บทที่ 1 บทเริ่มต้นสุดเร้าใจ (รีไรต์)
“พี่คะ ช้า ๆ หน่อย~”
เสียงครางหวาน ๆ ของหญิงสาวดังสลับกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของชายหนุ่ม ทำเอาเมิ่งว่านถังถึงกับอึ้ง
เธอนั่งอยู่ในไร่ข้าวโพดห่างออกไปสามเมตร พลางฟังเสียงครางครวญของหญิงสาวคนนั้นที่คล้ายจะร้องไห้ปนขบขัน ไม่รู้ว่าผ่อนคลายทรมาน แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ มันดำเนินมาร่วมสามชั่วโมงกว่าแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
เมิ่งว่านถังใช้มือปิดหูตัวเอง ใบหน้าชาชืด พลางแหงนหน้ามองผืนฟ้า
เธอทำบาปกรรมอะไรไว้ ถึงต้องรับโทษแบบนี้
ชาติที่แล้ว เธอเป็แพทย์แผนจีนที่ออกไปตรวจสุขภาพผู้ป่วยในหมู่บ้านยากจนที่ห่างไกลเป็ประจำทุกเดือน แม้กระทั่งตอนตายก็เพราะช่วยหญิงตั้งครรภ์ที่ตกจากหน้าผา
ทำไมพอลืมตาขึ้นมาอีกทีถึงต้องมาแอบดูคนอื่นทำเื่อย่างว่าแบบนี้?
ความทรงจำแปลกประหลาดในสมองบอกเธอว่า เธอได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายเื่หนึ่งที่มีชื่อว่า ‘หนุ่มเลี้ยงหมูผู้หยาบกระด้างกับสาวน้อยยุวชน’ ที่เป็นิยายแนวอิโรติก
ตอนนี้คือปี 1976
ผู้หญิงที่กำลังครวญครางอยู่กับผู้ชายข้าง ๆ ตลอดเที่ยงคือ เฉินเจียวเจียว นางเอกในนิยาย หล่อนเป็ลูกบุญธรรมของครอบครัวเฉิน และเป็ลูกแท้ ๆ ของพ่อแม่บุญธรรมของเ้าของร่างเดิม
ส่วนเธอกลายเป็เด็กเร่ร่อนไร้ที่มาที่ไป
เมื่อไม่กี่ปีก่อน เฉินเจียวเจียวได้รับการยอมรับให้กลับเข้าบ้าน เ้าของร่างเดิมจึงอาละวาดอย่างหนัก ทำให้ครอบครัวเมิ่งอับอายขายขี้หน้ามาก จึงส่งตัวของเ้าของร่างเดิมไปชนบทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในขณะที่เฉินเจียวเจียวสมัครใจลงมาด้วยตัวเอง
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว เ้าของร่างเดิมช่างน่ารังเกียจ
เ้าของร่างเดิมเกิดความริษยา จึงแย่งลู่ชิงเหยี่ย ชายหนุ่มที่เฉินเจียวเจียวหมายปองมา ทั้งยังวางแผนให้เฉินเจียวเจียวกับฮั่วตงเซิง ชายแก่ที่มีลูกห้าคนจากฟาร์มเลี้ยงหมูไปมีสัมพันธ์กัน ทั้งยังส่งคนไปจับผิด เพื่อหวังจะทำให้เฉินเจียวเจียวกลายเป็ผู้หญิงสำส่อน
แต่ใครจะรู้ว่าฮั่วตงเซิงรู้ทันแผนชั่วของเธอ จึงพาเฉินเจียวเจียวไปจดทะเบียนสมรส
ฮั่วตงเซิงเป็ชายร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ เป็ชายแข็งแรงที่หาได้ยากในยุคนี้ ส่วนเฉินเจียวเจียวเป็สาวน้อยวัยสิบแปด มีใบหน้าคล้ายดอกบัวขาวบริสุทธิ์ เสื้อผ้าหลวมโพรกไม่อาจปกปิดรูปร่างอันเย้ายวนของเธอได้
ฮั่วตงเซิงจะทนไหวได้อย่างไร
เฉินเจียวเจียวแค่เอาอาหารกลางวันมาส่งตอนเที่ยง ฮั่วตงเซิงก็ลากเธอไปเล่นรักในทุ่งข้าวโพดได้แล้ว
พอตกดึก ก็เหนื่อยแทบร่างสลาย แต่ก็ไม่วายลากเธอมาปลุกปล้ำอีกครึ่งค่อนคืน
เ้าของร่างเดิมเกลียดมาก
