ออมเล็ตอยากลองจับสิงโตขาวสองหางที่ในอดีตศตวรรษที่ 21 ไม่เคยมีปรากฏสักครั้ง
ออมเล็ตเอ่ยเรียกเจ้าสิงโตขาวครั้งแรกแต่ทว่าก็มิได้รับการตอบกลับแต่อย่างใด เจ้าตัวน้อยยังคงหลับตาพริ้มแกว่งพวงหางเมินเฉยต่อเขาอยู่เช่นเดิม น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์นั้นจึงเอ่ยเรียกอีกครั้ง “วีวี่”
ก็ยังคงได้รับเพียงความเมินเฉยกลับมาเช่นเดิม ออมเล็ตรู้ว่าเจ้าสิงโตขาวไม่ได้นอนหลับจริงๆหรอกทั้งได้ยินที่เขาเรียกด้วยแต่ทำเป็นไม่สนใจมากกว่า... เจ้าตัวขาวปุกปุยนี่มันน่ามันเขี้ยวจับบีบๆบี้ๆจริงเลย ช่างเป็นเจ้าตัวดื้อจริงๆ
“น้องวีวี่...” คราวนี้ออมเล็ตเรียกอีกครั้งและเปลี่ยนสรรพนามการเรียกใหม่ซึ่งเห็นทีว่าวิธีการนี้จะได้ผลซะด้วย สิงโตขาวนิ่งกึกทันทีพวงหางหยุดแกว่งไกวไปชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้มีความสนใจต่อมนุษย์มากที่ควรนัก
ออมเล็ตยกยิ้มมุมปากบางเบามีความนัยเล่ห์ ตั้งใจเรียกเจ้าตัวน้อยในสรรพนามใหม่อีกครั้งพร้อมกับน้ำเสียงเรียบนิ่งถูกปรับให้ผ่อนอ่อนนุ่มขึ้นเล็กน้อยทว่าไม่หลุดมาดคุณชายสามอังศุมาลิน น้ำเสียงแสนมีเสน่ห์ชวนหวั่นไหว...
“หนูวีวี่”
“เหงี๊ยว!”
ฉับพลันสิงโตขาวเบิกตากว้างส่งเสียงร้องดุแหลมใส่มนุษย์ร่างบางแทบจะทันทีที่ออมเล็ตเรียกเช่นนั้น ดวงหน้าสิงโตขาวตัวเล็กแหงนมองมนุษย์อย่างเอาเรื่อง ดวงตาสีเงินเปล่งประกายฉายแววดุข่มขู่ในไม่ชอบสรรพนามนั้น ใบหูขาวตั้งชัน พวงหางหยุดแกว่งสะดุดนิ่งกึกไป รวมทั้งขนนกขาวบริสุทธิ์พอได้ยินสรรพนามเรียกเช่นนั้นพลางแอบสั่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อด้วยคน
“แง๊ว!”
มนุษย์ตัวนิ่มอย่ามาเรียกเราด้วยสรรพนามโง่เง่าแบบนั้นนะ!
เจ้าสิงโตขาวตัวน้อยพลันลุกขึ้นนั่งพร้อมร้องขู่เสียงแหลมอีกครั้งชัดเจนว่าไม่ชื่นชอบต่อคำเรียกดังกล่าว... ตัวเท่าแมวใหญ่ๆแต่ข่มขู่เก่งเกินตัวจริงๆ
“ก็เราเรียกเธอดีๆเธอก็ไม่หัน พอเราเรียกเธอแบบนี้เธอก็ไม่ชอบ” ออมเล็ตพูดเรียกคำแทนตัวเองกับผู้อื่นด้วยคำเคยชินอดีตอย่างเผลอไผลหลุดมาดคุณชายสามอังศุมาลิน ซึ่งยังดีที่ไม่มีใครคนอื่นในบ้านอยู่ด้วย ไม่งั้นมีหวังเขาโป๊ะแตกแน่ๆ
ภาพภายนอกนั้นคุณชายสามอังศุมาลินยกเรียวแขนกอดอก แก้มขาวป่องๆอมลมเล็กๆ ตีสีหน้าบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยใส่เจ้าตัวน้อยหน้าขนสีขาว... นี่จะไม่ถือว่าแปลกไปใช่ไหมที่เขาคุณชายสามอังศุมาลินดันแสดงอารมณ์ทางสีหน้าออกมาได้เพราะสิงโตขาวน่ะ?
