“แมว แกเป็ใคร?”
เสียงเบนร้องเรียกแมวคริสให้ออกมา
“ไงพวกเธอ มีแต้มให้ฉันมาเก็บอีกแล้วเหรอ? ขยันกันจังเลยนะ ฮ่าๆ”
ฉันคิดไปเองรึเปล่านะ พักหลังๆมานี้ ไอ้แมวคริสมันดูอารมณ์ดีแปลกๆ
“ไม่ได้ขยัน ไม่เคยคิดขยันด้วย!!!”
.
“อ้าว...เธอ ทำไมดูหมดเรี่ยวแรงอย่างนั้นล่ะ”
.
“หมดเรี่ยวแรงเหรอ? ก็แกไง!”
“ แกมันขี้เหนียวข้อมูลไง ฉันถึงเกือบตายอีกรอบเนี่ย!”
.
“ตายเหรอ? เธอตายแล้วนี่”
มันพูดพร้อมหรี่ตามองฉัน
“หุบปาก!”
“แล้วตั้งใจตอบคำถามฉันแมว!”
“ฉันถูกใยแมงมุมมัดไว้ ฉันเรียกแกแล้ว”
“ทำไมแกไม่ออกมา?”
.
“อ้าว…นี่พวกเธอ ปราบมารแมงมุมได้เหรอ?”
“ สุดยอดไปเลย”
มันทำหน้าตาตื่นเต้นแบบหลอกๆ แล้วมันก็ใช้อุ้งมือหน้าข้างมือปรบมือให้เรา
“หยุดเลย ตอบคำถามฉันมาเดี๋ยวนี้!”
.
“ก็ฉันบอกพวกเธอแล้ว”
“ว่าฉันจะมาเฉพาะตอนที่มีแต้มบุญให้ฉันเก็บเท่านั้นไง”
ฉันจำได้ละ จะว่าไปก็จริงของมัน
“อ๋อเหรอ แล้วไอ้ใยแมงมุมเนี่ย”
“ทำไมมันติดร่างนักปราบมารได้ ทำไมมันไม่ติดร่างมนุษย์เลย”
.
“ง่ายมากๆ มารแมงมุมน่ะเหรอ”
“ มันเป็มารชนิดเดียวที่ไม่สนใจมนุษย์"
"เพราะมันเป็มารที่ล่านักปราบมารโดยเฉพาะ”
.
“ก็แล้วมันจะล่าฉันไปทำไมล่ะ?”
.
“ก็ลูกๆมันน่ะ ฉันเดาว่าพวกเธอก็คงเห็นลูกๆมันแล้ว”
“มันล่านักปราบมารเพื่อให้ลูกๆมันกินร่างพวกเธอไง”
“ ลูกๆมันจะได้กลายเป็มารเหมือนมัน”
.
“ร่างนักปราบมาร นี่ทำให้สัตว์ต่าง ๆกลายเป็มารได้เหรอครับ”
.
“ใช่! แต่มีแค่มารแมงมุมเท่านั้นนะที่ทำได้”
“มันก็เลยตั้งหน้าตั้งตาไล่ล่าเธอไง”
ว่าแล้วเชียว ทำไมมันไล่ล่าฉันไม่ปล่อยเลย
“แล้วลูกๆมันกัดฉันไปแล้ว มันจะกลายเป็มารรึยัง?”
.
“ยังหรอก มันต้องกินบางส่วนของร่างของนักปราบมารเข้าไปด้วย ไม่ใช่แค่กัด”
.
“อย่างนั้นเหรอ”
“แล้วที่พวกเธอแปรงเป็มนุษย์ได้น่ะ”
“ ก็เพื่อเอาไว้หลบหนีมารแมงมุมยังไงล่ะ”
.
“งั้นเหรอ”
.
“อ้าว! ไหนดูซิ...แปดแต้มสินะ!”
“ เอ้า รวมกับของเก่านะ ก็...เท่ากับ...14!!!”
“ว้าว พวกเธอนี่เก่งกันจริงๆนะ แป๊บเดียวก็ได้แต้มขนาดนี้แล้ว”
“อย่าลืมนะ ยังเหลืออีก...”
.
“986 !!! ฉันรู้น่ะ ไม่ต้องย้ำหรอก”
.
“อ่อ...เหรอ งั้นฉันไปล่ะนะ”
แมวมันทำท่าจะหันหลังกลับ แล้วมันก็นิ่ง และหันกลับมาใหม่
“ไง! ไม่ห้ามฉันเหรอ?”
“ หมดเื่จะถามแล้วเหรอ?”
.
