ผิงผิงตื่นขึ้นมาในเช้าของวันใหม่หลังจากที่เธอนอนพักมาหลายวันจนหายจากอาการป่วยประหลาดนั้นแล้วร่างกายของเธอก็แข็งแรงขึ้นจนหนิงฮวาอดแปลกใจมิได้
"ท่านแม่ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือเ้าคะ" ผิงผิงส่งเสียงมาแต่ไกลเดินเข้ามาหามารดาในครัวหลายวันมานี้นางเป็คนดูแลทุกอย่างให้กับเธอจึงเริ่มคุ้นชินมากขึ้น
"แม่กำลังทำอาหารเช้าอยู่เ้ามีอันใดหรือถึงเข้ามาหาแม่ถึงในครัว" สองมือของหนิงฮวาสาละวนอยู่กับการทำอาหาร
"ให้ข้าช่วยท่านแม่ทำดีหรือไม่" เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเสียงใสก่อนเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วจึงชะโงกหน้าเข้าไปดูสิ่งที่หนิงฮวากำลังทำอยู่
"เ้าทำเป็อย่างนั้นหรือ" หนิงฮวารู้สึกแปลกประหลาดใจอย่างมากที่จู่ๆ ลูกสาวตัวน้อยนึกอยากช่วยนางทำอาหาร
"เป็สิเ้าคะตอนนี้ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ" ผิงผิงยิ้มแล้วตอบออกมาอย่างมั่นใจ
"แม่กำลังจะทำขาหมูตุ๋นกับผัดยอดผัก" ผิงผิงพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปเตรียมส่วนประกอบในเมนูถัดไป หนิงฮวามองดูบุตรสาวตัวน้อยทำได้อย่างคล่องแคล่วทั้งที่นางยังไม่เคยสอยด้วยซ้ำ
"นี่เ้ารู้ได้อย่างไรว่าต้องใส่อะไรก่อนหรือหลังแม่ยังไม่เคยสอนเ้าทำเลยนะ" หนิงฮวารู้สึกประหลาดใจในตัวลูกสาวอย่างมากเพราะนางยังไม่เคยสอนให้บุตรสาวทำอาหารแม้แต่อย่างเดียว
"ก็ข้าเคยเห็นท่านย่าทำก็เลยจำมาน่ะเ้าค่ะ" ผิงผิงรีบแก้ต่าง เนื่องจากเด็กในวัยนี้ไม่มีทางที่จะทำอาหารได้คล่องแคล่วเพียงนี้ ก่อนจะลอบถอนหายใจเมื่อหนิงฮวายอมเชื่อในสิ่งที่เธอพูดออกไป อาหารมื้อเช้าเสร็จแล้วผิงผิงจึงช่วยแม่ยกสำรับอาหารออกมาวางยังโต๊ะด้านนอกซึ่งมีพ่อกับพี่ชายนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"หายดีแล้วหรือตัวเล็ก" อวิ๋นเยว่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นหน้าผู้เป็น้องสาวตัวน้อยเดินถือสำรับอาหารออกมา ผิงเยว่ขมวดคิ้วสวยเข้าหากันแม่เคยเล่าให้ฟังว่าพี่ชายเดินทางไปทำงานต่างเมืองอีกไม่นานก็กลับมานี่คงจะเป็พี่ชายคนนั้นสินะ
"เ้าค่ะ" ผิงผิงยิ้มแป้นก่อนจะตอบออกไปแล้วจึงวางสำรับลงตรงหน้าของคนทั้งสอง
"อวิ๋นเยว่เหตุใดถึงได้กลับมาถึงเร็วนักเล่า" หนิงฮวาที่เดินออกมาตามหลังเอ่ยขึ้น
"พอดีว่าข้าไม่ได้แวะเที่ยวที่ไหนเสร็จงานก็เลยรีบตรงกลับมาบ้านเลย" อวิ๋นเยว่ตอบ
"ดีนะที่น้องสาวของเ้าหายป่วยดีแล้วเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด" ก้งเยว่บอก
"แล้วนางป่วยเป็โรคอะไรท่านหมอได้บอกหรือไม่"
"ท่านหมอก็ตอบไม่ได้เช่นกัน แต่ช่างเถอะตอนนี้นางก็หายดีแล้วและยังแข็งแรงขึ้นอีกด้วยไม่รู้ว่าท่านหมอให้ยามาผิดหรือเปล่า" หนิงฮวาพูดไปยิ้มไปพลางมองดูลูกสาวตัวน้อยที่กำลังตักข้าวใส่ชามให้ทุกคนอย่างนึกเอ็นดู ั้แ่นางหายป่วยมานี้ดูแข็งแรงขึ้นผิดหูผิดตา
"อย่ามัวพูดอยู่เลยรีบกินข้าวกันดีกว่าข้าหิวแล้วอีกเดี๋ยวจะได้ออกไปไร่อีก"
"ผิงผิงมานั่งข้างๆ พี่สิ พี่ซื้อของมาฝากเ้าด้วยนะกินข้าวเสร็จแล้วพี่จะพาเ้าไปดู" อวิ๋นเยว่บอกด้วยรอยยิ้มสดใส
