หมาป่าเหล่านี้มีร่างกายปราดเปรียว ขนของพวกมันสะท้อนแสงเย็นเยียบภายใต้แสงจันทร์สลัว ตัวที่นำหน้ามีขนาดใหญ่ที่สุด มันยืนอยู่หน้าสุด หูตั้งชัน ดวงตาจ้องเขม็งไปที่หลินอวี่
ในเวลานี้ หัวใจของหลินอวี่เต้นรัว ฝ่ามือเปียกโชกไปด้วยเหงื่อจนด้ามจับของฉมวกแทงปลาในมือลื่นจนจับได้ยาก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว รู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบคอไว้จนแน่น การหายใจเริ่มถี่และปั่นป่วน ทุกครั้งที่สูดลมหายใจเข้าเหมือนเป็การดึงรั้งเส้นประสาทที่ตึงเครียด
เขาไม่เคยถูกหมาป่าล้อมมาก่อน จึงไม่รู้เลยว่าความกลัวในใจตอนนี้เป็อย่างไร ความกลัวแบบนี้ แม้แต่ตอนเอาชีวิตรอดในป่าอเมซอนเมื่อชาติก่อนเขาก็ไม่เคยััความกลัวเช่นนี้ หลินอวี่รีบตั้งสติให้สงบลง เขารู้ดีว่าความกลัวในตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไร
วงล้อมของหมาป่าบีบแคบลงเรื่อย ๆ หลินอวี่ถึงกับได้ยินเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงและเสียงกรงเล็บที่ข่วนพื้นเบา ๆ ได้อย่างชัดเจน
เ้าลาแก่ดูเหมือนจะััได้ถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา มันส่งเสียง ฮี้ ๆ อย่างกระวนกระวาย ซึ่งเสียงนี้ในบรรยากาศที่เงียบสงัดและตึงเครียด กลับยิ่งเหมือนกับการนับถอยหลังสู่ความตาย
เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมออกมาตามหน้าผากของหลินอวี่ ดวงตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็ว ในมือกำฉมวกแทงปลาไว้แน่น พยายามหาโอกาสรอดเพียงน้อยนิดในสถานการณ์สิ้นหวังนี้
จะปราบศัตรูต้องเด็ดหัวหน้า หาก้าหาทางรอด หลินอวี่รู้ดีว่ามีเพียงการฆ่าจ่าฝูงหมาป่าเท่านั้นถึงจะทำได้ ดังนั้น สายตาของเขาจึงจ้องเขม็งไปที่หมาป่าจ่าฝูงตัวนั้น
แต่หมาป่าจ่าฝูงตัวนี้ระมัดระวังตัวมาก แววตาเ้าเล่ห์และดุร้าย มันดูเหมือนจะสังเกตเห็นเจตนาของหลินอวี่ จึงเดินวนเวียนอยู่รอบนอกวงล้อม รักษาระยะห่างและไม่รีบร้อนโจมตี หูของมันขยับไปมาเป็ระยะ เพื่อดักจับความเคลื่อนไหวรอบตัวอย่างเฉียบคม ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง อุ้งเท้าแตะพื้นอย่างแ่เบาจนฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับกำลังหยั่งเชิงหลินอวี่ หรือไม่ก็กำลังรอจังหวะโจมตีที่ดีที่สุด
หลินอวี่รู้ดีว่านี่คือการเดิมพันด้วยชีวิต เขาต้องมีสมาธิและเยือกเย็นอย่างถึงที่สุด เพื่อหาจังหวะที่หมาป่าจ่าฝูงเผยช่องว่าง มิฉะนั้น คืนนี้เขาคงต้องทิ้งร่างไว้ในปากของฝูงหมาป่าเหล่านี้
ในที่สุด หมาป่าจ่าฝูงก็หมดความอดทน น้ำลายเหม็นคาวไหลยืดจากเขี้ยวอันแหลมคม พร้อมกับเสียงเห่า "โฮก" หนึ่งครั้ง หมาป่าตัวอื่น ๆ ก็พุ่งเข้าใส่เกวียนลาของหลินอวี่ในทันที พวกมันเคลื่อนที่รวดเร็วมาก พุ่งทะยานราวกับสายฟ้าสีเทาในความมืด ฝุ่นที่ถูกเท้าทั้งสี่เตะขึ้นมาดูเด่นชัดภายใต้แสงจันทร์อันริบหรี่
หลินอวี่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาคว้าสายบังเหียนแล้วกระชากอย่างแรง เ้าลาแก่ดูเหมือนจะััได้ถึงอันตรายจึงยอมทำตามแต่โดยดี เกวียนลาถูกดึงมาขวางกั้นระหว่างตัวเขากับฝูงหมาป่า กลายเป็ปราการป้องกันชั่วคราว
