
บนขบวนเรือกว่า200 ลำของจางไห่จู ในน่านน้ำช่องแคบมะละกา อาการาเ็ของจาฮาย คนมีปีกแห่งเกาะการูด้าเริ่มทุเลาแล้ว
“าแของท่านเริ่มสมานตัวแล้วกินยาและใส่ยาต่อเนื่อง อีกไม่กี่วันก็หายเป็ปกติ” จางไห่จูกล่าวขณะกำลังทำความสะอาดแผลและใส่ยาให้อดีตาาครุฑ
“ขอบคุณท่านอีกครั้งไม่ทราบว่าข้ามาทำให้การเดินทางของท่านล่าช้าลงหรือไม่”
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันก็เป็คนแบบนี้แหละทนเห็นคนถูกทำร้าย โดนเอาเปรียบ หรือโดนโกงไม่ได้ต้องเข้าไปยุ่งเื่ชาวบ้านอยู่เรื่อย ถึงได้มามีชีวิตแบบนี้ไง”
“แล้วท่านไม่มีครอบครัวเหรอ”
อาจูมองหน้าเขาแล้วตอบว่า
“ครอบครัวฉันจริง ๆ ไม่เหลือแล้วตอนนี้มีแต่ลูกเรือทั้งหมดนี่แหละ เสมือนครอบครัวของฉัน”
“ชีวิตเราคล้ายกันเลยแม่ข้าตายั้แ่ข้ายังแบเบาะ เสด็จพ่อมีชายาหลายองค์ พอดีว่าข้าเป็ลูกราชินีองค์เก่าจึงมีสิทธิในราชบัลลังก์ก่อนมันซู ( Mansur ) พี่ชายคนละแม่ซึ่งเกิดจากนางสนม ทำให้เขาไม่พอใจ ถือว่าตัวเกิดก่อนน่าจะได้ครองราชย์ก่อนจึงคิดกำจัดข้า”
“แล้วท่านคิดจะกลับไปทวงบัลลังก์คืนหรือไม่”
“คิดอยู่ แต่ยังมองไม่เห็นหนทางเลยบรรดานายทหารก็มีแต่พวกของมันทั้งหมด จะมีที่ภักดีต่อพ่อข้ากับตัวข้านั้นเห็นจะได้แก่นายพลมาร์กา(Marga) เท่านั้น แต่กองกำลังของเขามีเพียงหยิบมือมีหรือจะสู้กองทัพของมันซูได้ นอกเสียจากเราจะเข้าไปซ่องสุมคนของเราให้มากขึ้น”
“ฉันพอมีวิธี แต่ท่านต้องร่วมมือกับฉันนะ”
“วิธีอะไร บอกมาเถิดข้าพร้อมร่วมมือกับท่านทุกอย่าง”
“ฉันมีวิชาแปลงกายที่เรียนกับอาจารย์บนเกาะไผ่เขียวแต่ยังไม่เคยลองใช้จริงจัง จะสอนท่านดู ลองว่าคาถาตามนะ
โอม สุนทริม ปรินามายะ , นัสตะกันติ, คัคตะ มาตารัม วิสมรติ, กางา อากะซัม วิสมรติ, มัสยะ จะลัม วิสมรติ,จานันมัม สะมิปัม อะนะยะติ สวาหะ”
จาฮายก็ร่ายคาถาตามแล้วร่างกายของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มผมยาว ผิวขาว ตาสีฟ้า ปากแดงระเรื่อ เมื่อเขาไปส่องกระจกดูก็ตื่นเต้น ประหลาดใจมากแต่เขาก็ถามขุนโจรมุกทะเลด้วยความวิตกกังวลว่า
“สวยจัง แล้วข้าจะแปลงกลับเป็ชายอีกได้ไหม”
จางไห่จูก็หัวเราะ แล้วว่า
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงแค่ท่านท่องคาถากลับหลัง ก็คืนร่างเดิมได้แล้ว ง่ายไหมล่ะ”
“อืม แต่ถ้าลืมคาถาละยุ่งเลย”
“ใช่ ท่านจึงต้องท่องจำให้ขึ้นใจลองซ้อมดูหลาย ๆ รอบก่อนก็ได้ แล้วเราค่อยแฝงตัวเข้าไปในเมืองของท่าน”
“ตกลง อีกสามวันเราจะเข้าไปเมืองครุฑด้วยกัน”
สามวันต่อมา
