“เื่นั้น..ข้าไม่อยากรบกวนท่านแม่ทัพ เ้าก็รู้ดีว่าข้าหาใช่คนสกุลหลี่” ทำไมเขาจะไม่อยากอยู่ในเมืองหลวงกันเล่า ใจเขาลอยไปถึงตัวท่านแม่ทัพแล้วแต่ร่างกายยังยืนอยู่ที่เดิม
“พี่สวินสิบกว่าปีที่ผ่านมาท่านเอาแต่หนีปัญหา หลบเลี่ยงคำครหาแล้วเป็อย่างไร? คนพวกนั้นก็ยังคงนินทาท่านลับหลังอยู่ดีมิใช่หรือ ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านทำเช่นนี้รังแต่จะทำให้ท่านพ่อเสียใจนะเ้าคะ”
ใบหน้าหล่อเหลาราวกับถูกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็งหนาเมื่อคิดถึงความรู้สึกของหลี่หยวนตง “ข้ารู้ว่าท่านแม่ทัพย่อมเสียใจ แล้วเ้าเล่า? เป็เพราะข้ามิใช่หรือที่ทำให้คนเ่าั้ใช้วาจาจาบจ้วงล่วงเกินเ้าไปด้วย”
“เมื่อก่อนข้าโกรธ แต่ตอนนี้ข้าคิดได้แล้ว พวกเรามีกันสามคนแค่นี้นะเ้าคะ คนอื่นจะคิดอย่างไรก็ช่างเขาเถิด ข้ารู้ว่าท่านหวังดีกับข้าและท่านพ่อจากใจจริงก็พอแล้ว”
“เ้าแน่ใจนะว่าเ้าจะไม่มีปัญหากับฟู่หนานซีเอาภายหลัง เราก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเขาไม่ชอบข้าเท่าใดนัก ข้าคิดว่าคุณชายฟู่อาจขอร้องท่านรองแม่ทัพบิดาของเขาให้จัดการย้ายข้าไปที่อื่นเช่นกัน”
“ท่านพ่อเป็ใคร? แล้วฟู่โหย่วผู้นั้นเป็ใคร? หากท่านพ่อสั่งอย่างไรเขาก็ต้องทำตามเ้าค่ะ ส่วนเื่คุณชายฟู่..หากต้องผิดใจกับเขาสักครั้ง ข้าก็ยังยืนยันว่าข้าเลือกเข้าข้างท่านเ้าค่ะ”
สองตาของชายหนุ่มมองหญิงสาวไม่กะพริบกระแสความอบอุ่นไหลวนอยู่ในใจ เขาััได้ถึงความเด็ดเดี่ยวจริงจังในน้ำเสียงนั้นแจ่มชัด นางไม่ได้พูดไปเรื่อยเปื่อยไร้แก่นสารอย่างที่เคยเป็
“ต่อให้เื่นี้เป็กับดักของเ้า ข้าก็จะลองเชื่อดูสักครั้งถือว่าข้าทำเพื่อท่านแม่ทัพ ข้าตกลง!” ชายหนุ่มตัดสินใจเด็ดขาด
หลี่จื่ออิงดีใจจนเผลอะโตัวลอย หลินสวินยอมเปิดใจรับฟังคำพูดของนางแล้ว จากนี้ต่อไปความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะดีขึ้นตามลำดับ หากหลินสวินรู้อะไรมาจะได้ตักเตือนนางและบิดาก่อนที่มันจะสายเกินไป
“ข้ารอไม่ไหวแล้วพี่สวิน เราสองคนไปหาท่านพ่อกันเดี๋ยวนี้เลยดีกว่าเ้าค่ะ” ร่างเล็กตรงเข้ามาสอดมือคล้องแขนข้างหนึ่งของหลินสวินเอาไว้ ทำให้ชายหนุ่มหน้าแดงระเรื่อด้วยความดีใจระคนตื่นเต้น
นางกลับมาออดอ้อนเขาเหมือนเมื่อก่อน! ไม่มีระยะห่างกางกั้นเลยแม้แต่น้อย!
“คุณหนู เ้าไม่ใช่เด็กแล้ว ระวังกิริยาด้วย” หลินสวินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง รีบดึงแขนกลับอย่างไม่เกรงใจด้วยกลัวว่าหัวใจตนเองจะรับไม่ไหว
แทนที่หญิงสาวจะโกรธ นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ รู้สึกอับอายต่อตนเองที่เมื่อก่อนนางเอาความคิดดั่งคนต่ำช้าไปวัดใจผู้มีคุณธรรมสูงส่งอย่างพี่ชายบุญธรรม
นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหลินสวินจะเป็สุภาพบุรุษถึงเพียงนี้ ชาติก่อนฟู่หนานซีกับหรั่นเซียงหยูเอาแต่พูดกรอกหูนางอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าให้ระวังหลินสวินไว้ตลอดเวลา เกรงว่าเขาจะเข้ามารังแกตนอย่างไม่ชอบธรรมเพื่อหาทางเป็บุตรเขยสกุลหลี่โดยเร็ว
แต่แท้จริงแล้วคนที่คอยฉวยโอกาสกับนางอยู่เป็ประจำกลับเป็ตัวฟู่หนานซีเสียเอง หลินสวินไม่จำเป็ต้องมุ่งหวังจะเป็บุตรเขย เขาก็ได้รับการยกย่องให้เกียรติจากบิดาให้เป็บุตรชายคนหนึ่งอยู่แล้ว
ชีวิตใหม่ของนางทำให้นางได้รู้เห็นอะไรมากขึ้น บางที..นางอาจจะต้องทบทวนเื่การแต่งเข้าสกุลฟู่ให้รอบคอบกว่านี้เสียแล้วกระมัง
……….
