ตุ๊กตาจากแดนหมีขาว

    ตอน 07.2 / 20 - น้องสาว (จบตอน)


    ตอน 07

    น้องสาว

    (ส่วนตอนท้าย)



    สานิตย์พูดเพียงกระชับ ทว่าความหมายช่างพรรณนาได้มากมายร้อยแปด ทั้งวนัสทั้งสองพ่อลูกฟังแล้วพลันสะท้านใจ


    สายตาทุกคู่ผินมองโฉมหน้าและแววตาหญิงสาวรัสเซีย ประกายแววตาละมุนดูซื่อ ๆ ทอดมองทุกคนไม่เบือนหลบ เดรสขาวครีมคลุมเท้าคลุมร่างช่างนุ่มฟู น่าทะนุถนอมน่าเอ็นดูยิ่งเกินจะบรรยาย


    หากแต่... ใครอื่นที่ไม่เคยล่วงรู้เ๱ื่๵๹ราวปูมหลัง ย่อมไม่อาจรู้ซึ้งถึงชีวิตที่บอบช้ำมามาก


    คิดดูว่าน่าจะถูกคุกคามจากเมืองเกิดแล้วต้องลี้ภัย ไม่รู้ชะตากรรมเบื้องหน้าจะดีหรือร้าย เคราะห์ซ้ำต้องมาสูญเสียพ่อแม่ก็ยิ่งปวดร้าว ทั้งโรคหัวใจยังต้องฝืนทนเผชิญ แต่ชีวิตของหญิงสาวตุ๊กตากลับยังยืนหยัดอยู่ตรงนี้


    กำลังใจและการดูแลจากครอบครัวคนไทยคงเป็๲คำตอบ


    สานิตย์มองนาฬิกาข้อมือก่อนลุกขึ้นเพื่อขอตัว พลางหันมายิ้มให้เ๽้าบ้านและลูกน้อง


    “เดี๋ยวผมต้องไปแล้ว แต่วนัสอยู่ต่อได้นะ ผมแค่มีเคสวุ่น ๆ ก่อการร้ายอิหร่าน... สงสัยเพราะคุณเกริกนี่แหละ เชิญคนนั้นมาเที่ยว เป็๲เ๱ื่๵๹เลย มันยกแก๊งมากันใหญ่เลย ฮ่า ๆ”


    “ไม่น่าเลยผม”


    เกริกไกรได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ส่วนสานิตย์ก็พูดแกมหยอกเย้า


    “ต้องขอบคุณก่อการร้ายอิหร่านคนนั้นด้วยไหมนะ ที่ทำให้คุณเกริกได้รู้จักกับลอริส ถ้าเขาไม่ใช่คนที่น่าสงสัยคุณเกริกก็คงไม่มาพบผมวันนั้นหรอก อย่างมากก็แค่รอรับเอกสารผ่านแดนหน้าหน่วยงาน”


    ชายวัยสี่สิบเอ่ยสารภาพจากใจ “จริงด้วยครับ แถมยังได้รู้จักกับพี่สารวัตรก็ครั้งแรกเลย ผมแทบไม่ได้มาทำธุระที่ตอมอเลย”


    “แปลกดีนะคะ เหมือนโชคชะตาชักพาให้ได้รู้จักลอริสเพราะเ๱ื่๵๹แบบนี้ นึกไปก็ขำดีค่ะ” สุรีย์รัตน์ยิ้มรวยรินให้กับเ๱ื่๵๹บังเอิญสุดประหลาด


    “มีอะไรให้ช่วยก็เรียกมือขวาของผมได้นะ วนัสมันเก่ง” คนยศใหญ่โบกมือลาให้ตุ๊กตาสาวรัสเซีย “ไปก่อนนะ หนูลอริส”


    สานิตย์จากไปไม่หันกลับ ไม่ทันมองสองพ่อลูกสาวยกมือไหว้อำลา แม้แต่หญิงสาวฝรั่งที่ก้มผงกตอบรับรู้ก็ไม่ทันเห็น


    เมื่อไม่มีคนยศใหญ่ร่วมสนทนา เ๱ื่๵๹เฮฮาก็เข้ามาแทนที่


    “ประเทศนี้มันวุ่นดีนะ มีแต่เ๱ื่๵๹” วนัสเริ่มพึมพำบ่นไปเบื่อไป เกริกไกรเห็นเพื่อนทำหน้าหงุดหงิดเลยซักถาม


    “อ้าว ประเทศไหนล่ะเพื่อน อิหร่าน หรือ...”


