เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 41 จัดการซีเหมินหานอย่างดุดัน

          เขาเป็นผู้ใดกัน?

          เพียงชั่วพริบตาเหล่าผู้ชมที่จับจ้องไปยังกลุ่มของจอมยุทธ์น้อยแห่งตระกูลซีเหมินต่างก็ลุกขึ้นยืนอย่างตกตะลึงพวกเขามองไปยังลานประลองนั้นด้วยความตกใจเพราะดูเหมือนว่าในยามนี้บุตรชายคนโตของตระกูลซีเหมินกำลัง...กำลังถูกทำร้าย!

          ไม่ผิดแน่...เขากำลังถูกทำร้ายอย่างทารุณ!

          เมิ่งฝานใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งจับกลุ่มผมของซีเหมินหานเอาไว้แล้วใช้หมัดอีกข้างชกเข้าไปที่ใบหน้าของอีกฝ่าย ทุกครั้งที่ปะทะล้วนแต่มีเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณซึ่งในเวลานี้คาดเดาได้เลยว่าใบหน้าของซีเหมินหานจะบวมแดงและบิดเบี้ยวถึงเพียงใด

          หลังจากที่ชกเข้าไปหลายครั้งเมิ่งฝานก็หยุดและถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่สบอารมณ์

          ยามนี้เขาเข้าใจแล้วว่ากู่ซินเอ๋อร์นั้นสำคัญต่อตนเองถึงเพียงใดเพียงได้ยินว่าอีกฝ่ายกำลังหยามเกียรติกู่ซินเอ๋อร์ก็ทำให้เขามีความคิดที่จะสังหารอีกฝ่ายให้ตายในฝ่ามือเดียวแต่สุดท้ายก็ยังสามารถระงับอารมณ์เอาไว้ได้บ้าง

          แต่การที่ถูกเมิ่งฝานชกไปหลายหมัดเช่นนี้ก็ทำให้กระดูกภายในร่างกายของซีเหมินหานแตกหักไปแทบทุกส่วนหากไม่ได้ใช้โอสถปราณหรือพืชวิเศษอันเลิศล้ำในการรักษาซีเหมินหานก็คงจะต้องนอนพักรักษาตัวระยะยาว

          ยามนี้ผู้ที่ถูกเมิ่งฝานชกจนฟันแตกแทบไม่เหลือชิ้นดีและยังต้องให้ผู้อื่นช่วยพยุงก็เอ่ยขึ้นว่า“ข้า...ข้าคือบุตรชายคนโตของตระกูลซีเหมิน เจ้ากล้า....กล้าทำร้ายข้า!”

          ปัง!

          เมิ่งฝานชกเข้าไปอีกหนึ่งหมัดเขาไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ทว่าหมัดหนักๆ ที่ชกเข้าไปกลับทำให้ซีเหมินหานเรียนรู้ที่จะหุบปากไปเพราะรู้ดีว่าศัตรูผู้นี้ไม่มีทางสนใจสถานะของตนเองเป็นแน่

          คนของตระกูลซีเหมินมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึงต่อมาพวกเขาก็ได้สติคิดไม่ถึงว่าเมิ่งฝานจะแทรกซึมเข้ามาอยู่ในกลุ่มของตนเองได้แต่ก็อยากจะรีบเข้าไปพยุงซีเหมินหานเอาไว้

          เพียงชั่วพริบตาพวกเขาทุกคนก็กรูเข้าไปพร้อมกันเมื่อมีจำนวนคนที่มากกว่าล้อมเอาไว้เช่นนี้เมิ่งฝานก็คงยากที่จะหลบหนีไปที่ใดได้ทว่าเมิ่งฝานกลับมีสีหน้าที่ราบเรียบ เขาโยนซีเหมินหานลงพื้นแล้วใช้ฝ่าเท้าเหยียบลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“พวกเจ้าอยากให้เขาตายอย่างไร!”