“...” สิงโตขาวมองมนุษย์ตัวเล็กที่มักเย็นชาตายด้านไร้ความสามารถทางการแสดงความรู้สึกทางสีหน้าและอารมณ์ที่ขณะนี้กำลังมีสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยที่น่ารัก พลันคล้ายกับมีระลอกคลื่นความรู้สึกหนึ่งที่อธิบายไม่ได้ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
ขนนกขาวบริสุทธิ์รับรู้ได้ทางสายตาเดียวกับสิงโตขาวพลันม้วนขดตัวเป็นก้อนๆกลม ขนสีขาวบริสุทธิ์แปรเปลี่ยนมีสีชมพูอ่อนๆแซมสีส้มเข้มขึ้นด้วยอย่างอธิบายไม่ถูก
กลับมา กลับมาก่อนสติ... สติกลับมาก่อน วัยเด็กๆนั้นก็มักจะควบคุมตนเองไม่ได้เช่นนี้แหละ ทั้งควบคุมตนเองไม่ค่อยได้ทั้งถูกล่อลวงง่ายด้วย!
งะหงึ – หงึ มนุษย์ มนุษย์ร้ายกาจมาก มนุษย์กำลังล่อลวงเรา มนุษย์มอมเมาเราด้วยความขาวนุ่มและน่ารัก!
“แง๊วว!!” สิงโตขาวพลันยืนขึ้นยกปากแยกเขี้ยวกว้างจนเห็นคมเขี้ยวสองข้างพร้อมคำรามเสียงแหลมหนัก ขนสีขาวทั่วร่างลุกตั้งชัน พวงหางนิ่งไม่กวัดแกว่ง ดวงตาสีเงินนักล่ามองออมเล็ตอย่าง... ดุร้ายแปลกๆ หรือมองยังไง?
“ก็เราเรียกเธอดีแล้วเธอไม่หัน” ออมเล็ตพูดเสียงเบาหวิวพลางกะพริบตาปริบๆ ดูแล้วเจ้าตัวน้อยคงไม่ชอบจริงๆ ไม่ชอบเอามากๆเลย
ฮื่อ พี่ไข่เจียวรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนน้องสิงโตขาวดุอ่ะ... ดวงตาเรียวรีสีทองมองพวงหางยาวขาวนุ่มๆนั้นสลดๆ วีวี่ดูหวงพวงหางของตัวเองมากเลย
พอเห็นมนุษย์ตัวเล็กโดนท่านสิงโตขาวดุจนหงอเลย เจ้าท่านสิงโตขาวจึงคล้ายรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย ขนนกขาวบริสุทธิ์อารมณ์ดีร่าเริงตาม
สิงโตขาวนั่งลงไว้ด้วยท่วงท่าสง่างามเย่อหยิ่งมองเหนือกว่ามนุษย์ ใบหน้าเล็กขนขาวๆนั้นเชิดขึ้น ดวงตาสีเงินเปล่งประกายหลุบมองมนุษย์ตัวเล็กด้วยสายตาดูถูกเบื่อหน่ายคล้ายไม่อยากจะเสวนาด้วย
เรียกเราดีๆ? เรียกดีๆแล้วหรือไง... ‘วีวี่’ วีวี่อะไรล่ะ เราไม่ได้ชื่อวีวี่สักหน่อย มนุษย์ซื่อบื้อ!
พอนึกถึงชื่อวีวี่งี่เง่านี้แล้วท่านเก้าแปดพลันจะโมโหถลึงตามองดุใส่เจ้ามนุษย์ลูกเจี๊ยบอีก
ออมเล็ตก้มหลุบตาลงมองมือวางบนตักอย่างสลดลงที่จะไม่ได้ลองจับหางขาวนุ่มนิ่ม... เรื่องโดนท่านสิงโตขาวดุไม่ได้อยู่ในระบบความคิดของพี่ไข่เจียวเลย แค่คิดว่าจะทำยังไงดีถึงจะได้จับเจ้าขาวนุ่มนิ่ม
สิงโตขาวมองท่าทางนั้นของมนุษย์พลันรู้สึกคันยุบยิบในใจราวกับโดนเจ้าลูกเจี๊ยบน้อยวิ่งกระแทกพาเข้าใจไปอีกทางว่ามนุษย์ตัวเล็กที่ไม่เคยถูกดุสักครั้งอาจจะกำลังเสียใจมากเพราะถูกท่านเก้าแปดคนนี้ดุมากๆแน่
ได้ เห็นแก่ที่มนุษย์ตัวเล็กนิดเดียวเอง เราจะให้อภัยสักครั้งละกัน... นายท่านสิงโตขาวตัวน้อยลดสายตาดุลงพลางยื่นหางหนึ่งออกไปจิ้มที่ไหล่มนุษย์หนึ่งครั้งเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น คล้ายกำลังจะบอกว่า ‘เราให้อภัยแล้วเงยหน้าได้ มีอะไรล่ะ’
ออมเล็ตคิดไว้แล้วว่าวีวี่ตัวน้อยนั้นต้องเป็นเด็กดี สัมผัสนิ่มๆจากหางขาวขนนุ่มของเจ้าสิงโตขาวแตะที่ไหล่แป๊บเดียว นิ่มมากอยากลองสัมผัส
“วีวี่ ขอเรา...” คุณชายสามอังศุมาลินผู้คลั่งไคล้ปนพ่ายแพ้ต่อความสีขาวความนุ่มปุกปุยจึงอดแสดงอาการกว่าปกติออกมาไม่ได้ รวมทั้งออมเล็ตเองก็อยากลองสัมผัสเจ้าสิงโตขาวสองหางด้วยจึงกลายเป็นว่าไม่จำเป็นต้องคีพลุคคุณชายสามแล้วเพราะใจเราตรงกัน ฮื่อ เราคันไม้คันมือแล้ว...
