เมื่องานที่หนักที่สุดเสร็จแล้ว เหลียงกุ่ยหรานก็ช้อนตัวเด็กสาวขึ้น อุ้มเดินไปยังเรือนอีกฝั่งที่เหลียงจือกำลังเตรียมอ่างแช่สมุนไพรเอาไว้เหลียงจือเงยหน้าเมื่อรับรู้ถึงการมาของอาจารย์ เขาปาดเหงื่อตามกรอบหน้า “เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ”เหลียงกุ่ยหราน “อืม”ผู้เป็นอาจารย์วางร่างเด็กสาวลงในอ่างที่เต็มไปด้วยสมุนไพรอุ่นร้อน หมอกควันไอน้ำและกากสมุนไพรลอยฟุ้ง พรางเรือนร่างที่ถูกเสื้อผ้าแนบลู่ไปตามสัดส่วน เหลียงจือช่วยประคองคอเสวี่ยซู แล้ววางลงที่รองคอที่เตรียมไว้อย่างเบามือผู้เป็นอาจารย์พูดขึ้นว่า “เจ้าถอดเสื้อผ้าออกให้น้องสาว”เหลียงจือตกใจจนสะดุ้ง “จะทำเช่นนั้นได้อย่างไรขอรับ!”เหลียงกุ่ยหรานเอ่ยเสียงเรียบ “นางเป็นน้องสาวเจ้า เจ้าไม่ทำแล้วใครจะทำ?”เหลียงจือพูดตะกุกตะกัก “ไม่...ไม่ต้องก็ได้กระมังขอรับ”บุรุษในชุดขาวหมุนตัวเดินออกไป “ก็แล้วแต่เจ้า”เหลียงจือทำตัวไม่ถูก อย่างไรก็ต้องถอดออก เพราะมันขัดขวางการแช่ทำให้ประสิทธิภาพลดลง เขากะจะงอแงบ่ายเบี่ยงให้อาจารย์เป็นคนทำแทน แต่อาจารย์กลับไม่สนใจ แล้วตนกับน้องสาวผู้นี้ก็เพิ่งจะรู้จักกันนานเท่าไหร่กันเชียว ถึงจะโตมาด้วยกันก็ยังกระอักกระอ่วนอยู่ดี นางกับเขาต่างก็โตกันแล้วทั้งคู่ นางเองก็เป็นสาวสะพรั่งที่ใกล้ปักปิ่นแล้ว เฮ้อ...เหลียงจือยื่นมือที่ติดจะสั่นๆ ออกไป “น้องสาว อย่าถือสาพี่ชายคนนี้เลยนะ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ”กล่าวจบเหลียงจือก็หลับหูหลับตาถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวในอ่างแช่ทันที ทั้งเขินอาย ทั้งทุลักทุเล แต่สุดท้ายก็ปลดเปลื้องออกจนหมด ชายหนุ่มเหวี่ยงผ้าชิ้นเล็กชิ้นสุดท้ายออกไปมั่วๆ จากนั้นก็วิ่งออกจากห้องไปทันที ก่อนไปยังไม่ลืมหลับตาหันมาปิดประตูเอาไว้อย่างมิดชิดด้วยไม่ได้ น้องสาวผู้นี้ยังไม่ได้แต่งงาน ต่อไปอาจเจอคนที่ดี ต่อให้พี่ชายจะเห็นเรือนร่าง แต่ก็ไม่เลวร้ายเท่าบุรุษอื่นเห็น หากเป็นอาจารย์ก็ว่าไปอย่าง อาจารย์ผู้นั้นอายุมากแล้ว อายุผิดจากรูปลักษณ์ภายนอกไปไกล อย่างน้อยก็มากกว่าตนยี่สิบสามสิบปีได้ ก็ตอนที่อาจารย์เก็บตนมา เขาก็ดูเหมือนคนอายุยี่สิบกว่าๆ แล้ว ผ่านมาเป็นสิบปี อายุของอาจารย์ย่อมต้องมากขึ้นอีกดังนั้น อาจารย์เห็นก็ไม่เป็นไร เขาเห็นก็คงเหมือนมองดูเด็กเล็กๆ นั่นแหละเหลียงจือเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของอาจารย์ที่กำลังทอดมองออกไปไกล เขากล่าวถามว่า “อาจารย์ เสวี่ยซูนางจะรอดหรือไม่?”