บทที่ 158
เติบโตอย่างรวดเร็ว
เจ้าสัตว์อสูรของนางเติบโตอย่างรวดเร็ว ใครจะคาดคิดว่าในช่วงระยะเวลาสั้นๆอสูรวิญญาณที่ข้าเลี้ยงไว้มันจะเติบโตได้รวดเร็วขนาดนี้
การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของมันมันทำให้ตอนนี้มันกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับซูฉีไปเรียบร้อยแล้ว
การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของมันมันจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน แม้ว่าในตอนนี้รูปร่างของมันจะยังไม่ชัดเจนมากนัก
เกรงว่าในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้ามันคงจะเข้าสู่ช่วงเวลาเติบโตเต็มวัยและกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนภายในเมืองพากันสังเกตเห็นอย่างแน่นอน
ถึงอย่างไรสำหรับเหล่ามนุษย์แล้วสัตว์อสูรเองก็ถือว่าเป็นสัตว์หายาก ยังเป็นสัตว์ที่ถูกตีเอาไว้ว่ามันเป็นสัตว์ที่ไม่สามารถเข้าได้กับพวกมนุษย์
แน่นอนว่านี่คือปัญหาใหญ่ เพราะว่าถ้าเป็นแบบนี้ผู้คนภายในเมืองที่ยิ่งมากขึ้นเรื่อยเรื่อยพวกเขาคงจะไม่สามารถทนอยู่ภายในเมืองที่มีสัตว์อสูรได้
อันที่จริงแล้วซูฉีก็คิดน้อยเกินไป เป็นเพราะว่าตัวของนางไม่คาดคิดว่าเจ้าสัตว์อสูรที่นางเลี้ยงเอาไว้เมื่อมันทำการกินพวกผักภายในสวน แล้วจะเติบโตอย่างรวดเร็วขนาดนั้น
นี่เป็นสิ่งแรกเลยที่นางได้เรียนรู้ผักภายในสวนของนางที่นางทำการเพาะปลูก มันเป็นผักที่ถูกเลี้ยงด้วยพลังวิญญาณจากน้ำวิเศษ
มันจึงทำให้ผักที่เพราะปลูกกลายเป็นผักที่มีคุณภาพสูงและถือได้ว่าเป็นผักวิญญาณ
และเพราะแบบนั้นเมื่อสัตว์อสูรวิญญาณที่จำเป็นจะต้องใช้พลังวิญญาณในการเติบโตได้กินมันเข้าไป ผลรับที่ปรากฏขึ้นก็คือ การเจริญเติบโตของสัตว์อสูรมันรวดเร็วกว่าที่ควรจะเป็น
จนตอนนี้เมื่อรู้ตัวว่ามันเป็นแบบนี้ก็สายเกินไปซะแล้วเพราะว่าเจ้าสัตว์อสูรที่นางเลี้ยงเอาไว้มันตัวใหญ่ขนาดนี้แล้ว
“ จะเอาอย่างไรดีเจ้าค่ะคุณหนูถ้าเป็นแบบนี้ผู้คนภายในเมืองคงประหลาดใจอย่างแน่นอน มีลูกแมวที่ใดที่ตัวใหญ่โตขนาดนี้บ้าง ” ลี่ถังพูดพลางแสดงใบหน้ากังวล
“ คือว่าจะกล่าวว่าอย่างไรดีเล่ามันไม่ใช่ลูกแมว ” เรื่องมาถึงในตอนนี้แล้วซูฉีไม่สามารถปิดบังความจริงนี้กับบ่าวรับใช้ของตนเองได้
อย่างไรเสียนางก็เป็นคนที่ซูฉีไว้ใจก็คงจะบอกเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
ซูฉีตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับนางฟัง หลังจากที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้วจับใจความทุกอย่างได้แล้วลี่ถังก็ตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก
“ อะไรกันเป็นจริงอย่างนั้นหรือเจ้าคคุณหนู เจ้านี่คือสัตว์อสูรจริงๆอย่างนั้นหรือ!!! ” ลี่ถังใบหน้าแตกตื่น
“ เป็นจริงมันเป็นสัตว์อสูรจริงๆเรื่องนี้ข้าไม่มีทางโกหกอย่างแน่นอน”
