- บทนำ -
เสียงไซเรนแจ้งเตือนยังคงดังก้องกังวาน สั่นะเืไปถึงโสตประสาทของทุกคนในค่ายลี้ภัย สัญญาณแห่งหายนะที่เคยถูกมองว่าเป็เพียงมาตรการป้องกัน กลับกลายเป็เสียงสาปแช่งที่บอกว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามา
แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบถี่ ๆ เหมือนจะดับลงได้ทุกเมื่อ เงาของเหล่าผู้รอดชีวิตที่แตกตื่นวิ่งหนีเอาตัวรอดตัดกันไปมาราวกับภาพในหนังสยองขวัญที่กำลังเล่นด้วยความเร็วสูง พวกเขาต่างแยกย้ายไปตามสัญชาตญาณของตัวเอง เสียงฝีเท้ากระทืบลงบนพื้นคอนกรีต เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กน้อยที่ถูกพ่อแม่ลากตัวหนี และเสียงกรีดร้องของผู้โชคร้ายที่ถูกลากไปในเงามืด—ทั้งหมดรวมกันเป็บทเพลงแห่งความตายที่ไม่มีวันสิ้นสุด
"ซอมบี้บุกค่าย!!"
เสียงใครบางคนกรีดร้องออกมา และนั่นเป็เสมือนชนวนที่จุดะเิความโกลาหลให้หนักขึ้นไปอีก ผู้คนเริ่มแย่งกันหนี ร่างของผู้เคราะห์ร้ายถูกพวกมันฉีกทึ้งอย่างโเี้ เืสาดกระเซ็นเปื้อนพื้นซีเมนต์ กลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ร่างกายไร้ิญญาของคนที่เคยเป็เพื่อน ครอบครัว และคนรัก กำลังลุกขึ้นอีกครั้ง ดวงตาขุ่นมัว ปากอ้ากว้าง ส่งเสียงคำรามต่ำราวกับสัตว์ป่า
'ปัง! ปัง! ปัง!'
เสียงปืนดังสนั่นมาจากทั่วทุกสารทิศ คนที่ยังไม่ถูกทำร้ายเริ่มหยิบอาวุธขึ้นมาต่อสู้ พวกเขาพยายามถอยร่นเข้ามุมอาคาร บางคนเลือกวิ่งไปยังโกดังเก็บอาวุธ บางคนพยายามหนีออกทางประตูหลัง ทว่าประตูนั้นถูกกลุ่มซอมบี้ดันกระแทกอย่างบ้าคลั่ง
"ออกไปทางนั้นไม่ได้! ทางนี้ก็มีพวกมัน!!"
เสียงะโสับสนปะปนไปกับเสียงะุที่ยิงไม่ยั้ง เหล่าผู้รอดชีวิตที่มีอาวุธเริ่มเปิดฉากต่อสู้ บางคนยิงแม่นและสามารถกำจัดซอมบี้ได้ในะุนัดเดียว ขณะที่บางคนมือสั่นจนแทบเล็งไม่ตรง ซอมบี้บางตัวแม้ศีรษะจะโดนยิงจนเละ แต่ร่างของมันยังคงกระตุก พยายามขยับต่อไปอย่างน่าขนลุก
"มันเข้ามาแล้ว! อย่าปล่อยให้พวกมันเข้ามา!"
เสียงใครบางคนกรีดร้องขึ้นอีกครั้ง เมื่อร่างของชายวัยกลางคนที่ยังมีสติสมบูรณ์ถูกซอมบี้กระโจนใส่และกัดเข้าที่ลำคอ เืพุ่งออกมาราวกับน้ำพุ ชายคนนั้นดิ้นทุรนทุรายก่อนจะล้มลง และในเวลาไม่ถึงนาที ร่างของเขาก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอีกครั้ง
"เวรเอ้ย...มันติดเชื้อเร็วขึ้นอีกแล้ว!!"
ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงร่ำไห้ เสียงกรีดร้อง และเสียงปืนที่เริ่มหมดแม็กซ์ ทีละนัด ทีละนัด ค่ายลี้ภัยที่เคยเป็บ้านหลังสุดท้ายของมนุษย์...ไฟลุกโชติ่จากเต็นท์และสิ่งก่อสร้างที่พังถล่มลงมา ตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็ขุมนรกสีเืไปแล้ว!