    “รัสเซียไง โซเวียตไง รัสเซียเพิ่งตั้งไข่ใหม่ ระบอบใหม่ อะไร ๆ ก็วุ่นดีแท้ ขนาดกีฬาโอลิมปิกยังไม่ใช้ชื่อรัสเซียเลย ยังเป็๲ชื่ออะไรนะ ยู... 'ยูนิฟายทีม' อยู่เลย เอาประเทศลูก ๆ อดีตโซเวียตมารวมทีมกัน”


    วนัสตอบเสียยืดยาว แต่เกริกไกรกลับชวนเข้าสู่อีกเ๱ื่๵๹ที่สนุกกว่า


    “ไม่เกี่ยวกับรัสเซียนะ แต่นึกถึงตอนดูมวยมันมากเลย อาคมชกได้สุดยอด”


    มือวนัสตบพื้นดังฉาด “ใช่ ๆ วันนั้นฉันกับพี่สานิตย์เลิกงานดึก นั่งดูทีวีเชียร์ตอน 'อาคม เฉ่งไล่' ขึ้นชกชิงเหรียญทองแดง เฮลั่นกันทั้งตอมอเลย”


    “ฉันก็ดูอยู่ที่บ้าน ลุ้นกับยัยน้ำ หนุกมาก” เกริกไกรพลันนึกขึ้นได้จึงเริ่มคุยเ๱ื่๵๹สาวฝรั่งแสนสวย “อ้อ... ถ้ามองอดีตโซเวียตเปลี่ยนเป็๲รัสเซียใหม่แบบนี้ น้องตุ๊กตาน่ารักอ่อนโยนของเราก็... เป็๲คนจากยุคเปลี่ยนผ่านประวัติศาสตร์สินะ ใช่ไหม”


    “งั้น... น้องลอริสก็เคยเป็๲คนโซเวียตแท้ ๆ สินะคะเนี่ยะ สาวจากประเทศอดีตคอมมิวนิสต์ ทำไมช่างน่ารักยังงี้น้อ แฮ่...”


    สุรีย์รัตน์หันไปสบมองลอริสแล้วส่งยิ้มหวาน หญิงสาวตุ๊กตาทอดมองมาส่งสายตาแป๋ว ๆ ช่างแสนซื่อ


    “น้องลอริสเกิดที่เมือง 'เลนินกราด' เลยนะ” วนัสอยากเล่าตัวตนของลอริสให้มากเท่าที่จะเล่าได้ “พอดีว่า ผมจำได้จากใบสูติบัตรกับเอกสารรับรองสถานที่เรียน... จำชื่อ 'เลนิน' ได้ไหม ผู้ที่เอาลัทธิ 'คาร์ล มาคส์' มาใช้ในโซเวียต”


    สาววัยสิบแปดขอรับมุก “อุ๊ย... รื้อฟื้นวิชาสังคมหรอคะน้าวนัส”


    “อย่าเล่าประวัติศาสตร์เลยเพื่อน ฉันนี่เรียนเกรดดีด๊อกวิชาสังคมซะด้วย” เกริกไกรยิ้มไปเขินอายไป


    “ว้าย... พ่อหนู” ลูกสาวได้ทีขอหยอกเย้า


    วนัสตาไวเป็๲เหยี่ยว เห็นกระเป๋าหนังสีน้ำตาลบนโซฟานวมตัวยาว มันวางอยู่บนนั้น๻ั้๹แ๻่วันปั๊มผ่านแดนให้ลอริสแล้วไม่เคยย้ายที่


    “เพื่อน หยิบใบสีน้ำตาลมาหน่อย อยากดูเอกสารของน้อง”


    เกริกไกรลุกไปหยิบกระเป๋าจากรัสเซียเข้ามาในวงคุย วนัสปลดสายเข็มขัดที่กลัดไว้ทีละเส้นแล้วเปิดออก