“ อันที่จริงแล้วมองเห็นรูปร่างของมันในตอนนี้ข้าเองก็คิดว่าคุณหนูไม่น่าจะโกหกเจ้าค่ะ ”
“ เพราะว่าร่างกายของมันในตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วการเติบโตของมันอย่างรวดเร็วแถมยังขนาดร่างกายที่ดูน่าเหลือเชื่อนั้นอีกถ้าไม่พูดว่ามันเป็นสัตว์อสูรก็คงจะไม่สามารถหาคำบรรยายใดมาทดแทนได้ ”
“ แต่ว่านี่มันจะไม่แย่ลงไปอีกอย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ ในตอนแรกเพียงแค่แมวประหลาดก็น่าจะทำให้ผู้คนภายในเมืองประหลาดใจแล้ว ”
“ แต่ในตอนนี้ตัวของมันเป็นสัตว์อสูรนะเจ้าคะถ้าเกิดว่าผู้คนภายในเมืองรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ละก็ ต้องเกิดกลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน ”
“ ข้าเองก็ไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นมาก่อนตอนแรกคิดว่าจะเลี้ยงมันซักสองสามปีแต่ผู้ใดจะคิดผ่านมาไม่เท่าไหร่มันเติบโตอย่างรวดเร็ว ”
“ อาจจะเป็นเพราะผักภายในสวนของพวกเราจึงทำให้มันเติบโตอย่างรวดเร็วขนาดนี้”
“ ช่วยไม่ได้ต้องแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ก่อน ”
“ แก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ คุณหนูจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรนั้นหรือเจ้าคะ ”
“ ข้าไม่รู้ว่าจะจัดการกับเจ้าสัตว์อสูรตนนี้อย่างไรเลย ” ลี่ถังยังมองไม่เห็นทางสว่างเลยแม้แต่น้อย
“ อันที่จริงแล้วเรื่องที่จะข้าเลี้ยงสัตว์อสูรตัวนี้ก็มีคนผู้หนึ่งรู้อยู่ ”
“ ผู้ใดอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ”
“ แม่ทัพหวงน่ะแต่ว่าข้าไม่อยากไปหาเขาในเวลานี้เลย ” ซูฉีพูดอย่างทอดถอนใจ
ในตอนนี้ข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องนางแล้วก็แม่ทัพหนุ่มผู้นั้นยังไม่หายไป ผู้คนภายในเมืองพากันพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของพวกเขาไม่หยุดปาก
ในตอนนี้ถ้าต้องเดินทางไปพบคนผู้นั้นภายในกองทัพนางก็เกรงว่าผู้คนจะเล่าลือกันไม่หยุดอีก
“ แต่ว่าท่านต้องไปหาน้าเจ้าคะ ถ้าเกิดว่าท่านไม่พูดคุยกับท่านแม่ทัพละก็นี่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ”
“ ถึงอย่างไรสัตว์อสูรเองก็ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่ได้รับการอนุญาตให้เลี้ยงอยู่แล้ว ”
“ ถ้าเกิดว่าทางการรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาข้าคิดว่าบางทีพวกเราอาจจะถึงกับมีความผิดก็ได้อย่างไรเสียก็ไปพูดคุยกับท่านแม่ทัพก่อนเถอะเจ้าค่ะ ”
“ เข้าใจแล้วเข้าใจแล้วช่วยไม่ได้สินะ ” ซูฉีหมดหนทางสุดท้ายแล้วนางก็ต้องเดินทางไปพูดคุยกับแม่ทัพผู้นั้นอยู่ดี
เพราะว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้คนที่สามารถช่วยนางจากสถานการณ์ในตอนนี้ได้มากที่สุดก็คงจะเป็นแม่ทัพหนุ่มผู้นั้น
…