หมาป่าตัวที่พุ่งมาหน้าสุดะโขึ้นสูง อ้าปากกว้างหมายจะข้ามเกวียนลาเพื่อตะครุบหลินอวี่ หลินอวี่ฉวยโอกาสนั้นกำฉมวกแทงปลาแน่นแล้วแทงออกไปอย่างแรงใส่หมาป่าที่ลอยอยู่กลางอากาศ ฉมวกแทงปลาปักเข้ากลางท้องหมาป่าอย่างแม่นยำ มันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปและตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ดิ้นพล่านด้วยความทรมาน เืสีแดงฉานย้อมผืนหญ้ารอบ ๆ
หมาป่าตัวอื่น ๆ เมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ถอยหนี แต่กลับแยกย้ายกันล้อมเข้ามาหาเกวียนลาจากหลายทิศทาง หลินอวี่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วรอบเกวียนลา
ดวงตาของเขายังคงจับจ้องที่ฝูงหมาป่า พร้อมกับคอยสังเกตตำแหน่งของหมาป่าจ่าฝูงไปด้วย หมาป่าจ่าฝูงยืนอยู่ไม่ไกลด้านหลังฝูง แววตาเ็าและเ้าเล่ห์มันไม่ยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงโดยง่าย ดูเหมือนกำลังสั่งการฝูงหมาป่า หรือไม่ก็กำลังรอให้หลินอวี่เผยช่องว่าง
ในขณะเดียวกัน หมาป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาจากด้านข้างของเกวียนลา หลินอวี่เห็นดังนั้นจึงออกแรงขว้างฉมวกแทงปลาใส่หมาป่าตัวนั้น ฉมวกแทงปลาพุ่งไปด้วยแรงมหาศาล ปักเข้าที่ขาของหมาป่าอย่างจังจนมันเสียการทรงตัวและล้มลงข้างเกวียนลา
ทว่าในตอนนี้ หลินอวี่กลับตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย หมาป่าตัวอื่น ๆ ล้อมเข้ามาหมดแล้ว และอาวุธเพียงชิ้นเดียวอย่างฉมวกแทงปลาก็หลุดมือไปแล้ว มีเพียงเกวียนลาที่เป็ที่กำบัง ซึ่งไม่สามารถทนได้นานนัก หากหมาป่าตัวอื่นรุมโจมตีเข้ามา เขาต้องตายอย่างแน่นอน
หมาป่าจ่าฝูงสังเกตเห็นจุดนี้เช่นกัน มันส่งเสียง "โฮก!" หนึ่งครั้ง หมาป่าตัวอื่น ๆ ก็พุ่งเข้าหาหลินอวี่ทันที เมื่อเห็นว่าการโจมตีของฝูงหมาป่ารุนแรงขึ้น หลินอวี่จึงหาจังหวะม้วนตัวหลบลงไปใต้เกวียนลาอย่างรวดเร็ว ใต้ท้องเกวียนลาไม่ได้สูงมากนัก เขาต้องขดตัวและคลานไปข้าง ๆ ซากหมาป่าที่ถูกฉมวกแทงปลาปักอยู่ เพื่อดึงฉมวกแทงปลากลับคืนมา
เขากำฉมวกแทงปลาไว้แน่นด้วยสองมือ ดวงตามองผ่านช่องว่างของล้อรถเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวภายนอกอย่างตึงเครียด ฝูงหมาป่าล้อมเข้ามาทันที คอยใช้กรงเล็บตะกุยตะกายตัวเกวียนจนเกิดเสียง 'แกร๊ก ๆ ' ที่ชวนขนลุก
หมาป่าตัวหนึ่งพยายามมุดผ่านช่องว่างของล้อรถเข้ามา หลินอวี่ไม่ลังเลที่จะแทงฉมวกแทงปลาออกไป ปลายฉมวกเฉียดจมูกของหมาป่าตัวนั้น มันร้องโหยหวนด้วยความเ็ปและถอยกลับไปอย่างทุลักทุเล
หลินอวี่หอบหายใจแรง เหงื่อไหลโชกจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม ผสมกับเืจนเหนียวเหนอะหนะตามิั เขาได้ยินเสียงลมหายใจของฝูงหมาป่าอย่างชัดเจน รวมถึงเสียงคำรามต่ำของหมาป่าจ่าฝูงที่อยู่ไม่ไกล เสียงนั้นราวกับกำลังเร่งให้ฝูงหมาป่ารีบทำลายแนวป้องกันให้ได้
ภายใต้เกวียนลา หลินอวี่พยายามปรับลมหายใจ เพื่อให้หัวใจที่เต้นระรัวสงบลง เขารู้ว่าการคุมเชิงแบบนี้จะอยู่ได้ไม่นาน เขาต้องหาทางโจมตีก่อน หรือรอจังหวะที่เหมาะสมที่สุดเพื่อปลิดชีพฝูงหมาป่า โดยเฉพาะการกำจัดหมาป่าจ่าฝูง ถึงจะคลี่คลายวิกฤตนี้ได้อย่างแท้จริง
แต่หมาป่าจ่าฝูงตัวนี้ฉลาดมาก เมื่อเห็นหลินอวี่หลบอยู่ใต้รถ มันจึงสั่งให้ฝูงหมาป่าเปลี่ยนเป้าหมายไปโจมตีเ้าลาแก่แทน เื่นี้ทำให้หลินอวี่ใจหายวาบ ลาตัวนี้เป็ของรักของหวงของผู้ใหญ่บ้าน หากถูกหมาป่ากัดตาย เขาไม่รู้จะเอาอะไรไปชดใช้ให้ได้