เหลียงกุ่ยหรานตอบลูกศิษย์ว่า “รอด”เหลียงจือโล่งใจ ไม่ซักไซ้อะไรอีก อาจารย์ของเขาฝีมือเก่งกาจ หากเขาบอกว่ารอด นางก็ต้องรอดอยู่แล้ว แค่มีชีวิตรอดก็พอแล้ว เมื่อวางใจแล้วจึงค่อยเอ่ยบอกเรื่องที่ตัวเองยังติดพันอยู่ “อาจารย์ที่จริงแล้วเสวี่ยซูนางทำความผิดใหญ่หลวง กว่าจะพาหลบออกมาแล้วหาทางรอดให้นางได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สหายของข้าพยายามช่วยอย่างถึงที่สุดแล้ว ทว่าข้ายังต้องกลับไปทำบางสิ่งเพื่อชดเชยความผิดให้นางอยู่ แต่ถึงไม่มีเรื่องของนาง ศิษย์ของท่านคนนี้ก็ไม่อาจหนีมาโดยปล่อยให้สหายเดือดร้อนฝ่ายเดียวได้ ข้า...ศิษย์ขอตัวกลับไปทำหน้าที่ของตนก่อน ขอฝ่ายเสวี่ยซูเอาไว้กับท่านก่อนได้หรือไม่ขอรับ”หลังกล่าวจบเหลียงจือก็ยืนรอฟังคำตอบด้วยท่าทีสงบนิ่ง ยืนรออยู่นานกว่าผู้เป็นอาจารย์จะเปิดปากพูด “เอ่ยปากสัญญาไว้ก็ย่อมต้องทำตามสัญญา ไปเถอะ เมื่อเสร็จธุระแล้วค่อยกลับมารับนาง”เหลียงจือยิ้มกว้าง โค้งคำนับต่ออาจารย์หลายหนอย่างนอบน้อม “ขอบพระคุณขอรับท่านอาจารย์ เมื่อเสร็จธุระทางนั้นแล้ว ศิษย์จะรีบกลับมาทันที ถึงตอนนั้นท่านช่วยเปิดทางให้ข้าด้วยนะขอรับ”กล่าวจบก็วิ่งหน้าระรื่นไปหาสองคนที่นั่งรออยู่หน้าที่พักของตนโดยไม่รอฟังคำตอบ เหลียงกุ่ยหรานพ่นลมหายใจออกมาบางเบาจนแทบจะสังเกตไม่ได้ มีลูกศิษย์เช่นนี้ถือเป็นความผิดพลาดจริงๆเหลียงจือจากไปพร้อมซิ่นทงและเหลาสู่ มุ่งตรงกลับไปยังค่ายหลักอันเป็นที่ตั้งของกองทัพที่ต่อสู้ในมหาสงครามสัตว์อสูร สงครามจบลงแล้ว ทว่าคนบาดเจ็บรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรมีจำนวนมากมาย แม้จะมีหมอและผู้ปรุงโอสถมากฝีมือหลายคนก็ยังไม่เพียงพอ เหลียงจือรู้ดีว่าความสามารถของตนจะเป็นประโยชน์ และช่วยเหลือเอาไว้ได้อีกหลายชีวิต เขาจึงไม่เกี่ยงงอนที่จะกลับไปแน่นอนว่าก่อนไปเหลียงจือก็เข้าไปในที่พักของตน เก็บเอาสมุนไพรหลายตัวกับโอสถที่หลอมแล้วหลายขวดเข้าสมบัติมิติของตน ทั้งยังแอบย่องเข้าไปกวาดเอาของอาจารย์ที่ห้องเก็บโอสถที่อยู่เรือนอีกหลังด้วย หมอเทวดาอย่างเหลียงกุ่ยหรานจะไม่รู้หรือ เขาก็แค่ทำเป็นหูหนวกตาบอดไปก็เท่านั้นเองเหลียงจือก็ไม่ได้ถามหรือรบเร้าให้อาจารย์ไปช่วยเหลือคน