ตอนที่ 6 ผู้หญิงที่กำลังมีความรักมักไอคิวเป็ศูนย์
เฉียนเจียงที่ใกล้จะได้เสร็จสมอารมณ์ พลันเผยความโกรธเกรี้ยวขึ้นมา
พนักงานของโรงแรมนี้น่ารำคาญเกินไปแล้ว
แต่เพื่อรักษาภาพพจน์ เฉียนเจียงจึงค่อยลูบเส้นผมของหนิงเมิ่งและกระซิบข้างหูว่า "ที่รัก รอสักครู่ เดี๋ยวผมมา”
หนิงเมิ่งหน้าแดงก่ำ หลับตาลงด้วยความเขินอาย
เฉียนเจียงลงจากเตียงเดินไปที่หน้าประตู เปิดประตูด้วยสีหน้าเคร่งขรึม กวาดสายตามองพบเห็นหลินเยี่ยปรากฏตัวอยู่หน้าประตู
คิ้วขมวดพันกันเป็ปม "ผมเคยเจอคุณมาก่อน? คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชื่อเฉียนเจียง? ”
"ไม่เคยเจอ แต่แกน่าจะเคยเจอน้องสาวของฉัน" หลินเยี่ยยิ้มมุมปากแล้วพูดเสียงเรียบ
เมื่อได้ยินคําว่าน้องสาว ดวงตาของเฉียนเจียงก็กระพริบด้วยความตื่นตระหนกทันที เขาเอื้อมมือคิดปิดประตู
แต่น่าเสียดายที่เคลื่อนไหวช้าเกินไป ประตูถูกหลินเยี่ยใช้ปลายเท้าดันไว้ ด้วยกำลังที่เขามี ประตูตอนนี้ไม่อาจขยับแล้ว
"อย่าเพิ่งรีบไล่กันสิ ฉันยังพูดไม่ทันจบเลย" หลินเยี่ยเริ่มแสดงบทบาททันที
การที่ในชาติก่อนไม่สามารถลงโทษตัวสารเลวบัดซบคนนี้ให้หลงซือหยิงได้ มันทำให้เขารู้สึกเสียใจจนถึงทุกวันนี้
ดังนั้นถ้าจะทำในตอนนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกเลย
“แกพูดอะไรฉันไม่รู้เื่ แต่การกระทำตอนนี้ของแกคือการละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของคนอื่น ขอเตือนให้รู้ไว้ ถ้ายังไม่ไสหัวไปฉันจะเรียกตำรวจ!” เฉียนเจียงพูดเสียงเบาพร้อมหยิบโทรศัพท์ออกมา ปลดล็อคหน้าจอพร้อมกดหมายเลข 110 เผยท่าทีสงบใจรับเื่ราว
"คนอย่างแกมีหน้าขอความเป็ส่วนตัวด้วย?” หลินเยี่ยเผยยิ้มกว้าง เพียงเคลื่อนตัวก็เดินผ่านเฉียนเจียงเข้าไปในห้องแล้ว
ไม่ทราบว่าเมื่อใด โทรศัพท์มือถือของเฉียนเจียงกลับอยู่ในมือของหลินเยี่ย
หัวใจของเฉียนเจียงสั่นสะท้าน ใบหน้าของเขาซีดเผือด
"คุณเป็ใคร?" หนิงเมิ่งที่อยู่บนเตียงกําลังหวนคิดถึงความรักอันหอมหวาน ทันใดนี้รีบพลิกตัวลุกขึ้นมาถามด้วยความใ
"ไม่นานก็มีคนใหม่อีกแล้ว แหม แหม... ฉันละเสียใจแทนพวกผู้หญิงที่เคยถูกแกล้อเล่นกับความรู้สึกพวกนั้นจริง ๆ" หลินเยี่ยส่งยิ้มให้หนิงเมิ่งโดยไม่ตอบคำถาม ฝีเท้าก้าวเดินไปนั่งที่โซฟาอย่างไม่เกรงใจพร้อมพูดออก "เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจผู้ชายเลว ๆ อย่างแกว่าทำไมถึงชอบหลอกให้ผู้หญิงรัก แถมผู้หญิงที่ถูกหลอกเ่าั้กลับไม่ฟ้องร้องเสียอีก แต่ยังเฝ้าตามหาแกและรอที่จะได้กลับไป แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ”
"ดูแลผู้หญิงอย่างอ่อนโยนที่สุดตลอดเวลา ดูเหมือนจะมอบความรักที่ลึกซึ้งให้แต่กลับไม่ได้รู้สึกอะไรเลยสักนิด ปราดเื่เสียจริง ไม่เอาไปเขียนเป็หนังสือคงน่าเสียดายแย่"
