ตอนที่ 15 ขอเงินมาได้แล้ว (2)
เถียนไฉ่เวยไม่เหลียวหลังสักนิด รอเว่ยซื่อพุ่งมาใกล้แล้วถึงเบี่ยงกายหลบ เว่ยซื่อดึงแรงกลับไม่ทันจึงเซถลาไปด้านหน้าซึ่งเป็ขอบประตู เท้าของนางพลันสะดุดล้มฟาดหน้าลงกับพื้น การล้มครั้งนี้ทำเอากระดูกแทบเคลื่อนิญญาสลาย เืกำเดาไหลออกมา ฟันหน้าลอยกระเด็น เอวก็เคลื่อน คว่ำอยู่บนพื้นลุกไม่ขึ้น
ไฉ่เวยทำเป็มองไม่เห็น ก้าวเดินไปตามทางของตัวเอง
จี้ซื่อกับหม่าซื่ออยากหัวเราะแต่ไม่กล้า ทำได้เพียงข่มกลั้น ยังแสร้งทำเป็กตัญญู ก้าวเข้าไปประคองเว่ยซื่อขึ้นมา
เว่ยซื่อเช็ดเืกำเดา โมโหจนหน้าแหลมๆ แก้มซูบตอบยับย่นราวกับแก้มลิง เห็นแล้วอัปลักษณ์ยิ่ง นางตวาดคำรามใส่บุตรชายทั้งสอง “ข้าถูกเด็กชั้นต่ำนั่นรังแกถึงขนาดนี้แล้ว พวกเ้ายังยืนบื้ออยู่อีกทำไม รีบไปตีนางเด็กชั้นต่ำนั่นให้ตายเร็วเข้า!”
เถียนจยาเล่อถกแขนเสื้อขึ้นคิดลงมือ ทว่ากลับถูกเถียนจยาผิงรั้งไว้ “น้องสาม เ้ายังเห็นบ้านเราขายหน้าไม่พออีกหรือ”
เว่ยซื่อได้ยินก็ยิ่งโมโห ไม่แม้แต่จะสนใจกุมใบหน้าที่ปวดร้าวไว้ คว้าไม้กวาดฟาดใส่เถียนจยาผิงเต็มศีรษะเต็มหน้า “เ้ามันพวกอกตัญญูกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา เ้าไม่ออกหน้าให้ข้ายังพอทำเนา ยังจะไม่ให้น้องสามลงมือจัดการนางชั้นต่ำนั่นอีก!”
เถียนจยาผิงไม่หลบ ทว่าเอ่ยกล่อมอย่างใจเย็น “ท่านแม่ เลิกโวยวายได้แล้ว หากโวยวายต่อแล้วผู้ใหญ่บ้านวกกลับมาอีก พวกเราก็มีแต่จะเสียเปรียบ ทำไมต้องลำบากด้วยเล่า”
ประโยคหลังที่ว่า ‘ให้คนในครอบครัวใช้ชีวิตอย่างสุขสงบไม่ได้หรือ’ เขาไม่กล้าเอ่ยออกมา
เว่ยซื่อไม่ยอมความ “เงินก้อนใหญ่กว่าสามตำลึงถูกหลอกเอาไปแบบนี้พวกเ้าไม่เสียดายหรือ” พูดแล้วก็สูดลมหายใจด้วยความเจ็บ ฟันหน้าสองซี่ล้มจนหักเช่นนี้ ช่างเ็ปนัก ขณะเอ่ยวาจายังมีลมแทรก ได้ยินแล้วเหมือนคนลิ้นโต
ผู้เฒ่าเถียนเอ่ย “ใครบอกไม่เสียดายกัน แต่เื่นี้ผู้ใหญ่บ้านสอดมือเข้ามาแล้ว พวกเรากล้าขัดที่ไหน ทุกอย่างไว้รอจยาอันกลับมาค่อยว่ากันทีหลัง”
ผู้เฒ่าเถียนเป็หัวหน้าครอบครัว ในเมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้แล้ว เว่ยซื่อก็ไม่อาจโวยวายต่ออีก
ผู้เฒ่าเถียนถลึงตาใส่แผ่นหลังไฉ่เวยแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยตวาดอย่างมีโทสะ “เงินเ้าก็ได้ไปแล้ว รีบเรียกให้แม่กับน้องเ้าลงที่นาไปทำงานให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
เถียนไฉ่เวยรู้ดีว่าเขาอยากกันให้ตนออกไปเพื่อจะได้ปรึกษาหาวิธีจัดการพวกนางสามแม่ลูก นางก็ไม่ได้เปิดโปงเพียงเอ่ย “ท่านแม่ข้าตั้งครรภ์ทั้งยังถูกตี ข้าเองก็ถูกตีเช่นกัน เจ็บระบมไปทั้งตัวแล้ว ทำงานไม่ได้หรอก”
ผู้เฒ่าเถียนใช้สายตากินคนจ้องนางเขม็ง “ดี! ดี! ดี! ไม่ทำงานเ้าก็อย่าได้คิดจะกินข้าว!”
เถียนไฉ่เวยเอ่ย “ท่านปู่ดูเอาเถิด ไม่กินข้าวก็คงไม่มีแรงทำงานแล้ว” พูดจบก็เดินจากไปอย่างอวดดี
ผู้เฒ่าเถียนจ้องแผ่นหลังเถียนไฉ่เวยอย่างโเี้ กระทั่งลับตาไปแล้วถึงดึงสายตากลับ พลางเอ่ยกับจี้ซื่อ “ไปตักน้ำมาให้แม่เ้าล้างหน้า”
จี้ซื่อตอบรับแล้วออกไป ไม่นานก็ตักน้ำมาให้เว่ยซื่ออ่างหนึ่ง
ผู้เฒ่าเถียนมองลูกสะใภ้และบุตรชายของตนแวบหนึ่ง “คราวหน้าพวกเราห้ามลงมือกับหลินซื่อสามแม่ลูกอีก”
คนทั้งบ้านล้วนเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง
“ท่านพ่อ! ท่านคงไม่ได้ถูกหญิงชั้นต่ำนางนั้นเล่นงานจนหัวหดแล้วกระมัง” เห็นได้ชัดว่าเถียนจยาเล่อไม่พอใจนัก พอนึกถึงเศษเงินและกำไลเงินคู่นั้นที่เถียนไฉ่เวยอาศัยผู้ใหญ่บ้านชิงเอาไป เขาก็แค้นจนอยากจะทึ้งนางเป็ชิ้นๆ ขนาดเขาอยากได้เงินไม่กี่สิบอีแปะจากมือผู้เฒ่าเถียนยังยาก ทว่าไฉ่เวยกลับชิงเอาเงินหลายเหรียญรวมกับกำไลเงินไปอย่างง่ายดาย
ผู้เฒ่าเถียนกลอกตาขาว “ใช่ที่ไหน แค่ตอนนี้พวกเรามีความผิดฐานข่มเหงรังแกหลินซื่อแม่ลูกติดตัว หากลงมือกับพวกนางอีก แล้วพวกนางไปเรียกร้องที่ว่าการอำเภอจริงๆ พวกเราอาจจะได้กินข้าวคุกกันน่ะสิ”