ซูฉีเดินทางไปพบหวงเจียวลู่
ณ กองทัพเกราะดำ
“ น่าแปลกนะที่ตัวของเจ้ามาพบข้าเนี่ย ” หวงเจียวลู่มองไปที่แขกที่คาดไม่ถึง
“ ก็ช่วยไม่ได้นิเจ้าค่ะข้ามีเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับท่านจริงๆ ” ซูฉีรีบเดินตรงมาตรงหน้าของท่านแม่ทัพ
“ เรื่องที่อยากพูดคุยกับข้าอย่างนั้นหรอหรือว่าตัวของเจ้าจะคิดได้แล้ว ”
“ คิดได้แล้วเรื่องอันใดอย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ? ” ซูฉีแสดงแววตาฉงน
“ ก็เรื่องที่จะมาเป็นฮูหยินของข้าอย่างไรละ”
“ ไม่ใช่เรื่องนั้นเจ้าค่ะตัวของข้ามาที่นี่เพราะว่าอยากจะปรึกษาท่านเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ” ซูฉีตบโต๊ะแสดงท่าทางร้อนรน
“ หื้อ? ”
หลังจากนั้นซูฉีก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับแม่ทัพหวงฟังเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น
เล่าเกี่ยวกับเรื่องการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของสัตว์อสูรตนนั้นและก็ขอความช่วยเหลือกับเรื่องนี้ด้วย
หลังจากที่ได้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่อีกฝ่ายนั้นเล่าให้ฟังเรียบร้อยแล้ว หวงเจียวลู่ก็ได้แสดงใบหน้าคุณคิดอย่างจริงจัง
เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแน่นอนว่าการที่มีสัตว์อสูรอยู่ภายในเมืองแถมยังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วคงจะกลายเป็นปัญหาภายในเมือง
“ เข้าใจแล้วเป็นเพราะแบบนี้เองสินะเจ้าถึงรีบร้อนมาหาข้า ”
“ เดิมทีข้าเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องสัตว์อสูรมากมายนัก แต่ในตอนนี้มันเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยเรื่อยก็อาจจะมีโอกาสมากที่จะเป็นอันตรายกับผู้คนภายในเมือง ”
“ แต่ว่ามันถูกเลี้ยงดูมาโดยมนุษย์บางทีมันเองก็อาจจะไม่ทำร้ายเหล่าผู้คนภายในเมืองก็ได้ แต่เรื่องนี้ไม่มีอะไรสามารถมารองรับได้ ”
“ ตัวของข้าเป็นแม่ทัพที่คุ้มกันเมืองนี้แน่นอนว่าสิ่งที่ตัวของข้าจะคำนึงถึงเป็นอย่างแรกก็คือความปลอดภัยของผู้คนภายในเมือง ”
“ ถ้าเกิดว่าผู้คนภายในเมืองได้รับอันตรายข้าเองก็จำเป็นจะต้องยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว แม้ว่ามันจะเป็นการสังหารเจ้าสัตว์อสูรตนนั้นข้าก็ต้องทำ ”
“ อย่างแรกข้าต้องพิสูจน์ก่อนว่ามันไม่เป็นอันตราย แต่ว่าเจ้าเสือขาวตัวนั้นถ้าเกิดว่าเมืองหลวงรู้เข้าคงจะมีขุนนางไม่น้อยที่หมายตาเอาไว้ ”
“ เอาละไปกัน ” หวงเจียวลู่ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ ไปไหนอย่างนั้นหรือเจ้าค่ะ? ”
“ ก็ไปดูอย่างไรเหล้าไปดูให้เห็นกับตาว่ามันเป็นอันตรายหรือไม่เพื่อที่จะยืนยันให้ได้อย่างชัดเจน ”
“ ถ้าเกิดว่ามันไม่เป็นอันตรายข้าจะให้มันอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ได้ ”
จบบท