อันหนิงลี่และสามีของเธอที่กำลังมีความสุขในการหาของป่าและสัตว์ป่าที่บนูเา
พวกเธอก็ไม่รู้เลยว่า เธอและสามีกำลังเป็ตัวปัญหา ที่ทำให้แม่สามีของเธออารมณ์เสียใส่คนที่เหลือในครอบครัวลู่
เธอกับสามีก็เก็บผลไม้และผักป่า ไก่ป่า ไข่ไก่ป่าและสามีของเธอยังพบหมูป่าอีกด้วย
ดีที่ตอนที่เจอหมู่ป่าพลังไม้ของเธอได้มาถึงระดับสามแล้ว เธอเลยใช้เถาวัลย์ป่าแถวนั้นพันที่เท้าของหมูป่าทั้งสี่ขา เลยทำให้อาหยางฆ่าหมูป่าได้ง่ายขึ้น
และดีที่ตอนนี้เธอและสามีมีมิติที่สามารถเก็บของได้ เลยไม่ต้องแบกหมูป่าออกไปให้ชาวบ้านได้เห็นกันอีกด้วย
เพราะว่าตอนนี้ของทุกอย่างยังเป็ของสาธารณะ ถ้าเจออะไรบนูเาก็ต้องแบ่งให้คนในทีมด้วย เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะโดนข้อหาว่าขโมยของได้
แต่ถ้าเป็สัตว์ตัวเล็กๆ ทางกองพลและทีมผลิตก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอก แต่ถ้าเป็หมูป่า จะต้องมีการแบ่งเนื้อให้กับคนในทีมอย่างแน่นอน ถึงหมูป่าจะแลกแต้มได้ก็เถอะนะ
แต่หมูป่าตัวนี้เป็หมูป่าตัวแรกที่เธอและอาหยางฆ่าด้วยกันได้ เธอเลยขอเก็บไว้กินเองก่อนดีกว่า
ลู่ตงหยางที่เห็นว่าหมูป่าได้ตายลงแล้ว ตอนแรกเขาก็กังวลอยู่เหมือนกันว่า เขาจะฆ่ามันได้หรือเปล่า? แต่พอเห็นว่าภรรยาของเขาได้ช่วยหยุดหมูป่าให้เขา เขาก็ไม่ลังเลที่จะฆ่ามันอีกต่อไป
พอเห็นว่าหมูป่าที่เขาฆ่าไปได้หายไปในอากาศ ตอนแรกเขาก็ใ แต่พอนึกขึ้นได้ว่า ตอนนี้ตัวเขาและภรรยามีมิติที่สามารถเก็บของไว้ได้
ทำให้เขารู้สึกว่าการมีมิติเก็บของอย่างนี้ สะดวกดีจริงๆ อย่างนี้เขาสามารถหาอะไรไปขายหรือแลกเปลี่ยนที่ตลาดมืดก็สะดวกมากและปลอดภัยกับตัวเขามากอีกด้วย
แต่พอได้ยินภรรยาบอกว่าจะเก็บหมูป่าตัวนี้ไว้กินเอง เขาก็ตอบตกลงและตามใจภรรยาของเขาเลย ว่าเธออยากจะเอาหมูป่าตัวนี้ไปทำอะไรน่ะ
และพอเห็นว่าใกล้จะถึงเวลาทำอาหารเย็นแล้ว อันหนิงลี่และสามีก็รีบกลับไปที่บ้าน
วันนี้เธอตั้งใจว่าจะทำอาหารให้ครอบครัวสามีได้ทาน ถึงจะทำให้ทุกคนแปลกใจบ้าง แต่เธอคิดว่า เธอสามารถหาข้อแก้ตัวกับทุกคนได้อย่างแน่นอน
**********
พอกลับมาถึงที่บ้านของพวกเขา เวลานี้บ้านก็เงียบเหมือนเดิม
"สามีเรามาทำอาหารเย็นกันเถอะค่ะ คุณช่วยถอนขนไก่ให้ฉันหน่อยนะคะ"
"ได้ครับ ผมจะช่วยภรรยาเื่นี้เอง "
ตอนแรกลู่ตงหยาง ก็อยากจะบอกกับภรรยาว่า รอแม่ของเขากับพี่สะใภ้รองมาทำกันเองก็ได้
แต่ก็คิดได้ว่า ดูเหมือนภรรยาของเขาจะทำอาหารอร่อยแล้วจริงๆ ก็เลยไม่ได้พูดออกไป
อันหนิงลี่ไม่รู้ว่าสามีของเธอคิดอะไรอยู่ เธอเดินไปที่สวนหลังบ้าน เห็นว่ามีผักสวนครัวที่นำไปใส่ในแกงไก่ได้ เธอก็รีบเก็บทันที ก่อนที่จะเก็บผัก เธอก็ยังใช้พลังไม้กับผักสวนครัวหลังบ้านที่แม่สามีของเธอปลูกไว้อีกด้วย
ครอบครัวสามีของเธอไม่ได้เลี้ยงหมู สวนหลังบ้านเลยมีแต่ไก่เท่านั้น ที่ครอบครัวลู่ได้เลี้ยง
พอได้ผักที่จะใช้ใส่ต้มไก่แล้ว อันหนิงลี่ก็กลับมาที่ครัว เตรียมเครื่องปรุงและผักที่จะใส่ต้มไก่ให้พร้อม
แล้วเธอก็หุงข้าว เธอก็ไม่รู้ว่า เมื่อแม่สามีกลับมาจะด่าเธออีกไหม? ที่ใช้เครื่องปรุงในครัวเปลืองอย่างนี้?