หลินอวี่ร้อนใจจนแทบคลั่ง โดยไม่สนอันตรายในตอนนี้ ในหัวมีเพียงความคิดเดียวคือ ต้องไม่ให้ลาของผู้ใหญ่บ้านได้รับาเ็เด็ดขาด เขารีบคลานออกจากใต้เกวียนลา ความตึงเครียดทำให้เขาเคลื่อนไหวได้อย่างเงอะงะ แขนถลอกแต่เขาก็ไม่รู้สึกตัว ทันทีที่คลานออกมา ลมกลางคืนที่หนาวเหน็บและกลิ่นคาวหมาป่ารุนแรงก็พุ่งเข้าปะทะหน้า ร่างของเขาปรากฏสู่สายตาของฝูงหมาป่าในทันที
ดูเหมือนฝูงหมาป่าจะล่อให้เขาออกมา ทันทีที่เขาปรากฏตัว พวกมันก็หันขวับกลับมาจ้องมองเขาด้วยสายตาอำมหิตอีกครั้ง หลินอวี่สะกดความกลัวในใจ กำฉมวกแทงปลาในมือแน่น ยืนหยัดอย่างมั่นคงเตรียมพร้อมรับการโจมตีจากฝูงหมาป่า
ในเวลานี้ เสียงหัวใจของเขาดังกึกก้องราวกับเสียงฟ้าร้องข้างหู เส้นประสาททุกเส้นตึงเครียดถึงขีดสุด ดวงตาจ้องเขม็งไปยังฝูงหมาป่าที่ค่อย ๆ ใกล้เข้ามา ราวกับจะใช้สายตาขับไล่พวกมันไป แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดหวั่น แต่เขารู้ว่าตอนนี้ไม่มีทางถอย มีเพียงการสู้ตายเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสปกป้องลาของผู้ใหญ่บ้าน และหาทางรอดให้ตัวเอง
ในขณะที่หลินอวี่เตรียมจะสู้ตาย เสียงปืนดังสนั่นราวกับสายฟ้าฟาดแหวกท้องฟ้ายามค่ำคืน หมาป่าจ่าฝูงที่กำลังเตรียมจะโจมตีปลิดชีพหลินอวี่ ถูกแรงกระแทกมหาศาลเข้าอย่างจัง ร่างของมันกระเด็นปลิวราวกับว่าวสายป่านขาด วาดเป็เส้นโค้งกลางอากาศก่อนจะตกลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนฝุ่นฟุ้งกระจาย
หมาป่าตัวอื่น ๆ ใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันจนตัวสั่น แววตาดุร้ายเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัวและลนลานในทันที หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง พวกมันรีบหางจุกตูด ส่งเสียงคราง "หงิง ๆ " แล้ววิ่งหนีแยกย้ายกันไปทุกทิศทางและหายลับไปในความมืดในชั่วพริบตา
หลินอวี่เองก็ใกับเสียงปืนจนตัวแข็งทื่อ ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งสติได้ ก็เห็นชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำเดินเข้ามาจากระยะไกล ชายคนนั้นก้าวเดินอย่างมั่นคง ในมือถือปืนลูกซองแฝดที่มีควันสีจาง ๆ ลอยออกมา ใบหน้าของเขาดูคมชัดภายใต้แสงจันทร์ แววตาแฝงไปด้วยความเ็าและเด็ดเดี่ยว
หลินอวี่มองชายคนนั้น ในใจเกิดความรู้สึกโชคดีและซาบซึ้งที่รอดชีวิตมาได้ ร่างกายที่ตึงเครียดค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ฉมวกแทงปลาในมือหลุดร่วงลงพื้นเสียง "เคร้ง!" ร่างกายของเขาอ่อนแรงลงทันทีจนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นและหอบหายใจอย่างหนัก
ชายคนนั้นถือปืนลูกซองแฝด เดินวนรอบเกวียนลาหนึ่งรอบ เมื่อตรวจตราเสร็จ เขาก็สาวเท้าเดินตรงมาหาหลินอวี่ เมื่อมาถึงตรงหน้าหลินอวี่ มือใหญ่ราวกับใบพัดของเขาก็ตบลงบนไหล่ของหลินอวี่อย่างแรงจนตัวเซเล็กน้อย
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มล้อเลียนบนใบหน้า แล้วเอ่ยว่า "ไอ้หนู เก่งไม่เบานี่หว่า! ดูร่างกายผอมแห้งแรงน้อยของแกสิ ดันใช้ฉมวกแทงปลาเก่า ๆ ฆ่าหมาป่าไปได้ตั้งสองตัว ฉันยังไม่กล้าทำแบบนี้เลย เฮะ ๆ แกนี่มันยอดไปเลยว่ะ สูบบุหรี่ไหม?"