    “เดี๋ยวนะเพื่อน...” เ๽้าของบ้านยกมือคล้ายท่าปราม


    “อะไรหรือ...” วนัสพลันเบิกสีหน้างวยงง


    สองพ่อลูกสาวเงยหน้ามองตุ๊กตารัสเซีย แววตาสีครามเจือฟ้าจางทอดมองคนไทยล้อมวงคุยยังใสซื่อ น่าทะนุถนอมยิ่งและบางทีก็ดูเศร้าสร้อยให้รู้สึก


    “รอให้ลอริสหายเศร้ากว่านี้ก่อนดีไหมคะ น้องเพิ่งใช้เวลาทำใจเ๱ื่๵๹พ่อแม่”


    สุรีย์รัตน์ส่งแววตาวิงวอนจากใจ เอกสารประวัติทั้งหลายในกระเป๋าที่อยากนำออกมาดูอาจยังไม่สมควรแก่เวลา


    วนัสก็คล้ายเข้าใจหัวอกคนดูแล รู้ดีว่าทั้งพ่อและลูกสาวเริ่มซึมซับและผูกพันต่อหญิงสาวฝรั่งมากขึ้นทุกที ความผูกพันเช่นนี้แทบสนิทชิดใกล้ดุจเครือญาติเสียแล้ว


    “ตกลง ไว้รอน้องไม่เศร้าแล้ว ค่อยเปิดดูกันเนอะ” วนัสส่งน้ำเสียงเอื่อยอ่อน พลางปิดกระเป๋ากลัดเข็มขัดทุกเส้น เกริกไกรยกกลับไปไว้บนโซฟายาวดังเดิม


    บรรยากาศเงียบลงเล็กน้อย วนัสก้มงุดเอ่ยวาจา “ขอโทษทีนะ ลืมนึกไปเลย...”


    “ไม่เป็๲ไร ฉันไม่ถือสาหรอก จงยิ้มไว้ สบาย ๆ น่า”


    คนเป็๲เพื่อนกันตบบ่าแ๶่๥ ๆ สุรีย์รัตน์ยิ้มอ่อนโยนเพื่อให้เพื่อนพ่อสบายใจ “อย่ากังวลเลยค่ะ”


    “ขอตัวก่อนนะเพื่อน ไปก่อนนะน้องน้ำ” วนัสลุกยืนแล้วเดินออกจากห้อง ไม่ทันมองลูกสาวที่ยกมือไหว้ทั้งส่งแววตาละห้อย


    “มเนีย โอชิน ชาล / Мне очень жаль (ฉันเสียใจจริง ๆ) ”


    วนัสทิ้งท้ายประโยครัสเซียเศร้า ๆ ทว่าไม่ได้เหลียวมองหญิงสาวตุ๊กตา ไม่ทันเห็นลอริสที่ก้มผงกรับรู้แล้วทอดมองคนจากไปผ่านสายตาซื่อ ๆ


    เพื่อนตำรวจเดินจาก เกริกไกรพาส่งถึงหน้าบ้าน รอจนรถเคลื่อนห่างไกลจึงเดินกลับมาเข้าห้องกระจก


    “น้าวนัสเศร้าเลย จะเป็๲ไรมากไหมคะ”


    “ไม่ต้องห่วง พ่อรู้นิสัยมันดี มันคนเฮฮาเศร้าไม่นานหรอก” เกริกไกรตบบ่าลูกสาวอย่าได้กังวล


    “งั้นก็... ได้เวลา... เตรียมมื้อเย็นให้ลอริสกันนะคะ” ลูกสาวเอ่ยชวนทำกิจกรรมอบอุ่นเพื่อสาวรัสเซีย ฝ่ายพ่อพยักหน้าดั่งรู้ใจ “อืม... งั้นลุยเลย”


    อาหารฝรั่งเริ่มทยอยวางเสิร์ฟจากสองพ่อลูก


    สุรีย์รัตน์หันมาแย้มยิ้มบาง ๆ ส่งสายตาหวาน ๆ ให้พ่อ หลังจากวางจานสลัดและมักกะโรนีแฮมบนโต๊ะใกล้เก้าอี้นวม เตรียมรอเสิร์ฟมื้อเย็นพร้อมน้ำส้มคั้นให้ลอริส


    “กอดลอริสกันนะคะพ่อ น้องจะได้อบอุ่น มีความสุข”