เสียงร้องไห้สะอื้นของเด็กน้อยดังแทรกผ่านเสียงโกลาหลของฝูงชนที่แตกตื่น เด็กชายตัวเล็กในเสื้อผ้ามอมแมมยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นกลางลานกว้างที่เต็มไปด้วยเศษซากความวุ่นวาย ดวงตากลมโตเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวขณะที่เขากวาดสายตามองหาใครสักคน—พ่อกับแม่ที่ไม่รู้ว่าหายไปไหน
แต่แล้วเงามืดก็คืบคลานมาหาเขา…
ซอมบี้ร่างหนึ่งพุ่งตรงเข้าหาเด็กน้อยอย่างรวดเร็ว ดวงตาขุ่นมัวเต็มไปด้วยความกระหาย เสียงคำรามแหบพร่าดังออกมาจากลำคอเน่าเฟะ กรงเล็บเปื้อนเืตวัดขึ้นกลางอากาศ หัวใจของชายหนุ่มที่กำลังวิ่งมากระตุกวูบ ร่างกายของเขาขยับเร็วกว่าสติจะตามทัน
ขวานในมือถูกยกขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะฟาดลงไปสุดแรง!
เสียงกระโหลกแตกดัง ผัวะ ตามด้วยร่างเน่าเปื่อยของซอมบี้ทรุดฮวบลงกับพื้น เืสีคล้ำกระเซ็นเปื้อนเสื้อผ้าและแขนของเขา ขวานที่เคยแหลมคมเริ่มทื่อจากการใช้งานหนัก ชายหนุ่มกำด้ามขวานแน่น สูดลมหายใจลึกเพื่อระงับอาการหอบจากความตึงเครียด
"พี่ข้าว!"
เสียงเด็กชายดังขึ้น ใบหน้าของเขายังเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา
ต้นข้าวก้มลงสบตากับเด็กชาย พยายามส่งยิ้มปลอบโยน แม้หัวใจยังเต้นรัวไม่เป็จังหวะ
"ไม่เป็ไรแล้วนะ เห็นบ้านที่มีธงสีแดงอยู่ตรงนั้นไหม?" เขาชี้ไปยังบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล ธงผ้าสีแดงสะบัดไหวท่ามกลางสายลม "พ่อแม่หนูอาจจะอยู่ที่นั่น ไปได้ไหม? พี่ต้องอยู่ช่วยทุกคนตรงนี้"
เด็กชายเม้มปากแน่น มองไปยังทิศทางที่ต้นข้าวชี้ ก่อนจะพยักหน้าแรงๆ แล้วรีบวิ่งไปตามทางทันที
ต้นข้าวมองตามร่างเล็กๆ นั้นจนแน่ใจว่าเขาจะไม่ถูกซอมบี้เล่นงาน แล้วจึงหันกลับมา สมองยังคงหมุนเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์
มีสิ่งสำคัญกว่าที่ต้องปกป้องอยู่ตรงนี้—ทุกคนที่เขารู้จัก คนที่ยังมีชีวิตรอด
แต่ก่อนที่ต้นข้าวจะได้วิ่งไปช่วยคนอื่น เสียงะโจากด้านข้างก็ดังขึ้นพร้อมกับความตื่นตระหนก
"นี่!! ไอ้ข้าว! เอ็งรีบไปรายงานหัวหน้าที! ว่ามีฝูงซอมบี้มันทำลายกำแพงที่กั้นเข้ามาแล้ว! รีบไปแจ้งข่าวเร็วเข้า เดี๋ยวพวกลุงจะยื้อเวลาให้เอง!"
