เช้าวันรุ่งขึ้น คุณลุงถังพาคุณแม่หลินกับคุณอาสะใภ้หลินไปทำเื่เปลี่ยนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่อำเภอ ส่วนหลินเฉียง หลินฉีหนิง และถังเจี้ยนกั๋วช่วยกันขนของที่มีอยู่น้อยนิดออกจากบ้านเพื่อไปพักที่บ้านของหลินฉีหนิง รอให้บ้านและโรงเลี้ยงไก่ปรับปรุงเสร็จเมื่อไหร่ หลินเฉียงถึงพาคุณแม่หลินย้ายไปอยู่ในที่ดินของตนเอง
เมื่อชายหนุ่มทั้งสามคนขนของไปเก็บไว้ที่บ้านของหลินฉีหนิงเสร็จ พวกเขาก็ตรงไปที่โรงเลี้ยงไก่ร้างนั้นทันที ตอนที่พวกเขาไปถึงก็มีชาวบ้านมายืนรออยู่แล้วถึงยี่สิบคน
ถังเจี้ยนกั๋วเห็นอย่างนั้นก็รีบอธิบาย “เสี่ยวเฉียง! เมื่อเช้าฉันไปหาคนมาช่วยงานแค่สิบคนเองนะ แต่ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ถึงมีคนมาตั้งยี่สิบคน”
“ไม่เป็ไรครับพี่ มีคนมาเยอะงานก็จะเสร็จเร็วขึ้น” เป็เพราะเ้าของร่างเดิมไม่ค่อยออกจากบ้าน หลินเฉียงจึงมองว่าชายฉกรรจ์ทั้งยี่สิบคนเป็คนแปลกหน้าไปหมด “ว่าแต่พี่ช่วยดูให้ผมหน่อยได้ไหมว่าแต่ละคนมีนิสัยยังไง ถ้าพวกเขาทำงานเก่งและขยัน ผมจะจ้างพวกเขาทั้งหมด แต่ถ้าเป็คนี้เีหรือเป็พวกลักเล็กขโมยน้อย คนประเภทนี้ผมไม่เอานะครับ ผมไม่อยากมานั่งระแวงทั้งวันว่าจะมีคนมาขโมยของ”
ถังเจี้ยนกั๋วถึงกับถอนหายใจโล่ง เขากลัวหลินเฉียงจะเข้าใจผิดว่าเขารับคนงานมาตามอำเภอใจ ทั้งที่เมื่อวานได้ตกลงกันไว้เป็ดิบดีแล้วว่าหลินเฉียงจะจ้างคนงานแค่สิบคนเท่านั้น “ฉันรับประกันว่าทั้งยี่สิบคนนี้ทำงานเก่งและพวกเขาก็ขยันทำงานกันมาก แต่ที่มาโดยไม่ได้บอกกล่าวคงไม่ได้จะมาบังคับให้นายรับพวกเขาเข้าทำงาน แต่ตอนนี้งานในอำเภอค่อนข้างหายาก งานในไร่ในนาก็ยังไม่้าคนงาน พวกเขาว่างๆ คงอยากมาลองเสี่ยงดู”
“ถ้าอย่างนั้นก็รับพวกเขาทั้งหมดนั่นล่ะครับ แล้วมีใครมีประสบการณ์หรือเคยสร้างบ้านมาก่อนหรือเปล่า ผมจะแต่งตั้งให้เขาเป็หัวหน้าในการก่อสร้างครั้งนี้”
ถังเจี้ยนกั๋วกวาดตามองไปที่ชายฉกรรจ์ทั้งยี่สิบคนแล้วส่ายหน้า “พวกเขาเป็แค่คนงานธรรมดา แต่ในหมู่บ้านของเรา คนที่มีประสบการณ์ในงานก่อสร้างจริงๆ คงจะมีแต่พ่อของฉันนั่นล่ะ”
