เกือบสองสัปดาห์ถัดมาเรือขนสินค้าขนาดใหญ่ของตระกูลอี้ก็แล่นกลับมาถึงเกาะหลงอวี้อันเป็เกาะใหญ่ที่ตั้งโดดเดี่ยวล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเลสุดลูกหูลูกตา
ผืนแผ่นดินที่อยู่ใกล้ที่สุดทางทิศเหนือของเกาะคือเป็แผ่นดินของแคว้นเจี้ยน ซึ่งต้องนั่งเรือลำใหญ่นานนับวันออกจากเกาะกว่าจะไปถึงได้ส่วนผืนแผ่นดินที่ใกล้ที่สุดทางทิศใต้คือแคว้นฝู ห่างออกไปไกลกว่าแคว้นเจี้ยนราวสามเท่า
เพราะที่ตั้งของเกาะอยู่ห่างจากแผ่นดินแคว้นอื่นๆมาก อีกทั้งการเดินทางมาถึงที่นี่ไม่ใช่เื่ง่ายไม่เพียงแต่เพราะปัญหาด้านระยะทางและวิธีการเดินทางเท่านั้น แต่มักเป็ที่รู้กันว่าท้องทะเลบริเวณรอบๆเกาะหลงอวี้มีมหันตภัยใต้น้ำหลากหลายประเภทซุกซ่อนอยู่ ผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้ามีอันต้องจมหายลงไปใต้ท้องทะเลทุกครั้งไป
บ้างก็ลือว่าเป็สัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ใต้น้ำบ้างก็ว่าเป็ค่ายกลที่เ้าเกาะหลงอวี้วางเอาไว้เพื่อป้องกันคนนอกด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้เกาะหลงอวี้รอดพ้นจากการล่าอาณานิคมหรือการต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นใดแคว้นหนึ่งและสามารถปกครองตนเองได้อย่างต่อเนื่องยาวนานมาจนบัดนี้
ผู้ที่เป็ใหญ่ที่สุดบนเกาะก็คือเ้าเกาะจากตระกูลหยางที่สืบทอดอำนาจต่อกันมายาวนานอย่างมั่นคงไร้การเปลี่ยนแปลงต่างจากเหล่าราชวงศ์ของผู้คนบนแผ่นดินใหญ่ ที่มักมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นปกครองแต่ละแคว้นในแต่ละ่เวลาแล้วแต่ความเข้มแข็งของอำนาจและกำลังพลที่มีอยู่
ณเรือนหลังใหญ่ใจกลางเกาะหลงอวี้ ‘หยางเยี่ยน’ หรือผู้ที่ใครๆ ต่างเรียกขานว่า ‘ท่านเ้าเกาะ’ ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เมื่อมีบ่าวมารายงานว่าอี้เทาพบบุตรสาวคนโตของเขาที่หายตัวไปเป็ปีแล้ว
“จริงรึ! อาเทาพบเจินเอ๋อร์แล้วรึ! รีบพาข้าไปดูเร็วเข้า”
ท่านเ้าเกาะรีบพุ่งตัวตามบ่าวที่มารายงานข่าวเพื่อมุ่งไปยังเรือนเดิมของบุตรสาวในทันที
เมื่อมาถึงก็เห็นภรรยารักนั่งกุมมือ ‘หยางซูเจิน’ บุตรสาวที่เขาไม่ได้พบหน้ามาเป็เวลานานมากแล้วใบหน้าของนางไม่ได้แตกต่างไปจากครั้งสุดท้ายที่เขาจำได้ เพียงแต่ร่างกายซูบผอม และสีหน้าซีดเซียวที่สำคัญก็คือ... เหตุใดนางถึงหลับใหลราวไม่ได้สติเช่นนี้!
