ฉินมู่หยาง ไอ้ผู้ชายตัวเหม็น!!!
หรงเยว่ซีเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันของตัวเองด้วยท่าทางหงุดหงิด ดวงตาที่แดงระเรื่อจากการอดนอนเพื่อปั่นต้นฉบับนิยายเต็มไปด้วยประกายจากของความคับแค้น มือข้างขวาจับเมาส์ไร้สายสะบัดไปมาราวกับกำลังทุบคนจากอีกฝั่งของวีแชท
ตัวเน้นสีแดงยาวเป็พรืดของต้นฉบับนิยายเื่นี้เกือบร้อยหน้าถูกขีดฆ่าออกอย่างไม่ใยดีพร้อมกับเขียนกำกับว่าให้ลบออกซะ
คิดบ้างไหมว่ากว่าจะเขียนได้เค้นสมองไปตั้งกี่ชั่วโมง ฉากขับรถที่วาดฝันเอาไว้ถึงความเร่าร้อนของพระเอกและนายเอกจนเตียงแทบหัก เขาก็ไม่ได้ใส่ลงไปสักนิด ครั้งนี้เขียนแบบฟีลหวานซอฟท์สุดเท่าที่สมองจะเค้นออกมาได้
มันไม่ได้เขียนออกมากันได้ง่าย ๆ นะ!
หรงเยว่ซีพ่นลมหายใจระบายความหงุดหงิด หัวสมองพ่นคำด่าที่ต้องเซนเซอร์ยาวเหยียดใส่บรรณาธิการส่วนตัวของตัวเอง
แม้เขาจะเจอกับสถานการณ์นี้ทุกครั้งหลังจากส่งต้นฉบับไปให้อีกฝ่ายตรวจก็ตามแต่ก็โมโหทุกครั้งไป
มือเรียวบางเลื่อนเมาส์เพื่อลบเนื้อหาที่อีกฝ่ายเน้นย้ำออกด้วยความช้ำใจ หัวใจดวงน้อยชอกช้ำจนหลั่งน้ำตาอยู่ข้างใน
ฉากบนเตียงจะให้เขียนแค่สามบรรทัด!
ทำไมจิตใจถึงโเี้อำมหิตขนาดนี้นะ ไม่รู้รึไงตัวเองกำลังทำลายความสุขของนักอ่าน!!
หรงเยว่ซีกรีดร้อง เบื่อแสนเบื่อมาตรการควบคุมศีลธรรมอันดีงามของฝ่ายวรรณกรรม ที่ห้ามนู่นนี่ไปหมด จะเขียนฉากอีโรติกทีก็ต้องมานั่งเหม่อ คอยคิดว่าจะเขียนยังไงให้ผ่านการพิจารณา รู้อย่างนี้เป็นักเขียนแค่บนเว็บไซต์เหมือนเดิมก็ดีแล้ว
ไม่มาน่าหลงความหล่อของเ้าบก.นี่ จนเผลอเซ็นสัญญาเป็นักเขียนของสำนักพิมพ์จินเจียงเสียได้!
หรงเยว่ซีเป็นักเขียนที่มียอดเข้าชมเยอะเป็อันดับต้นๆ ของแพลตฟอร์มนิยายอันดับหนึ่งของประเทศ เขาจึงถูกติดต่อจากสำนักพิมพ์ชื่อดังว่าอยากให้เป็นักเขียนในสังกัด
หรงเยว่ซีอ่านสัญญาอย่างละเอียด แม้จะรู้สึกเสียเปรียบที่งานที่ต้องทำด้วยตัวเองคนเดียวต้องมาถูกจัดสรรแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้คนอื่น
แต่เมื่อพิจารณาข้อแตกต่างถึงความสามารถในด้านของการทำตลาดและไหนจะเื่ลิขสิทธิ์ที่สามารถขายนิยายให้แปลเป็ภาษาอื่นได้ เขาก็คิดว่าค่อนข้างคุ้ม
เพราะหรงเยว่ซีถนัดแค่การสร้างผลงาน ส่วนเื่อื่นเขาค่อนข้างย่ำแย่ โดยเฉพาะการของการติดต่อสื่อสารที่ยุ่งยาก ถ้ามีคนมาช่วยจัดการตรงให้ก็ดีกว่ามาก
