิญญาโดยกำเนิด ได้ทำการบูชามาแล้ว 12 ปี บัดนี้..."
ฉินเหิงพยายามอ่านตัวอักษรที่ติดอยู่บนโครงไม้ซึ่งถูกลมฝนกัดกร่อนอย่างละเอียด
"นี่มัน...แท่นบูชาสินะ?"
แม้เขาจะไม่ได้ศึกษาเื่ประเพณีพื้นบ้านพวกนี้มาก่อน แต่ก็เคยดูหนังสยองขวัญมาไม่น้อย
เจียงชิงฉือจ้องมองอย่างตั้งใจ เธอยังได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของเด็กสาวที่ดังแว่วมาจากห้วงกาลเวลา พร้อมกับเสียงเฉลิมฉลองอย่างโง่เขลาและเห็นแก่ตัวของผู้คนเบื้องล่าง
"นี่มันการเอารัดเอาเปรียบมนุษย์"
เธอดึงธงขาวออกหนึ่งอัน โยนลงบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ แล้วเดินเข้าไปในลานกว้างด้านหน้า
ผีเสื้อิญญารับรู้ถึงกลิ่นอายของเธอ บินออกมาอย่างสง่างาม นำพาพวกเขามาที่บ่อน้ำแห้งแห่งหนึ่ง แล้วค่อย ๆ ร่อนลง
"เอ๊ก ๆ ๆ?"
อยู่ข้างล่างนี้เหรอ?
ฉินเจว๋โผล่หัวออกมาดู
"ลงไปเหรอ?"
ฉินเหิงถามจบก็มองเห็นบันไดไม้อยู่ไม่ไกล หลังจากทดสอบรับน้ำหนักแล้วจึงยกมา
"ฉินเจว๋ลงไปได้ แต่นายอย่าลงนะ"
เจียงชิงฉือรีบลงไปก่อน ฉินเจว๋กระพือปีกบินลงตาม
ฉินเหิงยืนอยู่้า มองลงไปด้านล่างด้วยความกังวล
ช่องบ่อสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ ไม่ใช่ว่าเขาอยากลงไปก็จะลงไปได้ง่าย ๆ
เจียงชิงฉือที่เป็ผู้หญิงร่างผอมบางยังลงไปได้อย่างยากลำบาก ถึงน้องชายของเขาจะผอมเหมือนสุนัขขี้โรค แต่ก็ยังเป็ชายหนุ่มร่างใหญ่ ถ้าจะยัดลงไป ก็ไม่รู้ว่ากระดูกจะยังดีอยู่หรือเปล่า
ด้านล่างของบ่อกว้างกว่า้ามาก ถึงขนาดมีลักษณะเหมือนห้องนอนเล็ก ๆ แม้ว่าจะมืดทึบ ชื้นแฉะและเต็มไปด้วยกลิ่นอับ
เฉิงหย่าหนิงอุ้มกระดูกสีขาวไว้ในอ้อมแขน นั่งเคียงข้างจั้วเยี่ยนบนฟางข้าวที่ปูไว้เป็เตียง
"ฉันได้ยินมาว่ามีวิชาหนึ่งที่สามารถฟื้นคืนชีพคนตายได้ คุณทำได้ไหม?"
เฉิงหย่าหนิงเอ่ยถาม
"ไม่ได้"
เจียงชิงฉือตอบตามความจริง
หลังจากที่ตรวจพบว่าพลังจิตของผีเสื้อิญญาอยู่ห่างออกไปเป็พันลี้ เจียงชิงฉือก็เข้าใจแล้วว่า การที่พวกเขาล่อให้เธอมาที่นี่ จะต้องมีจุดประสงค์อื่นแน่นอน
แต่การฟื้นคืนชีพนั้น แม้แต่เซียนชั้นสูงก็ยังทำอะไรไม่ได้
เฉิงหย่าหนิงเปลี่ยนสีหน้าทันที "ถ้าอย่างนั้นร่างของฉินเจว๋ก็อย่าหวังจะได้กลับคืนไป!"