“ท่านลอร์ดเจมส์ ฉันขอฝากกองเรือของเราให้ท่านพากลับหมู่เกาะหัวกระโหลกด้วยเหลือเพียงเรือประมงหนึ่งลำให้ฉันกับท่านจาฮายไปเกาะการูด้า เมื่อเสร็จธุระแล้วฉันจะกลับไป”
“วางใจได้ครับผมจะดูแลทุกอย่างให้ด้วยดี ไม่ต้องห่วง”
แล้วจางไห่จูกับจาฮายก็แปลงร่างเป็สาวงามสองคน
“จำไว้นะ ฉันชื่อ ปมัตตาส่วนท่านชื่อ มาละตี”
อาจูตั้งชื่อใหม่ให้าานกแล้วทั้งสองก็โดยสารเรือประมงไปยังเกาะการูด้า ก่อนทำทีเป็แม่ค้านำปลาสด ปลาแห้งไปขายในตลาดเมืองครุฑนั่นเอง
ในตลาดคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่หน้าตาเหมือนคนปกติบนแผ่นดินใหญ่ปมัตตาสงสัยจึงถามมาละตีว่า
“ทำไมคนแถวนี้ไม่เห็นมีปีกเลย ไหนว่าเป็เมืองครุฑไงหน้าตาก็เหมือนคนธรรมดา ไม่เห็นมีจงอยปากเหมือนนกเลย”
“เวลาปกติเขาก็รูปร่างหน้าตาเหมือนคนน่ะแหละจะมีปีกก็ตอนจะบิน แล้วถ้าต่อสู้กันถึงใช้จงอยปากจิกกัน ใช้กรงเล็บขยุ้มใส่กัน คือจริงๆ แล้วพวกเราเป็ครึ่งคนครึ่งเทวดานะ ไม่ใช่สัตว์เดรัจฉานแบบนกทั่วไป”
“อ๋อ เป็อย่างนี้นี่เอง”
จากนั้นก็มีสาวสวยนางหนึ่งพร้อมบริวารสองคนเดินมาแวะที่แผงขายปลาของแม่ค้าจำแลง
“ปลานี่ขายยังไงจ๊ะ”
“ชั่งละห้าสิบรูปีจ้า”
“เอาสองชั่งให้ฉันนะแล้วทำกับข้าวอะไรอร่อยล่ะปลานี้ ฉันไม่เคยกิน เธอไปเอามาจากไหน”
“มันเป็ปลาน้ำจืด เรียกว่าปลาชะโดเขาย่างมาแล้ว นำมาจากสยามจ้า ทำต้มโคล้งก็อร่อยนะ” ปมัตตาหรืออาจูที่ปลอมตัวมาแนะ
“ต้มโคล้ง เป็ยังไงฉันไม่เคยได้ยิน ไม่เคยกินด้วย เธอทำเป็ไหม ไปทำให้ฉันกินหน่อยสิ”
“ได้สิจ๊ะ จะให้ไปเมื่อไหร่ล่ะ”
“ไปวันนี้เลยฉันเหมาปลาหมดนี่แหละ จะได้เก็บแผงไปด้วยกัน”
“โอ้ จริงหรือจ๊ะขอบคุณคุณหนูมากนะคะ” มาละตีหรือจาฮายแปลงกล่าวอย่างตื่นเต้นดีใจทั้งที่ตนเองคุ้นเคยกับลูกสาวนายพลมาร์กา นามว่าเขมลา คนนี้มาั้แ่เยาว์วัย
“แล้วเธอสองคนชื่ออะไร”คุณหนูเขลาถาม
“หนูชื่อปมัตตา ส่วนน้องเขาชื่อมาละตีเ้าค่ะ”
“เอ้า เธอสองคนไปช่วยแม่ค้าเขาหิ้วของสิแล้วกลับไปบ้านเรา”
เที่ยงวันนั้น
สองสาวจำแลงก็ไปนั่งขลุกอยู่ในครัวของคุณหนูเขมลาท่ามกลางบ่าวไพร่นับสิบคนในบ้านนายพล
“เอ้า ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดนะแล้วใส่เกลือ ข่า หอมแดงเผา ตะไคร้ทุบ ต้มจนมีกลิ่นหอม
พอน้ำเดือดก็เอาพริกแห้งหักครึ่งโยนลงไป
ตามด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียกคนให้เข้ากัน ชิมรสให้ออกเปรี้ยว เค็ม เผ็ด แล้วก็ห้ามใส่น้ำตาลเด็ดขาด เสียรสหมดต้มโคล้งเขาไม่ใส่น้ำตาล เขาได้ความหวานจากเนื้อปลา เข้าใจมั๊ย
ปรุงน้ำซุปได้ที่แล้วก็ใส่ปลาย่างลงไป ตามด้วยใบมะกรูดฉีกหยาบ ต้มเดือดอีกรอบ