          เมื่อสิ้นเสียงนั้นคนของตระกูลซีเหมินก็หยุดชะงักไปทันใดในพริบตาจึงไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัวไปไหน แม้ว่าเมิ่งฝานที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ดูคล้ายว่าจะธรรมดาเป็นอย่างยิ่งทว่ากลับลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมจนพวกเขาล้วนสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ และไม่มีผู้ใดอยากล้อเล่นกับชีวิตของซีเหมินหาน

          เมิ่งฝานยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า “ให้พวกนั้นนำจิตอสูรมาให้ข้า”

          ช่วงชิง มันเป็นการช่วงชิงซึ่งๆ หน้า ทั้งยังเกิดขึ้นกับหนึ่งในผู้มีอิทธิพลทั้งห้าอย่างหมู่บ้านอูเจิ้นและตระกูลซีเหมินด้วยไม่เกรงกลัวสิ่งใด มีความสามารถที่สูงส่งและถือเป็นความกล้าที่ดีเลิศ!

          ในขณะนี้สีหน้าของเหล่าผู้ชมทั้งหลายต่างก็แสดงความตกตะลึงไปตามๆกัน เมืองเหยียนเฉิงแห่งนี้มีจอมยุทธ์น้อยที่แข็งแกร่งราวปีศาจ มากด้วยฝีมือทั้งยังสุขุมนุ่มลึกและกล้าข่มขู่เอาจิตอสูรจากซีเหมินหานเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดกัน

          ซีเหมินหานที่นอนหมอบอยู่กับพื้นในยามนี้ยังคงมีสติเขาอยากจะสังหารเมิ่งฝานไปเสีย แต่ก็รู้ว่าตนเองในเวลานี้หาได้มีแรงที่จะไปต่อกรกับอีกฝ่ายไม่จึงทำได้เพียงแกล้งตายในทันใด

          ทว่าเมิ่งฝานกลับกระตุกยิ้มพลางยกขาขึ้นแล้วออกแรงเหยียบลงไปยิ่งกว่าเดิมซีเหมินหานก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจนแทบต้องหลั่งน้ำตาในทันใด

          “ให้เขาไป รีบเอาให้เขาไป!”

          เมิ่งฝานไม่จำเป็นต้องพูดย้ำซีเหมินหานก็เป็นฝ่ายตะโกนเสียงดังออกไปแล้วความเจ็บปวดรวดร้าวทำให้ใบหน้าของซีเหมินหานบิดเบี้ยวไม่เป็นรูปทั้งน้ำตาและน้ำมูกต่างก็ไหลออกมาพร้อมกัน

          พรึ่บ!

          เพียงชั่วพริบตาซีเหมินสยงที่อยู่บนแท่นปราการของแขกผู้ทรงเกียรติก็ลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลันใบหน้าของเขาเคร่งขรึมจนน่าสะพรึง มองไปยังลานประลองด้วยสายตาตกตะลึง

          การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยามนี้อยู่เหนือความคาดหมายของเหยียนหยางและคนอื่นๆอย่างมาก อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าอูเจิ้นจะมีไพ่ใบเด็ดอย่างจอมยุทธ์น้อยผู้นั้น

          ในขณะนี้ไม่เพียงแค่ซีเหมินสยงเท่านั้นที่ตกตะลึงแม้แต่กู่หยวนก็ยังคาดไม่ถึงว่าการปรากฏตัวของเมิ่งฝานจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เขาคลี่ยิ้มออกมาพร้อมทั้งเอ่ยอย่างชื่นชม “ไม่เลวซินเอ๋อร์มองคนไม่ผิดจริงๆ ดูท่าหลังจากนี้ฉิงเอ๋อร์คงจะมีคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเสียแล้ว!”

          เถิงซงมองซีเหมินหานที่ร้องออกมาเสียงแหลมก่อนจะเอ่ยอย่างเย้ยหยัน“บุตรชายของท่านเกิดมาช่างมีลำคอที่กว้างเสียจริง เขาร้องออกมาเสียงหลงจนข้ารู้สึกเจ็บไปทั้งหูแล้ว!”