"ภรรยา ไก่เสร็จแล้วนะครับ ให้ผมสับมันเป็ชิ้นๆ เลยไหม แล้วจะทำทั้งตัวหรือแค่ครึ่งตัวพอครับ?"
ลู่ตงหยางที่ถอนขนไก่และทำความสะอาดเครื่องในไก่เสร็จก็กลับมาถามภรรยาอีกครั้ง
เพราะปกติแม่ของเขาจะแบ่งไก่ทำทีละครึ่งตัวเวลาทำอาหารในแต่ละมื้อ แต่เขาไม่รู้ว่าภรรยาจะทำอะไรกับไก่บ้างก็เลยถามก่อน
"คุณสับไก่เป็ชิ้นๆ พอดีทานได้เลยค่ะ ทำทั้งตัวเลยนะคะ ครึ่งตัวจะไปพอทาน ได้ทั้งครอบครัวอะไรกัน"
อันหนิงลี่รู้ดีว่ายุคนี้ กว่าแต่ละครอบครัวจะได้ทานเนื้อกันแต่ละครั้ง นั้นยากมาก เพราะการจะซื้อเนื้อได้ต้องมีตั๋วคูปองไปซื้อ ถึงจะมีเงินก็หาซื้อไม่ได้ แต่ถ้ายอมจ่ายแพงหน่อยก็ต้องไปซื้อที่ตลาดมืด แต่ก็ไม่รู้ว่าที่ตลาดมืดจะมีเนื้อมาขายให้หรือเปล่าอีกเนี่ยนะสิ
เฮ้อ!....ยุคนี้ช่างลำบากซะจริงๆ
"ได้ครับ "
หลังจากได้รับคำตอบจากภรรยา ลู่ตงหยางก็จัดการกับไก่ตามที่ภรรยาบอกทันที
**********
พอใกล้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว แม่ลู่ก็กลับมาทำอาหารเย็นอีกครั้ง ครั้งนี้เธอนำหลานทั้งสองคนกลับมาพร้อมกันกับเธอด้วย
พอเดินใกล้ถึงบ้าน ทั้งสามคนก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อ ไม่รู้ว่าบ้านหลังไหน ที่มีเนื้อให้กินกันในตอนนี้ได้
ถึงครอบครัวของเธอจะไม่ได้ขาดแคลนเนื้อก็เถอะ แต่่นี้ดูเหมือนว่า พวกเธอจะไม่ได้กินเนื้อมานานแล้วเหมือนกัน
"คุณย่าหอมๆ หิวเนื้อ ซวนซวนอยากกินเนื้อ"
แม่ลู่เห็นว่าหลานชายที่รักอยากกินเนื้อก็อดทุกข์ใจไม่ได้ บ้านหลังไหนกล้าที่จะมากินเนื้อในตอนนี้ ทำไมไม่ไปแอบกินกันดีๆ ล่ะ มาทำให้คนอื่นเดือดร้อนทำไมล่ะ เฮ้อ!
"คุณย่าเสี่ยวจิวก็อยากกินเนื้อเหมือนกัน"
ลู่จิวเมื่อเห็นว่าน้องชายของเธอบ่นอยากทานเนื้อกับคุณย่า เธอเองก็รีบบอกด้วยเหมือนกัน ตอนนี้กลิ่นเนื้อที่เธอได้กลิ่น มันหอมมากเลย
"เอาล่ะๆ เดี๋ยวย่าจะบอกให้อาสี่ของหลานไปหาเนื้อมาให้ ตอนนี้เรารีบกลับบ้านกันเถอะ"
"เย้ๆ คุณย่าใจดีจัง"
ทั้งลู่จิวและลู่ซีซวนก็ะโขึ้นกันอย่างดีใจอยู่ข้างผู้เป็ย่าทันที พวกเขารู้ว่าอาสี่เก่งมาก เพราะว่าอาสี่จะหาเนื้อมาให้พวกเขากินกันตลอดอีกด้วย
**********
อันหนิงลี่ที่กำลังทำอาหารอยู่ไม่รู้เลยว่าเธอกำลังโดนนินทาจากแม่สามีของเธออยู่ จู่ๆ เธอก็อยากจามขึ้นมาซะอย่างนั้น
ลู่ตงหยางที่กำลังนั่งมองภรรยาของเขาทำอาหารอยู่ พอได้กลิ่นหอมออกมาจากหม้อ ก็ทำให้เขารู้สึกหิว จนอยากจะกินมันซะตอนนี้เลยจริงๆ
ดูเหมือนว่าการที่ภรรยาได้หลอมรวมดวงจิตและความทรงจำของเธอได้สมบูรณ์แล้ว มันดีมากเลยนะ เพราะว่าอยู่ดีๆ เขาก็มีภรรยาที่ทั้งสวยและทำอาหารอร่อย ทำให้ตอนนี้เขาก็รู้สึกอดอิจฉาตัวเองไม่ได้อยู่เหมือนกันนะ ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ
"หอมมากเลยครับภรรยา ตอนนี้ท้องของผมร้องเสียงดังไปหมดแล้วครับ"
"รอหน่อยนะคะ ใกล้จะสุกแล้ว คุณหิวมากหรือเปล่า?"