“วีวี่ขอเราจับหางหน่อย”
เมื่อออมเล็ตพูดจบ เมื่อมนุษย์ตัวเล็กพูดจบ...
ดวงตาคมเฉี่ยวสีทองสุกสกาวมองกะพริบตาปริบๆ
ดวงตาสีเงินเปล่งประกายมองกะพริบตาปริบๆ
ขนนกขาวบริสุทธิ์พลันเส้นขนถี่ลุกตั้งชันทั้งหมด!
(!_._!)
ฉับพลันต่อมาเดี๋ยวนั้นเจ้าสิงโตขาวตัวน้อยพลันขนลุกตั้งชันอีกครั้งพร้อมกับก้าวถอยหลังกรูดไปจนชิดพนักพิงโซฟาตัวใหญ่กว่า หัวน้อยๆผงกขึ้น ดวงตาสีเงินจ้องมองมนุษย์สายตาระแวดระวัง ม้วนพวงหางขาวนุ่มนิ่มขดเป็นวงเก็บที่หลัง ส่งสายตามองกลับประมาณว่า... ม้วนหางเก็บแล้ว!
“หวงพวงหางมากเหรอเราอ่ะ” ออมเล็ตเห็นท่าทางเก็บหัวเก็บหางของเจ้าตัวน้อยแล้วนึกขำยังไงไม่รู้ อย่างที่คิดไว้ไม่ผิดเลย วีวี่ตัวน้อยหวงพวงหางขาวนุ่มของตัวเองมากพอสมควร ฉะนั้นคงต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อหน่อย
“ถ้ายอมให้เราจับหางเราจะทำของหวานให้ทานนะ”
เมื่อออมเล็ตพูดจบ ท่านสิงโตขาวตัวน้อยถึงกลับนิ่งกึกไปเลยทีเดียว... จิตใจกับจิตใต้สำนึกของท่านเก้าแปดพลันตีกันวุ่นเชียว
พอเห็นเจ้าตัวน้อยดูกำลังคิดหนัก อยากกินก็อยากกิน หวงหางก็หวงมาก ออมเล็ตจึงเอ่ยต่อเพื่อเพิ่มน้ำหนักความลังเลให้อีก “ของหวานน่าอร่อยนะ หวานๆมันๆหอมอร่อย”
“หง๊าว!”
ถ้าอร่อยก็ทำเราให้กินสิ!
“แต่ถ้าไม่ให้เราจับ... ไม่ต้องกินแล้วนะ” ออมเล็ตพูดน้ำเสียงเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ ดวงตาเรียวรีสีทองมองสิงโตขาวตัวน้อยอย่างมีเล่ห์กลปนแวบหนึ่ง คล้ายได้เอาคืนคราที่โดนน้องสิงโตขาวดุคราวก่อนด้วย
“ถ้าไม่ให้เราจับ จะไม่ทำอะไรให้กินแล้ว”
คุณชายสามอังศุมาลินจึงกลายเป็นคนพูดขึ้นก่อนทันทีเมื่ออยู่กับเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวขาวนุ่มที่พูดไม่ได้… ร่างบางเอนกายพนักพิงโซฟาไว้ท่วงท่าเกียจคร้านปนมีเสน่ห์ในตัว พลางมองร่างสิงโตขาวตัวเล็กที่นั่งชิดพนักพิงโซฟาเช่นกันทว่ายังคงไว้ตัวหยิ่งทระนง กำลังใช้ความคิดหนักปนลังเลในความอยากกินกับความหวงตัวกำลังตีกันวุ่น
ออมเล็ตยกยิ้มมุมปาก ดูคล้ายว่าเจ้าตัวน้อยจะตัดสินใจได้แล้วนะ... สิงโตขาวตัวน้อยๆที่ขนขาวๆนุ่มนิ่มๆ ค่อยๆก้าวเขยิบเดินทีละนิดทีละหน่อยอย่างกระมิดกระเมี้ยนเข้ามาใกล้มนุษย์ตัวเล็ก
ขนนกขาวบริสุทธิ์รู้สึกอับอายกับการกระทำของเจ้าสิงโตขาวจริงๆ เส้นขนนุ่นพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนปนสีส้มแดงเข้ม ท่านเก้าแปดขนนกโกรธเจ้าร่างสิงโตขาวแล้ว!