          เมื่อสิ้นเสียงนั้นทั้งกู่หยวนและสือหนานต่างก็พากันหัวเราะออกมาเสียงดังทั้งยังแฝงไปด้วยความเย้ยหยันส่วนซีเหมินสยงก็กัดฟันแน่นซ้ำ สั่นเทาไปทั้งร่างเรียกได้ว่าแทบจะกระอักเลือดเลยก็ว่าได้

          ทางฝั่งของตระกูลซีเหมินนั้นเมื่อซีเหมินหานถูกเมิ่งฝานจับเอาไว้ จอมยุทธ์น้อยทั้งหลายจึงจำต้องนำจิตอสูรทั้งห้าสิบกว่าดวงมอบให้เมิ่งฝานทั้งหมดเมื่อได้รับจิตอสูรแล้วเมิ่งฝานก็พยักหน้ารับอย่างชอบใจ

          “ขอบใจมาก!”

          เมื่อพูดจบเขาก็เตะซีเหมินหานออกไปไกลนับสิบเมตรแล้วฉวยโอกาสในขณะที่ไม่มีผู้ใดสนใจเคลื่อนตัวหายไปในภาพลวงตาแห่งค่ายกลเวทย์

          ร่างของเมิ่งฝานหายไปด้วยความเร็วประหนึ่งวานรที่ปีนป่ายอย่างคล่องแคล่วมุ่งไปยังอีกฟากฝั่งของค่ายกลเวทย์ลวงตา

          และนั่นก็ทำให้ผู้ชมที่อยู่รอบนอกต่างก็ตกตะลึงไปตามๆกัน ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่านี่จะเป็นการช่วงชิงที่เลิศล้ำทั้งน่าติดตามถึงเพียงนี้เป็นการช่วงชิงที่รวดเร็วและหายเข้าไปกลีบเมฆอย่างว่องไว พลันเสียงโห่ร้องด้วยความชอบใจดังขึ้นในทันใด

          “ดูท่าในครั้งนี้....อูเจิ้นคงจะมาถึงคราวพลิกผันแล้วสินะ”

          ซีเหมินสยงกัดฟันเอ่ยออกมาอย่างโกรธแค้นสีหน้าของเขาเคร่งขรึมจนน่าสะพรึง ยามนี้เหลือเวลาไม่มากแล้ว หากเมิ่งฝานรักษาจิตอสูรทั้งห้าสิบกว่าดวงเอาไว้ได้ตลอดจนการประลองเสร็จสิ้นลงย่อมทำให้อูเจิ้นมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามอันดับแรก!

          “ท่านได้ให้กำเนิดบุตรชายที่ดี!”

          ข้างกายเขานั้นตงฟางลี่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงร้ายกาจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่ยอมจำนนครั้งนี้พวกเขาวางแผนเพื่อให้อูเจิ้นเข้ามาแล้วช่วงชิงร้านค้าทั้งสามที่เป็นเสมือนสิ่งสำคัญที่สุดของอูเจิ้นในเมืองเหยียนเฉิงมาไว้ในครอบครอง

          ทว่าเมิ่งฝานกลับทำให้แผนการของพวกเขาแปรปรวนไปอย่างคาดไม่ถึงทั้งยังเหมือนตบหน้าตระกูลซีเหมินอย่างรุนแรงอีกต่างหาก จอมยุทธ์หนุ่มผู้นั้นเป็นผู้ใดมาจากไหนกัน!

          ชั่วพริบตาตงฟางลี่จึงมองไปยังเมิ่งฝานด้วยสายตาเดือดดาลแล้วเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็นและเสียงดัง “ยังเหลือเฉินเอ๋อร์อีกคนเฉินเอ๋อร์ไม่มีทางปล่อยให้เขาผู้นั้นผ่านไปได้อย่างสบายๆ เป็นแน่!”

