หลังจากที่เจี่ยอี้พาไป๋ฉีออกเดินทางมานาน ภายในระยะเวลาสามวันเขาก็มาถึงยังดวงดาวรกร้างที่เต็็มไปด้วยหินผามากมาย และได้หยุดพัก ณ ดาวดวงนั้น
"ท่านอาจารย์ขอรับ การเดินทางหาประสบการณ์ในครั้งนี้ใช้เวลาเท่าไรอย่างนั้นหรือ"ไป๋ฉีเอ่ยปากถามทันทีเมื่อมีโอกาส
"อืม........อาจจะสักหนึ่งปีได้!"เจี้ยอี้ตอบราวกับมันไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร แต่ทว่าคำตอบนี้ก็ทำให้ไป๋ฉีดวงตาเบิกกว้างในทันทีที่ได้ยิน
"หนึ่งปี! ท่านอาจารย์ แบบนี้ข้าก็จะไม่ได้ทำภารกิจประจำเดือนน่ะสิขอรับ แล้วข้าจะไม่โดนสถาบันไล่ออกหรอกหรือหากหายไปนานขนาดนั้น"
"หืม เจ้าคิดว่าอาจารย์คนนี้พาเจ้าออกมาโดยไม่เตรียมการล่วงหน้าให้เจ้าหรืออย่างไรกัน"กล่าวจบเจี่ยอี้ก็พลันส่งข้อมูลให้กับไป๋ฉี
หลังจากที่เปิดอ่านชายหนุ่มก็พลันตื่นตะลึงอย่างช่วยไม่ได้ เพราะข้อมูลที่อาจารย์ของเขาส่งให้มันคือภารกิจที่มีทั้งสิ้นเกือบหนึ่งร้อยภารกิจด้วยกัน แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นภารกิจระดับนักรบแห่งดวงดาวอีกต่างหาก
ซึ่งตามกฏของสถาบันคนที่รับภารกิจระดับราชาดวงดาวจะมีระยะเวลาทำภารกิจหนึ่งปีและไม่จำเป็นต้องรับภารกิจอื่นในช่วงระยะเวลาหนึ่งปีนั้น
"ด้วยภารกิจระดับราชาดวงดาวเจ้าสามารถหาประสบการณ์ได้หนึ่งปีโดยไม่มีปัญหา และไม่ต้องกังวลเรื่องถูกไล่ออกอีกต่อไป" เจี่ยอี้กล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ออกมา
ไป๋ฉีที่ได้ยินก็พลันยิ้มเจื่อนในทันใด 'ให้ตายเถอะ สมเป็นอาจารย์ผู้คุมกฏของสถาบัน ช่างเข้าใจหาช่องว่างของกฏเกณฑ์เสียจริงๆ'
หลังจากหยุดพักมานานทั้งสองก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง ในระหว่างทางไป๋ฉีได้ไถ่ถามอาจารย์ถึงเรื่องราวที่เขาอยากรู้มากมาย ซึ่งทางด้านเจี่ยอี้ก็กล่าวตอบไป๋ฉีไปทุกคำถามเช่นเดียวกัน
วันเวลาผันผ่านไปสองวันในที่สุดพวกเขาก็มาถึงยังดวงดาวดวงหนึ่งซึ่งอยู่สุดขอบดาราจักรแห่งการศึกษา เมื่อมาถึงไป๋ฉีก็พบเห็นว่ามียานอวกาศมากมายตรงเข้าไปในดวงดาวดวงนี้เช่นเดียวกัน
"ท่านอาจารย์ พวกเขาพากันมาทำอะไรมากมายขนาดนี้ขอรับ"ไป๋ฉีอดไม่ได้ที่จะกล่าวถาม
เจี่ยอี้ที่ได้ยินก็พลันยกยิ้ม "ที่พวกเขาพากันมาที่ดาวดวงนี้ก็เพราะที่นี่มีประตูมิติที่สามารถเข้าไปยังดินแดนโบราณได้ ซึ่งมันกำลังจะเปิดในไม่ช้า และดินแดนโบราณนี้เองที่ข้าจะส่งเจ้าเข้าไปหาประสบการณ์"
ได้ยินที่อาจารย์กล่าว ดวงตาของไป๋ฉีก็พลันเต็มไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง เขาเคยได้ยินเรื่องนี้จากท่านปู่ของตัวเองมาบ้าง
ดินแดนโบราณคือสถานที่ๆเต็มไปด้วยโชควาสนาแต่ทว่าก็มีอันตรายมากมายเช่นเดียวกัน และโดยส่วนใหญ่คนที่เข้าไปยังดินแดนโบราณจะมีระดับนักรบแห่งดวงดาวขึ้นไป
การที่อาจารย์ให้เขาเข้าไปฝึกฝนด้านในทั้งๆที่อยู่ระดับจ้าวพิภพเช่นนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าอาจารย์เจี่ยอี้เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของเขาเป็นอย่างมาก
"เจ้าหนูรับนี่ไป หากเจอสิ่งอันตรายที่ไม่สามารถรับมือได้ก็บีบมันให้แตก แล้วมันจะส่งตัวเจ้ากลับมาหาข้าในทันที" ว่าแล้วก็โยนคริสตัลที่มีรูปลักษณ์เป็นดาบเล็กๆให้ไป๋ฉี