ออมเล็ตอดหัวเราะในลำคอไม่ได้ ไม่รู้ทำไมเขาถึงให้รู้สึกเอ็นดูใกล้ชิดกับเจ้าตัวน้อยเป็นพิเศษนัก แต่น้องน่ารักจริงๆนะ หึหึ... “เด็กอะไรเห็นแก่กินจัง”
ขนนกขาวบริสุทธิ์ได้ยินเสียงเอ่ยหยอกเย้าเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอนั้นพลันม้วนหัวม้วนหางขดเป็นวงกลม นอนแน่นิ่ง ไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว!
ท่านสิงโตขาวรู้สึกอับอายอย่างยิ่งแต่ทว่าก็ไม่อยากกลับตัวกลับใจ เดินเข้าไปหามนุษย์ตัวเล็ก นั่งลงเยื้องข้างๆ ไม่อยากมองหน้ามนุษย์จึงนั่งหันหลังให้ ไม่อยากอ่อนโยนด้วยจึงสะบัดยกพวงหางแสนหวงแหนของตัวเองส่งให้อีกจนเกือบทิ่มหน้าตายด้านน่ารักๆนั้นไปเลย
พวงหางยาวขาวนุ่มที่แกว่งเหวี่ยงมาถูกใบหน้าของออมเล็ตเป็นสัมผัสที่นิ่มนวลมากจนไม่คิดว่านี่คือความเกรี้ยวกราดของท่านสิงโตขาวผู้นั้นด้วยซ้ำ
ออมเล็ต คุณชายสามอังศุมาลินหัวเราะแล้ว พี่ไข่เจียวถูกใจสิ่งนี้!
…..
นี่เป็นครั้งแรกที่คุณชายสามอังศุมาลินหรือออมเล็ตเคยทำแบบนี้... พวงหางยาวสีขาวสองหาง ขนนุ่มนิ่ม มีความปุกปุย พวงหางที่ได้รับความหวงแหนและดูแลเป็นอย่างดี ยามที่มือเรียวลูบไล้สัมผัสอ่อนโยนกับความขาวนุ่มนิ่มนั้นสบายและเพลิดเพลินมาก ละมุนดีมากๆ
ในทันทีที่วางปลายนิ้วลงสัมผัสได้ถึงกระแสความรู้สึกคุ้นเคยอันบางเบาส่งผ่านนิ้วเรียวมาจนต้องผละออกก่อน เมื่อได้สัมผัสกับพวงหางนุ่มอีกจึงดีมากๆประหนึ่งว่าได้รับอนุญาตแล้ว เป็นความรู้สึกที่แปลก พลันเกิดระลอกคลื่นความรู้สึกยากอธิบายถาโถมซัดเข้าใส่ อธิบายไม่ถูกแต่นุ่มสบายมากจนอยากเอาใบหน้าแนบด้วยเลย
ชอบ... คุณชายสามอังศุมาลินแสดงความรู้สึกผ่อนคลายและชื่นชอบต่อสิ่งขาวนุ่มนี้ออกมา ริมฝีปากบางยกยิ้มอ่อนหวานพาให้ใบหน้าที่มักเย็นชาตายด้านนั้นงดงามหวานล้ำขึ้นอีกจนมิอาจบรรยายได้
สิงโตขาวมิได้หันมองมนุษย์ตัวเล็กแม้แต่นิด... เจ้าตัวน้อยเพียงนอนคว่ำหันหลังยกพวงหางให้มนุษย์ลูบสัมผัสเล่นไป ส่วนตัวเองพลันยกมือหน้าทั้งสองปิดหน้าปิดตาปิดหูให้ใบหูขาวลู่ลงไม่อยากฟังใดๆทั้งสิ้น ขณะหลับตาหนี ดวงตาสีเงินเปล่งประกายส่องแปลกๆ ความรู้สึกที่มิอาจอธิบายได้ในวัยเด็กซัดคลื่นเข้ามา นี่มันคือความอัปยศ อัปยศ อัปยศ!
ขนนกขาวบริสุทธิ์ร้อนรุ่มน้อยๆสั่นสะท้านทั่วร่างอยากจะหายไปจากตรงนี้ เดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้!
“หง๊าวว..”
“วีวี่เป็นเด็กดีนะ”
คุณชายสามอังศุมาลินพูดพลางลูบพวงหางของวีวี่ตัวน้อยอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน ก็เคยบอกแล้วว่าชายหนุ่มบ้านพิชิตไชยศรีนั้นนอกจากพูดไม่เก่งแสดงออกความรู้สึกไม่เป็นแล้วเรื่องคำชมก็แค่มีนี้แหละ
แต่ทว่าในเรื่องอานุภาพจากมนุษย์ตัวเล็กนั้น ไม่เบาเลยนะ!