พอเดือดยกลงจากเตา ใส่ใบกะเพราตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ”
ปมัตตาสอนมะละตีปรุงต้มโคล้งสูตรชาววังที่ได้มาจากบ้านฮาซัน
และแล้วต้มโคล้งปลาชะโดย่างก็ถูกนำไปตั้งบนสำรับให้คุณหนูเขมลาได้ชิมเมื่อตักน้ำขึ้นซด เธอก็ยิ้มแล้วทำตาโต
“อืม อร่อยมาก รสชาติกลมกล่อม จัดจ้านหอมสมุนไพร ฉันไม่เคยกินอาหารที่อร่อยแบบนี้มาก่อน ต่อไปนี้เธอสองคนก็มาอยู่ประจำในครัวบ้านฉันเถอะนะไม่ต้องไปขายของในตลาดให้มันร้อนแดดแล้ว ฉันให้เงินเดือน ๆ ละห้าร้อยตำลึงก็แล้วกัน”
“โอ้โห ห้าร้อยตำลึง ถ้าเป็บ้านหนูจ้างคนได้เป็ปีเลยนะเ้าคะ”ปมัตตาทำท่าใ
“เดี๋ยวฉันก็จะสอนทำขนมให้เธอสองคนด้วยเป็ขนมที่พี่จาฮายชอบกิน ตอนพวกเราเด็ก ๆ เคยเล่นขายของกัน เราทำขนมกินกันอย่างมีความสุขไม่รู้เขาจะจำได้ไหม ป่านนี้ไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้”
มาละตีจำแลงก็อยากจะบอกว่าเขายังจำได้ดีแต่เอ่ยออกมาไม่ได้ เขาซาบซึ้งที่เขมลามีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเขาเพียงเมื่อก่อนเขาไม่เคยสังเกตเท่านั้น
“ปมัตตา มาละตี มานี่สิ มาดูฉันทำขนม”เขมลาร้องเรียก
สองสาวจำแลงก็มายืนข้าง ๆโต๊ะที่มีวัตถุดิบและอุปกรณ์ขนมวางเรียงรายเต็มไปหมด
“นี่เป็ขนมมาเลย์ เรียกว่า กุยตาโก มีส่วนผสมสองส่วน คือชั้นล่างเป็สีเขียว ชั้นบนเป็สีขาว มีวัตถุดิบตามนี้
ชั้นล่าง มีใบเตย แบ่งเป็สองส่วนใช้คั้นน้ำ และใช้ทำกระทง , น้ำ 1 ลิตร , น้ำตาลตามชอบเลย สัก 300 กรัม กำลังดีแล้วก็แป้งขนมฉันใช้แป้งข้าวโพด สักขีดนึง สุดท้ายคือแห้วจีนหั่นลูกเต๋าเล็ก ๆ สัก5 หัว
ต่อไปชั้นบน มีกะทิ 1 ลิตร, น้ำ400 กรัม, น้ำตาล 100 กรัม แป้งข้าวโพด 100 กรัม, เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ไว้ตัดหวาน
ขั้นตอนการทำนะ
หนึ่ง เอาใบเตยส่วนแรกมาพับเป็กระทงสี่เหลี่ยมสอดเข้าหากันแบบนี้ และส่วนที่เหลือเอาไปตำคั้นน้ำกรองด้วยผ้าขาวบางให้ได้น้ำใบเตยสีเขียว ๆ แบบนี้
สองเราส่วนผสมชั้นล่างมาผสมกับน้ำใบเตย เคี่ยวไฟอ่อน ๆ สัก 4-5 นาที
สาม ใส่แห้วที่เตรียมไว้ลงไปแล้วคนต่ออีกจนส่วนผสมข้นก็ยกลง เทใส่กระทงใบเตยที่เตรียมไว้ แล้วตั้งไว้ให้เย็นตัวก่อนนะ
สี่ เทส่วนผสมชั้นบนลงไปเคี่ยวในกระทะสัก8-9 นาที จนข้น ก็นำไปเทลงบนส่วนผสมแห้วที่พักในกระทง ทิ้งไว้ให้เย็น ก็พร้อมรับประทาน”
“อ๋อ ขนมแบบนี้ เมืองสยามเขาเรียกว่าตะโก้แห้วใบเตย”ปมัตตาหรืออาจูแบ่งปันความรู้
“ใช่ สยามก็ได้ขนมและอาหารหลายอย่างไปจากมาเลย์และชวาอย่างขนมชั้น ก็ได้แบบไปจาก Kuih Lapis, เจ็นดอล Cendol ก็กลายเป็ลอดช่อง,อะปาม บาลิก ApamBalik ก็กลายเป็ขนมเรือหรือขนมถังแตก,สะริมูก้า SeriMuka ก็กลายเป็ข้าวเหนียวสังขยา,หมูสะเต๊ะที่คนจีนดัดแปลงจากไก่ซาเต๊ะและเนื้อซาเต๊ะ” คุณหนูเขมลาแสดงภูมิรู้ด้านขนม
