
ตอนที่202 ฝาโลงศพผลึกแก้ว
มันกระจัดกระจายเหมือนเศษระเบิดน้อยหน่า ที่พุ่งเข้าทำลาย เกราะของอสูรองครักษ์แรดฟ้า ฉีกเกราะและเลือดเนื้อของพวกมัน ลึกถึงกระดูกเป็นอนุภาพร้ายแรง
จนกริชเพชรต้องตะลึงลาน ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า วงแหวนพลังจิตอสูรระดับเพชรของตัวเอง เมื่อระเบิดออกจะมีพลังทำลายล้าง แม้แต่เกราะที่เหนียว และเนื้อหนังที่แข็งดุจหนังแรดของอสูรเหล่านี้จะฉีกขาด เหมือนเต้าหู้นิ่มๆ พวกมันหลายคน กระเด็นตกลงจากท่อนแขนรูปปั้นนางฟ้าสู่เบื้องล่างกันทุกตัว
"ง้าวอสูรอัสนีคว่ำโลก.."
กริชเพชรเร้าพลังตัวอ่อนดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งระดับพรีเมี่ยม สร้างง้าวขึ้นแสนเล่มระเบิดบนท้องฟ้าพุ่งเข้าหาร่างที่จมกองเลือด ของเหล่าองครักษ์อสูรแรดฟ้าสิบหกตัว หมายจะฆ่าพวกมันให้ตายในทีเดียว เพื่อยับยั้งหัวหน้าองครักษ์ทั้งสองที่กำลัง พยายามเข้าไปบนริมฝีปากรูปปั้นนางฟ้า ห่างจากประตูม่านบาเรียไม่ถึงสิบวา
"อำมหิตยิ่งนัก..คาถาพญาแรดภูผา.."
เสียงหัวหน้าองครักษ์ที่หันไปเห็นกริชเพชรระเบิดลูกน้องของมัน กระเด็นกระจัดกระจาย ตกลงมาเกลื่อนกลาดที่พื้น และยังตามสังหารด้วย คาถาง้าวอสูรอัสนีคว่ำโลก เพื่อจบชีวิตของลูกน้อง มันจึงกลายร่างเป็นพญาแรดภูผาสูงพันฟุต กระโดด ลงไปใช้หนังหนาของมันเป็นโล่เพื่อป้องกันง้าวแสนเล่ม ให้เหล่าองครักษ์อสูรแรดฟ้า ที่นอนหายใจแขม่วพร้อมที่จะตายได้ตลอดเวลา
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
กริชเพชรสามารถยับยั้งคนทั้งสองให้กลับมาช่วยเหลือลูกน้องของตัวเองได้ เขาทะยานขึ้นไปบนริมฝีปากรูปปั้นนางฟ้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทะยานหายเข้าไปด้านใน หนีการไล่ล่า ของเหล่าองครักษ์วังหลวง ของอาณาจักรดินแดนอสูรพฤกษาไปได้อย่างหวุดหวิด
ตัวของชายหนุ่มทะยานเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว เขาส่งพลังจิตสำรวจรอบตัวอย่างระมัดระวังขณะวิ่งสุดฝีเท้า ด้านหน้าเป็นผนังผลึกแก้ว เหมือนกระจกพื้นเป็นทรายหยาบสีมรกตเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจมาก ช่องทางเข้าไปกว้างยี่สิบฟุตสูงสามสิบฟุต คดเคี้ยวเหมือนงูใหญ่ที่ทอดลึกเข้าไป สุดลูกหูลูกตา
กริชเพชรวิ่งตามช่องทางเข้าไปเกือบ หนึ่งก้านธูปไหม้ ตลอดระยะทางไม่มีอันตรายใดๆ เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจมากๆ สุดท้ายเขาก็หลุดออกจากปากอุโมงค์ใหญ่ กลับกลายเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดยักษ์ เหมือนใครสักคนมาตกแต่งด้วยฝีมือ ซึ่งไม่ใช่เกิดจากธรรมชาติ
เขาต้องหยุดชะงักลงเร่งเร้าพลังตัวอ่อนดวงจิตแก่นแท้ขึ้นป้องกันตัวเอง พร้อมกับส่งพลังจิตสร้างวงแหวนรอบตัวหมุนคว้างป้องกันตัว หลังจากขึ้นสู่พลังจิตอสูรระดับเพชร เขาเลือกสายซัพพอร์ตก็จริง แต่เมื่อปลดล็อคพลังจิตอสูรสาย
ซัพพอร์ตระดับเพชร กลับกายสามารถระเบิดวงแหวนพลังจิตอสูรของเขา ทำลายคู่ต่อสู้ได้รุนแรง แม้กายอสูรระดับราชันย์ก็ไม่อาจต้านทาน แรงระเบิดของวงแหวนพลังจิตของเขาได้ ทำให้พวกมันได้รับบาดเจ็บอย่างน่าตกใจ
เมื่อพลังวงแหวนดวงจิตพันวงหมุนคว้างรอบตัวเขาเหมือนเกราะ ที่เข้มแข็งคอยต่อต้านพลังทำลายของศัตรู ชายหนุ่มยังไม่มั่นใจเขาเรียกเกราะเกล็ดอาวุธเทพ มังกรโลกันตร์บรรพกาลขึ้นสร้างเป็นเกราะแนบตัวอีกชั้น
ที่กริชเพชรทำแบบนี้เพราะเขารู้สึกว่ามีพลังคุกคามกดดันอย่างกะทันหัน เมื่อชายหนุ่มหลุดมาในห้องโถงสีทองนี้ เหมือนเขาถูกจับไว้ในกับดักที่มองไม่เห็น พลังจิตระดับสูงของชายหนุ่ม สามารถสัมผัสถึงภัยคุกคาม บีบคั้นเขาอย่างรุนแรง
"โอ้!!? "
ชายหนุ่มมองไปที่ซ้ายมือ ปรากฏโลงศพเรียงกันอย่างเป็นระเบียบถึงเจ็ดโรง หน้าโลงแก้วสลักตัวอักษรที่กริชเพชรไม่อาจรู้ได้ แต่ที่สะดุดตาสุดๆ คือรูปสลักหญิงสาวที่เหมือนกับมีชีวิตสายตาหยาดเยิ้ม มือถือคฑาสีแตกต่างกันถึงเจ็ดสีเจ็ดโรงเจ็ดนางฟ้า ความงดงามของนางแม้ว่าจะสูงล้ำแต่กลับมีผลคุกคามชายหนุ่มจนหนังหัวชาหนึบ
ควับ!!