"หนิงเมิ่ง ผมไม่รู้จักเขาเลย เขาเป็พวกโรคจิต อย่าไปเชื่อคำพูดของเขานะ!" สีหน้าของเฉียนเจียงเริ่มเครียดขึ้นมาทันที
เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะจับหนิงเมิ่งได้
ขอแค่ได้ร่างกายเธอ ด้วยฐานะทางครอบครัวของหนิงเมิ่ง การจะได้เงินล้านก็ไม่ใช่เื่ยาก
ด้วยทักษะการพูดของเขา ต่อให้เลิกลากัน ก็มั่นใจว่าหนิงเมิ่งจะไม่ฟ้องหรือแก้แค้นอย่างแน่นอน
แต่ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ ทําให้แผนการทุกอย่างวุ่นวายในชั่วพริบตา
"คุณออกไป เฉียนเจียงไม่มีทางเป็คนอย่างที่คุณพูดแน่" หนิงเมิ่งที่ถูกหลอกให้หลงจนหัวปักหัวปำ ไม่มีทางยอมเชื่อสิ่งที่หลินเยี่ยพูดอยู่แล้ว
"ได้ยินหรือยัง ฉันไม่สนว่าแกจะเป็ใคร แต่ถ้าแกยังพูดไร้สาระอีก แกจะได้เห็นดี!" เฉียนเจียงพบเห็นหนิงเมิ่งช่วยพูดแทน สีหน้าของเธออหังการพร้อมเผยน้ำเสียงดุดัน "ฉันสนิทกับทั้งมาเฟียและตำรวจในเมืองนี้เป็อย่างดี ถ้าแกไปตอนนี้ฉันจะไม่เอาเื่ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”
ผู้หญิงที่กำลังมีความรัก ส่วนใหญ่ล้วนแต่ดวงตามืดบอด
หลินเยี่ยเห็นอย่างนั้นถึงกับส่ายศีรษะ
เขาเปิดวีแชทในโทรศัพท์ของเฉียนเจียง
เปิดรายชื่อบรรดาผู้หญิงที่ถูกเฉียนเจียงลากเข้าบัญชีดําแล้วปลดล็อคทั้งหมด
ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นรัว ๆ จํานวนข้อความมากมายที่ถูกบล็อกในวีแชทพลันเด้งออกมา
ต่อมาโทรศัพท์ก็ถูกโยนไปตรงหน้าของหนิงเมิ่งพร้อมกล่าวบอก "พูดปากเปล่าไม่มีหลักฐาน ดูเอาเองแล้วกัน นี่เป็บรรดาผู้หญิงที่เคยถูกมันหลอก ”
วินาทีนั้น สีหน้าของเฉียนเจียงเปลี่ยนเป็มืดสนิท
ถ้าหนิงเมิ่งเห็นข้อความเ่าั้ เหตุการณ์จะไม่สามารถแก้ไขได้อีก
เขารีบวิ่งเข้าไปเพื่อที่จะแย่งมา
ฟิ้ว!
ทันทีที่เฉียนเจียงขยับตัว เหรียญหนึ่งกลับลอยผ่านอากาศเจาะทะลุปลายรองเท้าและตรึงไว้กับพื้น
“อ๊า!”
เฉียนเจียงยังไม่ทันได้ตั้งตัว เขาร้องออกมาอย่างน่าสังเวช ร่างล้มลงเหมือนสุนัขตกลงในโคลน
ดิ้นรนอยู่นานเขาถึงลุกขึ้นมาอีกครั้งได้
แต่จังหวะนี้หนิงเมิ่งกดอ่านข้อความไปแล้ว สีหน้าประหลาดใจเผยออก ดวงตางดงามแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยว
โทรศัพท์ถูกขว้าใส่ผนังจนแตกออกเป็เสี่ยง
ร่างบางพุ่งหาเฉียนเจียบ ตบหน้าอีกฝ่ายรุนแรง กระทั่งใช้เท้าเหยียบ “สารเลวบัดซบ ไปตายซะ!”
หลังตบจนสาแก่ใจ ด้วยสภาพดวงตาบวมแดง เธอเปิดประตูเดินออกไปโดยไม่คิดหาแม้รองเท้า
เฉียนเจียงเผยใบหน้าบิดเบี้ยวเ็ป ร่างคุดคู้อยู่ข้างกำแพงห้องประหนึ่งกุ้งโดนต้ม
หลินเยี่ยเกิดรู้สึกสาแก่ใจ ถึงขนาดอดไม่ได้จนต้องปรบมือแสดงความยินดี
“ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ผลของการกระทำนั้น์ตัดสินอย่างยุติธรรม หากไม่เชื่อจงคิดดูให้ดี ์เคยละเว้นผู้ใดบ้าง”
“จำคำของฉันเอาไว้ อย่าได้ยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่ง!