“หน้าที่นี้ก็คงต้องรบกวนคุณลุงถังอีกแล้ว ค่าแรงหัวหน้าผมจะให้วันละสิบหยวน พอลุงถังกลับจากอำเภอ เราค่อยมาคุยกันว่าบ้านกับโรงเลี้ยงไก่เราต้องใช้วัสดุอะไรบ้างและเราต้องใช้วัสดุแต่ละชนิดจำนวนเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นวันนี้พี่ไปบอกคนงานให้ถางหญ้าแล้วก็ปรับปรุงดินให้เรียบร้อย โรงเลี้ยงไก่รื้อทิ้งให้หมด ส่วนบ้านหลังเก่าให้รื้อ้าไปจนถึงหลังคา ส่วนฐานของบ้านให้คงไว้เหมือนเดิม เพราะฐานหินของบ้านยังอยู่ในสภาพดี อีกอย่างผมอยากจะเก็บบ้านบางส่วนของคุณปู่คุณย่าไว้เป็ความทรงจำน่ะครับ”
หลินเฉียงแอบยิ้มให้กับความสามารถอย่างใหม่ของตัวเอง บทพูดนี้เขาเพิ่งแต่งออกมาสดๆ ร้อนๆ เพราะจะให้เขาบอกความจริงออกไปได้ยังไงว่าฐานของบ้านเป็จุดที่เสี่ยวเฮยใช้ข้ามประตูเวลา ถ้าเขาให้คนรื้อฐานของบ้านทิ้ง ประตูข้ามเวลาก็จะใช้ไม่ได้อีกแล้วน่ะสิ นอกจากจะทำให้เ้าเสี่ยวเฮยโกรธ บางทีอาจจะเป็ตัวเขาเองที่จะเสียโอกาสในการใช้ของวิเศษนี้ก็ได้ อย่างเช่นเื่ลูกเจี๊ยบ เขายังจะบอกให้เสี่ยวเฮยไปเอาไก่พันธุ์ดีจากยุคใหม่มาให้อยู่เลย
“ได้! วันนี้ฉันจะคุมงานให้เอง” ถังเจี้ยนกั๋วรับปาก
“ฝากด้วยนะครับพี่”
“พี่เฉียง แล้วผมล่ะ ผมก็อยากทำงานเหมือนกันนะ แล้วทำไมไม่เห็นพี่จะแบ่งงานให้ผมบ้าง” หลินฉีหนิงทำหน้าน้อยใจ “หรือพี่กลัวว่าพี่จะต้องจ่ายเงินให้ผมวันละห้าหยวน เงินแค่นี้ผมไม่เอาหรอก ผมแค่อยากช่วยงานแล้วก็ทำตัวให้เป็ประโยชน์บ้าง ที่ผ่านมานอกจากขึ้นเขาไปเก็บฟืนแล้วก็ช่วยแม่ปลูกผักเล็กๆ น้อยๆ แม่ก็จะบังคับให้ผมอ่านแต่หนังสือ จนตอนนี้คนในหมู่บ้านต่างพูดกันว่าความจริงแล้วผมก็เป็แค่คนี้เีที่ยกเื่อ่านหนังสือขึ้นมาอ้างเท่านั้น เพราะถ้าผมตั้งใจอ่านหนังสือจริงๆ ผมคงสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ั้แ่ครั้งแรกแล้ว”
“นายจะน้อยใจทำไมเนี่ย ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ให้นายมาช่วยงานสักหน่อย แต่นายเห็นไหมว่าตอนนี้มีคนมาช่วยงานเรากี่คน” หลินเฉียงชี้ไปที่คนงานที่เริ่มลงมือทำงานกันแล้ว
“ก็ประมาณยี่สิบคนไง” หลินฉีหนิงขมวดคิ้ว “ถึงพี่จะจ้างคนงานแล้วยี่สิบคน มีผมเพิ่มไปอีกคนหนึ่งงานก็จะเสร็จเร็วขึ้นไม่ใช่เหรอ คำพูดพวกนี้พี่เป็คนพูดเองนะ”
