อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    หมัดกระบี่ผสานเป็นหนึ่ง

    เดิมทีกรงเล็บหมาป่าเหล็กสามตัวมีมูลค่าไม่น้อยอยู่แล้ว แถมหลินอวิ๋นยังได้ทั้งหมดคนเดียวอีก
    ศึกนี้ทำให้หลินอวิ๋นมั่นใจในตัวเองขึ้นมากพร้อมทั้งยังได้ของมาอู้ฟู่
    หลายวันต่อมา หลินอวิ๋นก็เริ่มล่าสัตว์อย่างเป็นทางการ
    การฝึกฝนระหว่างความเป็นตายทำให้จิตใจเขาแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ รวมสายน้ำเป็นลำธาร ไหลเชี่ยวดั่งสายลม ซึ่งเขาได้ใช้แก่นสำคัญของทักษะกระบี่วายุเชี่ยวในการต่อสู้จริงมาอย่างเต็มที่แล้ว
    พลังสังหารที่สำแดงออกมามีพลานุภาพน่าตกใจไม่เหมือนทักษะกระบี่ระดับกลางอย่างสิ้นเชิง 
    ในสามวันสั้น ๆ เขาได้อะไรมาเยอะจนน่าตกใจ ในกระเป๋าเต็มไปด้วยอาวุธที่ยึดมาได้จากศัตรู กรงเล็บหมาป่าเหล็ก หนังเสือลาย เขาวัวคม… ชิ้นส่วนจากสัตว์ร้ายต่าง ๆ อัดแน่นเต็มกระเป๋า
    “ต้องหาที่ซ่อนของแล้ว”
    ชิ้นส่วนสัตว์ร้ายเยอะขนาดนี้อยู่กับตัวแล้วเคลื่อนไหวไม่สะดวกเอาเสียเลย
    หลินอวิ๋นพิจารณาพุ่มไม้อยู่รอบหนึ่งก่อนจะเลือกสถานที่เงียบสงบ ซ่อนกระเป๋าไว้บนต้นไม้แล้วเอาใบไม้มาบังไว้ จากนั้นปัด ๆ มือแล้วกระโดดลงมา
    เงยหน้ามองขึ้นไป ใบไม้ที่ปิดเอาไว้ไม่เห็นกระเป๋าเลย
    ตอนนี้เองพลังวิญญาณฟ้าดินเข้มข้นผิดปกติแผ่กระจายมาจากข้างหลัง
    “พื้นที่ฮวงจุ้ยล้ำค่า?”
    หลินอวิ๋นตกใจ เขารู้ว่าบนโลกนี้มีสถานที่ที่มีพลังวิญญาณเอ่อล้นผิดปกติอยู่มากมายที่เรียกกันว่าพื้นที่ฮวงจุ้ยล้ำค่า
    ในสำนักชิงอวิ๋น แดนฮวงจุ้ยล้ำค่าระดับนี้ถูกผู้อาวุโสและศิษย์ฝ่ายในยึดครองไปหมดแล้ว
    ตอนนี้แค่จะหาที่ซ่อนกระเป๋ากลับได้มาพบเข้ากับพื้นที่ฮวงจุ้ยล้ำค่า
    ต้องไปดูล่ะ!
    เขามุ่งหน้าไปตามจุดที่พลังวิญญาณแผ่มาอย่างรวดเร็ว ทว่าครู่ต่อมาหลินอวิ๋นรู้สึกแปลกพิกลขึ้นมาสักหน่อย
    สภาพแวดล้อมรอบตัวเงียบขึ้นมากโดยที่ไม่รู้ตัว
    กลางป่าเขาได้ยินกระทั่งเสียงลมเบา ๆ ได้อย่างชัดเจน แต่ไม่ได้ยินเสียงนกหรือแมลงใด ๆ สักนิด
    นัยน์ตาหลินอวิ๋นฉายแววสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะกัดฟันปลุกเร้าความกล้าเดินหน้าต่อไป ถ้าเป็นพื้นที่ฮวงจุ้ยล้ำค่าจริง ๆ วิชาตะวันบริสุทธิ์ของเขาต้องมีโอกาสพัฒนาไปอีกก้าวแน่
    โอกาสแบบนี้ไม่อยากปล่อยไปเลยจริง ๆ
    ครึ่งก้านธูป1ต่อมา หลินอวิ๋นก็หยุดฝีเท้า แหล่งต้นน้ำพลังวิญญาณอยู่ที่นี่เอง
    “เป็นพื้นที่ฮวงจุ้ยล้ำค่าจริง ๆ ด้วย อย่างน้อยระดับความเข้มข้นของพลังวิญญาณที่นี่สูงกว่าที่อื่นหลายเท่านัก!”
