บทที่ 4
าอันยาวนาน
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาด้านหน้า หลี่หยางตัวของเขากลับนิ่งเฉยกับข้อความนั้นแต่สิ่งที่เขากำลังสนใจก็คือร่างของคนผู้นั้นล้มนอนลงไปกับพื้น
ยามที่กระบี่อันคมกริบตัดผ่านคอโลหิตสีแดงไหลรินออกมากระจายไปทั่วทางอากาศราวกับว่าเป็เม็ดสายฝนสีเื เขารู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าทันทีที่กระบี่นั้นตัดเข้าไปที่คอของมันมันคงจะถึงวาระสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
ร่างกายของมันล้มลงไปกับพื้นมันเหลือเพียงแค่ร่างไร้ิญญาที่ไม่สามารถโต้ตอบโลหิตสีแดงไหลรินออกมาอาบไปทั่วทั้งพื้นสมรภูมิ
หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่เขาได้แต่ไตร่ตรองสิ่งงที่ตนเองนั้นพบเจอว่ามันคือเื่จริงใช่หรือไม่
ทุกอย่างมันคือความรู้สึกเขาััได้ว่าเขานั้นรู้สึกทุกอย่างทั้งการออกแรงวิ่งความเหนื่อยแม้กระทั่งตอนที่เขาะโแล้วร่างกายตกกระแทกกับพื้นยังรู้สึกเจ็บ
เพราะแบบนั้นไม่มีทางอย่างแน่นอนที่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้มันคือความฝันทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็ความจริงทั้งสิ้นมันเป็ความจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่ามันคือความจริงแต่ว่าเขาเองก็ไม่ได้อยากจะยอมรับมันสักเท่าไหร่วันนี้คือความจริง
อี้ชิงที่กำลังยืนอยู่หน้าซากศพเขาเป็คนที่จบชีวิตมัน ชายผู้นั้นทำการหายใจถี่ระรัวเขากำลังเหนื่อยหอบ
คนผู้นี้เองก็ตกตะลึงเช่นเดียวกันอี้ชิงเมื่อครู่มันคิดว่าตนเองนั้นกำลังจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว ถ้าไม่ได้นายน้อยของมันช่วยเอาไว้มันคงจะตายไปเรียบร้อยแล้ว
แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันจะน่าเหลือเชื่อแต่คนผู้นั้นก็ได้ละทิ้งความสงสัยทุกอย่างเขาได้ทำการหันมามองที่นายน้อยของตนเองที่กำลังนั่งอยู่กับพื้น เขารีบวิ่งเข้ามาประชิดร่างของนายน้อยของตนอย่างรวดเร็ว
มันวิ่งเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็วพลางกับในดวงตาของตนเองมองดูอาการของผู้เป็นายอย่างรวดเร็ว
“ นายน้อยเป็อันใดหรือไม่ขอรับ!! ” คนผู้นั้นเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนก
‘ นั่นสินะตอนนี้สิ่งที่เราควรจะทำมากที่สุดมันไม่ใช่เอาแต่นั่งอยู่เฉยๆเช่นนี้เราควรจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ก่อน ’
