"ท่านเคยสงสัยมั้ยว่า โลกใบนี้เริ่มต้นขึ้นมาได้อย่างไร? "
เมื่อนานมาแล้วมีเทพผู้ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง ชื่อ เดสโมเตอุส ได้ให้ลูกสาวของเขาทั้งสองคน คือ เทพธิดาอัลเทียร์และเทพธิดาเวสติเนล สร้างโลกขึ้นมา ซึ่งโลกของเทพธิดาอัลเทียร์นั้นมีสิ่งมีชีวิตที่น่ารักมากมาย ทั้งเผ่ามนุษย์ เอลฟ์ ดวอฟ์ และอีกหลายเผ่าพันธ์ ต่างอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ในขณะที่โลกของเทพธิดาเวสติเนลนั้น เต็มไปด้วยปีศาจร้าย และสัตว์อสูรต่างๆที่น่าเกลียด น่ากลัว เป็โลกที่เสื่อมทราม เลวร้ายอย่างถึงที่สุด
เทพธิดาอัลเทียร์ได้รับคำชื่นชมจากพ่อของเธอมาก จึงทำให้เทพธิดาเวสติเนลอิจฉาและวางยาพิษเพื่อทำร้ายเธอ นอกจากนี้ยังแซงแทรกโลกของเทพธิดาอัลเทียร์โดยหลอมรวมโลกของทั้งสองเข้าด้วยกัน สิ่งที่ไหลมาจากโลกของเทพธิดาเวสติเนลไม่ได้มีแค่เพียงปีศาจร้าย แต่ยังมีความเกลียดชัง ความโกรธ ความโลภ ความหลง คำสาป และโรคภัยต่างๆ รวมความสิ้นหวัง ล้วนแพร่กระจายแทรกซึมไปทั่วดินแดนที่เทพธิดาอัลเทียร์สร้างขึ้น
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เทพธิดาอัลเทียร์ได้ทำก่อนที่นางจะสิ้นใจคือ การสร้างความหวังอย่างหนึ่งให้แก่สิ่งมีชีวิตในโลกของเธอ ซึ่งความหวังนั้นคือสิ่งที่เรียกว่า “เวทย์มนต์ ” นี่คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง
“เื่ราวเป็ยังต่อหรอคะ..ท่านแม่” เด็กสาวอายุ5 ขวบกล่าวกับแม่ตัวเอง ในห้องนั่งเล่นคฤหาสถ์หรูแห่งหนึ่ง
“หลังจากนั้น….”
หลังจากที่โลกทั้งสองได้หลอมรวมกัน ผู้คนต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวจากการถูกปีศาจร้ายในโลกของเทพธิดาเวสติเนลเข้ารุกราน ก็ได้เกิดวีรบุรุษกลุ่มนึงขึ้น
พวกเขาเ่าั้ต่อสู้ และขับไล่ปีศาจร้ายที่แข็งแกร่งเ่าั้ออกไปจากดินแดนของเทพธิดาอัลเทียร์ได้ และได้สร้างเขตแดนกั้นระหว่างดินแดนทั้งสอง ซึ่งต่อมาโลกหรือดินแดนที่เทพธิดาเวสติเนลสร้างถูกเรียกว่า ‘มิสแลนด์' และโลกหรือดินแดนที่พวกเราอาศัยอยู่นี้ถูกเรียกว่า ‘อัลเทียร์’
เพื่อระลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของเหล่าวีรบุรุษทั้ง7นั้น พวกเขาเ่าั้จึงถูกขนานนามว่า 'อัศวินศักดิ์ทั้ง6' และผู้นำของพวกเขาถูกเรียกว่า ‘จักรพรรดิ์เวทย์มนต์'
“ว้าว..เท่จังเลยค่ะ” เด็กสาววัย5ขวบ ผมยาวสีบรอนทอง หน้าตาน่ารัก แต่งกายแลดูเป็บุตรสาวของตระกูลขุนนางผู้สูงศักดิ์กล่าว
“ผมก็อยากเท่แบบนี้บ้างจังเลยครับ” เด็กหนุ่ม ผมสั้นสีขาว นัยตาสีแดง เนื้อตัวมอมแมม อายุพอกันกับเด็กสาวก็พูดออกมาแบบนั้นเช่นกัน
“แล้วทุกวันนี้จักรพรรดิ์เวทย์มนต์ยังมีอยู่รึป่าวคะ ?”
