
ตอนที่18 คนป่วยของเชฟเกรียน
“ขอบคุณอาหมอมากนะครับที่มาช่วยเอาไว้ ไม่งั้นผมเองก็ไม่รู้จะทำยังดีเหมือนกัน”
“เื่เล็กน้อยเองค่ะ ว่าแต่เกรียนเถอะจะเอายังไงกับเธอต่อล่ะ หืม คิดเอาไว้แล้วเหรอยัง”
คุณอาหมอมองเข้าไปยังร่างบอบบางบนเตียงของผมที่ตอนนี้กลายสภาพเป็เตียงคนป่วยไปเรียบร้อย เหยื่อของจีจี้นอนหลังตาพริ้มอยู่บนเตียง ข้างๆ มีเสาน้ำเกลืออยู่ เธอตัวร้อนมากผมจึงตัดสินใจโทร.ตามอาหมอพรทิพย์(คนละคนกับคุณหมอผ่าศพ) ซึ่งเป็เพียงคนเดียวที่ผมพอจะนึกถึงได้ คุณอาหมอเป็เพื่อนของคุณพ่อ แต่ผมมาทราบเมื่อไม่นานนี่เองว่าพ่อของผมกับอาหมอเคยโดนทางผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายหมายมั่นให้แต่งงานกัน ก่อนพ่อผมจะพบคุณแม่แล้วหนีตามกันไป
“เื่นั้นผมคงต้องรอให้เธอฟื้นขึ้นมาก่อนน่ะครับคุณอาหมอ แล้วค่อยคิดกันอีกทีว่าจะทำยังไงต่อดี” ผมยกมือขึ้นลูบท้ายทอย
“ก็คงต้องเป็แบบนั้นสินะ เธอสวยน่ารักซะขนาดนี้เกรียนว่าไหม”
คุณอาหมอมองยิ้มๆ
“ใช่ครับ”
“ร่างกายภายนอกบอบช้ำแต่ไม่หนักหนาเท่าไหร่ ตอนนี้เธอมีไข้สูงและร่างกายอ่อนเพลีย เกรียนต้องคอยเช็ดตัวให้เธอบ่อยๆ ล่ะ แล้วก็ใช้ปรอทวัดไข้ที่อาทิ้งไว้ให้คอยวัดไข้เธอด้วย ส่วนน้ำเกลือกระปุกนี้ก็ปล่อยให้หมดซะก่อนแล้วค่อยถอดออก ระหว่างนี้หากมีอะไรผิดปกติโทร.หาอาได้ตลอดเวลาเลยนะ เข้าใจไหม”
สายตาเอ็นดูอาหมอพรทิพย์ที่มองมายังผมไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากวันแรกที่เราพบกัน เธอยังครองตัวเป็โสดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ผมคิดว่าคุณอาหมอคงปักใจในตัวพ่อของผมมาก เธอจึงไม่ยอมมองผู้ชายคนอื่นอีกเลย
“เข้าใจแล้วครับ คุณอาพูดกับผมเป็รอบที่ร้อยแล้วนะ”
“ไม่ถึงซะหน่อย”
คุณอาหมอหัวเราะพร้อมกับยกมือขึ้นตีแขนผม
“เื่นี้น่ะ ผมรบกวนคุณอาหมอช่วยเก็บเป็ความลับหน่อยนะครับ”
“หือ”
คิ้วที่เริ่มมีสีขาวขึ้นแซมเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนริมฝีปากของคุณอาหมอจะฉีกยิ้มกว้าง
“ได้สิ อาเชื่อใจเกรียนอยู่แล้ว ก็ขนาดเสื้อผ้าของเธอเกรียนยังรอให้อามาเปลี่ยนให้เลยนี่นะ เื่นั้นน่ะ”
คุณอาหมอพรทิพย์เป็หนึ่งในไม่กี่คนบนโลกใบนี้ที่คิดว่าผมเป็สุภาพบุรุษ บางทีผมก็ละอายใจนะ (ผมยิ้มกว้าง)
“ขับรถกลับดีดีนะครับคุณอาหมอ ขอบคุณอีกครั้งครับ”
ผมเปิดประตูให้เธอแล้วยกมือไหว้
“รักษาตัวดีดีนะเกรียน”
“คุณอาหมอก็เช่นกันนะครับ รักษาตัวดีดีครับ”
คุณอาหมอมักจะบอกผมเสมอเวลาเราจากกันด้วยประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมา ผมมองตามจนรถยนต์ของเธอแล่นลับตาสายตา ปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้ามาในห้องนอนนั่งลงเก้าอี้ข้างเตียง ใบหน้าพริ้มเพราของเธอยังหลับตาสนิท ดวงหน้าหวานดูมีสีเืขึ้นมาหน่อยต่างจากที่ผมเจอเมื่อเช้า คุณอาหมอแต่งตัวให้เธอเสียใหม่ด้วยเสื้อผ้าของผม มันดูแปลกๆ เหมือนกันนะที่เห็นผู้หญิงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของเรา ออกแนวเซ็กซี่และน่ารักดี
“นอนหลับสบายเลยนะ”
“อื้อๆ”
จู่ๆ เธอก็ยกมือข้างที่มีสายน้ำเกลือขึ้นโบกไปมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่ มีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ดวงตาที่ปิดสนิทปรากฏหยดน้ำใสๆ ไหลรินออกมา นี่เธอกำลังละเมอร้องไห้งั้นสินะ ผมเดาไม่ถูกเลยว่าต้องเป็คนที่ผ่านเื่เลวร้ายมาขนาดไหนกันถึงนอนละเมอร้องไห้ออกมาได้แบบนี้ เธอทำให้ผมนึกถึงตัวเองตอนเด็ก เด็กชายที่สูญเสียทั้งพ่อและแม่ เด็กชายที่ถูกโลกอันโหดร้ายสอนบทเรียนราคาแพงชนิดที่ไม่มีวันลืมได้ลง
“ชู่ววว์ ไม่เป็ไรแล้วนะสาวน้อย”
ผมกุมมือนุ่มๆ ของเธอเอาไว้ เธอบีบมือผมตอบจนแน่นอาการทางร่างกายค่อยๆ สงบลง แต่กลับเป็ผมซะเองที่หัวใจเต้นตึกตัก ผมรู้สึกว่าเธอกำลังเศร้า หวาดกลัว และโดดเดี่ยว ไอ้ความรู้สึกพวกนี้ผมล้วนผ่านมาจนหมดแล้ว
ให้ตายเหอะ! ไอ้ความรู้สึกบ้าบอคอแตกนี่มันคืออะไรกันวะ เกิดมาจนอายุขนาดนี้ทำไมเกิดรู้สึกประหลาดๆ กับผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ขึ้นมาซะงั้น