‘ ไม่ว่าจะเป็ความจริงหรือความฝันแต่สิ่งที่ควรทำตอนนี้ก็คือเอาตัวรอด ’ หลี่หยางรวบรวมสติอีกครั้งตัวของเขาได้ทำการเรียงลำดับความสำคัญของการกระทำในตอนนี้
แม้ว่าเื่ที่มันเกิดขึ้นจะดูน่าเหลือเชื่อแล้วไม่รู้ว่าความจริงหรือความฝันแต่สิ่งที่มันสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเอาตัวรอด
ทำอย่างไรก็ได้ให้เอาตัวรอดจากสถานการณ์ในตอนนี้ให้ได้นั่นคือสิ่งที่เขานั้นควรจะทำ
หลี่หยางทำการลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายประสาทััทั้ง 5ตอบสนองทุกอย่าง
ในขณะที่เขาลุกขึ้นข้อความจากระบบเบื้องหน้าได้ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
--
ระบบ : ท่านได้รับเควสเข้าร่วมาสองดินแดน
--
‘ นี่มันอะไรกันเควสงั้นเหรอ? เหมือนเกมส์จริงด้วย ’
‘ ไม่อยากจะเชื่อนี่มันเื่บ้าอะไรกันวะเนี่ย ’ หลี่หยางตัวของเขาได้ยิ้มเยาะภายในใจราวกับว่าสิ่งที่เกิดกับตนเองนั้นมันเป็เื่ที่น่าตลกสิ้นดี
เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองมันคืออะไร แต่ว่าก็ไร้ซึ่งทางเลือกสิ่งที่เขาสามารถกระทำได้เพียงอย่างเดียวนั่นก็คือการกระทำตามมันไปเท่านั้น
หลังจากที่ได้รับเรียบร้อยข้อมูลของเควสได้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขาอีกครั้ง
ข้อความจากระบบแสดงขึ้นมา
--
ระบบ : ท่านได้รับเควส(ลับ)เข้าร่วมาสองดินแดน
รายละเอียดท่านต้องเข้าร่วมาระหว่างดินแดนห้าธาตุและดินแดนมารแล้วรอดชีวิตในได้ขนาดเข้าร่วมา
เงื่อนไขของเควส
กำจัดศัตรู [1000/0]คน(ท่านสำเร็จจะได้รับโบนัสพิเศษ)
เอาชีวิตรอดให้ได้ใน่า
สังหารแม่ทัพของศัตรู[1/0]คน
ของรางวัลของเควส ไม่ระบุ
--
หลี่หยางที่กำลังยืนอยู่เขาได้ใช้ดวงตาของตนเองกวาดมองบริเวณข้อความจากระบบที่มันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขาในตอนนี้
แม้ว่าจะไม่เข้าใจอะไรมากนักแต่เขาก็พยายามอ่านพวกมันให้แน่ใจ เพราะว่าทุกอย่างนั้นคือข้อมูลที่เขานั้นจะได้รับมาเขาพยายามอ่านข้อความทุกตัวอักษรและเก็บรายละเอียดทั้งหมด
ในขณะที่กำลังขะมักเขม้นแล้วก็สนใจกับข้อความของระบบที่อยู่ด้านหน้า ข้ารับใช้ที่อยู่ข้างกายได้ทำการยื่นมือของตัวเองมาแล้วก็ทำการดึงมือของเขา
หลี่หยางหันไปมองอย่างรวดเร็วเมื่อััได้ว่าร่างกายของตนเองนั้นถูกฉุดดึงไป
ร่างกายของเขาโดนดึงให้วิ่งโดยอี้ชิงหลี่หยางแสดงใบหน้าประหลาดใจออกมาร่างกายของเขาโดนฉุดดึงให้วิ่งโดยที่ไร้สาเหตุ