จวนสกุลฟู่
“นางไม่มาจริงๆ หรือเซียงเอ๋อร์” ฟู่หนานซีกลับมาจากค่ายทหารก็ตรงเข้ามาหาหรั่นเซียงหยูที่มารอฟังข่าวอยู่ทันที
“ข้ามาถึงจวนสกุลฟู่ั้แ่ยามอู่แล้วเ้าค่ะ แต่อิงเอ๋อร์นางไม่ได้มา..วันนี้เป็วันทดสอบเลื่อนขั้นของท่านแท้ๆ ไม่คิดเลยว่านางจะใจจืดใจดำถึงเพียงนี้”
“หรือเราจะเป็ฝ่ายยอมไปหานางที่จวนท่านแม่ทัพก่อนดีเล่า เ้าช่วยข้าคิดหน่อยสิ” ชายหนุ่มเดินวนไปวนมาอยู่รอบกายหรั่นเซียงหยู ท่าทางร้อนใจ
“ข้าว่าเรารอกันอีกสักหน่อยจะดีกว่าเ้าค่ะ นางรู้กำหนดวันแน่ชัดอยู่แล้วที่นางยังไม่มาหาท่านอาจเป็เพราะอุบายจากหลินสวินก็เป็ได้”
“อิงเอ๋อร์ก็กระไร! อยู่ดีๆ ก็คิดอยากจะอาลัยอาวรณ์เ้าปลิงนั่นขึ้นมา เมื่อไหร่รายชื่อโยกย้ายจะประกาศออกมากันนะ ข้าอยากให้มันย้ายออกจากเมืองหลวงไปเร็วๆ เหลือเกิน”
“คุณชายฟู่ เื่นี้จะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่เ้าคะ? แม่ทัพหลี่ออกหน้าให้หลินสวินถึงเพียงนั้น เขาจะไม่คิดดึงตัวบุตรชายบุญธรรมเขาไว้บ้างเลยหรือไร” หรั่นเซียงหยูขยับเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม กระซิบถามเสียงเบา
“หลินสวินมันคนขี้ขลาด หน้าบาง มันกลัวว่าผู้อื่นจะนินทาย่อมไม่กล้าขอร้องให้ท่านแม่ทัพช่วยมันแน่ ไม่มีปัญหาหรอกน่า”
“ดีนักที่ท่านรอบคอบเตรียมการไว้ล่วงหน้า หลินสวินมีแม่ทัพหลี่ให้ท้าย ส่วนคุณหนูหลี่ก็หัวอ่อนโลเล ดีไม่ดีเกิดไปหลงเชื่อคำหลินสวินยอมคบหาดูใจกับเขาขึ้นมาท่านคงต้องปวดใจไม่น้อย”
ฟู่หนานซีแอบกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ
หากเป็เมื่อก่อนเขาคงกล้าพูดอย่างมั่นใจไปแล้วว่าหลี่จื่ออิงไม่มีทางยอมรับหลินสวินเป็คนรักอย่างแน่นอน
แต่เมื่อสองวันก่อนเขาเห็นกับตาว่าหลินสวินยังคงเฉยเมยไม่ใส่ใจดังเดิม เป็หลี่จื่ออิงต่างหากที่พยายามใกล้ชิดเอาใจอีกฝ่าย แววตาและน้ำเสียงของนางยังแสดงออกถึงความเคารพยกย่องหลินสวินจากใจจริงอีกด้วย
โชคดีที่บิดามารดารวมทั้งตัวเขาวางแผนจะขจัดหลินสวินไว้ั้แ่เนิ่นๆ ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องปวดใจภายหลังอย่างที่หรั่นเซียงหยูกล่าวเป็แน่
“คุณชายขอรับ มีจดหมายจากจวนแม่ทัพหลี่มาถึงท่านขอรับ
ความกังวลใจของฟู่หนานซีถูกยกออกไปจากใจทันที รีบรับจดหมายจากบ่าวรับใช้มาพลิกดู
เป็จดหมายที่ส่งออกมาจากจวนแม่ทัพจริงๆ เมื่อเปิดจดหมายออกมาดูชายหนุ่มก็ส่งเสียงหัวเราะดังลั่น
“ฮ่าๆๆ ที่แท้นางก็แค่ทำเป็เล่นตัวเท่านั้น เซียงเอ๋อร์เ้าลองดูสิ!” ชายหนุ่มระบายลมหายใจได้อย่างคล่องปอด ที่แท้เขาก็คิดมากเกินไป หลี่จื่ออิงก็ยังคงเป็สตรีที่หลงรักตนจนโงหัวไม่ขึ้นดังเดิมไม่มีผิด!