"จริงหรือเ้าคะ" ผิงผิงรู้สึกตื่นเต้นออกจะเขินพี่ชายคนนี้อยู่บ้างเพราะนี่คือครั้งแรกที่ได้พบกันของเธอ บรรยากาศบนโต๊ะอาหารครึกครื้นเป็พิเศษที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันหลังจากกินมื้อเช้าเสร็จก้งเยว่และหนิงฮวาก็ได้เตรียมตัวออกไปทำงานในสวนเหมือนเช่นทุกวันส่วนอวิ๋นเยว่กับผิงผิงก็ได้เข้าเรือนไปดูของฝากตามที่เขาได้บอกกับน้องสาวเอาไว้
"เป็ยังไงถูกใจเ้าหรือไม่" อวิ๋นเยว่ถามน้องสาวเมื่อเปิดถุงผ้าออกเผยให้สิ่งที่อยู่ด้านในซึ่งเป็กำไลข้อมือหยกสีเขียว
"สวยดีเ้าค่ะ แต่มันคงจะแพงน่าดูเลยนะเ้าคะ" ในชีวิตของเธอไม่เคยมีของมีค่ามากเช่นนี้มาก่อน
"ไม่แพงมากนักหรอกหากเ้าชอบพี่ก็ดีใจ" อวิ๋นเยว่อุตส่าห์ทำงานเก็บเงินเพื่อซื้อเป็ของขวัญให้น้องสาว
"เหตุใดเ้าถึงไม่ใส่มันเล่า" เมื่อเห็นว่าผิงผิงเก็บกำไลนั้นใส่ถุงผ้าไว้ดังเดิม
"เป็ของขวัญชิ้นแรกที่พี่ชายซื้อให้ข้าต้องเก็บไว้ให้ดีหากว่ามันแตกหักหรือหายไปคงต้องเสียใจมากแน่ๆ "
"ของขวัญชิ้นแรกที่ไหนกันเล่าพี่ก็มักซื้อของมาฝากเ้าอยู่บ่อยครั้ง" นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาซื้อของเช่นนี้มาฝากน้องสาวเหตุใดนางถึงบอกว่าเป็ของขวัญชิ้นแรกหากแต่อวิ๋นเยว่ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อจึงได้แต่ยิ้มให้อย่างนึกเอ็นดู
"อ๋อ..มันมีค่ามากข้ากลัวจะทำมันหายเ้าค่ะ" หากแต่นี่คือของขวัญชิ้นแรกของเธอที่ได้จากพี่ชายเพราะในชีวิตของเธอมีแค่น้องสาวไม่มีพี่ชายหรือพี่สาว
"พี่อวิ๋นเ้าคะท่านพาข้าไปหาท่านพ่อกับท่านแม่ได้หรือไม่" ผิงผิงเอ่ยเสียงอ้อนให้พี่ชายเมื่อนำถุงกำไลหยกเข้าไปเก็บเรียบร้อยแล้ว
"เ้าจะไปทำไมหรือ" อวิ๋นเยว่นึกประหลาดใจที่น้องสาวอยากไปหาพ่อกับแม่ที่สวนผัก
"ข้าอยากไปดูให้เห็นกับตาว่าท่านพ่อกับท่านแม่ทำอะไรบ้าง"
"นึกอย่างไรถึงได้อยากไปดูท่านพ่อกับท่านแม่ทำไร่ทำสวนกันเล่าอย่าบอกนะว่าเ้านึกอยากช่วยท่านพ่อท่านแม่" อวิ๋นเยว่ยิ้มอ่อนโยนให้น้องสาวตัวน้อย
"จะเป็ไรไปเล่าช่วยแบ่งเบางานพวกท่านบ้าง" งานแบบนี้ใช่ว่าเธอจะไม่เคยทำซะที่ไหน
"เช่นนั้นยามเซินพี่จะพาเ้าไปก็แล้วกันจากนั้นจะพาเ้าเดินเที่ยวชมริมบึงดูดอกบัวด้วย" อวิ๋นเยว่บอกผิงผิงที่ได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มออกมา
"ใกล้ๆ สวนผักของเรามีบึงดอกบัวด้วยอย่างนั้นหรือ" ผิงผิงถามกลับด้วยความตื่นเต้น
"มีสิเ้าก็เคยไปมาหลายครั้งแล้วเหตุใดต้องรู้สึกตื่นเต้นขนาดนั้นด้วยเล่า"
"อ่อ ข้ากำลังนึกอยากกินเม็ดบัวอยู่พอดี" ผิงเยว่เอ่ยแก้ต่างตัดบทเพื่อไม่ให้พี่ชายซักไซ้อะไรอีก
เมื่อถึงยามเซิน (15.00-17.00น.) สองพี่น้องก็ได้เดินทางไปยังสวนผักของครอบครัวที่อยู่ห่างหมู่บ้านออกไปเล็กน้อยสองพี่น้องเดินผ่านบึงน้ำอันกว้างใหญ่ที่มีดอกบัวหลากหลายสีโผล่พ้นขึ้นเหนือผืนน้ำอย่างสวยงามผิงผิงสอดส่ายสายตามองหาฝักบัวเพราะนึกอยากกินเม็ดบัวขึ้นมาจริงๆ
"นั่นเ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ" อวิ๋นเยว่เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าน้องสาวตัวน้อยของเขายืนนิ่งหันหน้าไปยังบึงกว้าง
"ข้ากำลังมองหาฝักบัวที่พอจะเก็บกินได้อยู่เ้าค่ะพี่ชาย"
"นี่เ้าอยากกินจริงๆ หรือแต่ไหนแต่ไรเ้าก็ไม่เคยชอบกินเม็ดบัวไม่ใช่หรือ"