แล้วสองสาวก็ชิมขนมสูตรลูกสาวนายพล
“อร่อยจังเลยค่ะ” มาละตีกล่าวชม
“ไม่หวานมาก หอมใบเตยและกะทิ”ปมัตตาเสริมอีกคน
“เดี๋ยวกินเสร็จ ล้างอุปกรณ์แล้วตามฉันไปที่โรงอาบน้ำนะ”
“ค่ะ คุณหนู” สองสาวรับคำสั่ง
เย็นวันนั้น ณ โรงอาบน้ำในบริเวณบ้านของนายพลมาร์กา
คุณหนูเขมลาลงไปนอนแช่ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่รูปวงกลมสไตล์โรมันสวยหรู มีดอกกุหลายสีแดงโรยไว้เหนือผิวน้ำ พร้อมอุปกรณ์อาบน้ำวางบนถาดทองคำข้างอ่างน้ำ
“อ้าว ยืนงงทำไม แก้ผ้าแล้วลงมาถูหลังให้ฉันหน่อยสิเร็วเข้า”
มาละตีก็ตาถลนด้วยความใจนปมัตตาต้องแอบหยิกไม่ให้เขาเปิดเผยตัวตน แล้วทั้งสองก็ปลดเปลื้องอาภรณ์ออกก่อนจะก้าวลงไปร่วมอ่างน้ำกับคุณหนู
“เอาฟองน้ำชุบน้ำแล้วถูตัวฉันเบาๆ ให้เปียก และใช้ขมิ้นกับมะขามค่อย ๆ ขัดผิวให้ทั่วตัวนะเอ้าช่วยกันทั้งสองคนแหละ”
มาละตียังเก้ ๆ กัง ๆทำไม่ค่อยถนัด จนคุณหนูต้องจับมือเขาไปถูตรงอวัยวะที่ผู้หญิงสงวน
“ไม่เป็เลย นี่ถูแบบนี้ลูบไปนั่น ไม่งั้นขี้ไคลมันจะออกเหรอ”
“ขอโทษค่ะ หนูมันคนบ้านนอกไม่เคยทำอะไรหรูหราแบบนี้” มาละตีแก้ตัว ทั้งที่ตัวเองเป็ถึงลูกกษัตริย์
“ต่อไปก็มาทำให้ฉันทุกวันแบบนี้นะเข้าใจไหม” เขมลาสั่ง
“ค่ะคุณหนู”
ปมัตตาก็ชายตามองมาละตีแล้วแอบยิ้มให้เขาขณะที่ถูหลังให้คุณหนู
วันต่อมา ณ บ้านนายพลมาร์กา
ในห้องรับแขกมีนายทหารหลายคนนั่งสนทนากับเ้าของบ้าน หนึ่งในจำนวนนั้นกล่าวขึ้นว่า
“วันนี้เรามาปรึกษาท่านมาร์กาเื่การทำศึกกับติมอร์ ที่นับวันจะเหิมเกรม ไม่ยอมส่งบรรณาการให้เราท่านเห็นควรทำประการใด”
“ท่านบากัส เื่ติมอร์นั้นเป็หอกข้างแคร่ของเรามานาน เวลาเราเข้มแข็งมันก็มาเข้าข้างเรา แต่พอเราอ่อนแอมันก็ไปสมคบกับพวกบอร์เนียวและนิวกินีมาเล่นงานเราจำต้องกำราบให้มันสิ้นความเป็รัฐ จะได้ไม่เป็ภัยต่อเราภายหลัง”
ขณะนั้น คุณหนูก็ใช้ให้มาละตียกขนมของว่างและน้ำชาไปเสิร์ฟนายทหารเ่าั้ เมื่อบากัสเห็นรูปโฉมโนมพรรณของสาวใช้คนใหม่ก็พึงใจ จึงเอ่ยถามว่า
“หนูมาใหม่เหรอ ชื่ออะไรจ๊ะ”
มาละตีชายตามองอย่างเอียงอายก่อนจะตอบว่า
“ชื่อมาละตีเ้าค่ะ”
“โอ้ชื่อเพราะ มาละตีแปลว่าดอกมะลิ งดงามเหมือนชื่อเสียด้วย”
“ขอบคุณค่ะ” แล้วจาฮายในร่างจำแลงก็เดินอย่างนอบน้อมเข้าไปหลังบ้าน
เมื่ออยู่สองต่อสองท้ายครัว มาละตีก็ไปกระซิบบอกให้ปมัตตาฟังเื่บากัส
“อืม เขาเป็ทหารฝ่ายไหน มีอำนาจแค่ไหนเหรอ”