“ในเมื่อนายจำคำพูดของฉันได้ ถ้าอย่างนั้นนอกจากเื่ค่าจ้างวันละห้าหยวน เมื่อวานฉันยังพูดเื่อะไรอีก”
“พี่บอกว่าจะให้เงินค่าจ้างคนงานวันละห้าหยวนแล้วก็จะทำอาหารกลางวันให้คนงานกินแบบไม่อั้น” หลินฉีหนิงทำตาโตพร้อมกับโบกมือปฏิเสธเป็พัลวัน “พี่จะให้ผมไปทำอาหารกลางวันเหรอ ไม่เอาหรอก! ผมทำไม่เป็”
“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าจะให้นายไปทำอาหารกลางวันให้คนงานนี่ ถ้าให้นายทำ สู้ให้ฉันเป็คนทำไม่ดีกว่าเหรอ” หลินเฉียงโบกมือ “ช่างเถอะช่างเถอะ ฉันจะมัวมาเถียงกับนายอยู่ทำไมเนี่ย ไป! เราไปหาคุณป้าหลี่กับเถี่ยจู้กัน”
“พี่จะให้คุณป้าหลี่มาทำอาหารให้คนงานเหรอ”
“แน่นอนสิ คุณป้าหลี่ทำอาหารเก่งแถมอาหารที่เธอทำก็อร่อยมากด้วย ฉันมองไม่เห็นใครจะรับหน้าที่นี้ได้ดีเท่าคุณป้าหลี่อีกแล้ว เถี่ยจู้เองก็คงจะว่างงานอยู่ ให้พวกเขาสองคนแม่ลูกมาทำอาหารก็ถือเป็การช่วยหารายได้ให้พวกเขาไปในตัว”
“อีกแล้วนะ แม้แต่คุณป้าหลี่กับหลี่เถี่ยจู้ พี่ยังหางานให้พวกเขาทำได้เลย แล้วผมล่ะ จนป่านนี้ผมยังไม่รู้เลยนะว่าพี่จะให้ผมช่วยงานอะไร”
“นายก็ต้องเข้าไปในอำเภอกับฉันน่ะสิ มีคนงานแล้ว มีแม่ครัวแล้ว แต่วัตถุดิบในการทำอาหารเรายังไม่มีอะไรสักอย่าง”
“ผมจะได้เข้าไปในอำเภออีกแล้วเหรอ” หลินฉีหนิงพูดขึ้นอย่างดีใจ “ถ้าอย่างนั้นค่าจ้างวันนี้ผมขอเป็ไอติมหวานๆ สักแท่งนะ คราวที่แล้วผมเห็นเด็กในเมืองกิน ท่าทางน่าจะอร่อยมาก”
“ไหนนายบอกว่านายจะไม่รับค่าจ้างยังไงล่ะ นี่ลืมคำของตัวเองไปแล้วเหรอ”
“โธ่...แค่ไอติมแท่งเดียวเอง พี่อย่างกไปหน่อยเลยน่า” หลินฉีหนิงเปลี่ยนเื่ “ไหนพี่บอกว่ารีบไง ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปหาคุณป้าหลี่กับเถี่ยจู้กันเถอะ”
“แม่ วันนี้ผมว่าจะเข้าไปหางานในอำเภอดูสักหน่อยนะครับ เผื่อจะมีงานอะไรให้ทำบ้าง เย็นนี้แม่ไม่ต้องรอผมกลับมากินข้าวนะ” หลี่เถี่ยจู้พูดพร้อมสะพายกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวจะเดินออกจากบ้าน
“ฉันได้ยินหลายคนเขาพูดกันว่างานในอำเภอหายาก แกเข้าไปคราวนี้จะไม่เสียเที่ยวเปล่าๆ เหรอ”