“เทียบเชิญไปร่วมงานเลี้ยงที่เหลาอี้เทียน..นั่นมันเหลาอันดับหนึ่งของเมืองหลวงเลยมิใช่หรือเ้าคะ นางถึงกับจัดงานเลี้ยงฉลองให้ท่านที่นั่น!!” หรั่นเซียงหยูดีใจเสียงดังลั่น พลางพลิกเทียบเชิญฉบับนั้นดูซ้ำอีกรอบ
“คุณชายฟู่ ท่านดูกระดาษแผ่นสุดท้ายก่อนสิเ้าคะ นี่มันแปลกใช่หรือไม่” หญิงสาวเห็นรายชื่อแขกอีกหลายคนที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อแจ้งให้ทุกคนรู้ว่าจะมีผู้ใดเข้าร่วมงานเลี้ยงบ้าง
“นี่มัน? พวกเราไม่เคยทำตัวสนิทสนมกับคนพวกนี้เสียหน่อย เหตุใดอิงเอ๋อร์จึงเชิญพวกเขาเล่า?” ฟู่หนานซีหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาพลิกดู
มีคุณหนูคุณชายในรายชื่อแขกราวยี่สิบกว่าคน บางคนก็ไม่คุ้นชื่อ บางคนเขาก็รู้จักแต่ไม่ได้คบหาเป็สหายร่วมกินร่วมดื่มกันบ่อยๆ ส่วนคนที่สนิทจริงๆ กลับไม่ได้มีอยู่ในรายชื่อ
“บางทีนางอาจจะ้าสร้างชื่อเสียงให้ข้า เลยเชิญผู้อื่นมาเข้าร่วมเป็พวกด้วย” ฟู่หนานซีคิดเข้าข้างตัวเองอย่างลำพองใจ
“แล้วข้าเล่า ข้าก็ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่นางส่งเทียบเชิญเช่นกัน..ที่แท้วันนั้นนางก็ไม่ได้พูดเล่น นางรังเกียจข้าที่เป็เพียงบุตรอนุ” หรั่นเซียงหยูทบทวนรายชื่อซ้ำอีกรอบจนแน่ใจ นางกล่าวออกมาด้วยดวงตารื้นแดงคล้ายว่ากำลังจะร้องไห้
ฟู่หนานซีเห็นคนงามเสียใจเขาก็ทนไม่ได้ รีบดึงมือหญิงสาวมากุมไว้
“เซียงเอ๋อร์เ้าไม่ต้องเสียใจไป งานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้จัดขึ้นก็เพิ่อแสดงความยินดีกับข้ามิใช่หรือ เช่นนั้นข้าก็จะเชิญสหายกลุ่มเดิมของพวกเราไปด้วยในฐานะแขกของข้า เ้าก็ต้องไปกับข้าด้วย”
“ท่านทำอะไรไม่รู้จักระวัง ผู้อื่นเห็นเข้าจะไม่งามนะเ้าคะ” หญิงสาวพยายามดึงมือกลับ
“ผู้อื่นที่ไหนกัน มีแต่คนของข้าทั้งนั้น อยู่ที่นี่เ้าคิดว่าข้าจะปกป้องเ้าไม่ได้เชียวหรือเซียงเอ๋อร์” ฟู่หนานซีไม่เพียงไม่ปล่อยมือแต่เขากลับดึงร่างงามเข้ามากอดอย่างย่ามใจ
“ท่านปล่อยข้าก่อน เรายังคุยกันไม่รู้เื่เลย" หรั่นเซียงหยูอับอายจนหน้าแดงก่ำ แต่สุดท้ายก็ดิ้นรนออกมาจากอ้อมกอดของเขาจนสำเร็จ เมื่อเห็นว่าฟู่หนานซีไม่ได้ดึงดัน นางจึงกลับมาคุยเื่เดิมด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
“เหลาอี้เทียนใช้วัตถุดิบเครื่องปรุงชั้นดี ราคาค่าห้องค่าสุราก็สูงลิบลิ่ว ข้าว่านางต้องจ่ายไปไม่น้อยเลย ถ้าเราไปกันทั้งหมดนางก็ต้องจ่ายเพิ่มอีกหกคนเชียวนะเ้าคะ นางจะยอมหรือ”
“เซียงเอ๋อร์ เ้าคิดมากไปแล้ว..ต่อให้นางไม่จ่าย เ้าก็คิดว่าข้าจะจ่ายให้พวกเ้าไม่ได้หรือไร?”