งะหงึ – หงึ มนุษย์ มนุษย์กำลังล่อลวงเรา มนุษย์ล่อลวงเราอีกแล้ว มนุษย์ลูกเจี๊ยบร้ายกาจมาก!
เราโดนมนุษย์ตัวขาวล่อลวงแล้ว
มนุษย์ตัวเล็กจับหางเราแล้ว
เราต้องแต่งงานกับมนุษย์น่ารักแล้ว
ไม่สิ ต้องรับผิดชอบ ต้องเอามนุษย์ลูกเจี๊ยบกลับมหานครกับเราไปแต่งงานด้วยนะ!
เอ๊ะ...
ในวัยเด็กก็มักจะเป็นเช่นนี้แล.. ควบคุมตนเองไม่ค่อยได้ ‘รู้สึกไว’ ด่วนคิดเร็ว ตัดสินใจไว ฉะนั้นอย่าได้ใส่ใจนักเลย
หลังจากที่ออมเล็ตได้ลองลูบสัมผัสพวงหางขาวนุ่มของเจ้าสิงโตขาวตัวน้อยสมใจอยากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาก็เข้าสู่ช่วง… ขอเรียกว่าเป็นช่วงง้องอนเจ้าตัวน้อยละกัน
“วีวี่งอนเราเหรอ” ออมเล็ตยกมือเท้าคางกับพนักพิงโซฟา ดวงตาเรียวรีสีทองมองสิงโตขาวที่นั่งหันหลังให้ตนไกลเป็นโยชน์ทีเดียว อีกทั้งยังไม่ยอมหันหน้ามามองกันอีกเลย หางก็ให้จับแป๊บเดียวตัวก็ดีดไปยังจะมางอนอีกเหรอเนี่ย
ออมเล็ตส่ายหน้าให้พลางๆ แต่ก็ยอมลงให้เพราะเห็นว่าเจ้าวีวี่ตัวน้อยผู้หวงพวงหางถึงขนาดนั้นยังอุตส่าห์ยอมให้เขาลูบคลำเลย “นี่ไงเรากำลังจะทำของหวานให้ทานนะ”
“ข้าวโพดไง ‘ข้าวโพดคลุกเนย’ แบบที่วีวี่ชอบเลยไง”
สิงโตขาวหันเหลือบมองมนุษย์ร่างบาง ก่อนที่จะมองเมินมนุษย์หน้าตายที่กำลังง้องอนตัวเองอยู่ทั้งใบหน้าตายด้านแบบนั้น แม้ว่าในใจจะรู้สึกคันยุบยิบเหมือนถูกลูกเจี๊ยบน้อยวิ่งกระแทกใจอีกแล้วก็ตามยังคงทำนิ่งเฉย ลูบตัวลูบหางเลียขนเลียหางอย่างหวงๆตัว
งะหงึ – หงึ! เรื่องข้าวโพดก็เรื่องข้าวโพด แต่เรื่องตอนนี้มัน มัน มัน หงึ! มนุษย์ร้ายกาจกับเราก่อนเราจะฟ้องตอนร่างคนโตมา!
นัยน์ตานักล่าสีเงินเปล่งประกายวูบหนึ่งมองลุ่มลึกไม่คล้ายแววตาของวีวี่ตัวน้อย ใบหน้าสิงโตขาวเชิดขึ้นมองอย่างเย่อหยิ่งวางแผนในใจ...
คุณชายสามอังศุมาลินก็มิใช่ว่าจะเป็นคนชวนคุยเก่งอะไร พอพูดง้อแต่พอประมาณแล้วก็พอเท่านั้น กลับเข้าสู่ช่วงการคีพลุคคุณชายสามอังศุมาลินดังเดิม
ออมเล็ตคิดว่าสิ่งที่จะง้อเจ้าสิงโตขาวตัวน้อยได้คงจะเป็นการทำตามสัญญาที่กล่าวไว้ ฉะนั้นเขาจึงเตรียมเข้าครัวเพื่อทำของหวานจากข้าวโพดตามที่เจ้าตัวน้อยอยากทาน เขาเลือกเมนูของหวานง่ายๆเป็น ‘ข้าวโพดคลุกเนย’ หรือเรียกว่า ‘ข้าวโพดอบเนย’ ก็ได้เช่นกันตามสะดวกตามสูตรใจชอบ
ของหวานข้าวโพดคลุกเนยหรือข้าวโพดอบเนยถือว่าอีกหนึ่งเมนูของหวานยอดฮิตที่เห็นมีขายบ่อยๆตามหน้าโรงเรียนหรือตลาด เป็นเมนูของหวานที่ใครๆก็ต้องเคยกิน รสชาติอร่อยหอมหวานทานเพลิน หาซื้อง่าย ทำกินเองก็ง่ายเช่นกัน
เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องครัวลงมือทำอาหารประกอบสักอย่างใดก็ตามจึงเป็นช่วงเวลาที่ออมเล็ตค่อนข้างจริงจังมาก และเผยเสน่ห์ที่น่ามองออกมาโดยไม่รู้ตัว ผู้มีนัยน์ตาลุ่มลึกได้มอง...
