กลุ่มลู่จินที่หลบซ่อนอยู่ต่างก็มีสีหน้าที่ตะลึงค้าง ยันต์และคาถาของอัสนี หากไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งหรือผู้ฝึกพลังถึงขั้นจงเจียน[1]ก็มิสามารถครอบครองยันต์และคาถาของอัสนีได้ ถึงแม้จะเป็นผู้ฝึกพลังขั้นจงเจียนด้วยกันก็ตามแต่ถ้าหากผู้ฝึกพลังมิได้ถือครองปราณธาตุอัสนีป่านนี้ก็คงถูกสายฟ้าฟาดไปพร้อมๆกับสัตว์อสูรแล้ว จ้าวหลิวเก่งกาจถึงเพียงนี้เลยหรือ? ร่างของจ้าวหลิวโอนเอนไปมาก่อนจะล้มลงกับพื้น ลู่จินไม่รอช้ารีบพากลุ่มที่หลบอยู่ออกมาและมุ่งหน้าไปทางเขาทันที จ้าวหลิวหลับใหลไม่ได้สติ ร่างทั้ง ร่างร้อนผ่าวขึ้นมาเสียจนเหงื่อมากมายเริ่มผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้า จังหวะการหายใจเข้าออกแผ่วเบาเสียจนนึกว่าเขาสิ้นใจไปเสียแล้ว“เจ้านี่มันเป็นใครกันแน่?” หลางเอ่ยออกมาพร้อมกับแสดงท่าทีที่คอยจับผิด“เจ้ารู้แล้วจะทำให้เจ้าออกจากป่ามายาเร็วขึ้นหรืออย่างไร?”ฮุ่ยหวงฝากกำปั้นของเขาไว้บนหัวของหลาง “แซ่จ้าว...” เมิ่งฉิงเอ่ยแซ่ของจ้าวหลิวออกมาเบาๆ แซ่ของเขาคุ้นหูข้านัก เหมือนกับข้าเคยได้ยินหรือรู้จักกับคนแซ่นี้มานาน มากแล้ว แต่จะเป็นไปได้อย่างไร? แซ่จางมิเคยติดต่อกับแซ่จ้าวเลยสักนิดใบหน้าของเมิ่งฉิงเริ่มขมวดเสียจนเป็นปมแน่น เขาขมวดคิ้วพลางขบคิดถึง ที่มาของแซ่จ้าว แต่นึกอย่างไรเขาก็นึกไม่ออก จึงได้แต่ปล่อยให้ความสงสัย นั้นลอยลิ่วไปกับสายลมเสีย เวลานี้คงได้แต่เฝ้าดูแลจ้าวหลิวให้หายดีเสียก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง...
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม ร่างเล็กๆที่ดูราวกับก้อนแป้งกำลังนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหญ้า สายตาเล็กๆกวาดมองรอบข้างไปมาด้วยความเบื่อหน่าย จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีสัตว์อสูรตัวใดโผล่ออกมาให้นางตกใจเล่นเลยแม้แต่ตัวเดียว“น่าเบื่อเกินไปแล้วนะ...”ข้าบ่นออกมาด้วยความเบื่อถึงขีดสุด สายลมเย็นๆพัดผ่านร่างของข้าไประลอกหนึ่ง ข้าค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้น และออกเดินไปเรื่อยๆ จะทิศทางใดข้าก็ไม่อาจรู้ได้ ในภพเดิมข้าก็เคยอ่านเจอมาบ้างว่าให้ดูดาวเหนือเป็นหลักและเดินตามดาวเหนือไป เพียงแต่ว่ามัน คงใช้ไม่ได้กับป่ามายา... สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คงต้องตามหาคนอื่นๆให้เร็วที่สุด เกาะกลุ่มกัน เอาไว้คงจะมีหนทางรอดมากกว่า เมื่อตัดสินใจที่จะตามหาคนอื่นๆ ขาเล็กๆทั้งสองของข้าก็ก้าวเดินไปทิศทาง ที่ไม่ค่อยมีพุ่มไม้ขึ้นมากมายนัก