“เขาเป็มือขวาของมันซู จะเรียกว่าเป็ฐานอำนาจเลยก็ว่าได้เพียงแต่ตอนนี้ทั้งสองคนยังร่วมมือกันครองบ้านเมืองได้อยู่”
“อ่อ แล้วมันซูมีนิสัยยังไงชอบผู้หญิงบ้างไหม”
“รายนั้นก็ไม่ต่างจากบากัสเท่าไหร่หรอกมีนางในฮาเร็มเป็ร้อย แต่ก็ยังไม่พอ ไม่สนลูกเขาเมียใคร ถ้าชอบก็ฉุดไปทำเมียเลย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอแล้วทำยังไงเราจะมีโอกาสเข้าไปในวังล่ะ”
“สัปดาห์หน้าจะเป็วันเกิดของพี่ชายข้าต้องมีงานฉลองทุกปี พวกเราอาจจะต้องเข้าไปฟ้อนรำถวายพระพร”
“งั้นฉันก็พอมีแผนในใจแล้วหละ”จางไห่จูเริ่มมองเห็นทางสว่าง
วันต่อมานายพลมาร์กาเรียกลูกสาวไปพบ แล้วกล่าวว่า
“เอ้อ ลูกรัก อีกเจ็ดวันจะเป็วันเฉลิมพระชนม์พรรษาของาามันซูนะลูกช่วยเตรียมฝึกซ้อมบ่าวไพร่บ้านเราที่หน้าตาสวย ๆ ไปรำถวายพระพรหน้าพระที่นั่งให้หน่อยสิ”
“ได้ค่ะพ่อ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวหนูจัดการให้”
แล้วตลอดหลายวันนั้น ปมัตตามาละตี และสาวใช้อีกหลายคนก็ต้องซ้อมรำวันละหลายสิบรอบจนจำท่าทางขึ้นใจ มีความสวยงามความอ่อนช้อยพร้อมเพรียงไปในทางเดียวกัน
แต่ในระหว่างวันซ้อมนั้น บากัสนายทหารใหญ่ก็ซื้อขนมนมเนยและดอกไม้ ผ้าผ่อนแพรพรรณ มาฝากสาวมาละตีแทบทุกวัน
“นี่ขนมอร่อยที่สุดในเมืองนะหวังว่าน้องคงจะชอบ”
“แหม เกรงใจจังเลยไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ” มาละตีรับขนมแล้วเสแสร้งเขินอาย
“พี่มีความจริงใจต่อน้องคนเดียวอยากจะมาสู่ขอไปแต่งงานด้วยจริง ๆ นะ”
“ขอเวลาให้น้องดูใจไปสักระยะก่อนค่ะไม่อยากจะนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าภายหลัง เห็นใจน้องเถอะนะคะ”
“ได้จ้า แต่อย่านานเกินรอนะเดี๋ยวพี่ขาดใจตายซะก่อน”
“แหม พี่ก็พูดน่ากลัวพี่ไม่ตายง่าย ๆ หรอกค่ะ เก่งออกอย่างนี้”
เมื่อวันงานเฉลิมฯ มาถึง
กองทหารทุกเหล่าทัพพากันเดินสวนสนามผ่านหน้าพระที่นั่งโดยมีาามันซู ราชินี นางสนม นายทหารใหญ่แวดล้อมด้วยข้าราชบริพารอีกจำนวนหนึ่งภายในปะรำพิธี
เมื่อเสร็จจากขบวนทหารแล้วก็มาถึงการรำอวยพร
มาละตีได้รับมอบหมายให้เป็ตัวเอกในการรำหน้าพระพักตร์โดยมีนางรำคนอื่นรำประกอบด้านหลัง
เสียงเพลงเริ่มขึ้นอย่างเนิบช้าสาวงามจำแลงก็เยื้องย่างกรีดกรายร่ายรำอย่างอ่อนช้อยงดงามสายตาก็เหลือบมองไปยังองค์ราชันย์ เช่นเดียวกับจอมกษัตริย์ที่จับจ้องมายังสาวเ้าที่เขาไม่เคยเห็นใครในใต้หล้าที่จะงามน่าพิศวงเช่นนี้มาก่อน
มันซูก็กระซิบกับมาร์กาว่าสาวคนนี้เป็ใครท่านนายพลก็ตอบว่าเป็คนรับใช้ในเรือนของตนเองจากนั้นพระาาแห่งเมืองครุฑก็กระซิบอะไรกับบิดาของเขมลาอีกสองสามประโยค
