ตอนที่ 2 ยอดเขาซู่ิ (2)
กลับมาพูดถึงทางนี้บ้างไม่นานหลินเฉินก็พาฉือม่อกลับมายังยอดเขาซู่ิ ที่นี่คนน้อยหากจะพูดให้ถูกต้องก็คือ ก่อนที่ฉือม่อจะมาถึงหลินเฉินพักอาศัยอยู่ที่นี่คนเดียวมาตลอด ในนิยายกล่าวว่าหลินเฉินไม่ค่อยพูดจาเย่อหยิ่งจองหองมาั้แ่กำเนิด ไม่ผูกมิตรและมีปฏิสัมพันธ์กับใครนอกจากประมุขในสำนักไม่กี่คนแล้ว ก็แทบไม่มีใครสามารถพูดคุยกับเขาได้เลย
ฉือม่อทอดมองทัศนียภาพแปลกตาตรงหน้าสถานที่อันไม่คุ้นเคยเช่นนี้ อยู่ๆ ก็ทำให้เขายากจะบอกเล่าออกมาเป็คำพูดวันหลังที่นี่ก็จะกลายเป็ที่พักอาศัยของเขาสินะ
‘สวยมากเลย’ เขาเอ่ยขึ้นในใจ
เทือกเขากว้างไกลเขียวชอุ่ม ทะเลสาบงดงามสุดลูกหูลูกตาไอหมอกปกคลุมเป็ชั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเ้าของเดิมมีรสนิยมที่ดีมากเขาเดินอุ้มฉือม่อเข้าไปในห้องเล็กๆ
จากนั้นก็วางฉือม่อลงอย่างระมัดระวังไม่รู้ว่าไปโดนส่วนไหนบนร่างกายของอีกฝ่าย ถึงได้ทำให้ฉือม่อใจนหวาดกลัวใบหน้าจิ้มลิ้มยับยู่ราวกับซาลาเปา
พอได้ยินฉือม่อแค่นเสียงขึ้น หลินเฉินก็หยุดการเคลื่อนไหวลงแต่เขาก็ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยคาแรกเตอร์เขาจึงไม่สามารถแสดงท่าทางเป็มิตรหรือห่วงใยอะไรฉือม่อมากได้แต่เื่พวกนี้ก็ยังเป็สิ่งที่เขาทำได้อยู่
เขาวางขวดยารักษาแผลลงบนโต๊ะ พลางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“นี่เป็ยา เ้าทารักษาแผลบนร่างกายตัวเองเสีย”
ฉือม่อจ้องยาขวดนั้นอยู่นานเตียงใต้ร่างของเขาให้ััที่อ่อนนุ่มผิดปกติ เขานั่งอยู่บนนั้นอึ้งค้างไปชั่วขณะนี่มันต่างจากกองหญ้าฟางและพื้นเย็นเฉียบที่เขาเคยนอนในอดีตลิบลับเลยและเมื่อคิดถึงเื่นี้ เขาก็เบนสายตาไปบนร่างคนตรงหน้าอีกครั้ง
เขารู้ว่าตัวเองเป็คนเช่นไร และก็เพราะรู้ถึงได้ไม่กล้าจินตนาการว่าเหตุใดคนที่งดงามดุจเทพ์เช่นนี้ถึงได้รับเขาเป็ลูกศิษย์
หลินเฉินเห็นลูกศิษย์ตัวน้อยจ้องตัวเองเขม็งเลยเลิกคิ้วขึ้น “อยากให้ข้าช่วยเ้าหรือ”
ฉือม่อได้ยินเข้าก็รีบส่ายหน้า ก่อนเอ่ยเสียงเบา“ไม่...ไม่ใช่ ข้าทำเองได้ขอรับ”
พอจัดแจงเื่ฉือม่อเสร็จเขาก็กลับไปยังที่พักของตัวเองตามความทรงจำในหัว ฉือม่อมองจนคนผู้นั้นหายลับไปก่อนค่อยๆ กำหมัดแน่นขึ้น
เมื่อเห็นว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่แล้ว หลินเฉินถึงค่อยเรียกระบบขึ้นมา‘เ้าระบบฉันปฏิบัติภารกิจครั้งนี้เป็ยังไงบ้าง’
[ติ๊ดๆ! ความคืบหน้าของภารกิจลุล่วงไปได้3% ขอให้นายท่านพยายามต่อไปนะขอรับ!]