ด้านหน้าของข้าเป็นต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นอยู่ประปราย เส้นทางที่เคยเป็นพื้นหญ้าตอนนี้เป็นเพียงพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษหินมากมาย นี่ข้าคิดถูกหรือผิดที่ เข้ามาทางนี้กันเนี่ย? แต่พอข้าหันหลังเตรียมจะเดินกลับไปทางเดิม อนิจจา...รอบกายของข้ามี แต่ต้นไม้สูงใหญ่รายล้อมไปหมด ข้าออกมาจากจุดเดิมไม่ถึงยี่สิบก้าว แต่เหตุ ใดถึงได้มีต้นไม้มากมายขึ้นอยู่ด้านหลังข้าเสียจนสุดลูกหูลูกตาเช่นนี้? มารดามันเถอะ! ขนาดให้เด็กสี่ขวบมองดูยังรู้เลยว่านี่ไม่ใช่การเดินหลงป่าเป็นแน่! ถึงแม้ว่าข้าจะขึ้นชื่อว่าเด็กสาวผู้หลงทาง แต่ข้าก็มิได้โง่งมจนถึงขนาดที่ข้า จะเดินออกจากจุดเดิมมาไม่ถึงยี่สิบก้าวแล้วเดินหลงป่าทันทีหรอก จริง หรือไม่?ข้าสบถเบาๆในใจแต่ก็ทำได้เพียงก้มหน้ารับชะตากรรมไปอย่างเงียบๆ ขึ้นชื่อว่าป่ามายาก็คงไม่ใช่ป่าธรรมดาๆทั่วไปหรอก ข้าเริ่มปลงกับสิ่งที่เกิดขึ้น และจำใจเดินไปข้างหน้าอย่างเฉื่อยชา ป่านนี้ทุกคนจะเป็นอย่างไรกันบ้าง? พี่ สี่จะปลอดภัยหรือไม่? “เฮ้อ” สิ้นเสียงถอนหายใจข้า ทันใดนั้นข้าก็พบเข้ากับกระท่อมเล็กๆหลังหนึ่ง ด้านข้างของกระท่อมมีแม่น้ำสายเล็กตัดผ่านระหว่างกระท่อมและป่าฝั่งตรง ข้าม ข้ารีบเดินไปยังกระท่อมหลังนั้นเพื่อหวังจะใช้เป็นที่พักในคืนนี้ มือเล็กๆของข้าผลักบานประตูไม้ที่เก่าซอมซ่อออกด้วยความระมัดระวัง แม้ว่าตัวกระท่อมจะเก่าและทรุดโทรมมากมายเพียงใดแต่ภายในกลับไร้ร่องรอยของไรฝุ่น ข้าวของมากมายถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ราวกับมันรู้ว่าจะมีผู้ มาเยือน ข้าเดินเข้าไปด้านในช้าๆ สายตาก็สำรวจภายในกระท่อมโดยไม่หยุด พัก ข้ามุ่งหน้าไปยังเตียงไม้เล็กๆ ในใจคิดเพียงว่าอยากจะเข้านอนเร็วๆเสียที ทว่าก้นของข้ายังไม่ทันที่จะหย่อนถึงฟูกที่นอน ก็ถูกเสียงร้องแปลกๆ ขัดจังหวะเข้ามา ข้าหัวเสียเล็กน้อยก่อนจะวิ่งไปสำรวจด้านนอกเพื่อหาที่มา ของเสียงเมื่อข้าเปิดประตูออกไป ก็พบเข้ากับ...แมว?
ภายในถ้ำมีหญิงสาวสองคนอาศัยอยู่ภายใน คนหนึ่งนั่งกอดเข่าด้วยตัวที่ สั่นเทา อีกคนหนึ่งกำลังก่อกองไฟ นางนำหินสองก้อนมาเคาะอยู่นาน “เจ้าหนาวมากหรือไม่? อาซื่อ”เฉินซานเอ่ยถามน้องสาวฝาแฝดด้วยความเป็นห่วง“อื้อ”เฉินซื่อเองก็พยายามเปล่งเสียงออกมาพร้อมกับพยักหน้าหงึกหงัก ข้าและอาซื่อเดินเข้าป่ามายามาพร้อมๆกัน แต่ทว่าพวกข้าไม่ได้แยกจากกันไปไหนยังคงอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม พอพวกข้าเข้าป่ามายาไม่นานอาซื่อก็เกิดอาการเวียนหัวอย่างรุนแรงจนพลัดตกแม่น้ำไป ยังดีที่กระแสของแม่น้ำไม่แรงและน้ำก็ตื้นอยู่พอสมควร ข้าจึงสามารถพาอาซื่อกลับขึ้นฝั่งได้อย่างราบรื่น แต่ทว่าอากาศภายในป่าไม่เหมือนกับอากาศในที่อื่น พอตะวันเริ่มคล้อยต่ำ ความเย็นก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ข้าพาอาซื่อเดินหาที่พักพิงอยู่นานหลายชั่วยามจนพบ เข้ากับถ้ำแห่งนี้พอดี พวกเราทั้งสองจึงตกลงที่จะพักกันที่นี่อาซื่อตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ ปากของนางเริ่มเป็นสีม่วงคล้ำ ดวง หน้าเล็กๆของนางเริ่มซีดเผือด ข้าเห็นท่าไม่ดีจึงปลดอาภรณ์ที่เปียกชื้นของ นางออกมาตากไว้ ข้าปลดเสื้อคลุมตัวนอกของข้าออกก่อนจะห่มให้นาง ใบหน้าของอาซื่อเริ่มมีเลือดฝาดอีกครั้งแต่ก็ยังคงซีดอยู่ ข้าจึงเร่งมือก่อกอง ไฟ ในที่สุดประกายไฟเล็กๆก็ติดขึ้นมา ข้ารีบนำเศษใบไม้แห้งๆสุมเข้าไปใน กองอย่างรวดเร็ว