“ฉันมีเื่จะถามแกเยอะแยะนั่นแหละ”
“ แต่แมว แกจะขี้เหนียวข้อมูลไปไหนเหรอ?”
.
“ฉันเหรอ? เปล่าเลย แต่บางอย่างมันก็เป็กฎ”
“ ฉันก็แค่ผู้รักษากฎ”
.
“แกพูดอะไรมาใหม่ ที่เป็ปริศนาอีกแล้วนะ!”
.
“แล้วไง! เธอยากรู้เื่กฎไหมล่ะ?”
.
“ไม่เลย! ที่ฉันรู้อยู่ก็ปวดหัวพอแล้ว”
“ ฉันอยากจะพักเป็อย่างมากตอนนี้”
“หรือถ้าเบนมันอยากรู้”
“ แกก็บอกมันเอง แล้วแต่แกจะกรุณา”
ฉันเหนื่อยใจ ฉันอยากจะพักจริงๆ
ฉันบินไปคว้าโหล่ใส่น้ำที่ตกอยู่บนพื้น แล้วว่าจะบินไปลำธารสักที
“ว่าไงเบน อยากรู้อะไรอีกไหม?”
.
“ผมไม่อยากรู้เื่กฎหรอกครับ”
“แต่ผมอยากรู้ว่า จริงๆแล้วมารมันมาจากไหนครับ?”
ฉันจะออกบินอยู่แล้ว แต่ดันได้ยินคำถามเบนซะก่อน จริงๆแล้วฉันก็อยากรู้คำตอบนี่เหมือนกัน
“มารเหรอ? อืม...ไม่ค่อยมีนักปราบมารอยากรู้คำถามนี้หรอกนะ”
“เพราะมันไม่ทำให้พวกเธอได้แต้มง่ายขึ้นไง ฮ่าๆ”
“จริงๆแล้วฉันก็ไม่รู้หรอกๆ"
"แต่...ฉันบอกให้ก็ได้”
“เื่มันก็นานมาแล้ว เป็เื่เล่าต่อๆกันมาน่ะ”
“ในตอนที่สัตว์ทั้งหลายยังเป็สัตว์กันอย่างปกตินั่นแหละ”
“ในบรรดาหมู่สัตว์ที่ปกติ มันก็ต้องมีบางตัวที่ผิดปกติ”
“นั่นแหละ มีสัตว์ตัวหนึ่ง ไม่ทราบชนิดของมัน มันดันเกิดมีความรู้สึกนึกคิดอย่างมนุษย์โดยไม่ทราบสาเหตุ”
“ด้วยความฉลาดของมันนั่นแหละ มันก็คิดวิธีการดูดพลังชีวิตมนุษย์ได้ เพื่อให้ตัวเองได้กลายเป็มนุษย์จริงๆ”
“พอมันเริ่มทำได้ มันก็เริ่มชักชวนสั่งสอน ให้สัตว์ในหมู่มันเป็อย่างมันบ้าง”
“และสัตว์ที่เป็ตัวเริ่มต้นนั่นแหละ คือาามาร”
“ไม่มีใครเคยเจอาามาร จึงไม่มีใครรู้ว่ามันคือสัตว์ชนิดใด”
“พอเริ่มมีมารมากๆเข้า อันตรายของชีวิตมนุษย์ก็มีมากขึ้น”
“เพราะมารบางตัว มันดูดพลังชีวิตจนมนุษย์ตายเลยนะ มันถึงจะพอใจ”
.
“อย่างนั้นเหรอครับ แล้วนักปราบมารมาจากไหนครับ?”
“ทำไมมนุษย์ไม่ปราบมารกันเองล่ะครับ?”
.
“อ้าว นี่เธอไม่ๆได้สังเกตเหรอ”
“มนุษย์น่ะ มองไม่เห็นมารหรอก”
“ยกเว้นว่ามารมันจะไปสิงร่างของสัตว์ต่างๆ”
“เหมือนมารกบไง”
.
“อ๋อ เหรอครับ”
.
“ใช่ พอมันเริ่มดูดพลังชีวิตมนุษย์ได้ มันก็เป็มารแล้ว”
“มันจะทิ้งร่างเดิมของมัน แล้วก็ออกท่องไปหาดูดพลังชีวิตมนุษย์ไปเรื่อย ๆ”
“เธออาจจะเห็น ว่ามารบางตัวหน้าตามันจะแปลกๆ”
“เพราะมันดูดพลังชีวิตมนุษย์มานานแล้วไง”
.
“เหรอ? แล้วนักปราบมารมาจากไหนล่ะ? ทำไมต้องเป็เรา?”