หลังจากนั้นคืนเข้าหอของเ้าของร่างเดิมกับลู่ชิงเหยี่ย เธอก็ถีบลู่ชิงเหยี่ยตกเตียง อาละวาดเสียงดังทั้งคืน บังคับให้ลู่ชิงเหยี่ยกลับไปกองทัพั้แ่ฟ้ายังไม่สาง
เ้าของร่างเดิมคิดว่าลู่ชิงเหยี่ยทำลายชีวิตเธอ
เมื่อลู่ชิงเหยี่ยไม่อยู่บ้าน เธอก็ระบายอารมณ์ใส่พ่อแม่ของเขา อาหารไม่ถูกปากก็ด่าทอเสียงดัง อารมณ์ไม่ดีก็หาเื่ระบายใส่พวกเขา พอรู้ว่าตัวเองตั้งท้อง ก็โวยวายว่าจะเอาเด็กออก
ลู่ชิงเหยี่ยส่งโทรเลขกลับมา บอกว่าจะส่งเงินให้เดือนละยี่สิบหยวน เธอถึงยอมคลอดลูก
ทั้งยังไล่พ่อแม่ของลู่ชิงเหยี่ยออกจากบ้านอีกด้วย
วันหนึ่ง เธอบังเอิญเห็นฮั่วตงเซิงกับเฉินเจียวเจียวกำลังทำเื่อย่างว่ากันในไร่ข้าวโพด เธอก็เริ่มคิดถึงเื่นั้น
ตอนกลางดึก เธอยังฝันถึงฮั่วตงเซิงอย่างไม่รู้จักอาย
บังเอิญลู่ชิงเหยี่ยกลับมาพอดี เธอจึงใช้กำลังบังคับขืนใจลู่ชิงเหยี่ยทั้งคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น พอตื่นขึ้นมาและเห็นหน้าลู่ชิงเหยี่ย เธอก็แสดงท่าทีรังเกียจเขาออกมา
ปกติแล้วเ้าของร่างเดิมไม่ได้สนใจดูแลลูกอยู่แล้ว ตอนเที่ยงของทุกวันเธอมักจะไปนั่งยอง ๆ ที่ไร่ข้าวโพด เพียงเพื่อดูสามีภรรยาคู่นั้น ‘ทำเื่อย่างว่า’
เมื่อมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เฉินเจียวเจียวสอบติด แต่เ้าของร่างเดิมสอบตก
เมื่อเห็นว่าเฉินเจียวเจียวกลับไปเรียนต่อ เธอคิดว่าโอกาสมาถึงแล้ว จึงไปยั่วยวนฮั่วตงเซิง “เฉินเจียวเจียวคงไม่กลับมาแล้ว ต่อไปนี้เรามาใช้ชีวิตร่วมกันเถอะ”
พูดจบ เธอก็หน้าด้านมุดเข้าไปใต้ผ้าห่มของเขาทันที
“ไสหัวไป!”
ฮั่วตงเซิงลากเธอออกมาจากผ้าห่มแล้วโยนทิ้งไว้ที่ประตู จากนั้นก็โยนเสื้อผ้าของเธอออกมา
เื่นี้รู้ไปถึงหูของทุกคน
ทั้งยังถูกตราหน้าว่าเป็ ‘ผู้หญิงใจง่าย’ ต้องสวมรองเท้าขาดวิ่นและสวมหมวกใบใหญ่คุกเข่าบนเวทีประจานต่อหน้าผู้คน
พ่อแม่บุญธรรมรังเกียจที่เธอก่อเื่น่าอับอาย ด่าว่าเธอเป็หมาป่าตาขาว*[1]ที่เลี้ยงไม่เชื่อง และตัดความสัมพันธ์กับเธออย่างสิ้นเชิง
ลู่ชิงเหยี่ยทนไม่ไหว ้าจะหย่ากับเธอและพาลูกทั้งสามคนไปด้วย
เมิ่งว่านถังจึงเริ่มเสียสติ
สุดท้าย ไม่รู้ว่าถูกคนมากมายรังแกอย่างไร จนเธอตายอย่างน่าอนาถในป่าละเมาะ
เมิ่งว่านถังตกตะลึงกับเนื้อเื่ที่บิดเบี้ยวนี้
ฮั่วตงเซิงมีอะไรดี?
หรือเ้าของร่างเดิมจะชอบกลิ่นขี้หมูบนตัวเขา?
ในที่สุดเธอก็รอจนกระทั่งคนทั้งสองทำเื่อย่างว่าเสร็จแล้วก็จากไปอย่างหวานชื่น เมิ่งว่านถังจึงรีบแอบหนีไปอีกด้านหนึ่ง พอออกไปก็เจอกลุ่มพี่สะใภ้กำลังเกี่ยวหญ้าแห้วหมูอยู่ข้างทาง
“พวกเธอบอกสิว่าตระกูลลู่ทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้แต่งงานกับคนแบบนี้”
“นังตัวร้ายนั่นไร้ยางอายเกินไปแล้ว! ตอนแรกก็อ้อนวอนจะเป็จะตายเพราะอยากแต่งงานกับลู่ชิงเหยี่ย พอตอนนี้ก็คิดจะหย่า ก็เผาบ้านเขาไปทั้งแบบนั้น บีบให้ลู่ชิงเหยี่ยกลับมาหย่ากับตัวเอง ไร้ยางอายจริง ๆ!”
“หล่อนทิ้งลูก ๆ ได้ลงคอเหรอ?”