“ถึงจะเสียเที่ยวแต่ก็ยังดีกว่านั่งๆ นอนๆ อยู่ที่บ้านโดยไม่มีอะไรทำไม่ใช่เหรอครับ”
“วันนี้ฉันเห็นเจี้ยนกั๋วมาหาคนงาน เห็นบอกว่าเสี่ยวเฉียงอยากจ้างคนงานไปสร้างบ้านแล้วก็สร้างโรงเลี้ยงไก่ขึ้นมาใหม่ ทำไมแกไม่ไปของานเขาทำบ้างล่ะ เผื่อว่าเขาจะมีงานให้แก่ทำ ไม่ใช่ว่าเสี่ยวเฉียงกับแกสนิทกันมากเหรอ”
“ถ้าผมไปของานพี่เฉียงทำ พี่เฉียงก็ต้องรับผมเข้าทำงานอยู่แล้วสิครับ แต่ผมไม่อยากทำอย่างนั้น ตอนนี้ข่าวลือที่ว่าพี่เฉียงเก็บโสมป่ามาขายได้เงินเป็หมื่นหยวนแพร่ไปทั่วหมู่บ้านแล้ว ถ้าผมยังไปเซ้าซี้ คนอื่นคงเข้าใจผิดคิดว่าผมเข้าหาพี่เฉียงเพราะเื่เงินน่ะสิ แม่ครับ ถึงเราจะจน แต่ผมก็ไม่อยากให้คนมองว่าเราเป็คนเห็นแก่เงินหรอกนะครับ อีกอย่างบุญคุณที่พี่เฉียงเคยช่วยชีวิต ผมยังทดแทนไม่หมดเลย แล้วผมยังจะกล้าไปรบกวนให้เขาช่วยเื่งานอีกเหรอครับ”
“ในเมื่อนายไม่ยอมไปหา ฉันก็จะมาหานายเอง” หลินเฉียงเดินเข้าบ้านมาอย่างถือวิสาสะ “ขอโทษนะครับคุณป้าหลี่ที่ผมเดินเข้ามาโดยไม่ขออนุญาต พอดีผมได้ยินที่คุณป้ากับเถี่ยจู้พูดกันเมื่อกี้ก็เลยถือวิสาสะเดินเข้ามา ยังไงเื่ที่พวกคุณพูดกันอยู่ก็เกี่ยวกับผม”
“หลี่เถี่ยจู้ เสียดายที่ฉันกับพี่ชายมองเห็นนายเป็พี่น้อง แต่ฟังจากคำพูดของนายเมื่อกี้แล้วมันทำให้เราสองคนรู้สึกแย่มากจริงๆ นายกลัวคนอื่นจะมองว่านายเห็นแก่เงิน แล้วนายเคยคิดบ้างไหมว่าที่เราคอยช่วยเหลือนายอยู่นี่ก็เพราะความหวังดี และยังเป็ความจริงใจที่สุดที่เรามีให้นาย” หลินฉีหนิงพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“พี่เฉียง ฉีหนิง! ฉันไม่ได้บอกว่าพวกพี่ไม่ดี ฉัน...ฉันแค่ไม่อยากให้คนอื่นมาดูถูกฉันกับแม่” หลี่เถี่ยจูรีบอธิบาย
“เสี่ยวเฉียง มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกนะ ป้ารู้ว่าที่เธอดีกับเราสองคนแม่ลูกเพราะเธอจริงใจและไม่ได้หวังผลประโยชน์จากเรา แต่สิ่งที่เถี่ยจู้คิดก็ไม่ใช่จะเป็ไปไม่ได้ เธอก็รู้ว่าครอบครัวของป้ายากจน ไม่มีใครในหมู่บ้านอยากคบค้ากับเรานักหรอก เหตุผลก็คงเพราะพวกเขาคงกลัวว่าเราจะไปรบกวนเื่เงิน ป้ากับเถี่ยจู้ฟังคำพูดไม่ดีพวกนี้มามากพอแล้ว ตัวป้าน่ะยังพอทนได้ แต่เถี่ยจู้คงไม่อยากอดทนอีกแล้ว เขาก็เลยเลือกที่จะไม่ไปขอความช่วยเหลือจากเธอ” คุณป้าหลี่อธิบายช่วยลูกชายอีกแรง
