ตอนที่20 ล้มแชมป์
“ถึงเวลาทำข้อสอบประจำเดือนแล้วขอให้นักเรียนทุกคนตั้งใจทำข้อสอบให้ดี พวกเธอเหลือเวลาสอบเกาเข่าอีกไม่กี่เดือนเห็นตัวเลขเหนือกระดานไหม?มีจำนวนวันนับถอยหลังลงทุกที อย่าประมาทข้อสอบประจำเดือนเชียวนะพวกครูทุกคนช่วยกันนำข้อสอบเกาเข่ามาให้นักเรียนได้ฝึกกันด้วย.....เริ่มทำได้!”
ครูหลิวไม่พูดมากความเพราะการทำข้อสอบประจำเดือนเป็งานประจำที่ต้องทำทุกเดือนอยู่แล้วฉะนั้นเขาเพียงแต่พูดกระตุ้นให้นักเรียนตั้งใจทำเพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า
เมื่อหูเฉาเหว่ยแจกข้อสอบให้เพื่อนนักเรียนครบทุกคนแล้วแต่ละคนต่างมีเอกสารอยู่บนโต๊ะหกชุดซึ่งทุกคนต้องเร่งมือทำให้เสร็จทันภายในกำหนดเวลาฉะนั้นจึงไม่มีเสียงพูดคุยหรือสอบถามระหว่างนักเรียนด้วยกันอีก
อย่างไรก็ตามวันนี้เป็วันที่โรงเรียนเงียบสงบมากที่สุดเหตุเพราะทุกห้องต่างมีนักเรียนก้มหน้าทำข้อสอบประจำเดือนในทุกห้องและทุกระดับชั้น
จนกระทั่งถึงเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาจึงเริ่มมีเสียงโวยวายสลับกับเสียงแสดงความโล่งอกจากนักเรียนทั้งโรงเรียนโดยเฉพาะห้องห้าชั้นปีสามซึ่งต่างคาดหวังในผลการสอบที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้ว่า
“แย่แล้ว! ฉันทำข้อสอบไม่ทันเลยเหลืออีกตั้งหลายข้อแน่ะ”
“ไชโย! ฉันทำข้อสอบได้มากกว่าเดือนที่แล้วอีกเมื่อถึงเวลาสอบเดือนหน้า ฉันคงได้คะแนนเพิ่มขึ้น”
“เสียดายชะมัดเหลือข้อสอบอีกไม่กี่ข้อเอง เวลาดันหมดเสียก่อน”
“เยี่ยมไปเลย! ฉันมั่นใจว่าทำได้ถูกทุกข้อแบบนี้ก็มีสิทธิ์สอบเข้ามหาลัยดังแล้วสิ”
“อยากฟังผลสอบแล้วไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ผลจะออกมาเป็ยังไง?”
เสิ่นลี่อิงส่งข้อสอบให้กับครูหลิวที่นั่งรอรับอยู่โต๊ะทำงานของครูในห้องเขาสอบถามเธออย่างคาดหวังว่า
“นักเรียนเสิ่นทำข้อสอบทันทุกข้อไหม?”