“มีสิจ๊ะ เอลิเซ่ ” มารดาของเด็กสาว กล่าวท่ามกลางแววตาตื่นเต้นของเด็กทั้งสอง
“ทุกวันนี้ตำแหน่งจักรพรรดิ์เวทย์มนต์ และอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้ง6 ต่างก็สืบทอดกันรุ่นต่อรุ่น แต่การจะเป็แบบนั้นได้ ต้องสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์ แล้วเข้าหน่วยอัศวินเวทย์มนต์ให้ได้ก่อน จากนั้นก็สร้างผลงานเรื่อยๆจนเป็ที่ยอมรับแล้วได้เลื่อนขั้นน่ะ …อืมจะว่าไงดี..เื่ที่พูดนี่คงจะเข้าใจยากสำหรับเด็ก 5 ขวบสินะ”
“แล้วจักรพรรดิ์เวทย์มนต์กับพระาา่นี่อันไหน ใหญ่กว่ากันหรอครับ??” เด็กหนุ่มกล่าวถามด้วยความสงสัย
“ใหญ่พอๆกับพระาาหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำเลยแหละจ่ะ เพราะเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปแห่งนี้ไง แม้กระทั่งในหมู่ราชวงศ์เอง ก็มีคนที่อยากเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์มากกว่าพระาาด้วยซ้ำ ”
น่าทึ่งเหมือนกันแหะ จักรพรรดิเวทย์มนต์นี่ดูยิ่งใหญ่จริงๆ เด็กหนุ่มคิดในใจ แบบนั้น
“ไปกันเถอะ เรเวล” เอลิเซ่กล่าวชวนเด็กหนุ่มผมขาวที่อยู่ข้างๆ พร้อมกับจับมือดึงไป
“เอ่อ จะไปไหนหรอครับ คุณหนูเอลิเซ่” เด็กหนุ่มกล่าวตอบด้วยท่าที่ใ พร้อมกับแสดงอาการเขินอายเล็กน้อย
“ไปเล่นกันเถอะ ฉันอยากไปเล่นแล้วอ่ะ”
“เอลิเซ่จ๊ะ พรุ่งนี้จะเป็วันที่เริ่มเรียนเวทย์มนต์วันแรกนะ จะมีเด็กๆของตระกูลขุนนางอื่นมาเรียนด้วยเหมือนกัน อย่าเล่นจนหักโหมเกินไปล่ะ”
“ว้าวว…เรียนเวทย์มนต์หรอครับ ผมขอเรียนด้วยได้มั้ยครับ? ท่านฟอร์จูน่า”
“อา..เอ่อ..แต่ว่า…"
ฟอร์จูน่า แม่ของเด็กสาวแสดงท่าทีลำบากใจเล็กน้อย ต่อคำถามนี้
“ให้เรเวลเรียนด้วยเถอะนะคะ ท่านแม่ หนูอยากมีเพื่อนเรียนด้วยอ่ะ” เอลิเซ่ขอร้องด้วยสีหน้าจริงจัง
"เห้อ…เอางั้นก็ได้ งั้นพรุ่งนี้ทั้งสองคนก็ไปเรียนพร้อมกันนะ ”
……………………
เช้าวันถัดมาในสวนคฤหาสน์รวมของเหล่าขุนนาง ณ ที่แห่งนี้เป็ที่สำหรับใช้พักผ่อนหย่อนใจของเหล่าขุนนางชั้นสูงทั้งหลาย และ ก็เป็ที่เล่นสำหรับเล่นของเหล่าเด็กๆของตระกูลชั้นสูงเช่นกัน แต่วันนี้ใช้เป็สถานที่สำหรับเรียนเวทย์มนต์เบื้องต้น สำหรับเหล่าลูกหลานขุนนางทั้งหลาย
“นี่แน่ะๆ …เ้าสามัญชน ”
“อั๊ก!"
มีลูกเตะพุ่งเข้ามาที่ท้องของเรเวลอย่างรุนแรง บรรยากาศโดยรอบแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่า มีเด็กตัวแสบอยู่หลายคนรุมรังแก คนอ่อนแอแค่คนเดียว
“ทำไมคนน่ารังเกียจอย่างแกถึงได้มาอยู่รวมกับพวกเราได้นะ"
“จริงสิ ท่านพ่อข้าเคยเล่าให้ฟังว่ามีตระกูลขุนนางนึง เก็บเด็กสามัญชนที่ถูกทิ้งข้างทางมาเลี้ยงด้วยนิ ตอนนั้นฟังแล้วรู้สึกประใจชะมัด ไม่คิดว่าจะมาเจอกับไอหมอนั้นด้วยตัวเองนะเนี่ย!!”