“อาเทา...ในที่สุดเ้าก็พาเจินเอ๋อร์กลับมาจนได้” เขาเข้าไปตบไหล่ว่าที่บุตรเขยซึ่งเป็บุตรชายของเพื่อนสนิทที่คบหากันมาั้แ่วัยเยาว์
“ขอรับท่านอาข้าพบนางหมดสติอยู่ในแม่น้ำหลิวหลี่กลางเมืองเหิงหยาง หลังจากสืบเื่ราวมาได้จึงรีบพากลับมาที่นี่”
คำว่าอยู่ในแม่น้ำไม่ได้ทำให้ผู้เป็บิดาประหลาดใจแต่อย่างใดเพราะนั่นเป็เื่ปกติของคนเผ่าไน่เอ๋อร์อยู่แล้ว แต่คำว่า ‘หมดสติ’ นี่ต่างหากถึงจะเป็เื่แปลกประหลาด เผ่าไน่เอ๋อร์[1]แข็งแกร่งถึกทนยิ่งกว่าแรดเสียอีกจะหมดสติง่ายๆ ได้อย่างไร แม้ว่าบุตรสาวคนโตของเขาจะมีพลังน้อยกว่าไน่เอ๋อร์ทั่วๆ ไปมากหน่อยก็ตามเถิด
เขาหันไปหาภรรยารักที่ยังคงนั่งกุมมือบุตรสาวด้วยความเป็ห่วง
“เจินเอ๋อร์เป็อย่างไรบ้าง”หากบนเกาะนี้จะมีใครสักคนที่มีความสามารถในการรักษาคนจากเผ่าไน่เอ๋อร์ได้ภรรยาของเขาย่อมติดอันดับต้นๆ ในรายชื่อนั้น
“ร่างกายของนางเป็ปกติทุกอย่างแต่ที่นางยังไม่ยอมฟื้นเช่นนี้ เกรงว่าจะเป็เื่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรงเสียมากกว่า”‘หลูเฟิน’ ลูบไล้มือที่แสนบอบบางของบุตรสาวคนโตอย่างทะนุถนอมสีหน้าเศร้าหมองหลายส่วน
นางรู้อยู่แล้วว่าบุตรสาวคนโตมีพลังอ่อนด้อยจิตใจเปราะบาง หรือหากคนนอกมองเข้ามาก็คงกล่าวว่าเป็ประเภทที่เรียกว่า ‘อ่อนปวกเปียก’ ผิดเผ่าพันธุ์ทำให้สามีของนางประคบประหงมบุตรสาวคนนี้ยิ่งกว่าไข่ในหิน ไม่ว่าเื่ขุ่นข้องหมองใจใดๆก็ไม่เคยให้ต้องพบเจอ
ผู้ใดจะรู้ว่านางจะแอบหนีเที่ยวจนหายไปจากบ้านนานนับปีเมื่อกลับมาก็เป็เช่นนี้แล้ว
“ผู้ใดมันบังอาจทำร้ายบุตรสาวของข้า! อาเทา! เื่มันเป็มาอย่างไร จงเล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้”หยางเยี่ยนหันไปเค้นคอว่าที่บุตรเขยอย่างฉับพลัน
อี้เทาที่ส่งคนไปสืบหาเบาะแสมาก็ปวดใจไม่น้อยเมื่อรับรู้เื่ราวอันแสนรันทดของคู่หมั้นที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาั้แ่จำความได้
ทันทีที่เื่ราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดสู่ผู้เป็บิดาของหญิงสาวหยางเยี่ยนก็เกิดอาการคล้ายธาตุไฟปะทุ
“ข้าจะไปเด็ดหัวบุรุษสารเลวผู้นั้นมาต้มให้เจินเอ๋อร์กินเดี๋ยวนี้!”
“ข้าไปด้วย!” นั่นคือเสียงที่โพล่งขึ้นมาพร้อมกับประตูห้องที่ถูกผลักออกดัง ‘ผลัวะ!’ ตามมาด้วยใบหน้าถมึงทึงของหญิงสาวที่ดูงดงามไม่แตกต่างจากหยางซูเจินที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงเพียงแต่แววตาของนางแข็งกร้าว ท่าทางดุดัน พร้อมเอาเื่ทุกคนที่ขวางหน้า ผิดจากพี่สาวฝาแฝดที่ขี้อายขี้กลัว กระทั่งพูดเสียงดังก็ยังไม่กล้า
“อิงเอ๋อร์! เ้ากลับมาั้แ่เมื่อใด” หยางเยี่ยนเก็บไอสังหารทันทีเมื่อเห็นบุตรสาวคนรองที่ออกไปท่องเที่ยวกับน้าหญิงของนางมาสองปีอยู่ดีๆ ก็โผล่มาโดยไม่บอกไม่กล่าว
“เมื่อครู่นี้เองเ้าค่ะไม่คาดว่าจะเข้ามาได้ยินเื่ที่ชวนให้อยากหักกระดูกคนเช่นนี้ ไหน! เ้าชั่วที่มันกล้าทำร้ายอาเจินอยู่ที่ใดข้าจะไปเอากระดูกมันมาต้มให้อาเจินกินเดี๋ยวนี้!”