ชายหนุ่มรับเอาและเก็บมันเอาไว้ในแหวนมิติเป็นอย่างดี จากนั้นตัวเขาและอาจารย์เจี้ยอี้ก็พากันลงไปยังด้านล่างโดยไม่รอช้า ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ประตูดินแดนโบราณกำลังจะเปิดขึ้นพอดี
เจี่ยอี้ไม่ได้รีบร้อนให้ไป๋ฉีเข้าไป ทั้งสองทำเพียงลอยตัวอยู่ไกลๆและมองดูบรรยากาศหน้าประตูมิติที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ซึ่งทั้งหมดเป็นนักศึกษาของสถานบันในดาราจักรแห่งการศึกษาทั้งสิ้น
"ถึงกับมีนักสู้ระดับนักรบแห่งดวงดาวและราชาดวงดาวมากมายขนาดนี้"ไป๋ฉีดวงตาเบิกกว้าง เขาลองกวาดสายตาดูคร่าวๆผู้คนด้านล่างน่าจะมีผู้คนราวๆสองหมื่นคนได้
"หึหึ! แน่นอน นั่นก็เพราะดินแดนโบราณเป็นสถานที่ๆเต็มไปด้วยโชควาสนาอย่างไรล่ะ หากมันไม่จำกัดการเข้าเอาไว้ที่ระดับราชาดวงดาว เกรงว่าแม้แต่ระดับจ้าวจักรวาลก็อยากจะเข้าไปเพื่อแสวงโชคลาภเช่นเดียวกัน"
"โอ้ ถ้าอย่างนั้นนี่ก็คือการช่วงชิงโชควาสนาของนักสู้ระดับนักรบแห่งดวงดาวและระดับราชาดวงดาวสินะขอรับ"
เจี่ยอี้หันมาพยักหน้าตอบรับก่อนที่จะกล่าวเตือนออกไป "แต่ก็ไม่ใช่ว่าเจ้าจะเจอเพียงนักสู้ของสหพันธุ์จักรวาลเซียนเทียนหรอกนะ เพราะประตูมิติมันไม่ได้มีเพียงแค่ที่นี่เท่านั้น จึงมีโอกาสสูงมากที่จะเจอกับเผ่าพันธุ์อื่น และนี่เป็นสิ่งที่เจ้าควรระวัง"
"ขอรับอาจารย์ข้าจะระวังให้ดี"
"เอาล่ะ ข้าส่งเจ้าแค่ตรงนี้ก็แล้วกัน จงจำเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าเจ้ามีเวลาอยู่ด้านในดินแดนโบราณเพียงหนึ่งปี เช่นนั้นเจ้าจะถูกขังอยู่ด้านในและกว่าที่ดินแดนโบราณจะเปิดใหม่อีกครั้งก็ต้องรอนานถึงหนึ่งพันปี"
พูดจบร่างกายของเจี่ยอี้ก็เลือนหายไปจากบริเวณนั้น ส่วนทางด้านไป๋ฉีเมื่อเห็นว่าอาจารย์ของตัวเองไปแล้วก็หยิบผ้าคลุมสีขาวขึ้นมาสวมใส่ จากนั้นก็บินเข้าไปยังประตูมิติเบื้องหน้าเหมือนอย่างที่คนอื่นอื่นๆเขาทำกัน
เมื่อพุ่งผ่านประตูมา ชายหนุ่มก็มาโผล่อีกทียังสถานที่ๆเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดบนท้องฟ้าฉาบย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ลักษณะคล้ายดั่งสนามรบโบราณอย่างไรอย่างนั้น บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความวังเวงยิ่ง
ไป๋ฉีไม่คิดประมาท เขารีบสวมใส่ชุดเกราะพันธุกรรมสีขาวของตัวเอง ณ ตอนนั้น และก็สำแดงเขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อตรวจสอบทั่วทั้งบริเวณเพื่อความปลอดภัย
"วาบ"
"ดูเหมือนว่าจะถูกส่งมาแบบสุ่มสินะ" หลังจากตรวจสอบเสร็จไป๋ฉีก็พลันกล่าวออกมาเช่นนั้น เพราะสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของเขาไม่สามารถตรวจจับสิ่งชีวิตบริเวณนี้ได้เลย
"เห้อ คงต้องเลือกสักทาง"
ชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่นานก็ตัดสินใจบินทะยานไปยังทิศเหนือของดินแดนโบราณ แน่นอนเขาไม่ลืมที่จะใช้ทักษะเขตแดนแม่เหล็กไฟฟ้าตลอดเวลาเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเข้ามาถึงตัว
"ได้เวลาสำรวจอย่างจริงจัง"