    หลินอวิ๋นกดความตื่นเต้นในใจไว้ก่อนพิจารณาดูรอบ ๆ อย่างเงียบ ๆ ที่นี่นอกจากพืชผลของป่าที่เขาไม่รู้จักมากมายก่ายกองแล้วก็ไม่เห็นอะไรแปลกประหลาด
    ‘ไม่สนแล้ว เราฝึกวิชาตะวันบริสุทธิ์ให้ถึงขั้นสองก่อนค่อยรีบไป’
    เมื่อตัดสินใจได้แล้ว หลินอวิ๋นมานั่งขัดสมาธิหลับตาลงหน้าต้นไม้หนึ่ง
    วิชาตะวันบริสุทธิ์โคจรอยู่ในร่างกายพร้อมทั้งเหนี่ยวนำพลังวิญญาณจากรอบทิศให้หลั่งไหลเข้ามาในร่างกาย
    พลังวิญญาณเข้มข้นทำให้พลังภายในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งยังบำรุงเนื้อหนัง กระดูกและเส้นเลือดอย่างต่อเนื่อง
    ในวิถียุทธ์สิบขั้น สามขั้นแรกฝึกฝนหนังกระดูกและเส้นลมปราณ สามขั้นตรงกลางฝึกกล้ามเนื้อฝึกโลหิตและอวัยวะภายในทั้งห้า สามขั้นช่วงหลังเส้นเอ็นราบรื่น แปลงกระดูก ผลัดเปลี่ยนไขสันหลังก่อนก้าวสู่จุดสูงสุดขั้นสิบ
    ทุก ๆ สามขั้นจะพบเข้ากับหนึ่งคอขวด ทว่าวันนี้หลินอวิ๋นรู้สึกว่าพื้นที่ฮวงจุ้ยล้ำค่าที่นี่ประหลาดอยู่นิด ๆ วิชาตะวันบริสุทธิ์ที่ปกติแล้วฝึกฝนได้ล่าช้ากลับพัฒนาอย่างรวดเร็ว
    เส้นลมปราณที่เดิมทีติดขัดไม่ราบรื่นภายใต้การทะลวงของพลังภายในยิ่งใหญ่แล้วขั้นพลังของเขากำลังเพิ่มขึ้นอย่างเร็วไวแทบจะไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลย
    หลินอวิ๋นรักษาความสุขุมในใจไว้ เขาไม่ได้ตกอยู่ในสภาวะบ้าคลั่ง การฝึกฝนวิถียุทธ์นั้นจะต้องระมัดระวังตลอดเวลา ถ้าเกิดไม่ระวังขึ้นมา คุมพลังภายในไว้ไม่อยู่ก็อาจจะบาดเจ็บถึงเส้นเลือดได้
    ถึงตอนนั้นอย่างเบาก็เส้นเลือดเสียหาย อย่างหนักก็เสียขั้นพลังไปทั้งหมด
    ระหว่างสุขและทุกข์อยู่ระหว่างหนึ่งความคิดเดียวเท่านั้น
    วิชาตะวันบริสุทธิ์ที่โคจรมาหลายสัปดาห์ พลังภายในไหลวนรวมเป็นพายุหมุนสีเหลืองที่จุดตันเถียน และแล้วก็ฝึกวิชาตะวันบริสุทธิ์ทะลวงถึงขั้นสองได้สำเร็จ!