เสียงะโของชายวัยกลางคนฝ่าความโกลาหล ต้นข้าวหันขวับไปมองตามเสียง ร่างกำยำของชายคนนั้นเต็มไปด้วยคราบเืและฝุ่นดิน เสื้อแขนยาวสีมอซอขาดเป็ริ้ว ๆ แต่สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความแน่วแน่ เื้ัของเขา—ชายหญิงผู้รอดชีวิตอีกไม่กี่คนจับอาวุธในมือแน่น ไม่ว่าจะเป็มีดพร้า ท่อนเหล็ก หรือแม้แต่ไม้เบสบอลเก่าคร่ำคร่า พวกเขายืนเรียงกันเป็แนว แม้จะสั่นกลัว แต่ไม่มีใครถอยหลัง พวกเขาไม่มีทางเลือก นอกจากต้องถ่วงเวลาเพื่อให้คนอื่น ๆ ได้มีโอกาสรอด
แม้ว่าด้านหลังของพวกเขา…จะมีเงาตะคุ่มของฝูงซอมบี้จำนวนมหาศาลกำลังเคลื่อนตัวเข้ามา ดวงตาสีขุ่นขาวของพวกมันจ้องมองเหยื่อ ร่างเน่าเปื่อยบางตัวลากอวัยวะที่หลุดรุ่ยตามพื้น เสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังแทรกผ่านเสียงคำรามของพวกมันเป็่ ๆ
"แต่ว่า!"
เขาอ้าปากคัดค้าน ความรู้สึกต่อต้านพลุ่งขึ้นมาทันที เขาจะหนีไปได้ยังไง ในเมื่อคนเหล่านี้กำลังจะยอมสละชีวิตเพื่อให้เขาหนี!
"ไม่มีแต่! ถ้าเอ็งไม่รีบไปพวกเราจะไม่มีโอกาสรอดเลยแม้แต่คนเดียว!"
ชายวัยกลางคนะโกลับมา ดวงตาของเขาจ้องตรงมาที่ต้นข้าว ไม่ใช่แค่การสั่งการ แต่มันเป็คำขอร้อง…เป็การฝากความหวังสุดท้ายไว้กับเขา ต้นข้าวเม้มปากแน่น มือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ
ทำไมกัน? ทำไมกัน? เขาได้กัดฟันถามคำถามเหล่านี้วนอยู่ในหัวเป็ล้านครั้ง ทำไมทุกครั้งเขาต้องเป็คนที่ถูกปกป้อง? ทำไมต้องมีคนเสียสละเพื่อเขาอีกแล้ว? เขาอยากจะปฏิเสธ อยากจะอยู่สู้ไปพร้อมกับพวกเขา แต่เขาก็รู้ดีว่าหากเขาไม่สามารถส่งข่าวให้หัวหน้าค่ายได้รับรู้ ทุกอย่างจะจบลงที่นี่—ทุกคนจะถูกกินและไม่มีใครรอดชีวิต
ต้นข้าวกัดฟันแน่น ก่อนจะพยักหน้าแรง ๆ
“ดูแลตัวเองด้วยนะลุง…!” เสียงของเขาสั่นเครือ แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแน่วแน่
ชายวัยกลางคนเพียงแค่หัวเราะ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับฝูงซอมบี้ที่ใกล้เข้ามา
“ไปซะ! อย่าให้พวกข้าต้องตายเปล่า!”
ต้นข้าวสูดหายใจเข้าลึก แล้วออกตัววิ่งสุดแรงเกิด เขาวิ่งฝ่าความวุ่นวาย หัวใจเต้นกระหน่ำในอก เสียงปืนดังระงมไปทั่ว เสียงกรีดร้องของผู้ที่ถูกกัด ฉากของคนที่ถูกพวกมันล้อมกัดกินยังติดตรึงอยู่ในหัว ท้องไส้ของเขาบิดเกร็งแต่ไม่มีเวลามาหยุดคิด
เขาไม่กล้าหันกลับไปมอง…
เพราะเขารู้ดีว่าถ้าหันไป เขาจะไม่มีวันสามารถละสายตาได้อีก…
ในที่สุด ต้นข้าวก็มาถึงที่พักของหัวหน้า
"หัวหน้า! ทางประตูทิศใต้พวกซอมบี้มันบุกเข้ามาแล้ว! ดูจากที่ซอมบี้เคลื่อนไหวผิดปกติ-"
เขาผลักประตูเข้าไป แต่สิ่งที่พบกลับทำให้ต้องชะงัก
กลิ่นคาวเืฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศทั่วทั้งห้อง ร่องรอยการต่อสู้ชัดเจน ะุปืนเปล่าหล่นกระจัดกระจายทั่วพื้น กำแพงเต็มไปด้วยรอยะุและคราบเืสีคล้ำ
"ช่วย...ด้วย..."