          ซีเหมินสยงพยักหน้ารับ ยามนี้ทำได้เพียงอาศัยพลังของตงฟางเฉินในการขัดขวางเมิ่งฝานแล้ว

          ภายในลานสวรรค์ประทานนั้น ผู้คนมากมายส่งเสียงให้กำลังใจเมิ่งฝานลั่นสนามโดยหาได้สนใจความรู้สึกของตระกูลซีเหมินไม่ถึงอย่างไรแล้วการประลองล่าสัตว์อสูรในครั้งนี้จะต้องมีม้ามืดจำนวนไม่น้อยเป็นแน่ทั้งที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นมาเพียงหนึ่งตัวก็ทำให้ตระกูลซีเหมินพลิกผันไปในทันใด!

          ภายในลานประลองนั้นตงฟางเฉินเองก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอีกฝั่งเช่นกัน

          เขาเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงที่ดุดัน “ทุกคนจงระวังวางมือจากสัตว์อสูรเหล่านั้นเสียก่อน แล้วออกไปตามจับเจ้าเมิ่งฝานคนนั้นเสีย!”

          จอมยุทธ์น้อยแห่งตระกูลตงฟางก็เริ่มลงมือทันทีพวกเขาพุ่งตรงเข้าไปล้อมเมิ่งฝานเอาไว้ ทว่าเมิ่งฝานได้เตรียมตัวมาก่อนแล้วจึงอาศัยค่ายกลเวทย์ลวงตาหลบหนีไปยังอีกแห่งด้วยความว่องไว

          การที่เขาอาศัยลิ่มเจาะกระดูกกระตุ้นพลังจนเลื่อนขึ้นมาอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับเก้าทำให้ร่างกายของเมิ่งฝานเหนือกว่าจอมยุทธ์น้อยในรุ่นราวคราวเดียวกันต่อให้เป็นกู่ฉิงในยามนี้ก็ยังไม่อาจเทียบกับเมิ่งฝานที่ผ่านการฝึกฝนมานับพันครั้งได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้อื่น

          เมิ่งฝานแสดงความเร็วทั้งหมดออกมา นั่นทำให้แม้ว่าจอมยุทธ์น้อยของตระกูลซีเหมินและตระกูลตงฟางจะมีจำนวนมากแต่ก็ยังไม่อาจคว้าได้แม้เพียงชายเสื้อของเขา

          เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งก้านธูปแล้วเมิ่งฝานอาศัยพื้นที่แห่งภาพลวงตาในการประลองหลบเลี่ยงคนของตระกูลตงฟางและตระกูลซีเหมินจนทำให้พวกเขาเหล่านั้นมองไม่เห็นเมิ่งฝานแม้เพียงเงานอกจากทั้งสองตระกูลจะมิได้ได้จิตอสูรมาเพิ่มแล้วนั้นก็ยังต้องเหนื่อยหอบไปตามๆกัน

          “ท่านพี่เมิ่งฝานทำสำเร็จแล้ว!”

          กู่ซินเอ๋อร์ที่ยังคงยืนอยู่กับที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปใบหน้างามนั้นมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว แม้ว่านางจะไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจนว่าเกิดอันใดขึ้นในอีกฟากฝั่งของค่ายกลเวทย์ลวงตานี้แต่นางก็รู้ดีว่าความโกลาหลที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับเมิ่งฝานเป็นแน่

          “เจ้านั่น มีความสามารถถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

          เจ้าของคิ้วดกดำอย่างกู่ฉิงเอ่ยขึ้นอย่างสงสัยหากคนผู้นั้นนั้นทำสำเร็จจริงๆ จะเอ่ยถึงเงื่อนไขที่เกินงามกับตนเองหรือไม่? เมื่อนางคิดว่าตนเองต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของเมิ่งฝานใบหน้างามพลันแดงก่ำขึ้นในทันใดจากนั้นจึงส่งเสียงถ่มน้ำลายออกมา ก่อนจะหันไปสนใจศัตรูอย่างสุดกำลังต่อไป

          เมื่อจอมยุทธ์น้อยของอูเจิ้นร่วมมือกันทำให้ศัตรูที่เข้ามาขัดขวางล่าถอยไปแล้วแต่ถึงกระนั้นก็เห็นได้ชัดว่าเวลาใกล้จะหมดลงแล้วเช่นกัน อูเจิ้นจะมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นที่หนึ่งได้หรือไม่นั้นล้วนแต่ขึ้นอยู่กับเมิ่งฝานทั้งสิ้นแล้ว

          ภายในลานประลองเจ้าของใบหน้าที่เดือดดาลอย่างตงฟางเฉินได้ตวาดขึ้นมาเสียงดัง “เมิ่งฝานเจ้ามันคนขี้ขลาด เจ้าทำได้เพียงแค่หลบหนีหรืออย่างไร!”