เพิ่ง 3% เองเรอะงั้นกว่าเขาจะทำครบ 100% จะอีกนานเท่าไรล่ะเนี่ยเขาคงไม่ได้ม่องเท่งไปซะก่อนที่จะทำภารกิจเสร็จสิ้นหรอกใช่ไหม
หลินเฉิน ‘งั้นภารกิจต่อไปคืออะไร’
[ติ๊ดๆ! เบื้องต้นระบบยังตรวจสอบไม่พบภารกิจอื่นขอรับ]
‘งั้นก็ได้’ หลินเฉินหมดอาลัยตายอยาก แม้เขาจะไม่มีญาติมิตรบนโลกใบนั้นใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดก็ตาม แต่อย่างไรเขาก็ยังคิดถึงโลกนั้นอยู่ คิดถึงสถานที่ที่เขาอยู่มาั้แ่เล็กจนโต
เขากลับมานั่งทำสมาธิบนเตียงเพื่อที่จะไม่ตกม้าตายเหมือนวันนี้ เขาจึงตัดสินใจตั้งใจศึกษาคาถาให้ดีและภายใต้การช่วยเหลือของระบบก็ทำให้หลินเฉินเข้าใจถึงหลักการควบคุมร่างกายนี้ได้ในขั้นเบื้องต้นแบบนี้ก็รับประกันว่าเขามีความสามารถพอที่จะแสร้งวางมาดได้สักหน่อย
สรรพสิ่งในใต้หล้าราวกับหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหน หลินเฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น ด้านนอกดำมืดไปทั้งแถบจันทร์ไม่เต็มดวงตะกายขึ้นสู่จุดสูงรายล้อมด้วยดวงดาวที่ประดับอยู่บนฟากฟ้าประปราย
ใครบางคนที่เป็ห่วงลูกศิษย์ลังเลอยู่นานสุดท้ายก็ตัดสินใจไปดูเขาสักหน่อยก่อนจะเข้าไปหายังจงใจหยิบเสื้อคลุมตัวยาวมาสวมเป็พิเศษอีกด้วยค่ำคืนอันหนาวเหน็บเย็นเยียบ หากหนาวจนป่วยไข้ไปจะไม่คุ้มกัน
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด เงียบจนได้ยินเสียงตึกตักฝีเท้าเขาเหยียบย่ำไปบนบันไดหิน ฉือม่อพักอยู่ไม่ไกลนักเดินไปได้ไม่นานเท่าไรก็เห็นแสงไฟสีเหลืองนวลส่องลอดออกมาจากห้องเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลตรงนั้น
หลินเฉินงอนิ้วเคาะประตูเบาๆ ต่อมาประตูก็เปิดออกใบหน้าน้อยๆ ของฉือม่อค่อยๆ ชะโงกออกมา เมื่อเห็นว่าเป็หลินเฉินก็ดูเหมือนแววตาเขาจะส่องประกายระยิบระยับขึ้นมา
“อาจารย์...” เขาเอ่ยเรียกเสียงแ่
ตามหลักแล้วนี่เป็ครั้งแรกที่ฉือม่อเอ่ยเรียกเขาว่าอาจารย์ หลินเฉินแอบรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย
เขาขานรับคำหนึ่งด้วยสีหน้าสงบนิ่งเฉยเมย ทว่าในใจกลับลิงโลดอารมณ์ดีเป็อย่างยิ่ง
ฉือม่อแง้มประตูเล็กน้อยเหมือนว่ากำลังชั่งน้ำหนักตัดสินใจบางอย่างอยู่ เขาชะงักไปครู่หนึ่งถึงค่อยรู้สึกตัวว่าการปล่อยให้อาจารย์ยืนอยู่ด้านนอกแบบนี้ออกจะเป็เื่ที่เสียมารยาทแต่พอยิ่งคิดไปถึงตอนท้าย ใบหน้าเขาก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
หลังจากเข้าไปด้านในแล้วหลินเฉินถึงค่อยเห็นใบหน้าและท่วงท่าที่แท้จริงของฉือม่ออย่างชัดเจนเมื่อชะล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้าออก ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วอีกฝ่ายก็ดูแตกต่างกับคนก่อนหน้าราวคนละคน
ฉือม่อผู้เป็พระเอกย่อมมีรูปร่างหน้าตาดีเลิศอยู่แล้วนักเขียนนั้นใช้ถ้อยคำมากมายมาพรรณนาถึงความหล่อเหลาของเขา
เช่นว่า...พอเห็นมือเรียวยาวขาวนวลค่อยๆยื่นออกมาจากผ้าโปร่งผืนหรูหรางดงาม ในขณะที่ผู้คนยังไม่ทันรู้สึกตัวใบหน้าเย้ายวนยิ่งกว่าปีศาจของฉือม่อก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา ฉือม่อมุมปากกระตุกเล็กน้อยชั่วขณะนั้นทุกคนต่างลมหายใจหยุดชะงักลุ่มหลงมัวเมาไปกับใบหน้าสะสวยของตัวเอกจนหลงลืมไปว่าตนเองตามอีกฝ่ายไปถึงไหนสุดท้ายคนพวกนั้นก็หมดสติมอดม้วยเพราะความหล่อเหลาอันล้นเหลือของฉือม่อนักเขียนบรรยายในลักษณะนี้อย่างไม่บันยะบันยัง ไร้ซึ่งหลักการใดๆ เขียนเชิดชูความงามของตัวเอกอย่างยิ่งใหญ่ตื่นตะลึงจนน่าประทับใจและซาบซึ้ง กระทั่งผีสางเทพเซียนยังร่ำไห้
“อาจารย์ ร่วมกินข้าวด้วยกันหรือไม่ขอรับ” ยิ่งพูดใกล้จบน้ำเสียงของเขาก็ยิ่งเบาลง ขณะที่น้อมศีรษะลงต่ำอย่างไม่รู้ตัวราวกับกำลังพูดเื่อันน่าเขินอายอยู่
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8