เสิ่นลี่อิงยิ้มน้อยๆ ก่อนตอบครูหลิวอย่างผ่อนคลายว่า “ทันค่ะ คะแนนเดือนนี้ของหนูน่าจะดีขึ้น”
เธอไม่กล้าคุยโม้ให้ครูรำคาญใจจึงเลือกที่จะบอกกล่าวอ้อมๆ แทน โดยเธอมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าโน้ตย่อจากหยางจุ้นมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือการสอบประจำเดือนได้มากมายนักซึ่งเธอคิดที่จะกลับไปอ่านโน้ตย่อวิชาที่เหลือให้จบสิ้นเร็วที่สุด
อีกอย่างเธอพบว่าความรู้ความเข้าใจในหกวิชาหลักที่ต้องใช้ในการสอบเกาเข่านั้นเธอสามารถเรียนรู้และจดจำพวกมันได้ทั้งหมด จึงมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าคะแนนสอบคราวนี้อาจได้สูงมากเป็ประวัติการณ์สำหรับตัวเอง
ครูหลิวพยักหน้ารับรู้เขาคาดหวังว่าคะแนนของเสิ่นลี่อิงคงสูงมากพอที่จะทำให้เขาเชิดหน้าได้อย่างภาคภูมิใจกับครูประจำชั้นห้องอื่นบ้าง
อย่างไรก็ตามครูหลิวและครูคนอื่นจะต้องใเมื่อได้ตรวจข้อสอบของเสิ่นลี่อิงในภาคบ่ายซึ่งทำให้ห้องพักครูเกิดความโกลาหลอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
ครูหลิวและครูอีกหลายคนที่สอนชั้นมัธยมปลายปีสามต่างเลือกตรวจข้อสอบของห้องหนึ่งทั้งห้องอย่างรวดเร็วแล้วตามด้วยห้องสอง จากนั้นข้ามเป็ห้องห้าด้วยความอยากรู้
ทั้งนี้ครูประจำชั้นห้องหนึ่งกล่าวชื่นชมนักเรียนห้องตนเองอย่างภาคภูมิใจเป็การเกทับครูคนอื่นอย่างเปิดเผยว่า
“นักเรียนชายหญิงของผมยังคงรักษาระดับได้ดีทีเดียว วิชาชีววิทยาได้คะแนนเต็ม แต่วิชาอื่นก็เกือบเต็มในชั้นปีสามคงไม่มีใครล้มแชมป์อย่างจินฮุ่ยหมิน กับโจวลี่จินได้อีกแล้ว”
ครูหลิวอดรนทนไม่ไหวที่ต้องทนฟังครูห้องหนึ่งเอ่ยประโยคเดิมซ้ำซากเขาจึงโพล่งขึ้นมาด้วยความเหลืออดว่า
“มันก็ไม่แน่หรอกครูเหมียวต้องตรวจข้อสอบให้ครบทุกห้องก่อน”
“เอ๋! ครูหลิวยังคิดว่านักเรียนห้องห้าจะล้มแชมป์ได้อยู่หรือ? อย่าหวังในสิ่งที่เป็ไปไม่ได้เลยน่า”
ครูเหมียวและครูประจำชั้นห้องสองกับห้องสามหัวเราะเบาๆ อย่างขบขันครูหลิว
พลันมีเสียงร้องขึ้นมาอย่างไม่เชื่อสายตาจากครูต้าซิ่วที่ยืนดูการตรวจข้อสอบวิชาฟิสิกส์จากเพื่อนครูว่า
“ฮ้า!นักเรียนเสิ่นลี่อิงได้คะแนนเต็มหรือเนี่ย?!”
เสียงร้องของครูต้าซิ่วทำให้ครูประจำชั้นมัธยมปลายปีสามต่างพากันปราดเข้ามามุงดูชุดข้อสอบที่ครูต้ากำลังจ้องมองด้วยความสงสัยใคร่รู้
ครูสอนฟิสิกส์ชั้นปีอื่นหยิบชุดข้อสอบของเสิ่นลี่อิงมาตรวจดูคร่าวๆ เขาพูดออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาว่า
“โอ้! ไม่น่าเชื่อ!ข้อหนึ่งถูกต้อง ข้อสองก็ถูก ข้อสามถูกอีก ข้อสี่ก็ถูกข้อห้าถูกอีกแล้ว.....ข้อห้าสิบถูกต้อง”
ครูหลิวเฟยฟาตาเป็ประกายอย่างยินดีที่คะแนนข้อสอบวิชาฟิสิกส์ของเสิ่นลี่อิงได้คะแนนเต็มเขาคุยโม้ขึ้นมาอย่างมีความสุขว่า
“นี่ขนาดวิชาเดียวยังขนาดนี้หากตรวจข้อสอบครบทั้งหกวิชาจะเป็ยังไง?”