จั้วเยี่ยนบีบมือเธอเบา ๆ แล้วยิ้มขอโทษให้กับเจียงชิงฉือ
"ขอโทษด้วยที่ทำให้พวกคุณต้องมาที่นี่ เธอคิดว่าวิชาชุบชีวิตคนตายมีอยู่จริง แต่กฎธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ๆ"
"แต่พวกเขาฝึกฝนวิชาเวทมนตร์ก็เพื่อที่จะต่อกรกับ์และเปลี่ยนแปลงโชคชะตาไม่ใช่หรือ! ในเมื่อสามารถทำให้ฉินเจว๋ฟื้นคืนิญญาได้ แล้วทำไมจะช่วยให้คุณฟื้นคืนชีพไม่ได้ล่ะ?"
"เอ้ก ๆ ๆ กะต๊าก ๆ!"
เพราะฉันเป็คนบริสุทธิ์ที่ถูกลากเข้ามาพัวพัน! ฉันยังไม่ได้ตายสักหน่อย!
"นายบริสุทธิ์ แล้วจั้วเยี่ยนไม่บริสุทธิ์งั้นเหรอ! เขาทำอะไรผิดถึงต้องสมควรตาย?!"
หืม?
ฉินเจว๋ใ
ผู้หญิงคนนี้เข้าใจภาษาไก่ได้ด้วย
แต่เขาจะตายหรือไม่ตายมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?!
ฉันแค่ทำความดี แล้วร่างกายดันถูกหมายปอง ช่างน่าอนาถจริง ๆ!
"เื่มันคนละเื่กัน การตายของจั้วเยี่ยนเกี่ยวกับเธอ แต่ไม่เกี่ยวกับฉินเจว๋เขาไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบความไม่พอใจของเธอ และอีกอย่าง..."
เจียงชิงฉือหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนพูดว่า
"ถ้าหากมีวิชาชุบชีวิตจริง เธอไม่กลัวหรือว่าิญญาที่ตายอย่างไม่เป็ธรรมนับร้อยพันใต้ต้นไทรจะมาแก้แค้นเธอ?"
ฉินเจว๋นึกถึงผีแขวนคอที่เกาะกันอยู่อย่างหนาแน่นบนต้นไม้ใหญ่
โอ้แม่เ้า นี่เป็ฝีมือของผู้หญิงคนนี้เองเหรอ?
โหดร้ายเหลือเกิน
"ฉันจะกลัวพวกเขาทำไม?"
เฉิงหย่าหนิงหัวเราะด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
"ฉันอยากให้พวกมันทั้งหมดฟื้นคืนชีพ การบูชายัญนั้นง่ายเกินไปสำหรับพวกมัน ั้แ่แรกฉันควรจะทรมานพวกมันทีละคน ควักเส้นเอ็น ถลกหนัง แล้วเฉือนเนื้อทีละชิ้น!"
"หย่าหนิง!"
จั้วเยี่ยนรีบเอามือปิดปากของเธอ ใบหน้าที่ปกติเ็าตลอดเวลากลับแสดงความตื่นตระหนกออกมาเล็กน้อย
"คนพวกนั้นฆ่าตัวตายทั้งหมด ทางตำรวจได้สรุปคดีไปแล้วเมื่อเจ็ดปีก่อน"
เขาได้ดูการถ่ายทอดสดของเจียงชิงฉือพร้อมกับเฉิงหย่าหนิง
เฉิงหย่าหนิงที่ได้ดูไลฟ์ก็คิดว่า ในที่สุดก็ได้พบกับผู้ที่มีวิชาขั้นสูง บางทีอาจจะช่วยชุบชีวิตจั้วเยี่ยนได้
จากนั้นจึงเร่งแผนการแย่งร่างของฉินเจว๋โดยล่อให้เขามาที่นี่
แต่สิ่งที่เธอเห็นคือ เจียงชิงฉือไม่เพียงแต่มีวิชาอาคมที่ล้ำลึก แต่ยังสามารถใช้ระบบกฎหมายของสังคมเพื่อขุดคุ้ยคดีที่ไม่มีใครรู้ได้ ถ้าหากหย่าหนิงต้องเผชิญหน้ากับเธอ คดีปริศนาที่ชาวบ้านนับร้อยในหมู่บ้านจั้วหย่าผูกคอตายพร้อมกันเมื่อเจ็ดปีก่อน จะยังปิดบังต่อไปได้หรือไม่...