ข้าวโพดคลุกเนย – เตรียมวัตถุดิบมีข้าวโพด เนยสด นมข้นจืด นมข้นหวาน น้ำตาลทราย
ออมเล็ตแกะข้าวโพดหวานออกเป็นเม็ดๆ เขาใช้วิธีการแกะออกจากฝัก ไม่ใช่วิธีฝานเพราะไม่อยากทำให้เม็ดข้าวโพดขาด พอแกะเม็ดข้าวโพดออกจนหมดแล้ว จากนั้นตั้งหม้อต้มน้ำให้ร้อน เติมเกลือและน้ำตาลลงไปแค่พอประมาณ นำข้าวโพดที่แกะออกเป็นเม็ดๆแล้วใส่ลงไปในหม้อ ต้มจนข้าวโพดลอยขึ้นเหนือน้ำ เป็นอันว่าข้าวโพดสุกแล้ว
ตักข้าวโพดร้อนๆใส่ชามเตรียมรอคลุก ซึ่งออมเล็ตจะทำการคลุกทั้งหมดขณะที่ข้าวโพดมีความร้อนอยู่เลยเพื่อให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายดี จากนั้นตักเนยใส่ข้าวโพดแล้วคลุกจนเนยละลายเคลือบเม็ดข้าวโพด ค่อยเติมน้ำตาลทราย นมจืด และเกลือนิดหน่อย คลุกเคล้าให้ทุกอย่างเข้ากันดี เสร็จแล้วตักใส่ชามสีใสแล้วราดนมข้นหวานใส่เล็กน้อยเพิ่มความหวานหนืดข้น พร้อมทานได้
ข้าวโพดคลุกเนย.. รูปลักษณ์หน้าตาภายนอกเป็นสีเหลืองจากเม็ดข้าวโพดคลุกเคล้ากับสีนมข้น กลิ่นหอมข้าวโพดเนยอันแสนเย้ายวนชวนน่ารับประทานไม่ธรรมดา ด้วยความหอมของข้าวโพดต้มร้อนๆคลุกกับเนยนมมันๆจนละลายเข้ากันได้ดี ข้นๆหนืดๆ ส่งกลิ่นหอมฉุยเป็นอย่างมาก
ข้าวโพดคลุกเนยจัดว่าเป็นเมนูของหวานในส่วนตัวรสชาติเป็นรสความอร่อยหวานมันข้น ทานเพลินมากๆที่ทานแค่ถ้วยเดียวคงไม่พอแน่ๆ
ในยามที่ออมเล็ตต้มข้าวโพดเสร็จนำมาใส่ชามแล้วตักเนยนมเข้าคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตอนนั้นเองที่กลิ่นหอมข้าวโพดเนยนมร้อนๆกำลังดีลอยฉุยขึ้นมาเรียกน้ำย่อยก่อนเลยทีเดียว พาให้กระเพาะส่งเสียงประท้วงบ่งบอกว่า กระเพาะของวีวี่กับอังอังต้องการสิ่งนี้!
ออมเล็ตยังคงมานั่งทานของหวานในห้องนั่งเล่นเช่นเดิม เขาวางจัดแจงชามสีใสของข้าวโพดคลุกเนยสำหรับเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวน้อย และค่อนข้างน่าตกใจมากๆที่สิงโตขาวนั้นโปรดปรานรสหวานพอสมควรเลย ด้วยความที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยนั้นชอบรสหวานแค่ไหนจึงให้ชิมเองเขาจึงได้พบกับข้อนี้... ของหวานข้าวโพดคลุกเนยถูกใจเจ้าตัวขาวปุกปุยนี้เขาเลยล่ะ
“ข้าวโพดคลุกเนยอร่อยหวานมันร้อนๆเลยนะ”
สิงโตขาวผงกหัวน้อยๆให้กับมนุษย์ พอวางชามของหวานเสร็จจึงกระโจนเข้าใส่ชามข้าวโพดคลุกเนยทันที เจ้าตัวน้อยก้มหน้าตั้งใจเลียกินข้าวโพดคลุกเนยมากๆแบบที่ไม่สนใจอื่นใดเลย ก่อนหน้านี้ได้ชิมรสความอร่อยหอมหวาน ข้นๆหนืดๆของเจ้าสิ่งนี้แล้วท่านเก้าแปดผู้นี้รู้สึกถูกใจมากๆ จึงไม่จำเป็นต้องชิมอีก ไม่จำเป็นต้องรอให้มากความ ทานอย่างจริงจังเลยดีกว่า
พวงหางยาวขาวนุ่มโบกสะบัด... ท่านสิงโตขาวเหลือบมองมนุษย์ลูกเจี๊ยบก่อนเล็กน้อยพลางคิดว่า มนุษย์ลูกเจี๊ยบก็ไม่เลวเลยนะ!