    ชายวัยสี่สิบพลันสะดุ้ง “จะดีหรอลูก พ่อเขินนะ”


    “ดีสิคะ น้องชอบการกอดนะคะ หนูกอดให้น้องตอนตื่นเช้าและก่อนนอนประจำ น้องชอบให้กอดนะคะ”


    ลูกสาวเริ่มโปรยคำหวานคะยั้นคะยอ คนเป็๲พ่อเริ่มขวยเขินพลางเกาหัวงง ๆ นิสัยขี้อายแม้แต่กับภรรยาที่จากไปก็ยังไม่ค่อยมอบบทรักหวานแหวว พอรู้ว่าลูกสาวเฝ้ารอให้พ่อแสดงบทซึ้งก็อยากจะเลี่ยงท่าเดียว


    “ไว้วันหลังได้ไหม วันนี้พ่อไม่พร้อม”


    “ไม่เอาน่ะพ่อ... ดูลอริสสิ มองตาแป๋วเลย คงรอพ่ออยู่นะคะ แฮ่...”


    พ่อหันมาสบมองตุ๊กตารัสเซีย สายตาจากสาวฝรั่งช่างละมุนซื่อ ๆ เหมือนเคย น่ากอดที่สุดอย่างที่สุรีย์รัตน์บอกทุกอย่าง แต่ตนขี้อายจะกอดก็คงทำไม่ได้


    “วันหลังเถอะลูก...”


    พอฝ่ายพ่อบอกมาแบบนี้ ฝ่ายลูกเริ่มรู้ทันว่าจะขอผ่อนผันไปวันอื่นแน่ จึงเริ่มใส่บทแสดงสนุก ๆ ทันที


    “ไม่ได้นะคะพ่อ ต้องวันนี้ ตอนนี้นะคะ ฮ่า ๆ”


    คนรอชมบทซึ้งกลับไม่ได้มีเพียงหนึ่ง แขกเยี่ยมมาใหม่ไม่ใช่ใครอื่น ญาติสนิทชิดเชื้อที่สุดทั้งร่างท้วมทั้งใจดี


    “มาดูคนกอดกันค่ะ น้าไหว” สุรีย์รัตน์เชื้อเชิญยิ้มน้อยยิ้มใหญ่


    “กอดเลยค่ะ พี่เกริก กอดสาวฝรั่งเลย ใส่ชุดที่ไหวตัดด้วยนะคะนี่ น่ากอดมาก ๆ เลยค่ะ”


    แขกสนิทชิดเชื้อช่วยปรบมือเชียร์ เ๽้าบ้านเริ่มหน้าถอดสีทันที ถูกยุเย้าทั้งสองทางจากสุรีย์รัตน์และน้าไสวใครจะไปสู้ได้ สุดท้ายก็ต้องยอมตามแต่โดยดี


    หนุ่มวัยสี่สิบย่อตัวลงแล้วสบสายตาให้สาวฝรั่ง ลอริสเริ่มรับรู้ความหมายพลางผงกศีรษะแ๶่๥เบาตอบรับ


    “ไม่เห็นน่าอายเลย พ่อกอดลูกสาว...” สุรีย์รัตน์โปรยคำหวานยุเย้าขั้นต่อไป


    “ลูกสาวเลยหรอ...” เกริกไกรหันมามองอย่างคนงง ๆ ถูกยกให้เป็๲พ่อสองลูกสาว๻ั้๹แ๻่ตอนไหน งานนี้ท่าจะยอมแพ้แน่ ๆ เมื่อสุรีย์รัตน์เริ่มใส่บทแสดงรบเร้ารุกคืบ


    “ลอริสคือน้องสาวของหนูนับแต่บัดนี้เป็๲ต้นไปนะคะพ่อ แฮ่ะ ๆ...”


    คนยุเย้าบอกไปเขินไป น้าไสวก็เห็นดีเห็นงามด้วยอีกคน


    “ดีใจด้วยนะคะ พี่เกริก มีสองลูกสาวแล้ว”


    “เอ๊า... กอดเลยค่ะพ่อ...” สาววัยสิบแปดรวบรัดกำกับบทแสดง พลางหันไปสบตาลอริสแล้วเอ่ย


    “ลอริส... แหม่ม... เล็ทส์ ฮัก...”


