EP : 6 ข้าแค่มาเที่ยว
เว่ยลู่เซียนนั่งยิ้มกริ่มเนื่องจากได้เงินจากการพนัน นางนั่งนับเงินก่อนจะนั่งมองพี่ชายของตัวเองต่อไป ก่อนจะคิดได้ว่า ถ้าหากพี่ชายของนางไปหานางที่นั่นเขาก็จะต้องรู้ความจริงเป็แน่ มันไม่ยากเลยถ้าพี่ชายของนางจะพานางกลับไปที่ตระกูล
เพราะถ้าพี่เว่ยเฉินเทียนรู้เื่พี่ชายคนอื่นๆ ก็ต้องรู้ด้วยแน่ๆ นั้นไม่ใช่เื่ดี เพราะอย่างนั่นนางต้องคิดหาวิธีไม่ให้พี่ชายของนางไปหานางที่นั่น
“คิดออกแล้ว” เว่ยลู่เซียนพึมพำเบาๆ ก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะลุกขึ้น โดยไม่ลืมที่จะบอกชายชราไปด้วย
“ข้าไปหาคนรู้จักก่อน ท่านตารอข้าอยู่ที่นี่นะเ้าคะ” นางบอกก่อนจะเดินหายไปเลย เพื่อกันไม่ให้ชายชราไม่ซักถามอะไรนาง
เว่ยลู่เซียนเดินหายไปที่ห้องน้ำก่อนจะเปลี่ยนชุดใหม่แล้วเก็บหมวกสานไป เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินไปยังเว่ยเฉินเทียนทันที
“ท่านพี่ดีใจจังที่ได้เจอท่านพี่ที่นี่” เสียงหวานร้องบอกก่อนจะเดินไปกอดแขนผู้เป็พี่ชายที่ยังคงมีสีหน้าใที่เห็นนาง
“เ้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน แล้วโม่ฉิงหลานเล่าไม่มากับเ้าด้วยหรือ” เว่ยเฉินเทียนที่ยังคงใอยู่ก็เอ่ยถามขึ้น แม้เขาจะไม่ชอบขี้หน้าโม่ฉิงหลานแต่เพราะน้องสาวของเขาชอบโม่ฉิงหลานมากเลยทำให้เขาไม่พูดอะไรที่มันกระทบกระเทือนจิตใจของน้องสาวของเขา
“ไม่เ้าค่ะ พอดีข้าอยากมาเที่ยวก็เลยมาคนเดียว อีกอย่างเหมือนข้าจะเห็นท่านตอนเย็นๆ ที่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งด้วย ข้าก็นึกว่าข้าตาฝาดไป พอได้มาเจอท่านพี่ที่นี่ถึงได้มั่นใจว่าข้าไม่ได้ตาฝาด” เว่ยลู่เซียนกล่าวประโยคยาวๆ เพื่อกันไม่ให้เว่ยเฉินเทียนถามตัวเองไปมากกว่านี้
“มันไม่มาก็ดี” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยเบาๆ อดไม่ได้ที่จะคันไม้คันมือเมื่อเห็นหน้าโม่ฉิงหลาน
“ท่านพี่มาทำอะไรที่นี่เ้าคะ” เว่ยลู่เซียนเอียงคอถามอย่างน่ารักในสายตาของเว่ยเฉินเทียน
“พอดีพี่จะเปิดร้านขายชุดกับอาวุธที่นี่น่ะ” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยบอกเขามีแผนที่จะขยายกิจการของเขาไปในแคว้นต่างๆ เพื่อเวลาเดินทางไปไหนจะได้ง่ายต่อการต่อที่พัก แถมเขายังสามารถไปหาน้องสาวของเขาเพียงคนเดียวได้ด้วย
“ดีเ้าค่ะๆ แล้วนี่ท่านพี่มาคนเดียวหรือเ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะเอ่ยถาม
“อืม แต่ดูเหมือนเดือนหน้าพี่ิหย่งและพี่เหลียงฉางจะมาที่นี่นะ เห็นว่าจะพาลูกศิษย์มาประลองที่นี่” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยบอกพลางพาน้องสาวของตัวเองเดินออกมาจากตรงนั้นเพราะชายหนุ่มบางคนมองมาที่น้องสาวของเขามากเกินไป ซึ่งเขาไม่ชอบใจจริงๆ