"ผมรอได้ครับ ไว้ทานพร้อมกับทุกคนเลยดีกว่าครับ"
"ตกลงค่ะ ถ้าคุณว่างก็ไปให้อาหารไก่สิคะ มานั่งรออย่างนี้ก็ยิ่งหิวมากกว่าเดิมอีก"
"ก็ได้ครับ นั่งรอเฉยๆ กว่าเวลาจะผ่านไปนี่มันนานจริงๆ งั้นผมไปให้อาหารไก่ดีกว่า.."
พอเห็นว่าสามีออกไปให้อาหารไก่ตามที่เธอบอกจริงๆ เธอก็อดส่ายหัวให้กับความขี้เล่นของเขา เธอรู้ว่าสามีไม่ได้หิวมากหรอก แค่อยากจะแกล้งเธอเล่นซะมากกว่าน่ะซิ
**********
แม่ลู่ที่เดินมาถึงหน้าบ้านของเธอก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็ได้แต่คิดว่า หรือจะเป็บ้านเธอที่ได้กินเนื้อ
แต่ว่าใครจะเป็คนทำอาหารล่ะ
ทั้งลูกชายและลูกสะใภ้คนเล็กของเธอ ทำอาหารเป็กันซะที่ไหน หรือว่าลูกสาวคนที่สามของเธอกลับมาเยี่ยมบ้าน
"อ้าว!..แม่กลับมาแล้วเหรอคะ? "
อันหนิงลี่เห็นว่าแม่สามีเดินเข้ามาในครัว แล้วทำหน้าใเหมือนเห็นผี ทำให้เธอเอ่ยทักแม่สามีออกไป
"เธอเป็คนทำอาหารเหรอสะใภ้สี่? แล้วไปเอาเนื้อมาจากไหนมาทำอาหารกันล่ะ?"
แม่ลู่ที่ยังไม่หายใก็ได้ถามลูกสะใภ้สี่ด้วยความสงสัย ถึงเธอจะรู้ว่า ลูกชายคนเล็กของเธอสามารถหาสัตว์ป่าที่บนูเาได้ แต่เนื่องจาก่นี้ ลูกชายของเธอก็ไม่ค่อยได้ขึ้นไปบนูเาบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนซะเท่าไร
และเธอก็ไม่คิดว่า พอเข้ามาในครัวแล้วจะเห็นว่าเป็ลูกสะใภ้คนเล็กที่กำลังทำอาหารอยู่จริงๆ แล้วกลิ่นที่หอมออกมาจากหม้อ ทำให้รับรู้ได้เลยว่า อาหารที่กำลังทำอยู่นั่น ต้องอร่อยอย่างแน่นอน
เมื่ออันหนิงลี่ได้ยินแม่สามีถาม เธอก็ได้เล่าเื่ที่เธอและสามีไปบนูเาในวันนี้ให้แม่สามีฟัง
ส่วนเื่ที่ทำอาหารอร่อยได้ยังไงนั้น เธอก็บอกว่า อันที่จริงเธอทำอาหารได้ แต่เป็แม่สามีที่ไม่ยอมให้เธอทำเอง และเธอยังบอกว่าตอนแรก เธอใช้เตาแบบนี้ไม่เป็ เลยทำให้อาหารที่ทำออกมาไม่อร่อย
ที่เธอไม่ได้บอกตอนแรก เพราะเธอกลัวว่าแม่สามีจะต่อว่าเธอได้ เธอเลยไม่กล้าบอกความจริงกับแม่สามี
แม่ลู่ที่ได้ฟังเหตุผลของลูกสะใภ้คนเล็กก็เหมือนจะเข้าใจได้ เพราะคิดว่าลูกสะใภ้เป็คนเมืองอาจจะไม่คุ้นชินกับเตาชนบทจริงๆ เลยทำให้ตอนแรกที่เธอสอนทำอาหาร เลยทำให้ลูกสะใภ้คนเล็กของเธอทำอาหารไม่ได้ และก็ไม่อร่อยมากอีกด้วย พอคิดอย่างนี้แล้ว แม่ลู่ก็เข้าใจและไม่ได้ถามอันหนิงลี่อีกต่อไป....