เส้นขนขาวนุ่มโบกสั่นไหว... ขนนกขาวบริสุทธิ์ก่อนหน้านี้ลี้ภัยวาร์ปหายไปสงบสติสงบอารมณ์ลงได้ กลับมาแล้วอิ่มท้องอิ่มอกอิ่มใจกับของหวานข้าวโพดคลุกเนยแปรเปลี่ยนเส้นขนนุ่มเป็นสีรุ้งสดใสไล่เรียงลำดับ มนุษย์น่ารักคนนี้ก็ไม่เลวนะ!
ออมเล็ตเห็นวีวี่ตัวน้อยทานอย่างเอร็ดอร่อยแล้วเขาจึงค่อยตักข้าวโพดคลุกเนยทานบ้าง บอกเลยว่าชามของเขาหวานน้อยกว่าของเจ้าสิงโตขาวซะอีก น่าตกใจนิดหน่อย แต่ความหวานสั่งได้ตามใจปากคนอยากกินนั่นแหละ
บรรยากาศการทานของหวานร่วมกันของหนึ่งมนุษย์กับหนึ่งสิ่งมีชีวิตไม่ใช่มนุษย์ค่อนข้างที่จะมิได้แตกต่างไปจากการทานร่วมกับคนอื่นเลย บรรยากาศดีมากๆ ดูอบอุ่นแบบแปลกๆ ผ่อนคลายเบาสบายเหมือนตอนทานอาหารกับคนในครอบครัวพิชิตไชยศรีคนอื่นๆเลย
ออมเล็ตคิดว่าเหตุผลหนึ่งคงเพราะสิงโตขาวตัวน้อยอาจเป็นสัตว์เลี้ยงของตระกูลจริงๆ ส่วนเหตุผลที่สองคงเพราะเจ้าตัวน้อยยังเด็กอยู่ ไม่ได้ดื้อซุกซนมาก ไม่ดุร้าย น้องเป็นมิตรมากจึงทำให้ขารู้สึกดีต่อสิงโตถึงแม้จะเป็นสัตว์สายพันธุ์นักล่าผู้ถูกขนานนามว่าราชาเจ้าแห่งสัตว์ป่าทั้งปวงก็ตาม
เพราะน้องสิงโตขาวดูเป็นมิตรและรู้ความรู้ภาษามากๆเลยทำให้ออมเล็ตค่อนข้างรู้สึกดีที่อยากคุยด้วยแก้เหงา มันคล้ายรู้สึกสนิทด้วยนิดหน่อยน่ะ คุณชายสามอังศุมาลินก็ต้องอยู่คนเดียวมาตลอดน่าจะหาสัตว์เลี้ยงมาเยียวยาจิตใจอันแสนมืดหม่นนี้ มาเป็นเพื่อนกันได้... ออมเล็ตเริ่มวางแผนในใจ
“เธอหายงอนเรายัง”
“คราวหน้าเราขอจับหางวีวี่อีกนะ”
“...” สิงโตขาวตีสีหน้าว่างเปล่าก้มๆเลียกินข้าวโพดคลุกเนยในชามต่อพร้อมทั้งขอเติมอีกด้วย เจ้าตัวน้อยไม่มองไม่ฟังมนุษย์ตัวเล็กแล้วที่พูดก่อนหน้านี้คือว่างเปล่าเท่ากับไม่รับรู้!