ด้วยตัวเขาเห็นความประหลาดในนิสัยเยือกเย็นของอาจารย์มาหลายปี ย่อมรู้อยู่แล้วว่าหากอาจารย์หมายใจจะยื่นมือช่วยเหลือ เขาก็ต้องเดินทางไปอยู่ที่ค่ายเองแล้ว แต่นี่ภายนอกหุบเขามีเรื่องวุ่นวายก่อสงครามใหญ่โต เขายังอยู่อย่างสงบบนเขาเลย ดังนั้นพูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ มิสู้เอาโอสถไปมากหน่อย มีเยอะย่อมดีกว่าไม่มีอยู่แล้ว
เซียนหนุ่มกลับมาอยู่อย่างสงบอีกครั้งหลังตัววุ่นวายอย่างเหลียงจือลงเขาไป เขายังคงทำกิจวัตรไปตามปกติ เมื่อคนเจ็บแช่อ่างสมุนไพรครบสิบสองชั่วยามจึงค่อยเข้าไปในห้องอ่างสมุนไพรที่ปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน ไอความร้อนก็หายไปนานแล้ว ยังดีที่มีกากสมุนไพรมากมายลอยอยู่ที่ผิวน้ำ อำพรางเรือนร่างของดรุณีน้อยเอาไว้ได้ เหลียงกุ่ยหรานอายุมากกว่าหกพันปี หมดสิ้นความใคร่ไปนานแล้ว ทั้งยังมีผู้อยู่ในใจไม่จางหายก็ยิ่งไม่ได้รู้สึกอะไรกับร่างกายของเด็กสาวตรงหน้าแต่เมื่อมองถึงอนาคตของเด็กสาวแล้ว เหลียงกุ่ยหรานก็ยอมที่จะยุ่งยากขึ้นเล็กน้อย เซียนหนุ่มโบกสะบัดข้อมือไปมา ใช้พลังกับเรื่องเล็กน้อยอย่างการยกตัวเด็กสาวขึ้น ขณะเดียวกันก็บังคับผ้าผืนใหญ่ที่พับวางไว้อย่างเรียบร้อยด้านหนึ่งมาม้วนห่มกายนางให้มิดชิด โดยไม่เหลือบมองกายขาวผ่องให้สตรีน้อยต้องเสื่อมเสีย จากนั้นจึงวางร่างนางลงที่เตียงไม้เล็กๆ ที่มีเบาะบางๆ แต่นุ่มสบายรองอยู่เหลียงกุ่ยหรานลงมือรักษา ป้อนยา ถอนฤทธิ์โอสถขนานแรงที่ตกค้างอยู่ในร่างกายเล็กที่บอบบางไปจำนวนหนึ่ง เมื่อครบสิบสองชั่วยามแล้วจึงค่อยให้แช่ในอ่างสมุนไพรต่ออีกสิบสองชั่วยาม ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนแช่ครบเก้าครั้ง ในหลายวันนี้เด็กสาวยังคงไม่ได้สติ เนื่องจากร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก การรักษาจะสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสให้กับคนเจ็บ เหลียงกุ่ยหรานเกรงว่าอีกฝ่ายจะทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนเสียชีวิตไปก่อน จึงทำให้นางอยู่ในสภาวะไม่ได้สติมาตลอด...................................................................พรายขอแจ้งว่านิยายแล้วแต่โชคชะตา จะอัพทุกวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์นะคะ