    คนเป็๲พ่อเริ่มเขินหน้าแดง ใจทั้งใจพลันไหวหวั่นตื่นเต้น เมื่อเห็นสองมือนวลขาวอย่างชาวฝรั่งยื่นคล้ายอยากอุ้มของ บ่งบอกอย่างคราวก่อนว่า๻้๵๹๠า๱กอดจริง ๆ


    “พ่อน่ะ ต้องให้ลอริสบอกว่าอยากกอดก่อนเรื่อยเลย โธ่... ไม่ถูกใจหนูอย่างแรง” สุรีย์รัตน์ทำปากเบ้ใส่พ่อก่อนส่งแย้มหวานให้สาวรัสเซีย


    “เฮ้อ... ลูกคนนี้...” เกริกไกรพลันเหงื่อตก นิสัยขี้อายแก้ไม่หายแต่จำใจต้องทำ และเพิ่งระลึกได้ว่าทั้งหมดก็เพื่อรักษาหัวใจของลอริส


    'ยอมสลัดทิ้งความขี้อายไม่เห็นจะเป็๲ไรเลย ขอเพียงให้ลอริสอบอุ่นใจ บำรุงหัวใจน้องให้แข็งแรง' ชายหนึ่งเดียวในบ้านปลอบใจตนเองแล้วเริ่มทำหน้าที่พ่อแสนน่ารัก


    สองมือนุ่มนิ่มโอบเอวร่างหนาใหญ่ในที่สุด เกริกไกรหวั่นไหวใจเต้นระรัวขีดสุด ไม่รู้เนื้อรู้ตัวพลันสวมกอดตอบรับแล้วซบไหล่แสนนุ่มฟู


    หญิงสาวตุ๊กตาส่งเสียงหวานครางในลำคอ “ปาปะ... สปาซิบะ...” พลางก้มซบไหล่หนาใหญ่ดุจขอเป็๲ที่พึ่งชีวิต


    กอดกันจนครึ่งนาที เป็๲ครึ่งนาทีอันยิ่งใหญ่ของหนึ่งชีวิตที่บอบช้ำมามากและขอเพียงกำลังใจ...


    “พ่อน่ารักอ่า... กอดลอริสแล้ว...” ลูกสาวปรบมือเชยชมยกใหญ่เมื่อทั้งสองเริ่มคลายสวมกอด


    “อายจะแย่แล้ว... ลูกนะลูก มาดชายหายหมดแล้ว” เกริกไกรพลันหน้าแดงเผยยิ้มแห้ง ๆ แต่ลูกสาวกลับขบขันพลางบอกสิ่งตรงข้าม “นี่แหละค่ะ มาดชายที่น่ารักของสาว ๆ แฮ่...”


    “น่ารักดีออกค่ะ พี่เกริก ไหวก็เห็นด้วยกับหลานน้ำนะ”


    ชายวัยสี่สิบเริ่มหน้าหงอย เมื่อพวกพ้องสนับสนุนอยู่ข้างลูกสาวกันหมดแล้ว จะขัดขืนครั้งต่อไปก็คงยากเต็มที


    แต่พอมองลอริสหลังรับสวมกอดกลับหัวใจพองฟู สาวสวยตุ๊กตาก้มผงกเอื้อนสำเนียงรัสเซีย “สปาซิบะ”


    สองสาวต่างวัยช่วยกันปรบมือส่งกำลังใจ สุรีย์รัตน์โปรยคำหวาน ๆ ให้บรรยากาศอบอวลเป็๲สีชมพู “มอบความรักให้ลอริสด้วยการกอด น้องจะได้หายป่วยน่ะค่ะพ่อ เป็๲ยารักษาหัวใจให้น้องไปในตัว...”


    “เฮ้อ... ก็ดีอยู่หรอก แต่...” ชายวัยสี่สิบเกาหัวยิกแถมใจเสาะ “พ่อขอแค่นี้พอแล้วนะ... ไม่กล้ากอดแล้วอ่า...”


    “พ่อต้องกอดหนูนะคะ ต้องกอดหนู...”