    หลินอวิ๋นไม่ดีใจและไม่ทุกข์ใจอะไร แต่ใช้พลังวิญญาณเข้มข้นในพื้นที่ฮวงจุ้ยล้ำค่านี่ฝึกฝนวิชาตะวันบริสุทธิ์ขั้นสองต่อไป
    ต้องบอกว่าวิชาตะวันบริสุทธิ์ขั้นสองกับขั้นแรกต่างกันราวกับฟ้าดิน
    ความเร็วในการสูบรับพลังวิญญาณรอบตัวเต็มขึ้นหนึ่งเท่าเต็ม ๆ
    ปัง!
    สองชั่วยามต่อมา หลินอวิ๋นพลันลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าดีใจ
    เลือดลมในร่างกายไม่มีจุดติดขัดแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างราบรื่นหมด
    ระดับพลังวิถียุทธ์ทะลวงคอขวดขั้นสามสำเร็จและก้าวสู่ขั้นสี่แล้ว!
    เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังภายในที่ไหลเวียนในเส้นเลือดคล่องแคล่วกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า ใช้งานได้ชำนาญกว่าเดิมอย่างไร้อุปสรรค
    ‘เกรงว่าในสำนักชิงอวิ๋นคงไม่มีแดนฮวงจุ้ยล้ำค่าดีแบบนี้แน่ วันนี้ถือว่าเราโชคดีมาก’ ทะลวงระดับพลังและวิชาพร้อมกัน หลินอวิ๋นดีใจออกนอกหน้าจนเก็บไว้ไม่อยู่
    ซู่ว!
    ทันใดนั้นเองคลื่นพลังวิญญาณฟ้าดินกลางพื้นที่ฮวงจุ้ยล้ำค่าก็พลันหมุนวนขึ้นมา
    พลังวิญญาณฟ้าดินเข้มข้นหดตัวไม่หยุด เห็นกระแสวิญญาณจาง ๆ ได้ชัดด้วยตาเปล่า
    “นี่คือ?”
    หลินอวิ๋นหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ก่อนจะเห็นว่าผลไม้ป่าที่ดูไม่เตะตากลางดงวัชพืชข้างหน้ากำลังสูบรับพลังวิญญาณฟ้าดินอย่างเต็มที่ 
    ตอนนี้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
    มิน่าพลังวิญญาณที่นี่ถึงเข้มข้นเช่นนี้ ที่แท้ก็มีแดนล้ำค่าของฟ้าดินถือกำเนิดขึ้นที่นี่นี่เอง ดูแล้วผลไม้ป่านั่นเหมือนจะถึงช่วงสุดท้ายของการยกระดับผลวิญญาณพอดี
    พรึ่บ!
    ชั่วขณะที่พลังวิญญาณฟ้าดินกำลังถูกผลไม้ป่าสูบไปอย่างเต็มที่นั้น มีร่างเงาหนึ่งปราดเข้ามาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
    มันกินผลไม้ป่าที่มีกระแสวิญญาณขยับวูบวาบไปในคำเดียว พอเพ่งสายตามองไป มันคือเสือเขี้ยวดาบ!
    เสือเขี้ยวดาบเป็นสัตว์ร้ายที่มีกำลังรบวิถียุทธ์ขั้นสี่ในเทือกเขาเหิงอวิ๋น แกร่งกว่าหมาป่ากรงเล็บเหล็กหนึ่งขั้นเต็ม ๆ
    ก่อนหน้านี้หลินอวิ๋นเห็นเสือเขี้ยวดาบอยู่ไกล ๆ แล้วยังต้องรีบวิ่งหนี ด้วยความต่างของขั้นพลังหากถูกเห็นเข้าล่ะก็ต้องพบหนทางตายอย่างแน่นอน
    โฮก!
    เสือเขี้ยวดาบที่กินผลวิญญาณไปเงยหน้ามองหลินอวิ๋น ดวงตาแผ่จิตสังหารจาง ๆ ไอหนาวเย็นรุกล้ำเข้าไปในกายหยาบ ทำให้หลินอวิ๋นอดตัวสั่นนิด ๆ ไม่ได้
    ‘พลังอสูร!’