เสียงแ่เบาจากมุมห้องดึงสติของต้นข้าวให้กลับมา เขารีบพุ่งตัวไปยังต้นเสียงทันที ร่างของ พี่วารี หญิงสาวในชุดเปื้อนเื นอนพิงกำแพง สีหน้าซีดเผือด
"พี่วารี! เกิดอะไรขึ้น? ทำไมที่นี่เละขนาดนี้ แล้วหัวหน้าอยู่ไหน?!"
ชายหนุ่มรีบดูอาการของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าทันที เธอฝืนลืมตาขึ้น สายตาครึ่งหลับครึ่งตื่น ท่าทางอิดโรย
"พี่ไม่เป็ไร...ช่วยไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลตรงนั้นให้หน่อยได้ไหม?"
"ครับ! ว่าแต่พี่ นี่เื่เร่งด่วนมาก! หัวหน้าอยู่ไหน ผมต้องไปรายงานสถานการณ์ข้างนอกตอนนี้ พวกซอมบี้มันเคลื่อนไหวแปลก ๆ ผมกำลังคิดว่านี่ต้องเป็ฝีมือของไอ้พวกลัทธินั้นแน่ ๆ!"
"ถ้าโลแกน...ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในแคมป์หรอก.."
ต้นข้าวชะงัก หัวใจหล่นวูบ
"หมายความว่ายังไง—"
'ฉึก!'
จู่ ๆ ความเ็ปรุนแรงแล่นเข้ามาที่หน้าท้อง ร่างกายของเขาแข็งค้าง สายตาเบิกกว้างก่อนจะก้มลงมอง
มีดเล่มหนึ่งปักเข้ากลางท้องของเขา!
โลหิตสีแดงฉานค่อย ๆ ซึมออกจากาแ ความร้อนแล่นพล่านไปทั่วร่าง ท้องไส้บิดเกร็งคล้ายจะขาดใจ หายใจติดขัด จู่ ๆ ความรู้สึกคลื่นไส้ก็พุ่งขึ้นมา เขาสำลักเืออกจากปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่แทงเขา...
พี่วารี!
"ทำ...ไม...พี่..ทำแบบนี้..."
เขาพยายามพูดด้วยเสียงแหบพร่า แต่กลับได้เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยของหญิงสาวแทนคำตอบ
เธอดันมีดเข้าไปลึกกว่าเดิม ก่อนจะชักออกช้า ๆ เือุ่น ๆ สาดกระเซ็น เธอทำเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนบ่นเบา ๆ
"ให้ตายสิ...สกปรกชะมัด"
เธอหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดมีดอย่างใจเย็น สายตาที่เคยอ่อนโยนกลับเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ต้นข้าวทรุดฮวบลงกับพื้น มือกุมาแแน่น ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น สติของเขาเริ่มเลือนราง แต่เสียงของวารียังคงดังชัดเจนอยู่ในหูของเขา
เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะบ่นพึมพำราวกับกำลังพูดกับตัวเอง "เฮ้อ...ลงทุนไปตั้งเยอะเลยนะเนี่ย"
เธอยกแขนขึ้นมองรอยแผลปลอมที่ขีดข่วนอยู่บนเนื้อหนังของตัวเองก่อนจะหัวเราะเบา ๆ "แผลพวกนี้น่ะ ไม่ใช่ของจริงหรอก~ ฉันจงใจทำให้ดูเหมือนฉันาเ็หนักเพื่อให้นายเชื่อใจยังไงล่ะ"
ต้นข้าวเบิกตากว้าง แม้ร่างกายของเขาจะอ่อนแรงเกินกว่าจะขยับตัว แต่ความตกตะลึงและโกรธแค้นพวยพุ่งขึ้นมาในอก
"ฉันต้องแกล้งทำเป็ล้ม แกล้งหอบหายใจแรง ๆ แล้วยังต้องเอาเืปลอมมาเปื้อนเสื้ออีกนะ~ ให้ตายสิ นายมันซื่อบื้อน่าดูเลยต้นข้าว แค่ร้องโอดโอยนิดหน่อยก็รีบวิ่งเข้ามาหาฉันแล้ว"
เธอหัวเราะเบา ๆ ขณะใช้ปลายเท้าเขี่ยร่างของต้นข้าวเบา ๆ เหมือนของเล่นที่หมดความสนุก
"แต่เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็ได้ผลล่ะนะ นายติดกับฉันเต็ม ๆ จนโดนแทงเข้าไปแบบนี้"
ต้นข้าวกัดฟันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความเ็ปและความแค้น "พี่...มัน..."