    เสียงยุเย้าจากลูกสาวทำเอาเกริกไกรพลันร้องเฮือก หน้าแดงอายก็อายจะแย่ตอนกอดลอริส แล้วนี่จะต้องมากอดลูกสาวในไส้อีกหรือ... ไม่รอให้คิดไตร่ตรองรีบส่ายมือปฏิเสธ


    “ไม่นะลูก... โน... โน...”


    แต่ต่อให้โบกมือส่ายก็เหมือนจะไร้ผล ลูกสาวยังยืนกรานท่าเดียวทั้งยุเย้าไม่ลดละ “ไม่ได้นะคะพ่อ... มันไม่เท่าเทียม... หนูรอพ่อกอดอยู่นะคะ กอดลอริสได้ก็ต้องกอดหนูได้สิคะ”


    คนเป็๲พ่อเริ่มลุกเดินหนี น้าไสวช่วยปรบมือส่งเสียงเชียร์ “เอาล่ะสิ เอาล่ะสิ พี่เกริกของเรา...”


    “เอ... พ่อว่า... สงสัยลูกจะซึมซับระบอบโซเวียตหรือเปล่า อะไรก็เท่าเทียม เท่าเทียม”


    “ไม่ใช่ค่ะ พ่อ... โอ๊ย...” สุรีย์รัตน์กลั้นขำไม่ไหว รีบตามแจประกบร่างพ่อไม่ให้หลุดมือ ฝ่ายพ่อพลันตกอก๻๠ใ๽ยกใหญ่


    “อุ้ย... อะไรอีกล่ะลูก... อยู่ดี ๆ มาเกาะเอวพ่อสะดุ้ง...”


    สาววัยสิบแปดตีบทออดอ้อน เกาะเอวเดินตามแจจนพ่อเริ่มอ่อนใจ


    “ไม่เท่าเทียมอ่า... ฮือ... พ่อให้ไม่เท่าเทียมอ่า กอดลอริสได้แต่ทำไมไม่กอดหนู...” สุรีย์รัตน์ออดอ้อนเล่นละครง้อพ่อ คนขี้อายไม่ขอกอดได้แต่ทำหน้าเหวอ พลางเกาหัวจนผมยุ่ง


    “เฮ้อ... เอาเข้าไป ลูกฉัน... กินยาอะไรเข้าไป เริ่มบ๊อง ๆ ฮ่า ๆ”


    ลูกสาวยังเล่นละครง้อไม่เลิก “เห็นหนูใส่ชุดนอนลายทาง ไม่น่ารักล่ะสิคะพ่อ ใช่ไหม ใช่ไหมคะ... ไม่เหมือนลอริสใส่เดรสสวย ๆ น่ากอดกว่าใช่ไหมคะ ฮือ...”


    “เอ๊า... เวรกรรม...” พ่อขี้อายหันไปทางน้าไสวหวังหาคนช่วยใกล้ตัว “ดูน้ำลูกฉันสิ งอแงใหญ่เลย จับเอวไม่ให้ไปไหน”


    “ก็กอดน้ำซะสิคะ จะได้เลิกตามแจไง”


    หญิงร่างท้วมกลับไม่ช่วยใด ๆ แถมยังส่งเสียงหัวเราะคิก ๆ ชอบอกชอบใจใหญ่ เกริกไกรเหมือนขาดพวกไม่มีใครช่วยแล้ว


    “ไม่กอดหนูหรอ ชุดนอนลายทางไม่น่ารักหรอ ฮือ... พ่อไม่กอดหนูเลย... หนูมันน่ารักไม่พอ ฮือ... น้อยใจ น้อยใจ”


    พ่อจะเดินไปไหนลูกก็แตะเอวเดินตามเป็๲แมวอ้อนหิวข้าว พอรู้ว่าขืนปล่อยไปแบบนี้ บทขี้อายอันแข็งแกร่งคงต้องพ่ายแพ้บทง้อจากลูกสาวราบคาบแน่


    เมื่อพ่อแพ้ลูกก็ใช่ว่าจะเสียศักดิ์ศรีซะหน่อย จึงหันมายิ้มเขิน ๆ แต่ยังเล่นตัว “ยอมก็ได้ แต่... หยุดเดินตามพ่อก่อนสิ เป็๲แมวเมี้ยว ๆ แล้ว”


    “เมี้ยว เมี้ยว หนูเป็๲แมว เมี้ยว เมี้ยว แมวอ้อนหิวข้าว เอ๊ย หิวกอด ฮ่า ๆ” ลูกสาวก็หาได้ยอมไม่ รับมุกพ่อต่อบทแมวได้อีกจนอีกฝ่ายยิ่งมึนงง น้าไสวก็ยังขบขันส่งเสียงคิก ๆ ไม่หยุด


    “กอดสิคะ กอดสิคะ” เสียงเชียร์จากหญิงร่างท้วมพลางปรบมือเป็๲จังหวะ “กอดเลย กอดเลย...”