แน่นอนว่าเหตุผลข้างต้นเป็แค่ข้ออ้างที่คิดขึ้นมา หลังจากเห็นใบหน้าของคนที่ได้รับมอบหมายให้เป็บก.ส่วนตัวของเขา ที่จะมีหน้าที่รับผิดชอบ ปรับแก้พล็อตนิยาย ดูความเหมาะสมของเนื้อเื่เพื่อให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ฉินมู่หยาง บรรณาธิการหนุ่มที่มีใบหน้านิ่งเรียบดูไร้อารมณ์ ดวงตาัของอีกฝ่ายมักจะนิ่งเฉยอยู่เสมอ ริมฝีปากบางมักจะอยู่ในองศาเดิม
ราวกับถูกยึดไว้ด้วยกาวไม่ให้ขยับ รูปร่างสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเิเ บ่ากว้าง ่เอวแคบรับกับท่อนขายาว ยามก้าวเดินไปทางไหนก็มักทำให้คนหันกลับมามอง เพราะอีกคนราวกับโมเดลหนุ่มบนแคทวอล์ค
เสน่ห์เฉพาะตัวนี้ทำให้หรงเยว่ซีใจเต้นั้แ่แรกพบ เพราะอีกฝ่ายเหมือนหลุดมาจากพระเอกนิยายที่เขาแต่ง ราวกับตัวละครในจินตนาการที่เขาหลงรักได้ออกมาสู่โลกแห่งความเป็จริง
รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ผู้ช่วยของอีกฝ่ายยื่นสำเนาเอกสารสัญญาจ้าง ที่เขาเซ็นชื่อไปตอนไหมไม่รู้คืนมาให้
นี่มันคือการใช้ความงามล่อลวงมนุษย์ชัดๆ !
หรงเยว่ซีที่ตกบ่วงนี้จึงต้องชดใช้กรรมของตัวเองโดยการเป็นักเขียนที่ถูกอีกฝ่ายโขกสับอยู่ทุกวันนี้
ความหลงใหลที่มีต่ออีกฝ่ายแตกสลายั้แ่ครั้งแรกที่เขาส่งต้นฉบับ
ต้นฉบับที่ส่งคืนมา เต็มพรืดไปด้วยคอมเมนต์ให้แก้ไขที่จุดต่างๆ ั้แ่การตั้งชื่อตัวละคร
หรงเยว่ซีที่ตั้งใจแน่วแน่ว่างานที่ตัวเขียนในฐานะนักเขียนที่อีกฝ่ายรับผิดชอบ ต้องทำให้ฉินมู่หยางรู้สึกประทับใจในความสามารถของตัวเองให้สมกับที่อีกฝ่ายตั้งใจเชิญเขามาเซ็นสัญญาด้วยไม่ผิดหวัง
เมื่อถูกความจริงตรงหน้าตบหน้าทำให้เขาสติหลุดไปสามวัน
หลังจากนั้นฉินมู่หยางก็ถูกเขาทำเครื่องหมายแบล็กลิสต์ในหัวทันที!!
หลังจากนั่งหลังแข็งไปกว่าสิบชั่วโมงเพื่อแก้ไขต้นฉบับของตัวเองให้เสร็จและกดส่งไฟล์ให้บก.จอมเขี้ยวเสร็จเรียบร้อย
หรงเยว่ซีก็หอบร่างที่อ่อนระโหยโรยแรงของตัวเองขึ้นจากเก้าอี้ทำงานตัวโปรด เพื่อเปิดดูว่าในตู้เย็นมีของกินอะไรเหลืออยู่บ้างเพื่อประทังชีวิตของเขาที่ไม่ได้นอนมากกว่า 48 ชั่วโมง
หรงเยว่ซีไม่ได้อุทิศการทำงานขนาดไม่หลับไม่นอนถึงสองวัน เพียงแต่กลุ่มแฟนคลับนิยายของเขามีการป้ายยานิยายเื่ใหม่มา เขาจึงสละเวลานอนเพื่ออ่านนิยายเื่นั้น และก็ดันสนุกไปกับมันจนลืมกินลืมนอนไปเลย
ถึงเขาจะเป็นักเขียนนิยาย แต่หรงเยว่ซีก็ชอบอ่านนิยายมากเหมือนกัน มากเสียจนเขามาเป็นักเขียนไงล่ะ
หรงเยว่ซีมีกลุ่มแชทของแฟนคลับตัวเองอยู่ เพื่อใช้การพูดคุยและแบ่งปันนิยายให้กัน