“งั้นหรือ ถ้าข้าว่างข้าจะมาหาท่านพี่ทั้งสองก็แล้วกัน เอ่อ จริงสิเ้าคะ ท่านพ่อท่านแม่สบายดีนะเ้าคะ” เว่ยลู่เซียนกล่าวกับตัวเองก่อนจะเอ่ยถามถึงท่านพ่อกับท่านแม่ของตัวเอง
“สบายดี แต่บ่นว่าคิดถึงเ้ามาก” เว่ยเฉินเทียนกล่าวตอบก่อนจะลูบหัวของเว่ยลู่เซียนไปด้วยเบาๆ พลางส่งสายตาไปที่พวกผู้ชายที่บังอาจมองน้องสาวของเขา
“ข้าก็คิดถึงท่านพ่อท่านแม่เหมือนกันเ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบก่อนเอียงหัวไปซบกับต้นแขนของพี่ชายของนาง ไม่ใช่ว่านางตัวเล็กอะไรหรอกนะ เพียงแต่พอไปยืนเทียบกับบรรดาพี่ชายของนางแล้วมันทำให้นางดูตัวเล็กลงไปเยอะมาก เพราะความจริงแล้วพี่ชายของนางนั้นตัวสูงมากทีเดียว
“ถ้าเ้าอยากกลับไปหาท่านพ่อกับท่านแม่พี่พาเ้ากลับไปได้นะ” เมื่อเห็นลู่ทางเว่ยเฉินเทียนก็เอ่ยขึ้นมาทันที เพราะเขาจะไม่มีทางคืนน้องสาวของเขากลับอย่างแน่นอน
“เอาไว้ข้าจะกลับไปเมื่อถึงเวลาเ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบเพราะนางตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสงบๆ
“ตามใจเ้าถ้าหากมีปัญหาอะไรติดต่อพี่ได้ตลอดรู้หรือไม่ หินศิลาที่เอาไว้ใช้ในการติดต่อก็มีเ้าติดต่อหาท่านพ่อท่านแม่ก็ได้” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยเตือนเพราะของบางอย่างที่มีติดตัวเองไว้เว่ยลู่เซียนชอบลืมอยู่เรื่อยๆ
“จริงด้วย! ข้าลืมไปเลย” ร่างบางร้องขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้
นั่นไงเขาว่าแล้ว นางต้องลืม อย่างนี้ไงเขาถึงได้เป็ห่วงที่นางมาอยู่ในที่ห่างไกลพวกเขาเช่นนี้
“ไว้พรุ่งนี้ข้าจะติดต่อไปหาท่านพ่อท่านแม่ นี่ก็ดึกมากแล้วข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ” กล่าวจบนางก็วิ่งหายไปทันที เพราะกลัวว่าความลับจะแตก
เว่ยเฉินเทียนที่ว่าจะไปส่งน้องสาวตัวเองก็ได้แต่ถอนหายใจ ถ้าตามไปก็คงไม่ทัน เพราะเขารู้ดีว่าน้องสาวของเขานั้นหนีเก่งเพียงใด
เว่ยลู่เซียนกลับมาหาชายชราหลังจากที่เปลี่ยนชุดแล้ว นางเดินไปหาชายชราที่นั่งมองดูการประลองอยู่นิ่งๆ
“ท่านตาไม่ง่วงหรือเ้าคะ” เมื่อเดินไปถึงนางก็เอ่ยถามทันที
“ยัง ข้ายังตาสว่างอยู่เลย” ชายชราเอ่ยตอบก่อนจะมองไปยังลานประลองต่อ
“ดึกมากแล้ว ท่านตาไม่ควรนอนดึกนะเ้าคะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกอย่างเป็ห่วง
“ขอดูคู่นี้ก่อน” ชายชราต่อรองโดยที่ไม่ละสายตาของลานประลอง
“ก็ได้เ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยตอบก่อนจะนั่งมองการประลองไปด้วยความเบื่อหน่ายนิดหน่อย
เพราะฝีมือยังเก่งไม่เท่าครึ่งหนึ่งของนางเลยด้วยซ้ำ นี่ขนาดนางไม่เก่งด้านใช้กำลังมากมายอะไร ยังเก่งกว่าสองคนนั้นเลย นี่นางไม่ได้โม้หรอกนะ แต่มันคือความจริงที่นางต้องยอมรับว่านางเก่งกว่าสองคนนั้นมาก