"ง้าวอสูรพลิกฟ้า"
กริชเพชรตวัดมือเรียกอาวุธประจำกายของตัวเองออกมา เป็นง้าวขนาดใหญ่ส่องประกายวาววับเตรียมต่อสู้ เสียงคลืนดังเจ็ดครั้งฝาโลงก็ค่อยๆ ลอยขึ้นกลางอากาศ เลื่อนออกมาเหมือนมันมีชีวิต รายล้อมรอบตัวของกริชเพชร
ชายหนุ่มระเบิดพลังจิตของตัวเอง ดันร่างกายขึ้นลอยสู่กลางอากาศ ตอนนี้เขาระวังตัวสุดขีดเท่าที่จะทำได้ กริชเพชรรู้ตัวดีว่าไม่สามารถจะหลบเลี่ยง การโจมตีของฝาโลงแก้วทั้งเจ็ดแผ่นที่ลอยรอบตัวเขา
พลังจิตของชายหนุ่มสัมผัสได้ว่าพลังการทำลายล้างของมันมีมากมาย ไม่อาจหยั่งรู้ถึงอำนาจทำลายล้างที่แท้จริงได้
ครั้งนี้นับว่าอันตรายโคตรๆ สุดท้ายฝาโลงแก้วมันก็หยุดนิ่งประสานพลังกัน กักขังชายหนุ่มไว้ตรงกลาง ชนิดว่าเขาไม่สามารถจะหาทางหลบหนีได้
'เอายังไงดีวะเนี่ย..ทำไม? พลังมันมากมายขนาดนี้ หนีเข้ากล่องนิลกาฬก่อนดีไหม..'
ก่อนที่เขาจะคิดตัดสินใจทำอะไรลงไป กริชเพชรต้องตะลึงลานเป็นครั้งที่สอง โลงทั้งเจ็ดใบปรากฏซากศพลอยขึ้นมาช้าๆ แล้วยืนตัวตรงนิ่งเฉย ศพของหญิงสาวทั้งเจ็ดใส่ชุดตามสีคฑาที่นางถือ ต่างลอยไปยืนอยู่บนฝาโลงของตัวเอง
กริชเพชรรู้สึกว่าพวกนางมีบุคลิกแข็งทื่อเหมือนกับหนังจีนสมัยโบราณที่ชายหนุ่มเคยดู จำพวกผีกัดอย่ากัดตอบ สุดท้ายดวงตาของหญิงสาวทั้งเจ็ดก็ลืมขึ้น ฉายแสงวาววับที่แปลกประหลาด คือประกายตาของนางทั้งเจ็ดเป็นสีทอง เปล่งประกายตามองชายหนุ่ม กดดันเขาอย่างแปลกประหลาด
"ผู้บุกรุกต้องตาย.."
เสียงของพวกนางประสานขึ้นพร้อมๆ กัน ฝาโลงแก้วทั้งเจ็ดทะยานเหมือนเรือเหาะ โฉบเฉี่ยวไปมารอบตัวกริชเพชร ก่อเกิดเป็นเส้นสายสีทองถักทอเป็นกรงขังขนาดใหญ่ ประสานกันค่อยๆ ห่อหุ้มป้องกัน ทุกเส้นทางหนีของชายหนุ่ม
"คาถาง้าวอสูรพลิกฟ้า.."
กริชเพชรตัดสินใจระเบิดง้าวออกเป็นวิชาคาถาอสูรพลิกฟ้าง้าวแสนเล่ม เข้าจู่โจมเส้นสายสีทองที่ถักทอเป็นลูกบอลทรงกลม รอบตัวเขาหวังให้มันระเบิด กระแทกพลังของพวกนางให้กระจายออกไป
ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!
