เมื่อฉินหยางได้เดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็ได้เผลอไปเหยียบค่ายกล สีหน้าฉินหยางเปลี่ยนไปค่ายกลก่อตั้งล้อมรอบฉินหยางไว้มีโครงกระดูกออกมา โครงกระดูกเต็มไปด้วยออร่าชั่งร้าย โครงกระดูกขั้นต่ำก็อยู่ขั้นก่อกำเนิดสูงสุดก็นักบุญขั้นสูง ฉินหยางมองโครงกระดูกเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มุมตาอดกระตุกไม่ได้ ถ้ามีห้าสิบหรือหกสิบเค้าสามารถพอสู้ไหวแต่นี้เล่นเป็ร้อยเลยดูเหมือนจะต้องเสียเืเนื้อบ้างแล้ว
โครงกระดูกพุ่งมาหาฉินหยาง เค้าได้ชักดาบออกมาก่อนร่างกายจะหายไป พวกมันสงสัยเล็กน้อยว่าฉินหยางหายไปไหน พอหันหลังไปก็เจอฉินหยางอยู่ข้างหลัง พอพวกมันขยับตัวร่างกายก็ถูกตัดเป็ชิ้นๆ ฉินหยางไม่หยุดเค้าพยายามจะใช้วิชาไม้ แต่เมื่อเค้าใช้ฉินหยางก็ชะงักไป ไม้ออกมาแค่นิดเดียวเมื่อเค้าััดีๆ ก็พบว่า ค่ายกลสามารถยับยั้งพลังได้เกือบหมดฉินหยางถึงกับพูดไม่ออก ฉินหยางยังไม่ได้คิดไรมากโครงกระดูกก็พุ่งมาแทงข้างหลังฉินหยาง
ดาบแทงทะลุอกเืสาดกระจายไปทั่ว สีหน้าฉินหยางเรียบเฉยเค้าได้ฟันดาบตัดหัว หัวโครงกระดูกลอยขึ้นสู่ฟ้าสีหน้ามันเต็มไปด้วยความสับสน มันไม่เข้าใจทำไมฉินหยางถึงไม่ตาย ฉินหยางไม่สนใจเค้ามองไปที่โครงกระดูกที่เหลือ ฉินหยางได้กำดาบแน่นแล้วเดินไปหาโครงกระดูด ฉินหยางพุ่งไปอย่างรวดเร็วแค่ไม่กี่นาทีเค้าได้สังหารโครงกระดูกหลายตัว แต่ฉินหยางก็โดนเช่นกันมีโครงกระดูกพุ่งจับขาของฉินหยางไว้ เมื่อเค้ากำลังจะฟันตัวที่จับขาไว้ก็ได้มีโครงกระดูกอีกตัววิ่งเข้ามาก่อนจะใช้ดาบฟันไปที่ฉินหยาง
เมื่อเค้าหลบไม่ได้ก็ได้เบี่ยงหลบดาบได้ฟันไปที่ไหล่ เืพุ่งออกมาจากไหล่ฉินหยางขมวดคิ้วก็จะเตะขาไปที่โครงกระดูกจนลอยออกไป เมื่อโครงกระดูกที่ฟันเค้าออกไปฉินหยางก็ได้จัดการตัวที่จับขาเข้าไว้ ก่อนจะไปสังหารตัวอื่นต่อ เมื่อผ่านไปสามชั่วยามฉินหยางก็ได้ออกมาจากค่ายก ร่างกายฉฺินหยางเต็มไปด้วยาแยางก้าวแต่ล้ะครั้งเต็มไปด้วยเื เมื่อฉินหยางเดินต่อไปเรื่อยๆ าแก็ค่อยรักษา เมื่อเดินต่อไปาแก็หายเค้าสูดหายใจก่อนจะเกินจากไป