“ดียิ่งนัก! พ่อก็กำลังจะไปเอาหัวมันมาต้มพอดี เช่นนั้นพวกเราก็ไปด้วยกันนี่แหละ”
ยังไม่ทันที่สองพ่อลูกผู้มุทะลุบ้าบิ่นจะได้ก้าวเท้าออกไปจากห้องก็ถูกมือเรียวแต่หนักและแน่นหนีบหูกันคนละข้าง
“จะไปไหนกันหืม...สองพ่อลูก?จะเดินดุ่มๆ ไปเด็ดหัวหักกระดูกบุตรชายฮ่องเต้แคว้นเจี้ยนมาต้มกินหรือ? ข้าให้โอกาสพวกเ้าคิดใหม่อีกครั้ง”นั่นคือเสียงของหลูเฟินผู้เป็ภรรยาและมารดาของคนทั้งสอง ที่บัดนี้ถูกนางบิดหูอยู่
“โอ๊ะๆๆ ๆ ฮูหยิน เบาๆ หูข้า... หูข้า...”
“ท่านแม่ๆถ้าหูข้าหลุดไปข้างหนึ่ง ข้าจะขี้เหร่เลยนะเ้าคะ!”
“ฮึ่ยยยย!” หลูเฟินสะบัดมือออกจากหูของคนทั้งสองอย่างหมั่นไส้ “ยังจะไปเด็ดหัวหักกระดูกคนมาต้มกินอีกหรือไม่”
“ไม่แล้วจ้า...”หยางเยี่ยนนั้นยามปกติมักมีท่าทีองอาจดุดันกับทุกคนแต่อย่างไรก็ไม่กล้าหือกับภรรยาสุดที่รักผู้นี้แม้แต่น้อย
‘ถ้าไม่ต้มแต่เอาไปทอดแทนเล่า?’นั่นคือความคิดในใจของ ‘หยางซิ่วอิง’ แต่นางไม่กล้าพูดออกมา เพราะเกรงว่าหูอีกข้างจะถูกมารดาบิดไปด้วย
“แล้วน้าของเ้าอยู่ที่ใด”หลูเฟินชะเง้อคอมองหาน้องสาวที่พาบุตรสาวคนรองไปเที่ยวตะลอนๆ ห่างบ้านมาถึงสองปี
“ท่านน้าไปแล้วเ้าค่ะนางเอาข้ามาทิ้งไว้... เอ๊ย...นางมาส่งข้าแล้วก็รีบกลับไปหาบุรุษหน้าหวานที่พบกลางทาง เห็นว่าพวกมนุษย์อายุขัยสั้นนักหากไม่รีบเล่นกับเขาแต่เนิ่นๆ เกรงว่าหายใจไม่กี่ครั้งเขาก็จะแก่ตายไปเสียก่อนเ้าค่ะ” หยางซิ่วอิงจำคำพูดของท่านน้าหญิงได้ทุกคำ ‘หลูลี่’ ยังกำชับอีกว่าหากพบบุรุษมนุษย์ที่ต้องตาต้องใจก็อย่าไปเสียเวลาคิดอันใดให้มากความเพราะอีกเดี๋ยวเดียวเขาก็ตายแล้ว
หลูเฟินแทบจะยกมือขึ้นกุมขมับแต่ละคนรอบตัวนางมีแต่ดีๆ ทั้งนั้น!