“จะไปเสียดายอะไรล่ะ แกดูลูก ๆ ของหล่อนสิ เหมือนขอทานน้อย ๆ เลย แย่ยิ่งกว่าแม่เลี้ยงใจร้ายซะอีก”
“เป็ยุวชนเหมือนกัน แต่ดูเฉินเจียวเจียวที่แต่งงานกับฮั่วตงเซิงที่เลี้ยงหมูนั่นสิ จัดการลูก ๆ ทั้งห้าคนได้สะอาดสะอ้านเรียบร้อย แต่หันกลับมาดูหล่อนสิ ทุบตีลูกตัวเองจนแทบกลายเป็เด็กโง่ไปแล้ว”
“เฮ้อ! ช่างน่าสงสารจริง ๆ!”
“ไม่ใช่แค่น่าสงสารนะ คนปกติเขาไม่ทำแบบนี้กันหรอก” เมิ่งว่านถังพูดขัดขึ้นมา ทำเอาพวกผู้หญิงที่กำลังพูดคุยอย่างคันปากต่างใ
ผู้หญิงหลายคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก จ้องเมิ่งว่านถังอย่างหวาดกลัว ราวกับว่าเธอเป็ผีร้ายอะไรสักอย่าง แล้วพากันถอยหลังไปสองก้าวตาม ๆ กัน
เมิ่งว่านถังยิ้มบาง แล้วโบกมือลา “ไว้คุยกันคราวหน้านะ”
เมื่อเมิ่งว่านถังเดินห่างออกไป ผู้หญิงเ่าั้ถึงจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าพูดถึงเื่ของตระกูลลู่อีกเลย
เธอเดินกลับบ้านด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง
บ้านถูกเ้าของร่างเดิมเผาไปแล้ว นับไปนับมา อีกสามวันลู่ชิงเหยี่ยก็คงกลับมาถึงบ้านพอดี
จริง ๆ เมิ่งว่านถังไม่อยากกลับไปเลย
แต่อยู่ไปก็เท่านั้น สิ่งที่ต้องเผชิญหน้าก็ต้องเผชิญในที่สุด
เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เมิ่งว่านถังเห็นชายหนุ่มยืนอยู่ที่ลานบ้าน เธออดกลืนน้ำลายลงคอด้วยความประหม่าไม่ได้
ชายคนนั้นสูงเกือบ 190 เิเ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว พับแขนเสื้อถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่ง กางเกงทหารขายาวสีเขียวขี่ม้า สวมรองเท้าผ้าใบสีเหลือง ท่าทางสง่าผ่าเผย ไหล่กว้าง อกผ่าย ลำตัวกำยำ แม้แต่หน้าท้องแบนราบก็ยังดูทรงพลัง
ผมสั้นเกรียนขับเน้นให้ใบหน้าของชายหนุ่มดูเคร่งขรึม คิ้วเข้มดกดำเข้ม ขนตางอนยาว จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเล็กน้อย เค้าโครงใบหน้าคมชัด ดวงตาคมกริบที่กวาดมองมาแฝงไปด้วยจิตสังหาร
เมิ่งว่านถังปะทะกับสายตาคู่นั้น ก็เกิดอาการขี้ขลาดจนอยากจะถอยหลังกลับไป
ไม่กลัว!
เธอไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องกลัวเขาด้วย
แต่ว่า...
สิ่งที่ควรอธิบายก็ต้องอธิบาย
“เอ่อ...”
เมิ่งว่านถังสบตากับดวงตาเ็าของชายคนนั้น คำพูดจุกอยู่ที่ปลายลิ้นเกือบจะพูดไม่ออก
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเผาบ้าน ฉันแค่ไม่ได้เอาฟืนใส่เข้าไปในเตาให้หมด ทำให้ฟืนที่อยู่ข้างนอกติดไฟไปด้วย มันเลยลามเผาบ้านไปด้วย”
เ้าของร่างเดิมอาจจะโง่เง่าก็จริง แต่ก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดอยากเผาบ้านตัวเอง
ลู่ชิงเหยี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังเล่นละครอะไร
“ฉันได้รับาเ็จนต้องปลดประจำการ ส่วนค่าชดเชยจากการปลดประจำการ ฉันยกให้เพื่อนทหารที่าเ็สาหัสกว่าฉันแล้ว ส่วนเื่งาน คงต้องรอประกาศจากกองกำลังติดต่อมา แต่คิดว่าน่าจะอยู่ที่ฟาร์มของพวกเรา”
ทำงานที่ฟาร์มเงินเดือนเพียงเดือนละยี่สิบหยวนเท่านั้น
เมิ่งว่านถังจะต้องอาละวาดอย่างแน่นอน
“แล้วยังไงต่อ?”
แค่นี้เองเหรอ?
เมิ่งว่านถังเงยหน้าขึ้น มองเขาด้วยความสับสน
ลู่ชิงเหยี่ยมองเธอด้วยแววตาเ็า หัวใจหนักอึ้ง “ฉันจะหย่ากับเธอ แต่ลูก ๆ ต้องอยู่กับฉัน”
[1] หมาป่าตาขาว หมายถึง คนเนรคุณและอกตัญญู หรือคนที่ไม่สำนึกบุญคุณคน