อันที่จริงเขาไม่อยากคุยเกทับเพื่อนครูสักนิดหากว่าครูห้องหนึ่งไม่พูดข่มครูคนอื่นหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เขาทนไม่
ไหวโดยเขาคิดว่าไม่จำเป็ต้องเกรงใจเพื่อนครูอีกในเมื่อห้องห้าของตนก็มีนักเรียนเก่งเหมือนกัน
ต่อมาครูหลายคนให้ความสนใจคะแนนสอบของเสิ่นลี่อิงมากขึ้นโดยมีครูประจำชั้นห้องอื่นและครูสอนวิชาหลักทั้งหกวิชากำลังรอลุ้นผลการตรวจข้อสอบของเสิ่นลี่อิงอย่างใจจดจ่อ
ทั้งนี้การตรวจข้อสอบของนักเรียนจะส่งไปให้ครูประจำวิชานั้นในชั้นปีอื่นเป็คนตรวจเพื่อความโปร่งใส
หลังจากนั้นไม่นานมีเสียงแสดงความแปลกใจจากครูในห้องพักครูของชั้นมัธยมปลายดังขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันว่า
“ว้าว! นักเรียนเสิ่นลี่อิงได้คะแนนเต็มวิชาชีววิทยานี่เป็คนที่สองของชั้นปีสาม ที่ได้คะแนนเต็มใช่ไหม?”
ไม่มีเสียงครูคนใดตอบคำถามนั้นเพราะมีเสียงร้องด้วยความประหลาดใจจากครูสอนวิชาเคมีที่ตรวจข้อสอบของเสิ่นลี่อิงดัง
ขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาเช่นกันว่า
“ฮ้า! นักเรียนเสิ่นลี่อิงได้คะแนนเต็มวิชาเคมีนี่เป็คนแรกที่แก้โจทย์วิชาเคมีได้ทันเวลา แล้วยังได้คะแนนเต็มอีกด้วย
ยอดเยี่ยมจริงๆ”
ครูหลิวเฟยฟาตาโตเป็ประกายมากกว่าเดิมเขาตัวสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นยินดีเพราะเหลือบไปมองเห็นท่าทางยินดีของ
ครูซ่งจวนที่ะโบอกเพื่อนครูคนอื่นแทนครูที่กำลังตรวจข้อสอบของเสิ่นลี่อิงว่า
“ก็อด! เสิ่นลี่อิงทำให้ฉันเซอร์ไพรซ์อีกแล้วเธอได้คะแนนเต็มวิชาภาษาอังกฤษ ยอดเยี่ยมที่สุดมายสติวเดนต์”
จากนั้นเป็วิชาภาษาจีนที่ครูหญิงวัยกลางคนตรวจข้อสอบแล้วส่งเสียงบอกคะแนนของเสิ่นลี่อิงดังขึ้นว่า
“นักเรียนเสิ่นลี่อิงจากห้องห้าได้คะแนนเต็มวิชาภาษาจีน เก่งจริง ๆ ฉันว่าครูถังออกโจทย์ยากแล้วนะ”
ต่อมาเป็เสียงแจ้งคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งเป็วิชาสุดท้ายที่ครูทั้งหลายในห้องกำลังรอลุ้นอย่างตั้งใจว่า
“โอ้โฮ!นี่เป็นักเรียนคนแรกของโรงเรียนหรือเปล่า?เธอได้คะแนนเต็มวิชาคณิตศาสตร์ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้”
พลันเกิดความโกลาหลขึ้นในห้องพักครูทันทีเหตุเพราะไม่เคยมีนักเรียนของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองต้าเสิ้งเคยทำข้อสอบประจำเดือนแล้วได้คะแนนเต็มสามร้อยคะแนนมาก่อน
คะแนนสูงสุดที่นักเรียนเคยทำได้คือสองร้อยเก้าสิบคะแนน ส่วนนักเรียนเก่งของห้องหนึ่งที่ชื่อจินฮุ่ยหมินได้คะแนนรวมทั้งหมด สองร้อยแปดสิบห้าคะแนน
ในขณะที่นักเรียนหญิงเก่งจากห้องหนึ่งได้คะแนนรวมทั้งหมดเพียงสองร้อยแปดสิบสองคะแนนเท่านั้น
ครูหลิวเฟยฟายิ้มกว้างอย่างมีความสุขเขาไม่คาดคิดว่านักเรียนเสิ่นลี่อิงจะสร้างความประหลาดใจได้มากเช่นนี้