เมื่อการร่ายรำจบลงมาละตีก็ถือพานดอกไม้เข้าไปถวายบนแท่นหน้าพระที่นั่ง ก่อนจะก้มลงกราบเผยให้าาเห็นใบหน้าที่งดงามของหล่อนอย่างใกล้ชิด ยิ่งทำให้พญาครุฑลุ่มหลงนางมากขึ้น
หลังจากงานราชพิธีแล้วเสร็จ
นายพลมาร์กาเรียกลูกสาวมาสั่งว่า
“ลูกเอ้ย พระาารับสั่งกับพ่อว่าท่านพึงใจสาวใช้ของเราที่ชื่อมาละตี ขอให้เราพานางเข้าไปถวายการรับใช้ใกล้ชิดในอีกห้าวันข้างหน้า”
“โอ้จริงหรือคะนับเป็วาสนาของเธอนะ มาละตี”
จาฮายในร่างสาวงามก็มองตากับอาจูในร่างของปมัตตาแล้วกล่าวว่า
“นับเป็พระมหากรุณาธิคุณเพคะ”สาวจำแลงยกมือประนม
เมื่อบากัสมาเยี่ยมมาละตีอีกหล่อนก็กล่าวกับเขาว่า
“พี่คะ พี่รักจริงหวังแต่งกับน้องจริงหรือคะ”
“ก็จริงสิจ๊ะ จะโกหกน้องทำไมล่ะ”
“ถ้าพี่จริงใจน้องก็อยากจะให้พิสูจน์คนที่จะมาเป็สามีน้องจะต้องเข้มแข็ง มีอำนาจคุมคนได้มาก ๆ เพราะบ่งบอกว่าครอบครัวเราจะมั่นคงเป็ที่พึ่งของน้องได้ตลอดชีวิต พี่จะทำได้ไหมจ๊ะ”
“ทำยังไงหรือจ๊ะ”
“พี่ต้องพาไพร่พลมาฝึกสวนสนามให้น้องดูฝึกอาวุธให้เห็นความแข็งแกร่ง มีแสนยานุภาพให้ข้าศึกต่างชาติเกรงกลัวสมเป็แม่ทัพใหญ่ จะทำได้ไหมจ๊ะ ถ้าไม่ได้ก็กลับไปเถอะค่ะ”
“โธ่ เื่แค่นี้ทำไมจะไม่ได้ล่ะจ๊ะ จะให้ทำเมื่อไหร่บอกได้เลยจ้า”
“อีกสามวันข้างหน้า ทำได้ไหมคะ”
“ได้สิจ๊ะ”
“หนูรักพี่ที่สุดเลย จะรอดูนะคะ”
เมื่อถึงวันสวนสนามของบากัส
มาละตีไปนั่งชมกองกำลังของนายทหารใหญ่ซ้อมรบอย่างห้าวหาญเข้มแข็ง เกรียงไกร โดยมีบากัสนั่งเป็ประธานอย่างหน้าชื่นตาบาน มีทั้งกองร้อยทหารครุฑถือปืนบินไปกราดยิงใส่เป้าที่วางไว้กลางสนามกองร้อยทหารครุฑถือะเิลูกใหญ่ บินไปหย่อนะเิใส่เป้าหมายดังตูมตามการบินแปรอักษร บินดับเพลิง บินโฉบเฉี่ยวเพื่อช่วยตัวประกัน ฯลฯ
แล้วมาละตีก็กระซิบบอกแม่ทัพใหญ่ว่า
“พี่คะ อีกห้าวัน เหนือหัวจะส่งคนมารับหนูไปเป็นางสนมในพระราชวังขอให้พี่ช่วยน้องให้พ้นภัยนี้ด้วย เพราะน้องรักพี่คนเดียว ไม่อยากตกเป็ของพระาาเลย”จากนั้นหล่อนก็ขอตัวไปห้องน้ำ
บากัสตกตะลึง ทำอะไรไม่ถูก
ขณะที่มาละตียังไม่กลับจากสุขา ก็มีกองทหารอีกจำนวนหนึ่งจากราชสำนักเข้าทำการจับกุมเขาคาปะรำพิธี
“เรามีรับสั่งจากเหนือหัวให้มาจับกุมท่าน ข้อหาซ่องสุมผู้คนก่อการฏ”
“เฮ้ย อะไร ฉันแค่จัดงานซ้อมรบสวนสนาม เพื่อให้ทหารมีความพร้อมรบ ไม่ได้คิดฏอะไรเลย มาจับฉันทำไม ปล่อยฉันนะ”บากัสก็ลุกขึ้นสั่งทหารที่กำลังซ้อมรบว่า
“เฮ้ย หยุด ล้อมทหารพวกนี้ไว้ เราจะยึดอำนาจ”
จากฝ่ายที่ถูกใส่ความ กลับกลายเป็ผู้ก่อฏจริง ๆเขานำกองพลบุกไปยังพระราชวัง เพื่อจับกุมมันซูแต่ทหารรักษาพระองค์ยิงตอบโต้อย่างดุเดือด มีทหารรักษาวังล้มตายพร้อมกับทหารฝ่ายบากัสก็สูญเสียไม่ใช่น้อย แต่ก็บุกเข้าไปจับกุมมันซูได้