เสียงตูมดังสนั่น เหมือนโยนฟางข้าวแห้งๆ ไปในกองไฟ มันหายวับไปกับตาไม่มีผลการทำลายล้างใดๆ ทั้งสิ้น กริชเพชรหน้าถอดสี ระเบิดวงแหวนพลังจิตอสูร หมายจะทำลายแรงกดดัน ที่ห่อหุ้มเข้ามาหาเขาเหมือนลูกบอลขนาดใหญ่ ที่มันพยายามบีบอัดชายหนุ่ม
ตูม! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!!!
วงแหวนพลังจิตอสูรพันวงระเบิดออกเสียงดังเปรี้ยงๆ เมื่อกระทบกับ บอลสีทองของพวกนางทั้งเจ็ด มันดับสูญสลายลงทันที กริชเพชรกัดฟันกรอด รู้ได้ทันทีว่า พลังของพวกนางมากมายจนเขาไม่อาจจะต่อกลอนได้
'หนีดีกว่ากลับอาณาจักรดินแดนอสูรวารีน้ำจืดขืนสู้กับพวกนางตายแน่เรา..'
กริชเพชรรู้ได้ทันทีว่าขืนต่อสู้เขาต้องโดนพวกนางฉีกร่างด้วยเส้นสายสีทอง ที่อัดแน่นเข้ามาเรื่อยๆ พลังมันเชือดเฉือนรุนแรง จนเขาสัมผัสได้
'เข้ากล่องนิลกาฬ..'
พลังจิตของชายหนุ่มสั่งให้ตัวเองเข้าไปในกล่องนิลกาฬ แต่ครั้งนี้มันไม่เป็นอย่างที่เคยเป็นเหมือนทุกครั้ง ร่างกายของเขายังลอยอยู่กับที่ไม่สามารถหนีเข้ากล่องดำไปได้
'โอ้แม่เจ้าเราไม่สามารถเข้ากล่องนิลกาฬได้ตอนนี้ ซวยแล้วสิเรา..'
กริชเพชรไม่รู้เลยว่าเขาเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของสุสานนางฟ้า ที่นับพันปีจะเปิดขึ้นสักครั้ง พลังของสถานที่แห่งนี้ไม่
สามารถใช้ของวิเศษสำหรับวาร์ปได้ เพราะห้องที่เขาถูกกักขังอยู่ มันสร้างขึ้นด้วยผลึกแก้วนิรันดร์กาล ของราชอาณาจักรนางฟ้า ที่ใช้เป็นสถานที่บรรจุซากร่างกายของนางฟ้าระดับสูง ที่ละสังขารไปจุติในอาณาจักรนิรันดร์ของพวกนาง
"รัตติกาล ฮายองวอนออกมาเดี๋ยวนี้..มาช่วยข้าด่วนๆ .."
กริชเพชรส่งเสียงออกคำสั่งเรียกภูตอสูรทั้งสองนางมาช่วย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นเหมือนเดิมกล่องวิเศษของเขา ไม่
สามารถทำงานที่นี่ได้ มันเป็นอะไรที่น่าแปลกมากๆ เล่นเอาชายหนุ่มหน้าซีดอาวุธประจำตัวง้าวอสูรของเขาก็ถูกทำลาย ภูตอสูรที่จะสร้างค่ายกลช่วยต่อสู้ก็เรียกออกมาไม่ได้ เขาเข้าสู่วิกฤติอันตรายสุดขีด ในชีวิตเป็นครั้งแรก
"ดาบสนิมออกมา"
ฉับพลันบนมือของเขาก็ปรากฏดาบสนิมความหวังสุดท้ายออกมา ถ้ามันไม่ออกมาจากถุงนิมิตอีก งานนี้เขาคงจะเสร็จแน่ๆ ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปต่อกรกับพวกนาง
"ผู้บุกรุกต้องตาย.."
เสียงของพวกนางประสานกันอย่างเยือกเย็นวังเวงเสียดเข้าไปในกระดูก แล้วตัวของพวกนางก็ลอยขึ้นสู่กลางอากาศ แสงสีทองที่เป็นเส้นถักห่อหุ้มเป็นลูกบอล รอบตัวของกริชเพชรก็บีบรัดเข้าใส่เขาอีก
วูบๆ ๆ ๆ!! ควับ!!
ฉับบบบ!! เปรี้ยง!!
ชายหนุ่มตัดสินใจตวัดดาบกรีดธุรีดิน ที่เปล่งประกายพลังตัวอ่อนดวงจิตแก่นแท้ และพลังจิตอสูรระดับเพชรฟันออกไปสุดกำลัง ก่อเกิดเป็นประกายดาบดุจสายฟ้า ฟาดเปรี้ยงเสียงดังสนั่น
ลูกบอลสีทองที่ถูกถักทอด้วยประกายเส้นสีทองของฝาโลงศพแก้ว ก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีกเหมือนแตงโมขนาดใหญ่ ก่อนที่จะหายวับสูญสลายไป แรงกดดันทั้งสิ้นหยุดชะงักลงทันที
............................................................................................................................................................................................