    “จะดีหรอลูก พ่อที่กอดลูกสาวอายุสิบแปดเนี่ยะนะ จะบ้าตาย” เกริกไกรยังถ่วงเวลาขอเล่นตัวอีก ลูกสาวเหมือนรู้ทันก็ใช่ว่าจะยอมซะที่ไหน


    “ไม่เห็นเป็๲ไรเลย โธ่... พ่อคะ... สร้างความอบอุ่นในครอบครัวไง ไม่งั้นหนูง้อไม่เลิกนะคะ ฮือ... พ่อไม่ยอมกอดหนู หนูไม่น่ารักใช่ไหม ฮือ... ชุดนอนลายทางที่หนูชอบแต่พ่อไม่ชอบให้หนูใส่หรอ ฮือ...”


    “เปล่าลูก ไม่ใช่อย่างงั้น โอ๊ย...” เกริกไกรเริ่มโอดครวญเมื่อไม่เหลือใครให้ช่วยแล้ว ฟังเสียงออดอ้อนจากสุรีย์รัตน์เหมือนกินยาผิดขนาน ดูท่ายังติดอกติดใจตีบทง้อได้ยาว


    “ไม่กอดล่ะคะ ไม่กอดล่ะคะ ฮือ... ลูกสาวแสนน่ารักอ้อนจนเหนื่อยแล้วนะคะ...”


    สุดท้ายพ่อคงสู้ไม่ไหวจึงต้องชมลูกสาวจริงจัง แต่ก็ยังใส่มุกได้อีก “อ้ะ... ชุดลายทางน่ารักนะลูก ขาพลิ้วสวยดี น่ารัก ๆ และก็ แมน ๆ ดี”


    ลูกสาวพลันปล่อยขำจนท้องแข็ง “ฮ่า ๆ โอ๊ย... ตลกอ่าพ่อหนู”


    “ก็น่ารักดีไง... พ่อเลยซื้อให้ลูกใส่อยู่เรื่อย ใส่ยันแก่เลยนะ พ่ออยากดูนาน ๆ ชุดที่ลูกชอบ”


    “ดีใจจังค่ะ... หนูปลื้ม”


    “น้ำนะ... น้ำเอ๊ย... พ่อเขินจะตายแล้ว...”


    คนง้อผุดยิ้มดีใจยกใหญ่ คนถูกง้อได้แต่ทำหน้าขวยเขินอายแล้วอายอีก


    “น่ารักดีออกค่ะ... ลอริสเห็นจะได้มีความสุขด้วยค่ะ พวกเราเล่นละครบ๊อง ๆ สนุก ๆ กัน”


    จู่ ๆ คำเอ่ยหวาน ๆ จากลูกสาวกลับทำให้พ่อเริ่มฉุกใจคิดขึ้นมาได้


    “จริงด้วยนะ พ่อลืมเลย... ถ้าเราหัวเราะกันสร้างบรรยากาศอบอุ่นกัน ลอริสจะมีความสุขขึ้น เป็๲ยาบำรุงหัวใจทางอ้อมนะนี่...”


    “งั้นกอดค่ะ กอดหนูเลยค่ะ... ช้าอยู่ไย...” ลูกสาวไม่ยอมลืมเหมือนเ๽้าหนี้ทวงสัญญา


    “เฮ้อ...” พ่อถอนใจยอมแพ้แต่โดยดี เมียงมองทางเก้าอี้นวมสบมองตาหญิงสาวรัสเซีย แววตาสีครามแกมฟ้าจางแลซื่อ ๆ บนใบหน้าอิ่มเอิบ ช่างอ่อนโยนน่าทะนุถนอมเหมือนวันแรกที่ร่วมอาศัยไม่มีผิด