“ฉันไม่เคยคิดฏ แต่ในเมื่อแกใส่ร้ายฉัน ก็เป็ฏจริง ๆ ซะเลยลงนรกไปเถอะ ไอ้มันซู”
แล้วบากัสก็ใช้ดาบตัดคอาาครุฑเอาไปเสียบประจานที่หน้าพระราชวังจากนั้นก็ตั้งตัวเองเป็าาองค์ใหม่
ระหว่างรอการจัดพิธีาาภิเษกนั้น
ปมัตตาก็ให้มาละตีร่ายมนต์กลับคืนร่างเดิมแล้วเข้าไปหานายพลมาร์กาในบ้านพัก
“ท่านนายพล สบายดีเหรอ” เสียงจาฮายกล่าวทักทาย
“โอ้ ฝ่าา มาได้ยังไงขอรับ ท่านหายไปไหนมา” นายพลรีบลุกไปต้อนรับ ก้มกราบแทบเท้า
“ตามสบายเถิดท่าน เรามีเื่จะปรึกษา ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยฝ่าา”
“เราได้ข่าวว่ามันซู พี่ชายของเราถูกบากัสสังหาร เราอยากทราบว่าท่านคิดอย่างไรกับเื่นี้”
“ด้วยความสัจ กระหม่อมยังมีความภักดีต่อราชวงศ์ของท่านไม่เคยเปลี่ยนนับั้แ่รับใช้เบื้องพระยุคลบาทเสด็จพ่อของท่านมาจนถึงท่านกระทั่งเ้าชายมันซูยึดอำนาจ แต่บัดนี้เขาก็จากไปแล้ว กระหม่อมคิดจะกอบกู้บัลลังก์มาคืนให้ท่าน”
“ขอบใจท่านมาก ถ้าเช่นนั้น เรามาหาทางโค่นล้มเ้าบากัสกันเถิดในการนี้ข้ามีที่ปรึกษาติดตามมาด้วย นี่คือพี่จางไห่จู ราชินีโจรสลัดแห่งอันดามันผู้ที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ตอนที่าเ็จากมันซู”
“ผู้น้อยขอคารวะท่านนายพล”
“มิกล้า ๆ ท่านผู้มีพระคุณต่อฝ่าา ก็คือมีคุณต่อฉันเช่นกัน”
“ในการนี้ข้ามีแผนจะส่งหญิงงามชื่อมาละตีเข้าไปลอบสังหารไอ้บากัสส่วนข้ากับจางไห่จูจะหลบไปในที่ปลอดภัยก่อน เพื่อให้พวกท่านทำงานอย่างสะดวกแล้วข้าจะติดต่อมา”
“รับด้วยกระหม่อมฝ่าา”
แล้วจาฮายกับจางไห่จูก็แอบไปแปลงร่างอีกครั้งกลับมาเป็นางปมัตตาและมาละตี เข้ามาในบ้านของนายพลอีก เพื่อรอวันถวายตัวให้าาบากัสตามแผน
เมื่อนายพลมาร์กาถวายรายงานพระาาว่าจะนำสาวงามชื่อมาละตีเข้าถวายตัวบากัสจอมหื่นก็ดีใจเป็ลิงโลด
“ขอบใจท่านมาก รีบ ๆ พานางเข้ามาเลยพามาวันนี้ยิ่งดี”
“ใจเย็น ๆ ฝ่าา หม่อมฉันกำลังให้ลูกสาวช่วยขัดสีฉวีวรรณนางให้ผ่องใสยิ่งขึ้นจะได้สมกับเป็นางในของพระองค์ รอแค่วันพรุ่งนี้เท่านั้นแล้วพะยะค่ะ”
เมื่อถึงวันถวายตัว ในพระราชวังการูด้า
ขบวนแห่สาวงามจัดขึ้นอย่างสง่างามสมพระเกียรติว่าที่นางสนมของพระาาแห่งเกาะพญาครุฑ
มาละตีนั่งบนแคร่ที่มีชายกล้ามโตแปดคนหามคานด้านหน้าสี่คนด้านหลังสี่คน นำขบวนด้วยวงมโหรีเครื่องเป่า เครื่องสาย และกลอง พร้อมนางฟ้อนนางรำตามหลังขบวนด้วยเหล่าสาวงามถือพานดอกไม้ ของหอม ผ้าผ่อนแพรพรรณ ขนมนมเนยเครื่องประดับต่าง ๆ แก้วแหวนเงินทอง เพชรนิลจินดา ผลไม้หลากชนิด