          แล้วในชั่วพริบตาที่สิ้นเสียงของตงฟางเฉินก็มีเสียงเยือกเย็นของเมิ่งฝานดังขึ้นในทันใด

          “ผู้ใดบอกว่าข้าทำได้เพียงหลบหนีเล่า!”

          ไกลออกไปนั้น เมิ่งฝานยืนอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่หรี่ตามองตงฟางเฉินแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ของอยู่ที่ข้าแล้ว หากเจ้าแน่จริงก็เข้ามาเอาอีกอย่างการเดิมพันระหว่างข้ากับเจ้าก็ถึงเวลาที่ต้องสะสางกันแล้ว!”

          เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของตงฟางเฉินพลันเปลี่ยนไปทันใดในบรรดาผู้ที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกันของเมืองเหยียนเฉิงแห่งนี้ยังไม่มีผู้ใดกล้าพูดจาเช่นนี้กับเขาต่อให้กู่ฉิงประมือกับเขาก็ยังแค่เสมอกันเท่านั้น

          ทว่าในสายตาของเมิ่งฝานนั้นเขากลับแทบไม่มีตัวตนเสียด้วยซ้ำทั้งที่เขาเป็นถึงบุตรชายคนโตของตระกูลตงฟางซึ่งเป็นหนึ่งในห้าผู้มีอิทธิพลใหญ่แห่งเมืองเหยียนเฉิงแต่กลับถูกมองข้าม!

          รอบกายเขานั้นสีหน้าของทุกคนต่างก็เปลี่ยนไป ทั้งยังส่งเสียงหายใจแสดงความชื่นชมในตัวของเมิ่งฝานเพียงแค่ความกล้าของเมิ่งฝานในเวลานี้ก็หาใช่สิ่งที่เด็กหนุ่มในรุ่นราวคราวเดียวกันจะสามารถทำได้แล้ว

          ผู้ที่ท้าทายบุตรชายคนโตแห่งตระกูลตงฟางผู้มากด้วยพรสวรรค์ในการบำเพ็ญตนอย่างตงฟางเฉินนั้นภายในเมืองเหยียนเฉิงแห่งนี้มีน้อยจนมือข้างเดียวก็สามารถนับได้หมด

          และเพียงชั่วพริบตาตงฟางเฉินก็กระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น“ดีมาก ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย ข้าเองก็ไม่มีทางเลือก ทุกคนไม่ต้องยุ่งคอยดูว่าเหล่าจื่อจะจับมันมาอย่างไร!”

          เมื่อพูดจบตงฟางเฉินก็เริ่มขยับในทันใดเพียงไม่กี่อึดใจก็มาอยู่บนหินก้อนเดียวกับเมิ่งฝาน

          ความเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่วก้อนหินในชั่วพริบตาวิชายุทธ์ที่ตงฟางเฉินเล่าเรียนเป็นวิชายุทธ์ระดับสูงแห่งพลังปราณของตระกูลตงฟางซึ่งเป็นธาตุน้ำแข็งจึงทำให้ลานประลองแห่งนี้คล้ายกับว่าถูกแช่แข็งก็ไม่ปาน

          นัยน์ตาคู่นั้นจับจ้องไปยังเมิ่งฝานแล้วตงฟางเฉินก็เอ่ยขึ้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ “เจ้าเด็กน้อยเจ้าเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างข้ากับเจ้าหรือไม่!”

          เมื่อเขาพูดจบก็พลิกฝ่ามือขึ้นมาพร้อมแสงสีน้ำเงินที่เปล่งประกายแล้วมันก็พุ่งเข้าหาตัวเมิ่งฝานในทันใด!