อาซื่อออกแรงดึงชายกระโปรงของข้าเอาไว้ นางทำมือชี้ไปที่ท้องเล็กๆสลับ กับปากของนาง ข้าเห็นเข้าก็เข้าใจนางโดยพลัน ข้าเริ่มสำรวจห่อผ้าที่ทาง สำนักให้มา ภายในนั้นมีผ้าหนาๆอยู่หนึ่งผืนและมีเสบียงเล็กๆน้อยๆ“เอ้า! กินเสียสิ”ข้ายื่นหมั่นโถวก้อนหนึ่งให้กับนาง อาซื่อรับหมั่นโถวจากมือข้าไปกินอย่างรวดเร็ว นางกัดไปคำหนึ่งก็ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ให้ข้า ดวงตาของนางหยีขึ้นราวกับพระจันทร์เสี้ยว ชั่วพริบตาในใจ ของข้าก็พลันรู้สึกอบอุ่นจนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบหัวนางเบาๆ ป่านนี้ไม่รู้ว่าพี่น้องข้าจะเป็นเช่นไร ยังเหลือเวลาในการทดสอบอีกตั้งสองวัน ข้าต้องรอดและต้องปกป้องอาซื่อให้ได้ “เมี๊ยวว~”เสียงร้องน่ารักของเจ้าแมวตัวน้อยดังขึ้นมาเป็นระยะ มันนั่งอยู่หน้าประตูของกระท่อมโดยไม่ยอมขยับไปไหน ดวงตากลมโตสีทองของมันก็จ้องมองมาที่ข้าไม่หยุด“...”ข้าจ้องมันกลับไปโดยไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก ข้าปิดประตูพร้อมๆกับเดิน กลับเข้ามายังเตียงนอนเหมือนเดิม ทิ้งเจ้าแมวน้อยขนปุยให้นั่งอยู่ตรงนั้นโดยไม่เหลียวแลในขณะที่ร่างเล็กๆของข้ากำลังเอนลงนอนบนฟูกอันนุ่มนิ่ม ทันใดนั้นก็ได้มี สายลมที่รุนแรงสายหนึ่งพัดเข้ามายังหน้าต่างด้านข้างเตียง สายลมนั้นรุนแรงเสียจนสามารถผลักบานหน้าต่างไม้ให้เปิดออกได้ ข้าลุกเดินไปยังบานหน้าต่างเพื่อที่จะปิดมัน แต่ทว่าร่างเล็กปุกปุยกลับกระโดดเข้ามาภายในกระท่อมด้วยความรวดเร็ว “เมี๊ยวว~”มันส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ข้า ราวกับว่ามันจะพยายามพูดว่า‘ขออยู่ด้วยนะเมี๊ยว~’อย่างไรอย่างนั้น ข้ายื่นมือเล็กๆออกไปอุ้มมันเพื่อที่จะพามันออกจากกระท่อมหลังนี้ไป ฉับพลันเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ในร่างกายของข้าก็หายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกอะไรบางอย่างสูบมันออกไป ขาทั้งสองข้างของข้าชาวาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มันชาเสียจนแทบจะไร้ซึ่งความรู้สึกสัมผัสใดๆ เมื่อไร้ซึ่งการทรงตัวให้มั่นคงร่างทั้งร่างของข้าก็ทรุดลงอย่างรวดเร็ว ลมหายใจเริ่มแผ่วเบาลงทุกขณะสายตาเริ่มพร่ามัวลงไปทุกที ข้าพยายามควานหากระพรวนที่ได้จากสำนักเพื่อเขย่ามัน แต่ทว่าเจ้าแมวน้อยดันคาบเอากระพรวนของข้าแล้วกระโดดพรวดพราดออกจากหน้าต่างไปโดยไร้ซึ่งเยื่อใย.... มารดามันเถอะ!ข้ากรีดร้องในใจได้ไม่นานนัก ทิวทัศน์ในสายตาของข้าก็ถูกความมืดกลืนกินเข้าไปอย่างรวดเร็ว สติของข้าก็ได้จมหายเข้าไปสู่ความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดอีกครั้งหนึ่ง
[1] จงเจียน คือ ลำดับขั้นบำเพ็ญตบะขั้นกลาง