"หืม? จะด่าฉันหรอ?" วารีโน้มตัวลงมา มองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน "ไม่เอาน่า~ ถ้านายไม่โง่เอง นายก็คงไม่มาตายอยู่ตรงนี้หรอก จริงไหม?"
เธอหัวเราะอีกครั้ง "จริงสิ! เมื่อกี้ถามว่าทำไมโลแกนถึงไม่อยู่น่ะเหรอ?" เธอยิ้มมุมปาก "ก็เพราะฉันเป็คนบอกให้เขาออกไปเองไงล่ะ ฉันวางเหยื่อล่อแสนสำคัญไว้แถวเขื่อนน้ำที่เราเคยสำรวจกันเมื่อตอนนั้น"
ต้นข้าวมองหน้าเธออย่างไม่อยากเชื่อ เขากัดฟันแน่น รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังร้อนผ่าว...ไม่ใช่แค่จากาแ แต่มันเป็อะไรบางอย่างที่แปลกไป...
เขามองต่ำลงมาเห็น สัญลักษณ์ของลัทธิคลั่ง ที่สักอยู่บนอกของวารี
"นี่พี่...หักหลังพวกเราหรอ...! แค่ก—! นี่มัน!"
จู่ ๆ ลำคอของเขาแห้งผากอย่างรุนแรง หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ ร่างกายสั่นสะท้าน
"ใช่แล้ว~" วารีหัวเราะเบา ๆ "ปลายมีดที่แทงนายไปน่ะ มันมีเืของซอมบี้ติดอยู่ด้วย"
ต้นข้าวเบิกตากว้าง ความรู้สึกหิวกระหายจู่โจมรุนแรงขึ้น สายตาเริ่มพร่ามัว หูอื้อ เสียงรอบข้างเริ่มผิดเพี้ยน
"ที่จริงแล้ว ฉันโคตรจะรำคาญนายเลยนะ เอาแต่ทำตัวอ่อนแอ เหมือนเรียกร้องให้โลแกนสนใจ นายไม่รู้หรอกว่ามันลำบากม๊ากมากเลย~"
เสียงหัวเราะแ่เบาของวารีดังก้องอยู่ในหูของต้นข้าว ราวกับกำลังเย้ยหยันความโง่เขลาของเขา รอยยิ้มของเธอฉาบไว้ด้วยความสะใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและพูดทิ้งท้าย
"ทีนี่ได้บอกลากันสักที...ฉันจะบอกโลแกนว่านายสงสารแล้วแอบพาพวกลัทธิเข้ามาจนโดนหักหลัง ทำให้แคมป์ที่โลแกนอุสาลำบากสร้างมากับมือพังเละเทะไม่เป็ซาก...โลแกนต้องเชื่อฉันแน่ ๆ ว่าไอ้ต้นข้าวผู้อ่อนแอคนนั้นถูกหลอกใช้จนกลายเป็คนทรยศ"
เธอหยุดเว้นจังหวะ ราวกับ้าซึมซับความสิ้นหวังที่ฉายชัดบนใบหน้าของเขา ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหวานหูที่เต็มไปด้วยพิษร้าย
"ลาก่อนนะ รุ่นน้องที่น่ารัก"
เธอหัวเราะเบา ๆ พลางสะบัดเส้นผมไปด้านหลัง แล้วหมุนตัวจากไป ปล่อยให้ต้นข้าวจมอยู่กับความเ็ปอันแสนสาหัส
ร่างของต้นข้าวนั่งพิงกำแพง ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มือของเขากดแน่นลงบนแผลที่ยังคงหลั่งเืไม่หยุด ดวงตาสั่นระริกด้วยความเ็ปทั้งทางกายและใจ เขาสูดหายใจเข้าลึก หวังจะบรรเทาความทรมาน แต่กลับสำลักโลหิตออกมาแทน
หัวใจเต้นช้าลง เสียงของรอบข้างเริ่มเลือนราง ภาพของค่ายลี้ภัยที่กำลังลุกเป็ไฟซ้อนทับกับใบหน้าของคนที่เขารู้จัก ทุกอย่างดูบิดเบี้ยวราวกับภาพลวงตา ความรู้สึกผิดและความสิ้นหวังโถมเข้ามาไม่ต่างจากคลื่นทะเลโหมกระหน่ำซัดเข้าหาฝั่ง
'นี่เรากำลังจะตายอย่างนั้นเหรอ...'