“เห็นแล้วทุเรศสายตาจริงๆ” เด็กอีกคน เอาเท้าเหยียบไปบนหน้าเรเวลที่นอนกองกับพื้น สภาพของเขาตอนนี้ถูกเด็กหลายคนรุมซ้อมจนสะบักสะบอม
“นี่พวกนาย ขอฉันเล่นด้วยสิ” เด็กสาวอีกคนกล่าวขึ้นมาทันใด ทันใดนั้นเธอะโขึ้นไปเหยียบบนตัวเรเวล
“ชนชั้นล่างอย่างแก เทียบไม่ได้แม้กระทั่งความงามของดอกไม้ในสวนนี่เลยนะ นับประสาอะไรจะเทียบกับนางอย่างพวกเรากัน”
เด็กหลายคนทุกคนต่างรุมกลั่นแกล้งเด็กคนเดียวอย่างสนุกสนาน โดยไม่มีแม้สักคนเดียวคิดห้ามปราม จนกระทั้ง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!! ห้ามรังแกเรเวลนะ” มีเสียงของเด็กสาวผู้หนึ่งที่เพิ่งมาถึงสวนแห่งนี้ เธอเพิ่งลงจากรถม้าอันวิจิตร เพียงแค่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็บุตรสาวตระกูลใหญ่แน่ๆ เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโหมาก พร้อมตรงมาที่เด็กหนุ่มผู้อยู่ในสภาพสะบักสะบอม
“ว้าวว..เอลิเซ่จัง” เด็กผู้ชายหลายคนกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อเอลิเซ่ เด็กสาวผู้งดงามที่สุดในที่แห่งนี้ปรากฎตัว
“เป็อะไรมากมั้ย เรเวล” เอลิเซ่เด็กสาวผมยาวสีบลอนทอง หน้าตางดงาม กล่าวด้วยท่าทีเป็ห่วง
“อึก..อืมไม่เป็ไร ขอบใจมากครับ คุณหนูเอลิเซ่ ” เรเวลยิ้มตอบในท่าทีสะบักสะบอม พร้อมพยายามลุกขึ้นมาจากการช่วยประคองของเอลิเซ่
“โธ่…ฉันก็ก็บอกให้รอฉันก่อนไงล่ะ ทำไมนายถึงได้ได้รีบมาขนาดนี้โดยไม่สนใจรอกันบ้างเลยนะ อีกอย่างถ้าอยู่กันตามลำพัง ไม่ได้อยู่ต่อหน้าท่านแม่ เรียกฉันว่าเอลิเซ่เฉยๆก็พอ” เอลิเซ่ตอบกลับด้วยสีหน้าเง้างอนเล็กน้อย
“ขอโทษครับ แบบว่าหลังจากที่ผมได้ฟังเื่เมื่อวานก็รู้สึกตื่นเต้นต่อเวทย์มนต์แบบบอกไม่ถูก” เรเวลกล่าวด้วยท่าทีรู้สึกผิดเล็กน้อย
ภาพที่ปรากฎต่อหน้าได้สร้างความไม่พอใจแก่เด็กคนอื่นจำนวนมาก โดยเฉพาะความหมั่นไส้และอิจฉาของเด็กผู้ชายต่อตัวเรเวลที่เอลิเซ่เอาใจใส่เป็อย่างดี รวมถึงเด็กผู้หญิงคนอื่นก็แสดงท่าทีอิจฉาต่อเอลิเซ่เล็กน้อยที่เด็กผู้ชายหันไปสนใจแต่กับเธอคนเดียว
“นี่เอลิเซ่..จางง ทำไมเธอถึงไปสนใจแต่หนูสกปรกแบบนี้แค่คนเดียว ไม่สนใจฉันบ้างเลยล่ะ”
“หา?? แล้วทำไมฉันต้องสนใจคนอย่างนายด้วย”
“เอลิเซ่..อย่าบอกนะว่าเธอชอบเรเวลน่ะ”
“ชช..ชอบบ หาพูดเื่อะไรน่ะ” เอลิเซ่หน้าแดงก่ำราวกับผลแอพท์เปิลสุก รุกลี้รุกลนจนทำอะไรไม่ถูกพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่น
“นี่เห็นมะ เธอชอบเรเวลจริงๆด้วย หนอยแน่เ้าสามัญชนนี่ บังอาญมาแย่งเอลิเซ่จังของพวกเราได้นะ ตายซะเถอะ”
“หยุดนะ !!” มีเสียงเคร่งขึมของหญิงสูงอายุ แลดูาุโคนหนึ่งพูดขึ้น การแต่งการของเธอคนนี้ ดูไม่ใช่คนธรรมดา แตกต่างจากขุนนางคนอื่นๆ ชุดแบบเสื้อสีดำคลุมั้แ่เสื้อ่บนถึงขา่ร่าง บนเสื้อมีสัญลักษณ์แปลกๆยู่ตรงด้านหน้า ส่วนแขนเสื้อเป็แขนยาวคลุมถึงข้อมือ และตรงปอกแขนที่คาดตรงบ่ามีสัญลักษณ์รูปพระจันทร์เสี้ยวกับคฑา
หลังจากการปรากฎตัวของหญิงมีอายุสูงอายุรายนี้ เด็กทุกคนล้วนเงียบหมดด้วยน้ำเสียงอันเข้มงวดและดุดันของเธอ เด็กส่วนนึงคนเดาได้แล้วว่าคนๆนี้คือใคร
“ยินดีที่ได้รู้จักฉันชื่อ อันนา โยฮันเนส ฉันคืออาจารย์สอนวิชาเวทย์มนต์ให้แก่พวกเธอในวันนี้”