ความลับอีกอย่างของกับแฟนคลับคือการส่งไฟล์ฉากอีโรติกที่ถูกตัดออกจากนิยายอย่างเืเย็น ให้เหล่าแฟนคลับที่น่ารักได้อ่านเพื่อบรรเทาความเศร้าโศกของทุกคนและเพื่อเพิ่มน้ำตาลให้กับพระเอกนายเอกในนิยายของเขา
หรงเยว่ซีหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเลื่อนดูหน้าต่างของแชทแฟนคลับเรื่อยๆ อย่างมีความสุข ระหว่างรออาหารสำเร็จรูปที่เขากำลังเอาเข้าไมโครเวฟอยู่ด้วยความเพลิดเพลิน
ตอนนี้หลาย ๆ คนกำลังแบ่งปันนิยายของต่างประเทศกันอยู่
[เสี่ยวเยว่หลัน @เยว่หลัน นิยายเื่xxxxดีมาก! คุณอย่าลืมเข้าไปอ่านนะ เพื่อน ๆ ทุกคนด้วย น่าเสียดายที่สำนักพิมพ์ของประเทศเราแปลข้ามบทxxไปหมดเลย!! มันน่าเสียดายมาก! ทำไมนักอ่านที่ประเทศไทยถึงสามารถอ่านฉากxxได้โดยที่ไม่ต้องถูกตัด!!]
[ฉันเห็นด้วย!! ฉันอยากประท้วงมากๆ!]
[ถ้าประเทศเราไม่มี.... เราก็คงได้อ่านอย่างสบายใจแล้ว ฉันไม่สามารถขาดxxได้!! //ร้องไห้.jpg]
[ตอนนี้ฉันกำลังฝึกเรียนภาษาไทยอยู่ เพื่อนๆ สนใจมาเรียนด้วยกันไหม]
[พี่สาวเหมยเหมย ฉันอยากเรียนด้วย! //ยกมือ]
[ฉันด้วยๆ]
[ +1000]
[เยว่หลัน : พี่สาวเหมยเหมยฉันก็อยากเรียนเหมือนกัน ]
หรงเยว่ซีมองความคึกคักของแฟนคลับ หลังจากที่เขาตอบข้อความแสดงความสนใจอยากเรียนภาษาไทย ในประเทศจีนนั้นซีรีส์บอยเลิฟที่สร้างจากนิยายไทยจากประเทศไทยโด่งดังมาก เขาคิดว่าถ้าเขาเข้าใจภาษาไทยจะช่วยทำให้เขาสนุกกับนิยายและซีรีส์มากยิ่งขึ้น
นามปากกาของเขาคือเยว่หลัน แฟนคลับและเขาเคยพบปะกันมาก่อนตอนงานแจกลายเซ็นที่จัดขึ้นโดยสำนักพิมพ์ ก่อนหน้าที่จะเห็นเขา ทุกคนในกลุ่มมักจะเรียกเขาว่าอาจารย์เยว่หลัน
แต่พอทุกคนเจอเขาในวันงาน กลายเป็ว่าหลังจากนั้นพอพูดคุยกัน ทุกคนมักจะเรียกเขาว่าเสี่ยวเยว่หลันแทน
หรงเยว่ซีที่สับสนจนพิมพ์ถามออกไป แฟนคลับจึงบอกว่าเขามีรูปลักษณ์เหมือนน้องชาย จึงเห็นด้วยว่าควรเรียกเขาว่าเสี่ยวเยว่หลันมากกว่า
หรงเยว่ซีเลยได้รู้ว่าเหมือนเขาจะได้แฟนคลับที่เป็แฟนพี่สาวเสียแล้ว
ติ้ง!
เสียงจากไมโครเวฟที่ร้องเตือนดังขึ้น หรงเยว่ซีรีบเดินไปคว้าข้าวออกมานั่งกินเพื่อบรรเทาความหิวทันที
ระหว่างที่กำลังกินข้าวก็คิดคำนวณตารางการทำงานของเขาไปด้วย
หลังจากส่งต้นฉบับที่แก้ไขเล่มล่าสุดไป ถ้าฉินมู่หยางไม่สั่งแก้อะไรอีก เขาก็ว่างอีกหนึ่งเดือนยาว ๆ ที่สามารถผ่อนคลายได้ แน่นอนว่าเขาจะใช้เวลานี้ในการอ่านนิยายเพิ่มความสุขให้กับตัวเอง!