เปลือกตาของต้นข้าวหนักอึ้ง สติของเขาเริ่มเลือนราง แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป ความหิวโหยแปลกประหลาดก็แล่นเข้ามาในร่างกาย มันไม่ใช่ความหิวแบบมนุษย์ทั่วไป แต่เป็ความกระหายที่กัดกินจากภายใน ลำคอของเขาแห้งผาก เส้นเืใต้ิัเริ่มเปลี่ยนเป็สีคล้ำ ดวงตาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีแดงจาง ๆ เขาััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังคืบคลานเข้าสู่ตัวเขาอย่างช้า ๆ
ร่างกายของเขากำลัง…กลายเป็อย่างพวกมัน…
เือุ่น ๆ ยังคงไหลซึมออกจากาแที่ท้อง ความรู้สึกแสบร้อนทำให้ต้นข้าวรู้ดีว่าเขาเหลือเวลาอีกไม่นาน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัว…สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหนักอึ้งคือภาพของโลแกนที่คงจะแสดงสีหน้าที่ผิดหวังในตัวเขา โลแกนอาจจะไม่มีวันได้รู้ความจริงอีกต่อไป ความจริงที่ถูกกลืนหายไปพร้อมกับคำลวงของวารี และจะไม่มีวันรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็คนทรศย
เขาคงไม่มีโอกาสได้บอกความจริงอีกแล้ว…
น้ำตาไหลซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว มันอุ่นราวกับเป็สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ของความเป็มนุษย์ในตัวเขา เสียงหอบหายใจดังแ่เบา ท่ามกลางความเงียบงันที่หนักอึ้ง มือที่สั่นเทาค่อย ๆ เอื้อมไปหยิบปืนพกที่หล่นอยู่ใกล้ตัว ด้ามปืนเย็นเฉียบราวกับแท่งเหล็กเคลือบน้ำแข็ง ความรู้สึกหนักหน่วงแผ่ซ่านจากปลายนิ้วขึ้นไปถึงหัวใจ นี่คือทางเลือกเดียวของเขา…
เขาจะไม่กลายเป็หนึ่งในพวกมันเด็ดขาด
เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองกลายเป็สัตว์ประหลาดที่ไร้สติ ไม่มีวันยอมให้ร่างกายนี้ถูกเชื้อไวรัสครอบงำและเดินไปทำร้ายคนที่เขารัก
นิ้วชี้แตะลงบนไกปืน แรงสั่นะเืจากความกลัวทำให้ปลายนิ้วเกร็งเล็กน้อย ต้นข้าวหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้าเป็ครั้งสุดท้าย
“ทีนี้..กูก็จะได้ไปเจอพวกมึง สักที..”
'ปัง!!!'
เสียงปืนดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ
ร่างของต้นข้าวกระตุกวูบก่อนจะค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหลุดออกจากริมฝีปาก เืสีแดงฉานไหลนองบนพื้นไม้ สายตาของเขาพร่ามัวลงเรื่อย ๆ แต่แทนที่ทุกอย่างจะดับวูบสู่ความว่างเปล่า…
ทันใดนั้นเอง—
ความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินเขาแปรเปลี่ยนเป็แสงสว่างจ้า!
หัวใจของต้นข้าวกระตุกแรงราวกับถูกฉุดกระชากด้วยพลังงานบางอย่าง ร่างทั้งร่างเหมือนถูกดูดเข้าไปในพายุที่ไร้จุดสิ้นสุด ความรู้สึกหนาวเย็นราวกับถูกแช่แข็งแล่นผ่านเส้นเืก่อนที่ทุกอย่างจะจมหายไป…
———
“ไอ้ข้าว! ตื่น! มึงยืนหลับหรอว่ะ!”