    หลินอวิ๋นลอบตกใจเป็นอย่างมาก รู้สึกว่าขาข้างหนึ่งได้ก้าวเข้าไปในประตูผีแล้ว
    นี่คือเสือเขี้ยวดาบที่กำลังจะแปลงกายเป็นสัตว์อสูร!
    ความตื่นกลัวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจู่โจมจิตใจอย่างรุนแรง ความประหม่าหลั่งทะลักเข้ามาราวกับน้ำหลาก
    เขาไม่ควรละโมบผลวิญญาณนั่น หลังทะลวงขอบเขตวิชาแล้วควรจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
    ทว่า…ขยับไม่ได้!
    หลินอวิ๋นพบสิ่งที่น่ากลัวคือหลังจากที่เสือเขี้ยวดาบจับจ้องตนเข้าแล้ว มือเท้าก็ไม่ฟังคำสั่งราวกับจะอ่อนยวบและล้มลงไป
    รู้ขึ้นทันทีว่านี่เป็นคำสั่งจากกายหยาบ นี่คือความหวาดกลัวจากสัญชาตญาณเมื่อพบเจออันตราย
    เสือเขี้ยวดาบคำรามเสียงต่ำพร้อมกับเคี้ยวผลวิญญาณขณะค่อย ๆ เดินเข้ามาหาหลินอวิ๋นทีละก้าว 
    ความหวาดกลัวแผ่ไปทั่วทั้งร่าง เหงื่อเย็น ๆ ซึมหน้าผาก ย้อยลงมาทีละหยด
    ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่ทำให้หลินอวิ๋นรู้สึกใกล้ความตายเช่นนี้ ความรู้สึกสิ้นหวังแผ่ขยายไปในก้นบึ้งหัวใจ
    ก่อนหน้านี้เขายังดีใจที่ทะลวงขั้นพลังได้อยู่เลย แต่ตอนนี้กลับสิ้นหวังแทบสิ้นแล้ว
    ไม่ได้ ข้าจะตายที่นี่ไม่ได้!
    ให้ตายไปด้วยความแค้นใจแบบนี้ยอมรับไม่ได้ ต่อให้ตายก็ต้องให้เสือเขี้ยวดาบนี่จ่ายอะไรมาบ้าง
    เกิดมาในโลกนี้แล้วจะปล่อยให้โชคชะตาชักพาเหมือนแหนลอยน้ำได้อย่างไร
    หลินอวิ๋นกัดฟันคำรามเสียงดังในใจหลายต่อหลายครั้ง เขาจะชักกระบี่ เขาจะให้มือเท้าที่ไม่ฟังคำสั่งนี่ทำงานให้ได้
    โฮก!
    เสือเขี้ยวดาบที่เข้ามาใกล้ทีละก้าวคำรามด้วยความฉุนเฉียวก่อนจะกระโจนเข้ามา
    เงามืดใหญ่โตทาบทับหลินอวิ๋นไปทั้งตัว
    ช่วงที่ความตายมาเยือนจริง ๆ หลินอวิ๋นกลับพบเรื่องที่น่าแปลกใจนิด ๆ ว่าภายในใจตนไม่ได้หวาดกลัวอะไรขนาดนั้น แต่สงบนิ่งเป็นอย่างมาก
    และเป็นวินาทีที่ใจสงบนี้เอง มือเท้าที่ไม่ว่าจะออกแรงอย่างไรก็ขยับไม่ได้นั้นเหมือนจะขยับได้แล้ว
    ใจมีพยัคฆ์ร้าย ดอมดมกุหลาบไม้เลื้อย
    คำพูดนี้โผล่มาในความคิดเขาอย่างไม่มีมูลเหตุ ทำให้นึกถึงพยัคฆ์ร้ายในม้วนภาพวาดลึกลับที่ดูในตอนแรกสุด
    ชักกระบี่!