ในระหว่างทานของหวานและพักผ่อนหย่อนใจไป ออมเล็ตก็ไม่ลืมติดตามข่าวสารเกี่ยวกับประกาศตามหาสัตว์เลี้ยงหายในเครือข่ายดวงดาวด้วย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พบประกาศตามหาสิงโตหายบ้างเลย อย่างไรจนกว่าจะได้คำตอบที่แน่ชัดว่าวีวี่ตัวน้อยเป็นสัตว์เลี้ยงของตระกูลพิชิตไชยศรีจริงๆเขาก็จะติดตามดูข่าวอย่างสม่ำเสมอ
ขณะที่ออมเล็ตกำลังจะออกจากหน้าเครือข่ายดวงดาวก็มีข่าวน่าสนใจหนึ่งเด้งขึ้นมาเป็นอันดับแรกแซงมาเลยเขาจึงหยุดอ่านก่อน เจ้าสิงโตขาวตัวน้อยเองก็ดูสนใจข่าวนี้เหมือนกัน
เอ๊ะ สิงโตขาวอ่านตัวหนังสือออกด้วยเหรอ? ออมเล็ตคิดว่ามันแปลกๆแต่ดูแล้วเจ้าตัวน้อยน่าจะอ่านไม่ออกหรอกแต่ดูภาพมากกว่านะ... นั่นสิ สิงโตที่ไหนกันจะอ่านหนังสือออก เฮ้อ ค่อยโล่งใจหน่อยที่ไม่ต้องขนลุกสะพรึงกลัวอีก
(หัวข้อข่าวหน้าหนึ่ง – เอ็ดเวิร์ด ตัวแทนเลขาธิการแห่งมหานครอีวิคก็อดดาร์ดออกมายืนยันว่าท่านเก้าแปดวัลดัสยังคงอยู่ในมหานคร ท่านมิได้รับอันตรายหรือใช้ความสามารถอวตารร่างออกเดินทางสู่ภายนอกแต่อย่างใด ชาวมหานครโปรดอย่าได้หลงเชื่อคำลวงข่าวลือต่างๆ อ่านต่อ.. คลิก)
“ท่านเก้าแปดวัลดัส เป็นใครเหรอ?”
วีวี่มองชายหนุ่มในภาพด้วยสายตาว่างเปล่า... เอ็ดเวิร์ดคนนั้นคงไม่ได้เอือมระอากับที่ท่านเก้าแปดหนีออกจากบ้านอีกหรอกใช่ไหม?
แต่ยังไงก็ช่างเถอะ ไม่เกี่ยวกับเราที่เป็นท่านสิงโตขาวสัตว์เลี้ยงแห่งตระกูลพิชิตไชยศรีสักหน่อย
----------------------------------
ภาพประกอบ


ข้าวโพดคลุกเนย หรือ ข้าวโพดอบเนย
Talk
ตอนนี้ก็คือ...

ผิดผี อังอังผิดผีๆๆ จับพวงหางของเลาก็ต้องแต่งให้เลาแล้วนะ ฮื่ออ ไอ้ต้าวหนูวีวี่ววว เจ้าพวกตัวขาวนุ่มนิ่มมม
ถ้าแต่งกับอังอัง เบื้องบนมีท่านพ่อ ลงมามีท่านพี่ใหญ่+ท่านพี่รอง ลงมาอีกมีน้องอีก 2 คน รู้สึกไหมคะว่าชีวิตว่าที่ลูกเขยบ้านนี้ไม่ปลอดภัยแล้วนะคะ หนีค่ะ ต้องลักพาตัวลูกเจี๊ยบหนีอย่างเดียวแล้วแหละ (555) พิชิตไชยศรีไม่ถูกใจสิ่งนี้!
ยัยอังศ์ก็คือลูบคลำพวงหางแสนหวงของเขาอ่ะ ลองคิดถึงร่างหลัวคนนั้นสิค่ะ เจอดีแน่ๆเจอร่างต้นหลัวแน่ๆ พี่ไข่เจียวระวังดีๆ เขาจะมาตีหลังแตก! (รอต่อไป) แต่ใดคือชอบวีวี่เรียก ร่างคนโต (555)
ตอนนี้น่าจะได้รู้ชื่อท่านเก้าแปดแล้ว แต่วีวี่บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับท่านเก้าแปดคนนั้น งั้นเราไม่ต้องพูดถึง(555)
ทั่นวีวี่ออกมาเล่นในบ้านได้โดยไม่มีใครจับได้ก็ต้องมั่นใจในฝีมือประมาณหนึ่งนะคะ แต่ถ้าจู่ๆพ่อกับพี่ๆกลับบ้านมาก็... นั่นแหละค่ะ รอดูเขาอาจได้ปะทะกัน (555)
ปล.ท้ายสุด คือเรารู้สึกว่าสิงโตเนี่ย ตัวน้องเขาจริงๆจะไม่ค่อยมีขนเยอะนะถ้าโตเต็มวัย(เว้นขนแผงคอนะ) เอาเป็นว่าในนิยายขนขาวนุ่มของน้องจะอยู่ต่อไปจนกว่าทั่นจะพอใจสลัดออกเองค่ะ เป็นหนึ่งในอาวุธ ทุกส่วนของร่างทั่นมีความสามารถ เนื่องด้วยความเทพลูกไรท์เตอร์เอง ตอนที่ 31 จบแล้วนะคะ จบพาร์ท 1 ก่อน
วันนี้ลาไปก่อนน้า ไว้พบกันใหม่ตอนหน้า บ๊ายบายจ้า