ครูหลายคนต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับครูหลิวเฟยฟาที่มีนักเรียนล้มแชมป์เก่าจากห้องหนึ่งได้แม้แต่ครูเหมียวปินซึ่งเป็ครูประจำชั้นห้องหนึ่งยังต้องเข้ามาแสดงความยินดีด้วยอย่างมีมารยาทว่า
“นักเรียนของครูหลิวเก่งจริงๆ แต่ถึงยังไงก็เหลือสอบเดือนหน้าอีก ขอให้รักษามาตรฐานคะแนนเต็มให้ได้เสียก่อนผมจะบอกนักเรียนในห้องให้ขยันเพิ่มขึ้น คราวหน้าใครจะเป็แชมป์ต้องพิสูจน์กันอีกที”
ครูหลิวพยักหน้าพลางกล่าวขอบคุณพร้อมกับยิ้มรับคำท้าทายจากครูเหมียวอย่างยินดีว่า
“ขอบคุณมากครับพวกเราต้องรอดูเดือนหน้าอีกที แต่ถ้านักเรียนเสิ่นยังรักษามาตรฐานได้เหมือนเดิมพวกเราควรภาคภูมิใจนะครับ บางทีปีนี้อาจมีนักเรียนสอบเข้ามหาลัยชิงหวาได้นั่นหมายถึงชื่อเสียงของโรงเรียนเรา”
ครูหลิวเอ่ยถึงภาพรวมของการที่มีคะแนนสอบของนักเรียนเพิ่มขึ้นซึ่งการที่เสิ่นลี่อิงมีคะแนนเต็มทุกวิชานั้น อาจกลายเป็ความหวังของโรงเรียนที่จะมีนักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังระดับประเทศได้
ครูทุกคนต่างพยักหน้าเข้าใจในความหมายที่ครูหลิวสื่อสารออกมาซึ่งครูทั้งหลายต่าง้ามีชื่อเสียงร่วมกัน
อย่างไรก็ตามครูหลิววางแผนที่จะเข้าพบผู้อำนวยการเพื่อให้มีชื่อของเสิ่นลี่อิงเข้าร่วมสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนไปแข่งขันทักษะวิทยาศาสตร์ทว่าอีกใจหนึ่งเขาอยากให้เสิ่นลี่อิงมุ่งเน้นไปทางด้านคณิตศาสตร์มากกว่า
“เอาไงดีหว่า?! จะให้นักเรียนเสิ่นไปแข่งขันคณิตศาสตร์หรือว่าจะให้เข้าร่วมวิทยาศาสตร์ดี? วันสอบแข่งขันดันเป็ห้วงเดียวกันเสียนี่”
ครูหลิวนั่งพึมพำขณะกรอกคะแนนผลสอบของห้องอื่นส่งให้กับฝ่ายวิชาการทางเว็บไซต์ของโรงเรียนเพื่อให้ฝ่ายวิชาการนำผลคะแนนไปโพสต์แจ้งที่บอร์ดประชาสัมพันธ์และทางเว็บไซต์ต่อไป
เขารู้สึกหนักใจในแผนการแข่งขันของเสิ่นลี่อิงจึงตั้งใจที่จะไปสื่อสารกับผู้อำนวยการโรงเรียนให้เสนอชื่อของเธอเข้าไปมีส่วนร่วมในการแข่งขันวิชาใดวิชาหนึ่ง
พลันมีเสียงเอ่ยขึ้นจากครูต้าซิ่วที่นั่งโต๊ะติดกันกับเขาอย่างไม่กังวลใจว่า
“ไม่เห็นจะน่าหนักใจตรงไหนเลยถึงจะเป็การสอบแข่งขันวันเดียวกัน แต่ก็เป็คนละเวลา ครูหลิวดูให้ดีสิ”
ครูหลิวขมวดคิ้วอย่างไม่แน่ใจเขาหันหน้ามองเพื่อนข้างโต๊ะเพื่อความแน่ใจก่อนที่จะเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบวันเวลาเข้าร่วมแข่งขันทักษะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
เมื่อตรวจสอบตารางการแข่งขันอย่างละเอียดแล้วเขาตบหน้าผากเป็การลงโทษตัวเองที่พลั้งเผลอจนเกือบพลาดไปว่า
“จริงด้วย! ฉันนี่แก่จนหลงลืมแล้วหรือ?เกือบไปแล้วไหมละ...เห็นทีต้องเรียกนักเรียนเสิ่นมาสอบถามก่อน”
.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.*.
ไรต์จะเริ่มติดเหรียญบางตอนั้แ่ตอนที่ 23 เป็ต้นไป และจะอัปวันละสามตอน
ขอบคุณรี้ดที่น่ารักทุกคนซึ่งได้ให้กำลังใจและการสนับสนุนไรต์คนนี้จ้า