“ผมเข้าใจครับ แต่ผมก็อยากจะให้คุณป้ากับเถี่ยจู้รู้ไว้ว่าผมไม่เคยสนใจคำพูดของชาวบ้านเลยสักนิด ต่อให้คนอื่นเขาจะบอกว่าพวกคุณไม่ดียังไง แต่ตัวผมรู้ดีที่สุดว่าพวกคุณเป็คนดี เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วไม่ใช่เหรอครับ” หลินเฉียงหันไปยิ้มให้หลี่เถี่ยจู้ เขายังจำคำพูดของเ้ารองร่างเดิมที่เคยพูดกับหลี่เถี่ยจูได้ “เมื่อก่อนฉันเคยบอกนายว่ายังไง ถ้าฉันร่ำรวยหรือมีเงินทอง ฉันก็จะพานายไปร่ำรวยด้วยกัน ตอนนี้ฉันมีเงินขึ้นมาบ้างแล้ว ฉันก็จะทำตามที่พูด อยู่ที่ว่านายพร้อมที่จะสู้ไปกับฉันหรือเปล่า นายกลัวความลำบากไหมล่ะ”
“พี่เฉียง...” หลี่เถี่ยจูน้ำตาคลอเพราะไม่คิดว่าหลินเฉียงจะจำคำพูดพวกนั้นได้ “ผมไม่กลัวความลำบาก ขอแค่พี่บอกมา ผมก็พร้อมที่จะสู้ไปกับพี่”
“ดีมาก” หลินเฉียงตบไหล่หลี่เถี่ยจู้แรงๆ ไปสองที “ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มั้แ่วันนี้ ตอนนี้คนงานในการสร้างบ้านแล้วก็สร้างโรงเลี้ยงไก่มีพอแล้ว แต่ฉันยังขาดคนทำอาหารและคนช่วยงานในครัว ฉันตั้งใจจะให้คุณป้าหลี่ไปเป็แม่ครัว ส่วนนายก็ไปเป็ลูกมือให้คุณป้าหลี่ หน้าที่พวกนี้ให้นายกับคุณป้าหลี่แบ่งงานกันเอง ฉันจะให้ค่าจ้างนายกับคุณป้าหลี่คนละห้าหยวนต่อวัน เป็ค่าแรงเท่ากับคนงานคนอื่น รับรองว่าจะไม่มีใครนินทานายกับคุณป้าหลี่แน่”
“เสี่ยวเฉียง! เธอจะจ้างเราสองคนไปทำงานจริงเหรอ” คุณป้าหลี่พูดขึ้นอย่างดีใจ
“จริงสิครับ ที่ผมมาหาคุณป้ากับเถี่ยจู้ก็เพื่อจะพูดเื่นี้ ถ้าพวกคุณตกลงที่จะไปทำงานกับผม ตอนนี้พวกคุณก็ไปเตรียมสถานที่ไว้รอได้เลยครับ ผมกับฉีหนิงจะเข้าไปซื้อวัตถุดิบแล้วก็พวกเครื่องปรุงกลับมาเอง” หลินเฉียงหันไปบอกหลี่เถี่ยจู้ “หม้อกับกระทะฉันก็จะเตรียมมาด้วย แต่เื่ฟืนคงต้องรบกวนนายแล้ว และค่าเก็บฟืนฉันจะคิดเงินแยกจากค่าแรงของนาย”
“ไม่ต้องหรอกครับ คิดรวมไปกับค่าแรงของผมเลยก็ได้”
“เื่นั้นเดี๋ยวฉันจัดการเอง แต่ตอนนี้ฉันกับฉีหนิงต้องไปซื้อของแล้ว นายกับคุณป้าหลี่ก็ไปจัดเตรียมสถานที่ไว้รอก็แล้วกัน”