    ยังไม่ทันคิดอะไรมาก หลินอวิ๋นก็ชักกระบี่ออกมาก่อนจะพุ่งไปยังพยัคฆ์ร้ายที่กระโจนเข้ามาและกวัดแกว่งกระบี่ในมือออกไป
    ปึก กระบี่ยาวที่แฝงด้วยพลังภายในโดนเสือเขี้ยวดาบตะปบทีเดียวก็ปลิวไป
    ความต่างของกำลังชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัย
    ทว่ากระบี่นี้ก็ยังต้านเสือเขี้ยวดาบไปได้ครู่หนึ่ง ดึงหลินอวิ๋นกลับมาจากประตูผี 
    หลินอวิ๋นที่ไร้ความลังเลกลิ้งไปกับพื้น หลบการสังหารปลิดชีพจากเสือเขี้ยวดาบได้
    โครม!
    ต้นไม้ใหญ่ขนาดสองคนโอบถูกเสือเขี้ยวดาบจู่โจมหักโค่นลงอย่างง่ายดาย
    หลินอวิ๋นสูดลมหายใจเย็น ๆ เฮือกหนึ่ง สภาพจิตใจตึงเครียดในระดับสูง ตอนนี้ไม่มีทางให้ถอยแล้ว
    เสือเขี้ยวดาบจู่โจมไม่โดนเป้าก็ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที มันหมุนตัวกลับมากระโจนใส่หลินอวิ๋นอีกครั้งหนึ่ง
    หลินอวิ๋นมองไปข้าง ๆ กระบี่เก่าปักบนต้นไม้ห่างไปร้อยเมตร จึงยังไม่อาจใช้ได้ 
    หลินอวิ๋นทำใจเหี้ยมหาญขึ้นมา ก่อนจะใช้หมัดพยัคฆ์ร้ายขั้นสูงรับเสือเขี้ยวดาบร่างอสูร
    ปัง!
    กำปั้นและกรงเล็บปะทะกัน หลินอวิ๋นลอยไปไกลนับสิบเมตร ทะยานลงพื้นด้วยเลือดลมทั่วร่างเดือดพล่านก่อนถอยไปอีกสามก้าว ทว่าใบหน้าเขากลับมีความสุข
    เขาใช้พลังภายในที่เกิดจากวิชาตะวันบริสุทธิ์เร่งกระตุ้นหมัดพยัคฆ์ร้ายขั้นสูง ในด้านกำลังนั้นก็ยังมีกำลังสู้กับเสือเขี้ยวดาบนี่ได้อยู่
    จึงไม่เกิดเหตุการณ์พ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียวอย่างที่คาดการณ์ไว้
    ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าเค้า เดิมทีวิชาตะวันบริสุทธิ์ได้รับขนานนามว่ากระชับพลังภายในให้หนาและหนักแน่น พอประสานกับหมัดพยัคฆ์ร้ายขั้นสูงเลยร้ายกาจเช่นนี้
    และที่สำคัญที่สุดคือระดับพลังเขาตอนนี้บรรลุวิถียุทธ์ขั้นสี่แล้ว
    หนึ่งคนกับหนึ่งพยัคฆ์เริ่มการต่อสู้กันอย่างดุเดือด
    หลินอวิ๋นที่สู้สุดชีวิตสู้ได้ดีกว่าปกติภายใต้แรงกดดันมหาศาล พลานุภาพอันน่าสะพรึงของหมัดพยัคฆ์ร้ายขั้นสูงในมือเขาถึงจุดสูงสุด ในความคิดมีท่วงทำนองพยัคฆ์ร้ายในม้วนภาพวาดลึกลับวนเวียนไม่หยุด นี่ยิ่งทำให้เขาค่อย ๆ ต้านพลังอสูรที่แผ่มาจากตัวอีกฝ่ายได้
    ปัง ๆ ๆ!