ฉันที่ฟังอยู่นานแล้ว ก็เกิดอยากจะรู้กับเขาบ้าง
“นักปราบน่ะเหรอ? พวกเธอน่ะเหรอ?”
“ถึงเวลาที่ผู้รักษากฎอย่างฉัน ต้องไปแล้วล่ะ”
“แต่ฉันจะบอกไว้นะ”
“นักปราบมารอย่างพวกเธอน่ะ"
"ไม่ตายแล้วล่ะ อย่างมากก็แค่อ่อนแรง”
พอสิ้นเสียงมัน แมวมันก็หายวับไปเลย
“อ้าว! แมว! แกทำอย่างนี้อีกแล้วนะ!”
มันหายไปอีกแล้ว พอถึงคำถามที่ฉันอยากจะรู้ มันก็หายไปทุกทีๆ
“ป้า! ป้าจะไปตักน้ำใช่ไหม?”
“มาๆป้า ผมไปด้วย”
.
“ดี! แล้วแกก็รับโหล่นี่ไปด้วย”
ฉันโยนโหล่ใส่น้ำไปให้เบนมันถือไว้ และเริ่มออกบินไปยังลำธาร
“ป้า มารแมงมุมมันล่านักปราบมาร”
“ถ้าผมมากับป้าั้แ่แรก ผมก็คงโดนใยมันมัดไปด้วย”
.
“แกจะบอกว่า แกคิดถูกแล้วที่อยู่ฝึกธนูใช่ไหม?”
.
“ป่าวป้า แต่ก็…เอ่อ …ใช่”
.
“อ้าว ไอ้เด็กนี่!”
.
“ไม่ใช่อย่างนั้นป้า ผมหมายถึง ผมขอโทษที่ให้ป้ามาคนเดียว”
“ผมน่าจะมากับป้าด้วย”
.
“ฉันก็ขอบใจนะที่แกคิดได้”
“แต่เบน แกก็ทำถูกแล้วล่ะ”
“เพราะฝีมือการฝึกธนูของแกนั่นแหละ เราถึงรอดมาได้”
.
“ฮ่าๆ อย่างนั้นเหรอป้า?”
“ผมยิงแม่นใช่ไหมล๊า?”
ฉันล่ะหมั่นไส้ท่าทางมันในตอนนี้จริงๆ แต่ก็นั่นแหละ เพราะฝีมือการยิงธนูของมันจริงๆที่่ช่วยพวกเราไว้
“เบน แกรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่ไหน?”
.
“ตอนไหนเหรอป้า?”
.
“ก็ตอนที่แกตกลงมาจากต้นไม้น่ะ แล้วแกก็ปีนใยแมงมุมมาช่วยฉันไง”
.
“อ๋อ ผมก็ไ่ม่รู้หรอกป้า”
“ตอนนั้นผมกำลังฝึกยิงธนูอยู่ กำลังเพลินเลยป้า”
“อยู่ดีๆ ตัวผมมันก็เหมือนถูกดึง ถูกดึงแรงๆน่ะป้า”
“ผมไม่รู้ว่าผมเป็อะไร และผมก็กลัวว่าคนยิงธนูเขาจะใด้วยถ้าผมจะแปรงร่างตรงนั้น”
“ผมก็เลยบอกเขาว่าผมจะไปฉี่ซะหน่อย”
“แล้วผมก็เดินไปตามแรงดึงนั้น”
“มันดึงตัวผมแรงมากป้า”
“แล้วสักพักนึง มันก็ดึงแรงๆ จนตัวผมลอยกระเด็นมาหล่นในป่าอย่างที่ป้าเห็นนั่นแหละ”
.
แปลกนะ เรามักจะเจอเื่แปลกๆเสมอตลอดเวลา
“เบน แกคิดว่า มันเกิดจากอะไรล่ะ”
.
“ผมว่า ผมรู้นะป้า”
“ผมเพิ่งรู้เมื่อกี้นี่แหละ”
“พอคุยกับแมวไปเรื่อย ๆ ผมเลยจำได้”
“ว่าผมอยู่ห่่างจากป้า ได้ไกลแค่รัศมี 1 กิโลเมตรเท่านั้น”
เออจริง! แมวมันเคยพูดไว้ ฉันก็เพิ่งนึกออก
ตอนนั้นฉันค้านหัวชนฝาเลยนะกับเื่ประเภทนี้ ไม่น่าเชื่อ ว่าตอนนี้มันมากลับช่วยเราไว้ได้
“นั่นสินะเบน”
“ฉันก็เพิ่งนึกออกเหมือนกัน”