เมื่อฉินหยางเดินมาเรื่อยๆ ก็ได้มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ โถงมีขนาดใหญ่มีรอยร้าวจำนวนมากฉินหยางเดาว่าน่าจะมาการต่อสู้ในโถงนี้ ฉินหยางมองไปรอบๆ ก่อนจะไปหยุดที่โลงศพแห่งหนึ่ง โลงศพเต็มไปด้วนอักษรโบราณเถาวัลย์ขึ้นเต็ม ฉินหยางเดินเข้าไปดูที่โลงศพเค้าไม่รู้ว่าในโลงศพมีอะไรอยู่ฉินหยางคิดอยู่สักพักก่อนจะลองเปิดดู มือฉอนหยางกำลังจะถึงโลงเค้าก็ััได้ถึงความตายฉินหยางได้ถอยหลังออกมา
โลงศพสั่นะเือย่างรุนแรง แรงกดดันออกมาจากโลกศพทำให้ฉินหยางหน้าตึงเครียดแรงกดดันนึ้รุนแรงกว่านักบุญผู้ยิ่งใหญ่มากนัก ฝาโลงศพะเิออกอย่างเสียงดัง ฉินหยางมองไปโลกศพนั้น มีไอชั่วร้ายออกมาควันดำปิดบังสายตาทำให้ฉินหยางไม่เห็นสิ่งที่อยู่ในโลง
"หืม.นี้ผ่านไปกี่ปีแล้ว?"
เสียงชั่วร้ายดังออกมีจากโลง แค่น้ำเสียงก็ปล่อยแรงกดดันออกมาทำให้ฉินหยางสีหน้าเปลี่ยนไป ฉินหยางเห็นท่าไม่ดีกำลังจะหันหลังเพื่อจะหนีแต่มีชายคนหนึ่งมายื่นต่อหน้า
"ไวมาก"
ฉินหยางพูดในใจอย่างตกตะลึง เค้ายังไม่ทันได้ตั้งตัวชายคนนั้นก็ คว้าคอฉินหยางเค้ายกฉินหยางขึ้น
"พร์ช่างต่ำต้อยแต่เ้ากับบรรลุมาถึงขั้นนี้ได้ ถึงจะอ่อนแอไปหน่อยแต่ก็ใช้ได้"
ชายคนนั้นพูดเสียงเย็น ฉินหยางไม่เข้าใจมากนักแต่ยังจับใจความได้ชายคนนี้้ายึดร่างเค้า ฉินหยางคิดได้เช่นนี้ก็พยายามจะหลบหนีแต่ไม่สามารถหนีออกจากมือชายคนนั้นได้ เมื่อชายคนนั้นเห็นเช่นนี้สีหน้าก็เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
"หึ. แค่มดปลวกอย่างเ้าคิกว่าจะหลุดพ้นงั้นหรอ"
ชายคนนั้นพูดด้วยความเหยียดหยาม ก่อนที่เค้าจะถอดจิตพุ่งเข้าไปในหัวฉินหยาง เมื่อเข้าไปชายคนนั้นถึงกับตะลึงเค้าเห็นดาบนับไม่ถ้วน ขนกว้างใหญ่ไพศาลแม้แต่เค้าก็ไม่เคยเห็นภาพนี้มากก่อน ร่างกายชายคนนั้นค่อยๆ สั่นอย่างตื่นเต้น
"ฮ่าๆ ถ้าข้าร่างนี้ได้ ความลับทั้งหมดก็เป็ของข้า"
ชายคนนั้นหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เค้าได้เริ่มการยึดครองร่างฉินหยางรู้สึกปวดหัวอย่างมากความคิดเค้าค่อยๆ เลือนราง เมื่อชายคนนั้นกำลังจะคิดว่าเค้าสามารถได้สำเร็จ ก็ได้มีแสงสีเขียวส่องออกมาไปทั่วจิตของฉินหยาง ชายคนนั้นสีหน้าเปลี่ยนไป
"ออร่านี้หรือว่า..ตราแห่งไม้.เ้าคลองตราแห่งไม้"
ชายคนนั้นพูดด้วยความหวาดกลัว เค้าพยายามออกแต่ก็ตระหนักได้ว่าเค้าไม่สามารถออกไปได้
"เ้าจงปล่อยข้าออกไป ไม่งั้นเผ่ามารจะไม่ปล่อยเ้าไป"
ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงขมขู่ ฉินหยางจะปล่อยเค้าไปได้ไงถ้าปล่อยไปชายคนนั้นก็กลับมาหาเื่เค้าแน่ ตราแห่งไม้ดูดซับพลังชีวิตของชายคนนั้นโดยอัตโนมัติ ฉินหยางแปลกใจเล็กน้อยจิติญญามีพลังชีวิตด้วยหรอ แต่ฉินหยางก็ปัดเื่นี้อย่างรวดเร็ว แค่เื่ตรงหน้าก็ลำบากแล้วจะไปมีเวลาคิดอย่างอื่นได้ไง
ถ้าเค้าแข็งแกร่งก็สามารถรู้ได้เอง ตราแห่งชีวิตได้ดูดซับของชายคนนั้นหมดลง ฉินหยางมองไปที่ตราแห่งไม้มีแสงสีเขียวสว่างออกมาเล็กน้อย แต่ฉินหยางััได้ถึงพลังอันมหาศาลแต่เค้าไม่สามารถดูดซับได้ ถ้าดูดซับไปเค้าคงได้ะเิแน่ทำได้แค่ดูดซับทีละเล็กทีละน้อยแต่แค่นี้ก็พอแล้ว ฉินหยางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินไปที่โลง เมื่อเค้ามองดูก็มีแผ่นกระดาษอยู่หนึ่งแผ่นฉินหยางหยิบมาดู
แผ่นกระดาษเหมือนแผนที่แต่ก็ขาดไปบ้างส่วนฉินหยางได้เก็บไว้เพื่อจะมีประโยชน์ในอนาคต ฉินหยางได้ดูเข้าไปในโลงอีกรอบก็ได้เห็นขวดที่มีเือยู่ แต่เค้าไม่รู้ว่ามันเืไรเมื่อฉินหยางไม่รู้ว่าคือไรก็ได้เก็บไว้เหมือนเดิมแต่เค้าไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เค้าเก็บไป หินที่ฉินหยางประมูลได้ที่เมื่องอู่หลงได้ดูดซับพลังทั้งหมด เมื่อเืนั้นเข้ามาในมิติหินก็สั่นะเือย่างรุนแรงก่อนจะดูดซับเืนั้นโดยตรง เมื่อดูแล้วไม่มีสิ่งใดอีกก็ได้สำรวจไปรอบๆ ก็เริ่มสงสัยชายคนเมื่อกี่คือใคร
ระหว่างทางที่เดินมาฉินหยางได้เห็นสมบัติที่มีออร่าชั่วร้ายเต็มไปหมด แถมยังมีกระดูกอยู่มากมีทั้งมนุษย์รวดถึงสัตว์อสูร เมื่อฉินหยางเดินไปเรื่อยๆ ก็มาถึงห้องหนึ่งเค้าเปิดประตูออกมา เมื่อเข้าไปมีของอยู่บนโต๊ะ มีโครงกระดูกมนุษย์นั่งอยู่ที่เก้าอี้มือกำขนนกไว้ ชิ้นแรกเป็กระดาษมีตัวอักษรเขียนไว้อยู่ ฉินหยางเดาว่าคนที่เขียนน่าจะเป็โครงกระดูกดูดนั้น
ส่วนอีกชิ้นเป็หินก้อนหนึ่งฉินหยางไม่เข้าใจว่าคือไร
"นั้นคือหินแห่งความตรัสรู้ สามารถทำความเข้าใจวิชาหรือคำภีร์ลับได้ เหมาะสำหรับเ้าสามารถเข้าใจพลังแห่งชีวิตกับวิชาดาบได้"
เยเหยาพูดออกมา ฉินหยางได้ยินก็ตื่นเต้นมากแค่เข้าใจวิชาดาบหรือพลังชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่งก็ทำให้เค้าแข็งแกร่งมาก