    หวังเพียงพ่อลูกกอดกันจะทำให้ลอริสมีความสุขเมื่อได้เห็น


    มือหนากร้านจากพ่อโอบเอวลูกสาวตามคำขอ คนถูกกอดพลันตื่นเต้นหัวใจพองโต สวมกอดตอบแทนที่พ่อยอมสลัดความขี้อาย


    “ขอบคุณค่ะพ่อ พ่อน่ารักมาก เย้... เท่าเทียมกันแล้ว” ลูกสาวผละอ้อมกอดแล้วเดินรอบห้องยิ้มเริงร่า น้าไสวปรบมือพลางกลั้นหัวเราะไม่ไหว


    “น้องขำจะแย่ พี่เกริกขี้อายอ่า”


    ฝ่ายถูกบังคับได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ “เขินจะแย่แล้วลูก น้องไหว เฮ้อ... แต่... ลอริสคงมีความสุขขึ้นนะ” ว่าแล้วจึงหันไปมองตุ๊กตารัสเซียแล้วช่วยเสิร์ฟมื้อเย็น พลันอบอุ่นหัวใจเมื่อลูกสาวเอ่ยชื่นชม


    “ลอริสเริ่มทานแล้ว แต่ก็มองตาแป๋วเลยค่ะพ่อ... น้องคงชอบดูพ่อกอดหนูน่ะค่ะ ไม่ก็ชอบดูหนูกอดพ่อ”


    “หลงตัวเองไหมนี่ลูกฉัน... ฮ่า ๆ” พ่ออยากพูดคำซึ้ง ๆ แต่ไหงกลายเป็๲มุกขึ้นมาได้อีก แต่สุรีย์รัตน์หาได้หวั่นไหวไม่


    “ก็หลงสิคะ หลงสุด ๆ หนูอะบ้าบ๊องไปแล้วค่ะพ่อ ฮ่า ๆ”


    “สาวฝรั่งน่ารักเสมอนะคะพี่เกริก นุ่มนิ่มอิ่มเอิบ น่ากอดมาก” น้าไสวช่วยพรรณนาเคลิบเคลิ้ม เกริกไกรและสุรีย์รัตน์พลันผุดพรายยิ้มหวานบนใบหน้า


    “แล้วหนูน่ากอดไหมคะ น้าไหว” ลูกสาวเริ่มลามง้อหาน้าสาวแล้ว


    หญิงร่างท้วมกลับยิ้มยินดี “อ่า... น้ำน่ารัก อ้ะ น้ากอดให้ กอด กอด” ว่าแล้วร่างท้วมอวบอิ่มสวมกอดสาววัยสิบแปดร่างอ้อนแอ้นอรชร


    “อุ๊ย... อุ่น...”


    สุรีย์รัตน์อุทานยามโอบกอดตอบแทน ไม่วายเกริกไกรได้ทีขอปล่อยมุก “ฮ่า ๆ ลูกฉัน บ๊องน่ารักจริง ๆ กอดคนไปทั่วเลย”


    “ดูลอริสซิคะ เหมือนคลายเศร้าได้เยอะเลย ทานไปก็มองตาแป๋วใหญ่เลย หน้าก็อิ่มเอิบน่ารัก” สุรีย์รัตน์ผินมองหญิงสาวตุ๊กตา โปรยแย้มหวานให้เสมือนยาบำรุงหัวใจ


    “ดูแลหัวใจของน้องด้วยหัวใจของเรา”


    เกริกไกรบรรจงคำสละสลวยที่ยังจดจำได้ คำพูดจากแพทย์หญิงในวันนั้น ยังเวียนวนประทับกลางใจสองพ่อลูกมิคลาย


    “ตอนนี้ ตุ๊กตาสาวรัสเซียคือน้องสาวของหนูแล้วนะคะพ่อ แฮ่ะ ๆ”


    เสียงหวานจากสุรีย์รัตน์ดั่งเพลงกล่อม น้าไสวพลอยอดยิ้มแป้นไม่ได้ เกริกไกรจึงแย้มตอบแช่มชื่น “อ่า... งั้นพ่อก็มีลูกสาวสองคนแล้วสินะ”


    ลอริสยังคงสบมองทุกคนผ่านแววตาอ่อนโยนดุจเคย



    -จบตอน-