ครืด ครืด
โทรศัพท์ที่สั่นไม่หยุดจนแทบจะร่วงจากโต๊ะ ทำให้หรงเยว่ซีต้องรีบคว้าเอาไว้
เขากดเข้าไปดูแจ้งเตือนก็พบว่ารัวมาจากแชทกลุ่มของแฟนคลับ จึงรีบกดเข้าไปดูทันที
[ทุกคน ฉันเจอสมบัติแล้ว!! เราไม่ต้องเรียนภาษาไทยให้เข้าใจก็อ่านได้! ทำตามนี้เลยนะทุกคน เท่านี้เราก็สามารถอ่านนิยายจากประเทศไทยได้แล้ว!! บางเื่ที่สำนักพิมพ์ไม่ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาน่าอ่านมาก ๆ ไม่ต้องห่วงนะ เว็บไซต์ที่ฉันให้ไปเป็ต้นฉบับจากนักเขียนที่ลงเอง มุดตามที่ฉันบอก พวกเราก็สามารถสนับสนุนนักเขียนคนไทยได้! ]
[วู้ววว พี่สาว ฉันคุกเข่าให้คุณ //คุกเข่า.jpg]
[พี่สาวสุดยอดมาก ถ้าพี่สาวมาเป่ยจิงเมื่อไหร่ ฉันจะเลี้ยงข้าวขอบคุณ!]
[มาอดนอนกันเถอะพวกเรา!!]
[เยว่หลัน : //แพนด้า.jpg]
[ +2000]
หรงเยว่ซีดื่มน้ำลงคอหมดแก้วในอึกเดียว ก่อนจะโยนจานข้าวและแก้วไปที่อ่างล้างจาน แล้วพาตัวเองกระโจนลงสู่เตียงพร้อมไอแพดที่รักจากนั้นก็จมสู่โลกของนิยายจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทยทันที
ฉินมู่หยางเหลือบมองโทรศัพท์ของตัวเองเป็รอบที่นับไม่ได้ของวัน เมื่อไม่เห็นการตอบกลับของนักเขียนตัวป่วน ที่พอเขาส่งแชทตอบกลับว่าต้นฉบับไม่มีอะไรให้อีกฝ่ายต้องแก้อีก หลังจากเ้าตัวส่งอิโมจิยกนิ้วให้เขา ก็หายไปเลยมากว่าสัปดาห์แล้ว
ไม่รู้ว่าเพราะกำลังใช้สมาธิกับการแต่งนิยายเื่ใหม่อยู่ หรือเพราะว่าอีกฝ่ายยังโกรธเขาเหมือนทุกครั้งที่เขาบอกให้ลบฉากอีโรติกชวนหน้าร้อนผ่าวพวกนั้นออกไป
การบรรยายฉากร่วมรักที่สมจริงเสียจนเขาที่ตรวจต้นฉบับรู้สึกมวนท้องจนต้องเข้าห้องน้ำไปหลายรอบ ช่างขัดกับใบหน้าอ่อนเยาว์ราวคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของอีกฝ่ายจนเขารู้สึกทำตัวไม่ถูก และไม่เชื่อตัวเองว่าอีกฝ่ายจะเป็คนเขียนฉากพวกนี้กับมือ
และอีกความรู้สึกที่แอบแฝงอยู่คือความหงุดหงิดแกมร้อนใจในอกที่อ่านฉากนี้ของอีกฝ่ายทีไร หัวสมองมักจะจินตนาการที่ไม่เหมาะสมว่าอีกฝ่ายอาจจะไปมีประสบการณ์โรแมนติกแบบนี้กับคนอื่น จนสามารถเขียนฉากนี้ออกมาได้อย่างเร่าร้อนได้ขนาดนี้
ฉินมู่หยางประณามตัวเองทุกครั้งที่มีความคิดแบบนี้ผุดขึ้นมาในหัว เพราะเหมือนเป็การคุกคามอีกฝ่ายในเื่ส่วนตัว เขาเป็เพียงบรรณาธิการไม่ควรล่วงละเมิดความเป็ส่วนตัวของนักเขียนในสังกัด
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร ขอเพียงต้นฉบับของอีกฝ่ายมีประสิทธิภาพ นั่นคือสิ่งที่เขาควรสนใจมากที่สุด
แต่ทำไมเขาถึงควบคุมตัวเองไม่ให้หงุดหงิดไม่ได้กันนะ
แล้วเมื่อไหร่หรงเยว่ซีจะตอบกลับสักที โทรศัพท์ไม่ได้มีไว้วางประดับบนโต๊ะนะรู้ไหม!