“ ถอยกันก่อนเถอะขอรับนายน้อยตรงนี้ไม่ปลอดภัยแล้วอีกเดี๋ยวธงถอยทัพจะต้องถูกโบกขึ้นมาอย่างแน่นอน ” อี้ชิงตัวของเขามองว่าในตอนนี้อย่างไรก็ควรจะเอาตัวรอดเลยรีบนำพาร่างของนายน้อยของตนเองวิ่งออกมาจากจุดนั้น
เขาวิ่งถอยออกมาจากจุดนั้นก่อนเป็อันดับแรกแล้วก็เริ่มเข้ามาปะปนกับกองทัพของดินแดนห้าธาตุส่วนใหญ่
เพื่อที่หวังว่าจะใช้กองทัพและกองกำลังพวกนี้ในการป้องกันตนเองในสภาพที่ไม่พร้อม
หลี่หยางยังไม่ทันรู้เื่ราวอะไรเลยหลังจากที่เขาโดนดึงออกมาจากจุดนั้นมันเป็อย่างที่ข้ารับใช้ของเขานั้นพูดออกมาจริงๆ
กองสึกมันได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องถูกตีเป็จังหวะ หลี่หยางตัวของเขาเอี้ยวหูฟังแล้วก็ไม่เข้าใจเพราะว่าเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับเื่สัญญาณกองเลยแม้แต่น้อย
แต่ว่าสามารถรู้ได้ในเวลาต่อมาเมื่อเห็นธงถอยขนาดใหญ่ถูกโบกขึ้นเพื่อเป็สัญญาณ ตอนนี้กองทัพของดินแดน 5ธาตุได้ทำการถอยทัพกลับ
เมื่อมีคำสั่งลงมาพวกทหารที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนสมรภูมิที่เป็เหมือนกับลานปะาของทหารชั้นผู้น้อยก็ได้รีบค่อยๆพากันทยอยถอยออกมาจากจุดนั้น
กองทัพของดินแดนมารเองก็กระทำเช่นเดียวกันพวกมันทำการค่อยๆถอยออกไปไม่ทำการไล่ตามมาดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะยุติาในวันนี้เอาไว้เพียงแค่นี้
หลี่หยางเขาสามารถรอดพ้นาในวันนี้มาได้ เขาสามารถรอดกลับมาได้ที่บริเวณพื้นที่ราบลุ่มที่เป็ที่ตั้งของกองทัพดินแดนห้าธาตุ
พวกทหารที่สามารถรอดพ้นจากาในครั้งนี้มาได้พวกเขาเดินกลับมาด้วยใบหน้าที่อิดโรยและหมดหวัง นี่เป็เพียงแค่ส่วนหนึ่งของาเท่านั้นแน่นอนว่าาไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้อย่างแน่นอนมันจะต้องมีผู้สูญเสียอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
แม้ว่าพวกเขาจะสามารถรอดชีวิตได้ในวันนี้แต่ก็ไม่ใช่ว่าในวันพรุ่งนี้หรือว่าในวันต่อๆไปพวกเขานั้นจะสามารถรอดชีวิตได้
อย่างที่บอกไปสำหรับสมรภูมิรบที่พวกเขาเพิ่งเดินจากมันมามันเป็เหมือนกำลังทหารของทหารยศผู้น้อยอยู่แล้ว
พวกเขามีโอกาสตายมากกว่ามีโอกาสรอดในการเข้าร่วมาครั้งนี้ และเพราะแบบนั้นพวกเขาเลยแสดงใบหน้าที่หมดหวังแล้วก็สิ้นหวังออกมาแม้ว่าจะสามารถรอดมาจากาในวันนี้ได้
ภายในกลุ่มทหารมากมายนับพันที่กำลังเดินถอยทัพกลับมามีหลี่หยางและอี้ชิงที่เดินปะปนมาภายในบริเวณนั้นด้วยเช่นเดียวกัน
หลี่หยางเขาเดินอยู่ภายในกลุ่มทหารมากมายดวงตาทั้งสองข้างกวาดมองไปบริเวณรอบๆ ใบหน้าของผู้คนที่สิ้นหวังนี่มันคืออะไรกัน?
ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใด แล้วผู้คนนั้นเหตุใดต้องทำการสู้รบกันแล้วทำไมพวกเขาถึงแสดงใบหน้าแบบนั้นเขายังไม่เข้าใจเลยสักอย่าง
เพราะแบบนั้นใบหน้าเดียวที่เขาสามารถแสดงออกมาในตอนนี้ได้ก็คือใบหน้าแห่งความสับสน เขาไม่รู้อะไรเลย ยามที่รู้สึกตัวขึ้นมาสิ่งเดียวที่กำลังพบเจอนั่นก็คือความตายที่เข้ามาใกล้คมดาบที่เข้ามาประชิดจมูกแล้วก็ต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจนมาถึงในตอนนี้
หลี่หยางบนใบหน้าอันหล่อเหลาคิ้วทั้งสองข้างกำลังขมวดเข้ามาหากันในขณะที่เดินกลับไปพร้อมกับกลุ่มคนมากมายที่กำลังรายล้อม
ในขณะที่กำลังสับสนแล้วก็มึนงงอยู่นั้น ฝ่ามือที่หยาบกร้านได้เริ่มเข้ามาััที่บริเวณแขนของเขา
เมื่อฝ่ามือนั้นเข้ามาััหลี่หยางอย่างอบอุ่นมันคือฝ่ามือของอี้ชิงผู้ที่เป็ข้ารับใช้คนสนิท
หลี่หยางเบนใบหน้าของตนเองไปมองชายผู้นั้นอย่างช้าๆ อีกฝ่ายกำลังแสดงใบหน้าอบอุ่นก่อนที่จะเปลี่ยนน้ำเสียงออกมาถามไถ่ด้วยความเป็กังวล “ เป็อันใดไปอย่างนั้นหรือขอรับนายน้อย ”
ตัวของมันเห็นนายน้อยของตนเองแต่งใบหน้าสับสนแล้วราวกับว่ามีบางอย่างอยู่ภายในใจมาสักพักก็รู้สึกเป็กังวลไม่ได้
“ สถานที่แห่งนี้คือที่ไหนกัน? ” หลี่หยางตัดสินใจเอ่ยถามคนผู้นั้นไป
อี้ชิงที่อยู่ด้านหน้าขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนที่มันจะทำการพูดออกมาอย่างสงสัย “ พูดอะไรนะขอรับนายน้อยสถานที่แห่งนี้ก็คือสนามรบชายแดนของดินแดน5 ธาตุอย่างไรล่ะขอรับ ”
“ ดินแดนห้าธาตุมันคือที่ใดกัน ? ” หลี่หยางถามต่อเพียงแค่ชื่อของดินแดนเขาเองก็ไม่รู้แล้วว่ามันคือที่ใด
อี้ชิงแม้จะรู้สึกประหลาดใจจนเขานั้นจะต้องเอียงคอสงสัยแต่สุดท้ายก็ยอมตอบคำถามนายน้อยออกตัวเองไป “ ดินแดน 5 ธาตุคือหนึ่งในสิบดินแดนของมหาทวีปหยินหยางอย่างไรขอรับ”
หลี่หยางกระพริบตาปริบๆด้วยความฉงนเขายังไม่รู้เกี่ยวกับเื่นี้แน่ชัด
“ า? าอะไรกันแล้วทำไมคนพวกนี้ถึงทำใบหน้าหมดหวังเช่นนั้นทั้งที่ตนเองสามารถรอดชีวิตกลับมาได้ ”
“ าระหว่างดินแดน 5 ธาตุแล้วก็ดินแดนมารขอรับ” เมื่อพูดจบคนผู้นั้นแสดงใบหน้าสลดใจออกมาเช่นเดียวกันก่อนจะกล่าวต่ออีก “ ก็เพราะว่าภายในานี้โอกาสตายมากกว่าโอกาสรอดแม้จะรอดในวันนี้ได้วันพรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถรอดชีวิตได้หรือไม่พวกเราเองก็เช่นเดียวกัน ”
หลี่หยางใช้ดวงตาของตนเองมองไปที่ผู้ที่อยู่ข้างกายเขาเองก็แสดงแววตาที่หมดหวังเช่นเดียวกับคนเหล่านี้
แต่เมื่อมองแววตาคู่นั้นเขาเองกับคุ้นเคยเพราะว่าแววตาที่พ้นพวกนี้กำลังแสดงอยู่มันเหมือนกับแววตาของเขาก่อนหน้านี้เลยแววตาของเขาที่เป็คนไร้ประโยชน์
“ ไปเถอะขอรับนายน้อยข้าจะพาท่านไปพบหมอประจำค่าย ”
จบบท