ในขณะที่เื่ของบุตรสาวคนโตตระกูลหยางยังไม่ได้ข้อสรุปพ่อบ้านแซ่เหิงก็เข้ามารายงานข่าวสำคัญ
“เรียนท่านเ้าเกาะมีทูตจากแคว้นเจี้ยนส่งเทียบมาขอเข้าพบ เวลานี้พวกเขากำลังรออยู่ที่ท่าเรือเมืองหลิ่งหนานขอรับ”เมืองหลิ่งหนานคือเมืองติดทะเลที่อยู่ทางทิศใต้ของแคว้นเจี้ยน เป็เมืองที่นับได้ว่าอยู่ใกล้กับเกาะหลงอวี้ที่สุด
หยางเยี่ยนหันขวับไปมองพ่อบ้านด้วยดวงตาวาววับ
“ฮะฮ่า! พวกคนแคว้นเจี้ยนรึ มาได้จังหวะพอดียิ่งนัก เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำพวกมันไปตุ๋นให้หมด”
“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมของหลูเฟินดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้หยางเยี่ยนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันมาส่งสีหน้ายอมแพ้
“ข้าเพียงล้อเล่นเท่านั้นฮูหยินอย่าเพิ่งโมโหเลย”
จากนั้นเขาจึงหันกลับไปถามพ่อบ้านอีกครั้ง
“พวกนั้น้าอะไร”
“เห็นว่าเป็เื่แร่ต้วนเสินขอรับ”
หยางเยี่ยนแสยะยิ้มด้วยความรู้สึกเหยียดหยามเ้าคนพวกนั้นคงอยากได้แร่ต้วนเสินจากเกาะหลงอวี้เพราะรู้ถึงคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของมันล่ะสิ
ได้ข่าวว่าแคว้นเหว่ยซึ่งอยู่ติดเมืองชายแดนทางทิศเหนือของแคว้นเจี้ยนและเป็ศัตรูคู่ปรับกันมาช้านานบัดนี้ค้นพบแร่โลหะชนิดใหม่และยังสามารถคิดค้นวิธีผลิตอาวุธที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าอาวุธของแคว้นเจี้ยนได้แล้วพวกคนแคว้นเจี้ยนคงกลัวศัตรูจะหาเื่ก่อาอีกครั้งและอยากได้แร่ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าไปต่อกรด้วยกระมัง
“หึหึก็ต้องดูว่าข้าจะมีอารมณ์และมีเมตตาขายให้พวกมันหรือไม่”
หยางซิ่วอิงที่ได้ยินคำรายงานนั้นเช่นกันก็ยืนเชิด เท้าเอว ทำสีหน้าแบบเดียวกับผู้เป็บิดา
“ใช่...ดูซิว่าน้ำหน้าอย่างพวกมันจะเอาอะไรมาแลกกับแร่ต้วนเสินของพวกเรา หึหึหึ”
“หุหุหุหึหึ ฮ่าๆ ๆ ๆ”
สองพ่อลูกที่คล้ายจะถอดแบบกันมาไม่ผิดเพี้ยนยืนหัวเราะประสานเสียงกันด้วยท่าทางข่มขวัญศัตรู ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำไปให้ใครดู เพราะแถวนี้ก็มีเพียงคนในบ้านเท่านั้น
พ่อบ้านเหิงที่ชินชากับภาพตรงหน้าแล้วย่อมไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นไปเสีย
ส่วนหลูเฟินกลอกตาใส่สองพ่อลูกอย่างปลดปลง
พอกันทั้งคู่!
[1]เผ่าเดียวกับ ‘ไนร์’ ในจักรวาลเดียวกันกับนิยายเื่ ‘มนตร์สรัญดา’ ไนร์คือสิ่งมีชีวิตที่ชาวโลกเรียกว่า‘เงือก’ ท่อนบนเป็มนุษย์ ท่อนล่างเป็หางปลาที่กลายสภาพเป็ขามนุษย์ได้ไนร์สามารถอาศัยอยู่ทั้งบนบกและในน้ำ มีพลังเหนืุ์อันเป็ธรรมชาติของเผ่าพันธุ์ติดตัวมาั้แ่เกิด
★★★★★
ฝากนิยายเื่ก่อนๆ ของไรท์ด้วยนะคะ