          ยามนี้ผู้คนทั้งหลายต่างก็คาดไม่ถึงว่าม้ามืดในการประลองในครั้งนี้จะประมือกับตงฟางเฉิน!ทำให้มีเสียงเฮดังสนั่นไปรอบทิศทางในทันใด สายตาทุกคู่ต่างก็จับจ้องไปยังพวกเขาทั้งสองนัยน์ตาของเมิ่งฝานวาวโรจน์ก่อนกระตุกยิ้มแล้วเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการออกหมัดทันที

          หมัดและฝ่ามือปะทะกันกลางอากาศทำให้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นมาคล้ายว่าแม้แต่อากาศรอบตัวก็ยังสั่นสะท้านตามไปด้วย แล้วในชั่วพริบตาต่อมานั้นร่างของตงฟางเฉินและเมิ่งฝานต่างก็ล่าถอยออกมาพร้อมกันเมื่อยืนหยัดได้อย่างมั่นคงพลันมีพลังลมปราณแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของเมิ่งฝานพร้อมด้วยกลิ่นอายของความแข็งแกร่งบางอย่าง

          ฝึกกายาระดับเก้า!

          เพียงชั่วพริบตาก็มีเสียงตกตะลึงดังขึ้นทั่วลานประลองนั่นเป็นเพราะพวกเขาล้วนเข้าใจได้ในทันทีว่าเมิ่งฝานได้ก้าวขึ้นไปยังขั้นฝึกกายาระดับเก้าแล้วนับเป็นระดับพลังที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับสูงของเมืองเหยียนเฉิง ไม่ด้อยไปกว่าตงฟางเฉินเลยแม้แต่น้อย

          “ดีมากจริงๆ อูเจิ้น...”

          เหยียนหยางที่นั่งอยู่บนจุดรับรองแขกผู้ทรงเกียรติสีหน้าพลันเปลี่ยนไปในทันทีดวงตาทั้งสองข้างนั้นจ้องมองไปยังเมิ่งฝานอย่างไม่ละสายตา เพราะคิดไม่ถึงว่าอูเจิ้นจะมีไพ่ราชาที่แข็งแกร่งเช่นนี้อยู่กับตัว

          ส่วนผู้นำหมู่บ้านอีกสี่แห่งต่างก็มองกู่หยวนด้วยแววตาตกตะลึงแม้ว่ายามนี้สีหน้าของกู่หยวนจะไม่เปลี่ยนไป ทว่าในใจของเขาก็สั่นสะท้านไม่ต่างกัน

          เพราะเมื่อครึ่งเดือนก่อนเมิ่งฝานยังคงอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับหกแต่วันนี้กลับเลื่อนขึ้นมาจนถึงระดับที่เก้า ความเร็วในการเลื่อนขั้นที่สูงเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าทำให้เขาตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง!

          แม้แต่ตัวเขา...ก็ยังประเมินเมิ่งฝานผิดไปเช่นกันประเมินเมิ่งฝานต่ำเกินไป แม้แต่กู่ฉิงก็ยังไม่ได้ก้าวหน้ารวดเร็วเช่นนี้หากมีเวลามากกว่านี้เมิ่งฝานจะก้าวหน้าไปถึงเพียงใด?

          แม้ว่าจะมีเสียงตกตะลึงดังขึ้นทั่วบริเวณทว่าเมิ่งฝานก็หาได้สนใจไม่ ในขณะที่เขากำหมัดแน่นพลังปราณภายในร่างกายก็เดือดพล่านขึ้นมาเช่นกัน

          บำเพ็ญตนอย่างหนักมานานนับครึ่งปีในที่สุดวันนี้ก็มีโอกาสได้เฉิดฉายเสียที การต่อสู้ครั้งนี้เกี่ยวเนื่องกับชื่อเสียงและเกียรติยศของอูเจิ้นรวมถึงเกียรติของกู่ซินเอ๋อร์ด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว...เขาจะแพ้ไม่ได้!

    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185