ขบวนมาหยุดที่หน้าประตูทางเข้าพระตำหนักในพระราชวังมีพรมแดงปูลาดั้แ่ขั้นบันไดขึ้นไปถึงภายในอาคาร
นางงามผู้ถวายตัวก็เหยียบย่างไปตามทางลาดสีแดงนั้นเข้าไปสู่วิมานฉิมพลีที่พญาครุฑนามว่าบากัสได้เตรียมไว้รอต้อนรับ
ภายในห้องโถงใหญ่ของพระตำหนักนั้น าาครุฑประทับนั่งบนราชอาสน์รับการคารวะจากมาละตีที่หมอบกราบแล้ว ก็ทรงเจิมหน้าผากด้วยแป้งมงคลทัดหูด้วยดอกจำปาหอม หลั่งอุทกธารจากหอยสังข์ใส่สองมือที่นางประนมไหว้ถือเป็อันเสร็จพิธีรับขวัญนางสนมคนใหม่
เมื่อส่งตัวเข้าสู่ห้องหอแล้วาาบากัสก็เปลี่ยนเครื่องทรงเป็ผ้าคลุมยาวเพียงชิ้นเดียว เพื่อสะดวกแก่การถอด เช่นเดียวกับมาละตีที่คลุมกายไว้ด้วยผ้าสีแดงผืนใหญ่หล่อนยืนอยู่ปลายเตียงนอนอันโอ่อ่าแล้วเปิดผ้าที่ปกปิดเรือนร่างให้กางออก าานกเห็นสิ่งที่ถูกเผยแล้วก็ทรงตื่นตาตื่นใจบางสิ่งบนร่างกายก็ชูชัน นางสนมคนใหม่ทิ้งผ้าคลุมร่างลงกับพื้น ก่อนจะคืบคลานขึ้นสู่บรรจถรณ์จนหน้าอกไปจ่ออยู่ปลายนาสิกขององค์เหนือหัวหล่อนก็ยัดสิ่งที่อยู่บนร่างกายส่วนบนเข้าไปในโอษฐ์ของบากัสให้เขาใช้ใบหน้าคลึงเคล้า กับชิวหาลามเลีย
“ฉึบ!!!”เสียงวัตถุบางอย่างเคลื่อนผ่านลำคอของบากัสอย่างรวดเร็ว ฉับไว เขารู้สึกว่าศีรษะถูกมือของหญิงสาวยกขึ้นขณะที่อีกมือของหล่อนถือดาบไว้ในมือ หล่อนหมุนหัวของเขาหันมาดูร่างตัวเองที่ไร้เศียรแล้วทุกสิ่งก็ดับวูบไปตลอดกาลสำหรับเขา
จางไห่จูก้าวออกมาจากที่ซ่อน แล้วรับดาบเปื้อนเืจากจาฮายที่คืนสู่ร่างบุรุษแล้ว เสร็จสิ้นภารกิจกู้บัลลังก์กษัตริย์แห่งการูด้า
หลายวันต่อมา
ในท้องพระโรงพระราชวังการูด้า
พระาาจาฮายเข้าพิธีอภิเษกกับพระชายานามว่าเขมลา โดยมีจางไห่จูและนายพลมาร์กายืนอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางแเื่มาแสดงความยินดีเต็มลานพระราชวัง และเสียงร้องทรงพระเจริญดังไปทั่วเมือง
วันรุ่งขึ้น
ณ ชายหาดเกาะการูด้า
เรือเดินสมุทรลำใหญ่จอดรออยู่กลางอ่าวโดยมีาาจาฮายและราชินีเขมลามาส่งจางไห่จู
“นี่คือนกหวีดวิเศษ ขอให้ท่านเป่าเมื่อมีภัย
เราจะส่งกองทัพครุฑไปช่วยท่านเอง
ขอให้เดินทางปลอดภัย
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง
แล้วพบกันใหม่โชคดีนะ”
าาจาฮายกล่าวก่อนจะแปลงร่างเป็มาละตีแล้วสวมกอดนางโจรมุกทะเล แล้วก็ทรงกลับคืนร่างผู้ชายตามเดิม
พระราชินีเขมลาก็สวมกอดจางไห่จู ก่อนจะตรัสว่า
“ขอให้มีความสุขมากๆ นะ แล้วพบกันใหม่”
“อ้อลืมบอกไป นกหวีดน่ะ ห้ามเอาไปเป่าตอนประท้วงใครนะ จะไม่ได้ผล”
พระาาจาฮายทรงเตือนแล้วนะ
จบตอนที่12 โปรดติดตามตอนที่ 13 ยุทธการถล่มกองทัพฉลามดำ