"หยางเกอ ได้เวลาประชุมแล้วครับ"
ฉินมู่หยางหันไปมองผู้ช่วยของตัวเองก่อนจะตอบรับ "อืม"
ร่างสูงหยิบโทรศัพท์ใส่ไว้บนกระเป๋าอกเสื้อจากนั้นก็คว้าโน๊ตบุ๊คแล้วเดินไปยังห้องประชุมด้วยความคิดวุ่นวายในหัว
จะหนึ่งทุ่มแล้วทำไมยังไม่ตอบกลับมาอีก
ฉินมู่หยางที่พึ่งออกจากห้องประชุมวางแผนงาน ยกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ความรู้สึกไม่สบายใจผุดขึ้นมาในร่างกายจนทำเขากระสับกระส่ายจนต้องดื่มน้ำเย็นเพื่อรวบรวมสติที่ฟุ้งซ่าน
"เสี่ยวเฟย เยว่ซีได้คุยวีแชทกับนายบ้างไหม"
หลี่อี้เฟยหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะส่ายหน้าให้หัวหน้าของตัวเอง
"ผมส่งวีแชทไปเมื่อสัปดาห์ก่อนยังไม่ตอบเลยครับ แต่ซีเกอพิมพ์แชททิ้งไว้ว่ากำลังอ่านนิยาย เอ่อ งดหยางเกอรบกวนครับ"
ฉินมู่หยาง "..."
ฉินมู่หยางระงับอารมณ์โมโหของตัวเองที่พุ่งขึ้นสูงจนเกินเส้นความอดทนของเขา
จินตนาการของเขาตอนนี้คือการจับหรงเยว่ซีพาดตักแล้วฟาดก้นเล็กๆ ของอีกฝ่ายแรงๆ ให้สมกับที่ชอบทำตัวท้าทายขีดจำกัดของเขาอยู่เสมอ
"อืม เดี๋ยวฉันจะแวะไปดูสักหน่อยว่าได้หาข้าวหาน้ำกินบ้างรึเปล่า ไม่ใช่ว่าป่านนี้ตัวแห้งเหลือแต่หัวแล้ว"
"โถ่ หยางเกอ ไปถึงแล้วก็อย่าดุซีเกอเยอะนะครับ เดี๋ยวโดนปิดประตูใส่อีก"
หลี่อี้เฟยหัวเราะแห้งทันทีเมื่อนึกถึงความเป็ไม้เบื่อไม้เมาของทั้งคู่จนเลื่องลือไปทั้งสำนักพิมพ์ โดยที่ทั้งสองคนต้นเื่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ CPหยางซีกำลังแอบแล่นอยู่ในสำนักพิมพ์แม้ว่าจะแห้งแล้งเพราะขนาดน้ำตาลจากคนทั้งคู่มากขนาดไหนก็ตาม
ตอนนี้เป็คู่กัดสักวันก็ต้องเป็คู่รัก!
นี่คือคำภาวนาอันแสนริบหรี่ของลูกเรือหยางซี
สัญญาณไฟจราจรสีแดงที่กำลังนับถอยหลังน้อยลงเรื่อย ๆ ไม่ได้ทำให้ฉินมู่หยางรู้สึกผ่อนคลายเลยสักนิด แม้อีกเพียงสองไฟแดงก็จะถึงอพาร์ตเมนต์ของหรงเยว่ซีแล้ว แต่หัวใจของเขากัลับบีบรัดจนปวดหน่วงในอกจนหายใจไม่ออก ดวงตาคมจ้องมองตัวเลขโดยไม่กะพริบ
ทันทีที่ไฟจราจรเปลี่ยนจากสีแดงเป็สีเขียว รองเท้าหนังของฉินมู่หยางก็เหยียบเข้าที่คันเร่งเต็มที่ ตอนนี้หัวใจของเขาล่องลอยไปยังนักเขียนตัวขาวเรียบร้อยแล้ว
ถ้าติดอ่านนิยายจนน้ำหนักลดอีกล่ะก็ เขาจะจับป้อนข้าวจนกว่าจะอ้วกเลยคอยดู!
โครม!!!