กล่าวจบเขาจึงหันกายกลับออกไป
พบเห็นหลินเยี่ยออกไปแล้ว เฉียนเจียงแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวเพราะความโกรธเกรี้ยว
“ไอ้เวรนี่กล้ามาทำลายแผนการของฉันงั้นหรือ ชีวิตแกจะต้องเลวร้ายยิ่งกว่าตาย!”
......
หลังจากจัดการเฉียนเจียงเรียบร้อย เพียงกลับออกมาหลินเยี่ยก็ทิ้งเื่ราวไว้ให้จบในห้องนั้น
ชาติก่อนเป็จักรพรรดิเซียน ฆ่าคนมานับถ้วน
คนอย่างเฉียนเจียง สําหรับเขาแล้วไม่ต่างกับมดปลวก
ถ้าไม่ใช่เพราะไม่อยากสร้างปัญหาตามมาให้ลูกสาว เมื่อครู่เฉียนเจียงคงตายไปแล้ว...
กลับมาถึงบ้าน ยี่ยี่ยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาล หลงซือหยิงก็ยังทํางานอยู่
หลินเยี่ยจึงฉวยโอกาสนี้ฝึกวิชา
ถึงแม้จะไม่มีโอสถิญญาช่วยเร่งกระบวนการ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ฝึกฝนเลย
เพื่อตามหาภรรยาให้เจอเร็วขึ้น หลินเยี่ยไม่อยากเสียเวลาแม้สักวินาทีเดียว
จนกระทั่งเวลาบ่ายสี่โมงสิบนาที ถึงได้ฝึกฝนเรียบร้อย เขาค่อยตรงไปที่โรงเรียนอนุบาลเพื่อรับลูกสาว
ถึงหน้าประตูโรงเรียน คุณครูเรียกหาพร้อมพาเขาไปยังห้องสำนักงาน
ยี่ยี่และเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งเก้าอี้น้อยเคียงข้างกัน
ทรงผมที่หลงซือหยิงมัดให้อย่างเรียบร้อยในตอนเช้ายุ่งเหยิง ดวงตาแดงก่ำจนเห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้ร้องไห้มา
ใบหน้าของเด็กผู้ชายมีรอยเล็บข่วนบาง ๆ สายตาจ้องมองยี่ยี่ด้วยความโกรธเคือง
พอเห็นหลินเยี่ยเดินเข้ามา ยี่ยี่ก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปหาหลินเยี่ย กอดขาของเขาไว้แล้วร้องไห้ออกโดยไม่มีเสียง
พบเห็นเื่ราว หลินเยี่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวล
เห็นได้ชัดว่ามีเื่อะไรกับเด็กคนนั้น
นิสัยของยี่ยี่เหมือนกับเยว่เหยาที่เป็ภรรยา อ่อนโยนและใจกว้าง มีไหวพริบฉลาดเฉลียว ค่อนข้างเข้ากันได้ดีกับเพื่อน และไม่เคยได้ยินว่ามีเื่การทะเลาะวิวาทกันมาก่อน ซึ่งนี่เป็ครั้งแรก
"ลูกรักไม่ต้องร้องไห้ บอกป๊าได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?" หลินเยี่ยอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน พลางตบหลังเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยคำถาม
"ป่ะป๊า หลี่ซือเฉิงทํากิ๊บติดผมที่หม่าม๊าให้หนูมาพังค่ะ" ยี่ยี่ทำปากเบะปากพร้อมแบมือน้อย เผยให้เห็นกิ๊บรูปผีเสื้อสีชมพูที่หักเป็สองส่วน
"คุณพ่อยี่ยี่คะ เด็กสองคนทะเลาะกันถือเป็เื่ปกติ เพราะทั้งสองยังเด็กมาก ครูเลยให้ขอโทษกันและกันแล้ว ต่อไปก็ยังคงเป็เพื่อนที่ดีต่อกันนะคะ" อาจารย์เฉาเยี่ยนพูดด้วยรอยยิ้ม
หลินเยี่ยพยักหน้าขอบคุณ พบเห็นรอยเืบนใบหน้าของเด็กชาย ตอนนี้จึงอุ้มลูกน้อยเดินเข้าไปหา
ขณะคิดเอื้อมมือออกไปเตรียมใช้พลังิญญารักษาาแให้เด็กชาย
ทันใดนี้เองที่มีชายหนุ่มร่างกํายําและกล้ามใหญ่พุ่งเข้ามาในห้องสำนักงาน
พบเห็นอาการเด็กชาย ใบหน้านั้นเผยโทสะะเิอารมณ์ออกมา “ชาติชั่ว ลูกสาวแกทำลูกชายฉันเจ็บ!”
“ถ้าไม่มีเหตุผลที่ดีอธิบายให้ฟัน พวกแกได้ตายยกบ้านแน่!”