    ขณะตัวสั่นอยู่นั้น หลินอวิ๋นยังรู้สึกได้ราง ๆ ว่าหมัดพยัคฆ์ร้ายของตนกำลังพัฒนาไปไม่หยุด มีแนวโน้มเหมือนจะทะลวงขั้นสูงสู่จุดสูงสุดขั้นสมบูรณ์แล้ว
    ตั้งแต่ตั้งรับในสภาพจนตรอกในตอนแรกจนค่อย ๆ สวนกลับได้ขณะตั้งรับ ทุกหมัดอัดเข้าที่ตัวเสือเขี้ยวดาบ จนมันร้องด้วยความเจ็บปวด เห็นได้ชัดว่ามีพลานุภาพไม่เบา
    พลังที่ปะทุออกมาจากเขาเป็นดั่งราชาแห่งพยัคฆ์กำลังกดอยู่เหนือกว่าเสือเขี้ยวดาบทีละนิด 
    หลินอวิ๋นปลดปล่อยพลังมาออกทั้งหมดและเล็งหาโอกาสก่อนจะก้าวเท้าใช้กระบวนท่าสังหารหมัดพยัคฆ์ร้าย
    ก้าวถอย โค้งตัว โก่งเอว พยัคฆ์คำรามป่าเขา!
    ข้อต่อห้านิ้วมือส่งเสียงปะทุปานฟ้าคำรนบนที่ราบท่ามกลางเสียงคำรามเกรี้ยวกราด จากนั้นหลินอวิ๋นก็ชกหมัดนั้นออกไป
    ปึง!
    ร่างใหญ่โตของเสือเขี้ยวดาบโดนหลินอวิ๋นชกเข้าไปเต็ม ๆ จนกระเด็นลอยออกไปไกล
    นี่เป็นครั้งแรกในการประมือกับเสือเขี้ยวดาบที่หลินอวิ๋นทำให้อีกฝ่ายกระเทือนถอยไปได้
    พยัคฆ์ร้ายลงเขา!
    หลินอวิ๋นยังพยายามต่อไป เขากระโดดลอยขึ้นแปลงกายเป็นราชาพยัคฆ์กลางขุนเขา
    พรึ่บ สายลมคลั่งหลั่งทะลักเข้ามาพร้อมกับหลินอวิ๋นชกอีกหมัด อัดเข้าที่ตัวเสือเขี้ยวดาบที่เพิ่งดิ้นรนลุกขึ้นมา
    ชกหมัดนี้ออกไป หลินอวิ๋นพลันรู้สึกว่าโลหิตในกายเหมือนจะลุกโชตช่วงขึ้น โลหิตร้อนสายหนึ่งกระเพื่อมกลางหน้าอก ทั้งยังไหลทะลักออกมา
    ร้อยสัตว์เข้าเฝ้า!
    หลินอวิ๋นไร้ซึ่งความลังเลใด ๆ แล้ว เขาใช้โลหิตร้อนเต็มช่องอกพร้อมกับแผดเสียงคำรามชกออกไปด้วยกระบวนท่าสังหารที่แกร่งที่สุดของหมัดพยัคฆ์ร้าย 
    ทันทีที่ชกหมัดนี้ออกไป ประกายแสงหมัดของหลินอวิ๋นดั่งกระบี่คมกริบออกจากฝัก ประกายคมไม่มีใครเทียบเท่า!
    เสือเขี้ยวดาบกำลังซวนเซก็เห็นร่างหลินอวิ๋นกระโจนเข้ามาแล้ว นัยน์ตามันเต็มไปด้วยความตื่นกลัวไร้ก้นบึ้ง
    ในสายตามัน หลินอวิ๋นที่กระโจนเข้ามาไม่ใช่พยัคฆ์ร้าย แต่เป็นกระบี่ยาวคมกริบ
    หมัดดั่งกระบี่ ส่งเสียงลากยาวแหลมกลางสายลม ร้อยสัตว์มาเข้าเฝ้า!
    เมื่อเสียงคำรามเกรี้ยวโกรธในเสียงลากยาวแหลมกลางสายลมดังขึ้น…
    หมัดสุดท้ายกระแทกลงไป เสือเขี้ยวดาบที่ล้มลงร้องเสียงต่ำทีหนึ่งก่อนจะลุกไม่ขึ้นอีก
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-1 หน่วยวัดเวลาของจีนโบราณ ชั่วเวลา 1 ก้านธูป เท่ากับ 30 นาที