เสียงทุ้มต่ำแฝงความหงุดหงิดของใครบางคนดังขึ้นข้างหู ร่างกายของต้นข้าวสะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกโพลงขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับถูกดึงกลับมาจากขุมนรก มือกำเสื้อแน่นจนรู้สึกถึงเนื้อผ้า ความอบอุ่นของร่างกายที่เขาคิดว่าไม่มีอีกแล้วแล่นพล่านไปทั่ว แขนขาที่เคยชาไร้เรี่ยวแรงเมื่อครู่ กลับรู้สึกเหมือนถูกเติมเต็มด้วยชีวิตอีกครั้ง
ต้นข้าวหอบหายใจถี่ มองไปรอบตัวด้วยสายตาสั่นไหว
'เต็นท์…?'
เต็นท์สีฟ้าอ่อนเรียงรายอยู่รอบตัวเขา อากาศรอบตัวชื้นและเย็นสบาย ไม่ได้เต็มไปด้วยกลิ่นเืเน่าเหมือนก่อนหน้านี้ แทนที่ด้วยกลิ่นไอดินจากป่าฝน เสียงจิ้งหรีดเรไรดังประสานกันไม่ขาดสาย แสงจากกองไฟยังลุกโชนอยู่ไม่ไกล กลิ่นดินชื้นจากป่าเขาแตะจมูก—กลิ่นที่เขาคุ้นเคย
เขาหันไปมองรอบตัวด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ภาพเบื้องหน้าดูสมจริงจนน่าใ มันไม่ใช่ภาพหลอน
'นี่มัน…ค่ายรับน้องตอนปีหนึ่ง?'
เขากำลังอยู่ในค่ายรับน้องจริง ๆ
'เป็ไปไม่ได้…'
ต้นข้าวรู้สึกถึงแรงสั่นที่ต้นแขน ใครบางคนกำลังเขย่าเขาด้วยความรำคาญ เขาค่อย ๆ หันไปมอง และสิ่งที่เห็นทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ
จอม…เพื่อนสนิทของเขายืนกอดอกอยู่ตรงหน้า จ้องมองเขาด้วยสายตาเอือมระอาแบบที่เคยเห็นนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อนสนิทที่เขาสูญเสียไปเมื่อสี่ปีที่แล้ว กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา…ด้วยร่างกายที่มีชีวิต…กำลังมองมาที่เขาด้วยท่าทางเหมือนเดิมทุกอย่าง!
“มึงเป็ไรวะ? ฝันร้ายเหรอ?”
เสียงของจอมดึงเขากลับมา ต้นข้าวอ้าปากค้างแต่เสียงของเขาแหบแห้งเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาได้ หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เขาหันไปมองรอบตัวอีกครั้ง นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา นี่ไม่ใช่ฝัน ทุกอย่างดูสมจริง…และมีชีวิตชีวาเกินกว่าจะเป็เพียงภาพหลอน
มือของเขาสั่นระริกก่อนจะรีบแตะลงบนท้อง…ไม่มีาแ ไม่มีรอยเื ทุกอย่างปกติ ราวกับเื่เลวร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อครู่…ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาจำความรู้สึกตอนที่ถูกหักหลังได้ จำได้ว่าตัวเองกดไกปืนเพื่อปลิดชีพตัวเอง และจำได้ว่าร่างกายของเขาค่อย ๆ สูญเสียความรู้สึก ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินทุกสิ่ง
และตอนนี้…
เขากลับมาอยู่ที่นี่— ย้อนเวลากลับมาในอดีต สี่ปีที่แล้ว! ต้นข้าวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเขายังเต้นแรงด้วยความตื่นตระหนก เขาหันไปมองรอบตัวอีกครั้งอย่างไม่อยากเชื่อ ทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็ผ้าใบเต็นท์ที่ขาดเป็จุด ๆ กองไฟที่ลุกโชนอยู่กลางลานค่าย หรือแม้แต่เสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมค่ายที่ดังมาจากอีกฝั่งหนึ่ง
'สามชั่วโมงก่อนที่ซอมบี้จะบุกค่ายนี้....'
เสียงกระซิบหลุดออกจากริมฝีปาก ต้นข้าวเบิกตากว้าง ความหนาวเย็นวิ่งผ่านแนวกระดูกสันหลัง มือนั้นกำแน่นจนเล็บจิกลงไปในฝ่ามือ
หากนี่เป็เื่จริง—
นี่คือโอกาสเดียวของเขา…ที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง!